“เฮ้อ...” ผมถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายหลังจากที่คุณว่าที่อดีตคู่หมั้นเดินออกไปจากบริเวณสวนนี้แล้วร่างของผมไหลลงไปจนแทบนอนกับเก้าอี้ที่นั่งอยู่ อาาาาา เหนื่อยจังน้าาาการรับมือกับผู้หญิงนี่ไม่ใช่ของที่ถนัดจริงๆเลยนั่นแหละ แถมไอจิตสังหารนั่นอีกนี่ถ้าไม่ใช่เพราะว่าเมื่อกี้กำลังสนุกอยู่ ป่านนี้สั่นงกๆเป็ลูกนกไปแล้วเนี่ย
“คุณชายนาธานขอรับ สนใจรับของว่างหรือไม่ขอรับ?” เซบาสเตียนที่กลับมายืนอยู่ข้างๆตัวผมอีกครั้งถามด้วยน้ำเสียงที่ยังคงไปด้วยความสุภาพนุ่มลึกไม่ถามถึงเหตุการณ์ก่อนหน้าเลยแม้แต่น้อย สมเป็มืออาชีพจริงๆนั่นละคนๆนี้
“ของว่างเป็อะไรหรอครับเซบาสเตียน?”
“แพนเค้กราดน้ำผึ้งขอรับคุณชายนาธาน”
“งั้นฝากจัดการด้วยนะครับเซบาสเตียน” ผมบอกอีกฝ่ายพร้อมฉีกยิ้มที่แสดงถึงความเหนื่อยอ่อนไปให้ ก่อนจะรอให้เซบาสเตียนเดินออกไปแล้วหลับตาลงเพื่อพักผ่อนหลายๆครั้งเหมือนกันที่ผมรู้สึกเหนื่อยกับชีวิตที่เป็อยู่ในตอนนี้ถึงมันจะสะดวกสบายก็เถอะ
แต่ว่าผมเองก็้าความเป็อิสระเหมือนกันนะไม่้าที่จะแบกรับภาระความคาดหวังจากคนรอบข้างโดยเฉพาะเื่คู่หมั้นที่ผมเองก็อยากจะแต่งกับคนที่ตัวเองรักไม่ใช่ถูกจับๆเลือกมาให้แบบนี้ พี่อเล็กเซียเองก็คิดแบบเดียวกับผมเช่นกันพวกเราสองพี่น้องจึงนั่งคุยปรับทุกข์เกี่ยวกับเื่นี้กันบ่อยๆ
จนวันนึงท่านพ่อดันมาได้ยินเข้าจึงกลายเป็ว่าผมกับพี่เปลี่ยนจากปรึกษากันเองไปเป็ปรึกษาท่านพ่อแทนฝ่ายท่านพ่อก็แนะมาว่าให้พยายามไม่เจอหน้าคู่หมั้นพวกเราทั้งคู่ถึงได้พยายามไม่พบหน้าคู่หมั้นของตนเองตามวิธีของท่านพ่อ
ฝ่ายผมน่ะโชคดีที่คุณแม่ทัพสาวคนนั้นไม่ค่อยจะชอบขี้หน้าผมแต่ว่ากับฝ่ายคู่หมั้นพี่อเล็กเซียนี่สิ...เลดี้กราเซียหล่อนแสดงออกชัดเจนถึงขนาดนั้นว่าชอบพี่ของผม...หรือว่าผมควรจะช่วยเลดี้กราเซียให้สมหวังกับพี่อเล็กเซียดีละเนี่ย?
ผมนั่งไตร่ตรองความคิดของตัวเองอยู่ซักพักก่อนจะลืมตาขึ้นมาแล้วปรับท่าทางของตนให้เรียบร้อยเป็เวลาเดียวกับที่เซบาสเตียนเดินถือถาดที่ใส่แพนเค้กและโหลน้ำผึ้งขนาดเล็กเข้ามาในศาลาเ้าตัวจัดการวางจานแพนเค้กร้อนๆให้กับผมก่อนจะราดน้ำผึ้งลงไป้าแล้ววางมีดกับส้อมลงข้างจาน
“เชิญรับประทานให้อร่อยนะครับคุณชายนาธาน”
“ขอบคุณมากครับเซบาสเตียน” ผมกล่าวขอบคุณพ่อบ้านชราด้วยรอยยิ้มแล้วจึงหยิบมีดหั่นเนื้อแพนเค้กตรงหน้าแล้วใช้ส้อมจิ้มมันเข้าไปในปาก ผมหลับตาเคี้ยวเพื่อซึมซับรสของแพนเค้กอยู่ซักพักก่อนจะลืมตาเลิกคิ้ว หันไปมองหน้าเซบาสเตียน
“คุณเซบาสเตียนลงมือทำเองเลยหรอครับเนี่ย?”
“ขอรับคุณชายนาธาน” ชายชราเอ่ยตอบรับพร้อมโค้งน้อยๆให้ผมหนึ่งครั้งสมกับเป็คุณเซบาสเตียนจริงๆนั่นละน้า ปกติเขาจะไม่ค่อยลงมือทำขนมซักเท่าไหร่ ยกเว้นวันพิเศษๆหรือเวลาที่คนในบ้านรู้สึกไม่ค่อยดีแถมขนมที่เขาทำเนี่ยช่วยทำให้คนกินผ่อนคลายได้เยอะเลยละ สุดยอดจริงๆน้าพ่อบ้านชราคนนี้
“เฮ้นาธาน ท่านแม่ทัพไม่ได้อยู่ด้วยหรอกหรอ?” เสียงของพี่อเล็กเซียดังขึ้นตรงทางขึ้นของศาลา ผมหันหน้าไปมองหน้าพี่ชายของตัวเองอย่างแปลกใจก่อนจะตอบคำถามของเขา
“เธอพึ่งแยกออกไปเมื่อตะกี้เองครับพี่อเล็กเซีย ว่าแต่พี่เถอะครับไหงมาอยู่แถวนี้ละ?” ผมถามพี่ชายต่างมารดาของผมอย่างสงสัย ไม่ใช่ว่า่เช้าแบบนี้พี่เขาต้องไปช่วยท่านพ่อตรวจเอกสารที่ห้องทำงานไม่ใช่หรือไงนะ
“ท่านพ่อใช้พี่มาดูแกกับท่านแม่ทัพน่ะสิ กลัวว่าแกจะโดนท่านแม่ทัพข่มจนหงอทำอะไรไม่ถูกเอาน่ะ”พี่อเล็กเซียว่าพร้อมกับหย่อนตัวนั่งที่ฝั่งตรงข้าม เซบาสเตียนเดินเข้าไปรินน้ำชาให้กับพี่เขาด้วยรอยยิ้มบางๆที่เกิดจากความขบขันในสิ่งที่พี่เขาพึ่งพูดไปฝ่ายพี่อเล็กเซียกล่าวขอบคุณพ่อบ้านชราก่อนจะสังเกตรอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้าของเซบาสเตียนจนหันมามองหน้าผมอย่างแปลกใจ
“ไหงเซบาสเตียนอมยิ้มอย่างนั้นละนาธาน…นี่อย่าบอกนะว่าแกไม่ได้โดนท่านแม่ทัพข่มจนหงอน่ะ?” ผมไม่ได้ตอบอะไรทำเพียงแค่ฉีกยิ้มบางๆแล้วยกน้ำชาขึ้นดื่มฝ่ายพี่อเล็กเซียเมื่อเห็นปฏิกิริยาของผม เ้าตัวก็แสยะยิ้มแล้วจ้องมาที่ผมเหมือนเห็นเื่สนุก
“ฮ่ะๆ ไม่มีอะไรหรอกครับพี่อเล็กเซียก็แค่คุยกันนิดหน่อยน่ะครับ”
“เห~ คุยกันนิดหน่อยอย่างงั้นเรอะนาธานเป็อย่างงั้นหรอครับเซบาสเตียน?” พี่อเล็กเซียที่เค้นคำตอบออกจากปากผมไม่ได้ก็หันไปถามคุณเซบาสเตียนแทน
“ขอรับคุณชายอเล็กเซีย คุณชายนาธานเพียงแค่‘คุย’กับท่านแม่ทัพเซลิน่าอย่างเป็มิตรเท่านั้นขอรับ”พ่อบ้านชราตอบพร้อมโค้งให้กับพี่อเล็กเซีย ฝ่ายพี่ชายคนโตของบ้านได้ยินเช่นนั้นก็แผดเสียงหัวเราะออกมาอย่างอดไม่อยู่
“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ โอ๊ยยย นี่แกเอาจริงๆหรอเนี่ยนาธานน่าเสียดายที่พี่มาไม่ทันเห็นแกปะทะฝีปากกะท่านแม่ทัพคนสวยซะแล้วแฮะน่าเสียดายจริงๆนะ”
“เขาไม่ได้เรียกการปะทะฝีปากนะครับพี่อเล็กเซียแค่คุยกันฉันท์มิตรอย่างผู้มีการศึกษาเท่านั้นละครับ” ผมตอบด้วยรอยยิ้มที่ฉีกกว้างกว่าเดิมเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็นแต่กับพี่ชายที่อยู่ด้วยกันมานานมีหรือที่จะไม่รู้เ้าตัวจึงแผดเสียงหัวเราะออกมาอีกครั้ง
“แกนี่ก็ช่างย้อนจริงๆนะนาธาน” หลังจากที่พี่อเล็กเซียหัวเราะจนเสร็จเ้าตัวก็หันมากระแนะกระแหน่ผมต่อ
“นิดหน่อยน่าพี่ชาย” ผมตอบพร้อมกับก่อนจะหัวเราะเล็กน้อยแล้วจัดการแพนเค้กในจานต่อพวกเราสองพี่น้องนั่งคุยกันอย่างสนุกสนานอยู่ซักพักก่อนที่จะมีเสียงสิบแปดหลอดของหญิงสาวคนหนึ่งดังห่างจากศาลาไปซักห้าถึงหกเมตร
“นาธาน!” ผมกับพี่อเล็กเซียหันหน้าไปมองต้นตอของเสียงดังกล่าวทันทีที่มันดังขึ้นอา...ว่าแล้วว่าต้องเป็พี่อเล็กซ่า แต่ไหงส่งเสียงดังแบบนั้นละนั้นผิดวิสัยพี่แกสุดๆ
“มีอะไรหรอครับพี่อเล็กซ่า?” ผมที่พึ่งจัดการแพนเค้กในจานจนหมดรวบมีดส้อมวางไว้กลางจานแล้วหันหน้าไปถามพี่สาวคนรองของบ้านที่กำลังเดินปั้นหน้าั์เข้ามาในศาลาฝ่ายพี่อเล็กเซียที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามผมเองก็ดูท่าว่าจะสงสัยเช่นเดียวกันจะมีแค่คุณเซบาสเตียนเท่านั้นละที่ยังนิ่งได้อยู่
“ตามพี่มาเดี๋ยวนี้เลย! ไปก่อเื่อะไรไว้ไปจัดการเลยนะ!”พี่อเล็กซ่าว่าพลางคว้ามือของผมแล้วฉุดผมให้ลุกขึ้นอย่างอารมณ์เสีย
“อเล็กซ่า มีเื่อะไรกันแน่น่ะ?ค่อยๆพูดค่อยๆจากันสิ” ฝ่ายพี่อเล็กเซียที่เห็นดังนั้นก็รีบเข้ามาห้ามอย่างเป็ห่วง
“พี่อเล็กเซียไม่ต้องพูดช่วยนาธานเลย! ถ้าอยากรู้ก็ตามหนูมานั่นละ!” เ้าหล่อนว่าแล้วดึงผมให้วิ่งตามหล่อนไปฝ่ายพี่ชายคนโตของบ้านยืนงงอยู่ซักพักก่อนจะตัดสินใจตามน้องทั้งสองไปอย่างเป็ห่วง
ทั้งสามตรงเข้าไปในคฤหาสน์เรื่อยๆผ่านห้องต่างๆมากมายจนเข้าไปในส่วนลึกก่อนจะไปหยุดที่หน้าห้องทำงานของผู้นำตระกูลคนปัจจุบัน ในใจผมเดาเื่ที่เกิดได้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากที่พี่อเล็กซ่าเปิดประตูเข้าไป
“ทำได้ดีมากจ๊ะอเล็กซ่า! นาธาน!ไหงลูกถึงทำแบบนี้ละลูก!” นั่นไง เป็อย่างที่ผมคิดจริงๆด้วยทันทีที่พี่อเล็กซ่าเปิดประตูเข้าไปเสียงของท่านแม่ใหญ่ก็ดังออกมาปะทะเข้ากับหน้าของผม ภายในห้องปรากฏร่างของนายหญิงแห่งตระกูลเมลฟอร์ดที่กำลังนั่งกำพัดในมือจนเหมือนจะบีบมันให้แหลกคามืออยู่ร่อมร่อข้างๆตัวหล่อนมีท่านพ่อที่กำลังพยายามทำให้ท่านแม่ใหญ่ใจเย็นอยู่แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ผลละนะ
“มีอะไรงั้นหรือครับท่านแม่ใหญ่?” ผมแกล้งทำหน้าซื่อไม่รู้เื่ทันทีที่ได้ยินคำถามของคนที่เลี้ยงดูตนเองมาใครมันจะบอกว่ารู้เื่เล่า ได้โดนเฉ่งหนักกว่าเดิมแน่
“ไม่ต้องมาทำเป็ไม่รู้เื่เลยนะนาธาน! อย่านึกว่าพี่ไม่รู้นะ! เซลี่มาเล่าให้พี่ฟังหมดแล้ว!ทำไมน้องกับเซลี่ถึงตกลงจะถอนหมั้นกันละ!” หวยอันที่สองก็ยังถูกเช่นเดิมผมถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะตอบไป
“ก็เขามาขอผมถอนหมั้นเองนี่ครับแถมผมกับเขาเองก็ไม่ได้รักใคร่ชอบพออะไรกันเสียหน่อย ผมเลยตอบตกลงไปเลย” ผมตอบตามความคิดของตัวเองก่อนจะเหลือบไปมองหน้าของพี่ชายกับท่านพ่อที่ซีดลงเล็กน้อย ไม่แปลกละนะเพราะการที่ผมตอบไปอย่างงี้มันทำให้สองสาวของบ้านเราปรี๊ดแตกแน่นอน
“นาธาน!” ทั้งสองแหวใส่ผมอย่างดังลั่นน่านไง หวยอันที่สามก็ยังคงถูก ทำไมเวลาซื้อมันไม่ได้แบบนี้มั่งน้า~ ผมคิดเช่นนั้นพลางนั่งปั้นหน้ายิ้มเงียบๆรอฟังคำเทศนาของทั้งสองอย่างสงบ
“ลูกรู้ไหมว่าทำอย่างงี้ไม่ได้นะ! การหมั้นของลูกกับท่านแม่ทัพเซลิน่าเป็การตกลงกันของผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย!การที่ลูกกับท่านแม่ทัพเซลิน่าทำแบบนี้มันเท่ากับการหักหน้าผู้ใหญ่ของทั้งสองตระกูลเลยนะ!”คร้าบบบบ~ เข้าใจคร้าบบบ~ แต่ว่าหล่อนมาขอผมถอนหมั้นเองนี่นา ไหงผมโดนอยู่คนเดียวได้ละเนี่ยน่าอิจฉาจังน้า
“นี่ยังไม่รวมเื่ที่น้องไปทำตัวหยาบคายใส่เซลี่อีกนะ!เซลี่เล่าให้พี่ฟังหมดแล้วว่าเราไปพูดอะไรกับเธอมั้ง! น้องเป็ผู้ชายนะ! การพูดหยาบคายแบบนั้นใส่เลดี้มันไม่ใช่เื่ที่สมควรทำเลยแม้แต่น้อย!”ห่ะ!? อย่างยัยแม่ทัพนั้นเรียกเลดี้ได้ด้วยเรอะ!?ปากจัดกระโชกโฮกฮากแบบนั้นเนี่ยนะเลดี้!? โอเคถึงตอนหล่อนจะโกรธจนหน้าแดงจัดแล้วจะน่ารักน่าแกล้งก็เถอะแต่พฤติกรรมก่อนๆหน้านั้นคือเลดี้จริงดิ!?
“ตายแล้ว! นี่ลูกทำจริงๆงั้นหรอนาธาน!แม่ไม่เคยสั่งเคยสอนเลยนะว่าให้ลูกประพฤติตัวกับเลดี้แบบนั้น!”ไอหยา...ท่านแม่ใหญ่ไม่ยอมด้วยแฮะ ไหงยัยนั้นไม่เล่ามั่งละฟ่ะว่าด่าผมยังไงบ้างผมไม่ได้ผิดแค่คนเดียวนะเอ้อ ด่ายัยนั้นบ้างเด้!
“เอ่อ...ที่รักจ๊ะ...ใจเย็นๆก่อนนะ ค่อยๆพูดกันดีๆนะใช้สติอย่าใช้อารมณ์สิจ๊ะ” ท่านพ่อเองเมื่อเห็นว่าผมโดนรุมอยู่ก็รีบเข้ามาห้ามทัพท่านแม่ใหญ่อา...ขอบคุณมากครับท่านพ่อ
“อเล็กซ่า...พี่ว่าเราอย่าพึ่งใช้อารมณ์เลยนะ...ฟังนาธานก่อนไม่ดีกว่าหรอ...”โอ้ พี่อเล็กเซียก็ด้วยแฮะ ขอบคุณมากนะครับพี่
“คุณ/พี่อเล็กเซียน่ะ! เงียบไปเลย!”สองสาวหันไปแหวใส่คนทั้งสองที่เข้ามาขัดทันทีด้วยน้ำเสียงอำมหิตจนทั้งสองหงอไปเลยก็นะ...ต่อให้ท่านพ่อกับพี่อเล็กเซียจะพูดยังไงก็เหอะพี่อเล็กซ่ากับท่านแม่ใหญ่ก็ไม่ยอมหยุดง่ายๆหรอก อโหสินะครับพี่อเล็กเซีย ท่านพ่อ
“ขอขัดหน่อยนะครับ” ผมถอนหายใจก่อนจะยกมือขวาขึ้นเชิงขออนุญาตจากผู้พิพากษาสาวทั้งสองที่กำลังจะแดกหัวผมให้ได้อยู่ตอนนี้ส่วนคุณทนายฝ่ายผมน่ะเรอะ นู้น หัวหดลงกระดองแบบเต่าไปแล้วนั่นไง
“แค่ไม่ทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสองตระกูลเสียหน้าก็พอแล้วใช่ไหมครับ?” ผมถามแล้วเอียงคอนิดๆด้วยรอยยิ้มที่ยังคงประดับอยู่บนใบหน้าอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว
“นาธาน!” ผู้พิพากษาทั้งสองขึ้นเสียงจนทนายฝ่ายผมสะดุ้งอย่างสุดตัวดวงตาสีน้ำตาลของสองแม่ลูกแทบจะปล่อยไฟเผาตัวผมจนราบเป็หน้ากอง ผิดกับผมที่ใบหน้ายังคงประดับไปด้วยรอยยิ้มสบายๆเช่นเดิม
อา...กรณีแบบนี้เรียกว่าบ้านแตกจะได้ไหมหว่า...