วันเวลาผ่านไป สามพี่น้องบ้านหวังช่วยกันสะสมเสบียงไม่ว่าจะเป็การช่วยกันดักปลามาได้จำนวนมาก และนำมาตากแห้งทำปลาแดดเดียว นำปลาตัวเล็กมาคลุกเกลือ(ที่มีเป็กระสอบในคลังมิติิของเสี่ยวเป่า)และดองเก็บไว้ในโหล นำถั่วเหลืองมาแช่และหมักลงในไหเพื่อทำน้ำปรุงรส ดองผักที่หาได้ สะสมฟืนทุกวันจนตอนนี้ฟืนที่เก็บได้ ได้เก็บไว้ในห้องครัวและห้องนอนของน้องแฝดที่ยืมมาใช้เป็ห้องเก็บเสบียงก่อน เพราะพวกเขาทั้งสามคนยังนอนด้วยกันเพื่อความอบอุ่นและน้องๆยังไม่อยากนอนแยกห้อง และน้องแฝดยอมสละห้องเพื่อเก็บเสบียงเมื่อเปิดเข้าไปดูทีไรเห็นกองมันฝรั่ง กองฟืน หรือโหลดองผัก ทั้งสองต่างยิ้มแย้มมีความสุข นั่นเพราะหมายความว่าพวกเขามีอาหารเพียงพอไม่ต้องทนหิวอีกต่อไป
ทุกๆเช้ากิจวัตรประจำวันของสามพี่น้องคือ รดน้ำแปลงผักในโรงเรือน พร้อมกับปลูกพืชกินใบให้เพียงพอในฤดูหนาวซึ่งมีระยะเวลาประมาณ 3-5 เดือน หลังจากกินข้าวเช้าเสร็จ เฟิ่งเทียนก็จะพาน้องๆเดินสำรวจต้นอ่อนผักป่าที่กินได้ และมองหาฝักแก่ของพืชตระกูลเถา สามคนพี่น้องหาไปคุยกันไปเสียงหัวเราะแห่งความสุขก็ลอยไปกับเสียงลม
“นั่นใช่เฟิ่งเทียน พี่น้องบ้านตระกูลหวังใช่หรือไม่” มีเสียงะโเรียกสามคนพี่น้อง ในระหว่างที่กำลังช่วยกันขุดกอตะไคร้ บริเวณชายป่า
“ใช่ขอรับ ท่านลุงอวิ๋น พวกเราพี่น้องมาสำรวจหาผักสมุนไพรขอรับ” เฟิ่งเทียน
“คารวะขอรับท่านลุงอวิ๋น”
เฟิ่งหลง เฟิ่งจิน ทักทายพรานอวิ๋นซึ่งเป็เพื่อนร่วมล่าสัตว์ป่ากับท่านพ่อ แต่ในวันที่ท่านพ่อเข้าป่าแล้วเสียชีวิต วันนั้นท่านลุงอวิ๋นได้เข้าเมืองนำสัตว์ที่ล่าไปขาย เลยไม่ได้เข้าป่าไปด้วย เมื่อรู้ว่าสหายาเ็และล้มตาย พรานอวิ๋นก็ให้ความช่วยเหลือ แต่ก็ช่วยไม่ได้มากนัก เพราะลำพังครอบครัวของพรานอวิ๋นก็ได้พึ่งพาแรงงานของพรานอวิ๋นเพียงคนเดียวเท่านั้น
“พวกเ้าคงหาอาหารไปสะสมเป็เสบียงกันใช่ไหม แล้วได้อะไรมาบ้างหล่ะ”
"พวกข้าได้ผักป่า และต้นอ่อนขอรับ พวกเราจะนำไปปลูกขอรับ"
"แต่่นี้หิมะใกล้ตกแล้ว แม้ว่าพวกเ้าจะขุดต้นอ่อนไปปลูกลงดิน แต่เมื่อหิมะตกลงมาต้นอ่อนเหล่านี้ก็จะแข็งตายอยู่ดี"
"เป็เช่นนั้นขอรับ ข้าจึงคิดว่าจะขุดแล้วนำไปปลูกลงในกระถาง ยามหิมะตกก็จะยกเข้าบ้าน ยามเช้ามีแสงแดดส่องก็จะยกออกมาตากแดดขอรับ"
"ลุงไม่เคยเห็นใครทำแบบนี้สักคน. ความคิดแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เพราะยามหิมะตกลุงก็เบื่อผักดองที่เมียลุงทำไว้. หากกินผักสดได้ก็ดียิ่ง แบบนี้ลุงขอเอาไปทำแบบอย่างได้ไหม แล้วถ้ามีอะไรให่ช่วยก็บอกลุงได้ แล้วกระถางต้องทำแบบใด เพราะทุกทีปลูกผักก็ต้องปลูกลงดินกันทุกบ้าน"
"ได้เลยขอรับท่านลุง เราสามารถใช้กระบอกไม้ไผ่ตัดเป็ข้อนำมาทำเป็กระถางได้ขอรับ เคลื่อนย้ายง่ายดูแลสะดวกขอรับ. ยามบ่ายพวกข้าจะไปตัดไม้ไผ่มาทำเป็กระถางขอรับ"
"ดี ดี ดี ความคิดเ้าดียิ่ง ถ้าอย่างนั้นลุงจะช่วยพวกเ้าตัดต้นไผ่ ตอบแทนที่พวกเ้าบอกวิธีปลูกผักแบบใหม่ก็แล้วกัน"
"ขอบคุณขอรับท่านลุง" สามพี่น้องยินดียิ่ง ที่ท่านลุงอวิ๋นช่วยเหลือเพราะลำพังเด็กสามคน คงจะตัดไม้ไผ่ได้ไม่มาก มีดพร้าที่บ้านก็ขึ้นสนิม กว่าจะตัดได้คงใช้แรงและเวลา ถือว่าแบ่งปันความรู้แลกเปลี่ยนแรงงานแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน"
"ถ้าอย่างนั้น ลุงจะไปดูบ่วงดักสัตว์ก่อน แล้วยามบ่ายลุงจะไปหาพวกเ้าที่บ้าน แล้วเราจะไปตัดไผ่ด้วยกัน"
“ขอรับท่านลุงอวิ๋น”
เมื่อพรานอวิ๋นเดินจากไป เฟิ่งเทียนกับน้องๆก็ช่วยกันตามหาผักป่า ต้นอ่อนพืชที่กินได้ จนกระทั่งสามารถเก็บเกี่ยวหนานกวาลูกโตที่หลบซ่อนอยู่ใต้ใบของมัน
“นี่มันเถาหนานกวานี่นา เราโชคดีแล้ว เฟิ่งจิน เฟิ่งหลง"
“ไหนขอรับพี่ใหญ่ ข้าเห็นแต่ใบที่มีขน” เฟิ่งจิน
“พวกเ้ายืนอยู่ตรงนี้ก่อน เดียวพี่ใหญ่จะไม้เปิดให้พวกเ้าดู”
เฟิ่งเทียนนำไม้ที่ตนเองถืออยู่เปิดหาลูกหนานกวา และพบหนานกวาลูกใหญ่ เล็ก นับได้สิบกว่าลูก
“โอ้โห มีตั้งหลายลูก แต่ว่ามันกินได้จริงๆหรือขอรับพี่ใหญ่ ทำไมที่ผ่านมาพวกเราไม่เคยได้กินกันเลย” เฟิ่งหลงถามด้วยความสงสัย
“กินได้สิ อร่อยด้วย ไว้พี่จะทำของอร่อยๆจากเ้าหนานกวาให้น้องๆได้ลองกินกัน รับรองว่าอร่อยแน่นอน”
“เย้! ๆ ของอร่อย พวกข้าจะช่วยพี่ใหญ่ขนขอรับ” เฟิ่งจินและเฟิ่งหลงต่างกระตือรือร้นที่จะช่วยกันเก็บลูกหนานกวา แต่ด้วยน้ำหนักและขนาดของลูกหนานกวาจึงลำบากในการเก็บ เฟิ่งเทียนจึงเรียกเสี่ยวเป่าที่่นี้ั้แ่อัพเกรดบ้านให้ครั้งใหญ่ ก็หายเงียบเรียกอย่างไรก็ไร้เสียงตอบ ขึ้นแต่ข้อความ ปิดปรับปรุง ไม่รู้ว่าตอนนี้ระบบจะเปิดแล้วหรือยัง
“เสี่ยวเป่า นายอยู่มั้ย ระบบปรับปรุงมาหลายวันแล้วนะ” เฟิ่งเทียนเรียกระบบทางความคิด ขณะที่ช่วยน้องๆเก็บเกี่ยวหนานกวาไปด้วย
[ระบบ อัพเกรด เวอร์ชั่น 1.1 เรียบร้อยเนื่องจากนายท่านทำภารกิจที่ 1 สำเร็จ และได้รับรางวัลเป็การอัพเกรดบ้าน และนายท่านจะได้เปิดสุ่มรางวัลจากระบบในคืนนี้]
“ดีจริง นี่เสี่ยวเป่าข้าขอใช้ช่องมิติของเ้าเก็บของได้หรือไม่ พอดีข้าเก็บเกี่ยวหนานกวาได้แต่นำกลับบ้านมันลำบากคงต้องเดินไปมาหลายเที่ยว ข้ากลัวน้องๆจะหมดแรงเสียก่อน”
“นายท่านสามารถเก็บสิ่งของต่างๆเข้าระบบได้ ยกเว้นสิ่งนั้นจะเป็ภารกิจที่ระบบได้กำหนดไว้”
“อย่างเช่นถู่โต้วที่ข้าต้องขนเข้าห้องครัวด้วยตนเองใช่หรือไม่” เฟิ่งเทียนถามด้วยความสงสัย
[ถูกต้อง แต่เมื่อภารกิจสำเร็จ นายท่านจึงจะสามารถเก็บถู่โต้วเข้าคลังในมิติได้]
“อย่างนี้นี่เอง เอาหล่ะ เดี๋ยวข้าจะเก็บหนานกวาเข้ามิติเลยแล้วกัน”
เมื่อได้คำตอบเป็ที่พอใจ ต่อไปนี้หากเขาเก็บเกี่ยวสิ่งใดก็สามารถใช้ระบบคลังมิติของเสี่ยวเป่าได้ทันที
“น้องๆ เรานำหนานกวามากองรวมกันตรงนี้ เราจะเก็บไปลูกเดียวพอ เดี๋ยวพี่จะเอากิ่งไม้และเถาหนานกวามาปิดไว้ แล้วพรุ่งนี้พี่จะทยอยมาเก็บ เพราะหนานกวาแต่ละลูกหนักมากแต่เราสามารถเก็บยอดหนานกวาไปเป็อาหารได้ เดี๋ยวน้องๆมาช่วยพี่ใหญ่เก็บยอดหนานกวาดีไหม”
“ได้เลยขอรับพี่ใหญ่"
สองแฝดละความสนใจจากลูกหนานกวามาช่วยเฟิ่งเทียนเก็บยอดหนานกวา เฟิ่งเทียนได้สอนถึงวิธีการสังเกต วิธีการเก็บยอดหนานกวา เพื่อน้องๆจะได้มีความรู้และสามารถนำไปใช้ในการหาอาหารในอนาคตได้ ในขณะที่น้องแฝดกำลังเพลิดเพลินในการสังเกตยอดหนานกวา เฟิ่งเทียนได้เดินย้อนมาที่กองหนานกวาที่ซ่อนไว้ และแตะมือที่ลูกหนานกวาเพื่อเก็บเข้าคลังมิติของเสี่ยวเป่า จากนั้นทั้งสามจึงกลับบ้านเพื่อเก็บของที่หามาได้ และรอพรานอวิ๋นในการตัดไม้ไผ่เพื่อนำมาเป็กระถางปลูกในฤดูหนาว
******************