ตอนที่ 86หมดไฟใครพูด ผมจะพ่นใส่หน้ามัน!
รุ่งสางของวันเสาร์
หนุ่มใหญ่วัยสี่สิบปีลืมตาตื่นขึ้นตามเสียงนาฬิกาที่ตั้งปลุกไว้ เขางัวเงียแคะขี้ตาอยู่บนเตียงนอนก่อนจะหาวอยู่หลายที ดูเหมือนยังไม่หายง่วงนอนดี
เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนพูดพึมพำกับตัวเอง “วันนี้มีสัมภาษณ์งานนี่เนอะ?”
เขาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นยืนเดินเข้าไปในห้องอาบน้ำชีวิตช่วงนี้ของเขาดูจะไม่รุ่งเสียเท่าไหร่
ระหว่างที่กำลังอาบน้ำก็คิดถึงเรื่องโน่นนี่นั่นไปเรื่อยเช่นว่า เดือนนี้จะเอาอะไรกินหรือต้องกินบะหมี่ซองอีกแล้ว ถ้าไม่ผ่านสัมภาษณ์งานคราวนี้
เขาก็นึกถึงภาพตนที่ต้องมาตกงานเอาตอนวัยสี่สิบซึ่งเป็นช่วงวัยที่ควรจะมีฐานะมั่นคงในระดับหนึ่งแล้ว แต่เขากลับต้องมาเจอะเจอกับบริษัทเอกชนที่บอกเลิกจ้างเพราะว่าทนแบกรับค่าจ้างของเขาไม่ไหว
ทั้งอายุมากไฟก็เริ่มหมดเงินเดือนสูง ไม่สู้จ้างเด็กจบใหม่เริ่มเงินเดือนน้อย ๆไม่ดีกว่าหรือนี่คือบทสรุปแบบปิดฝาโลงที่เขาได้พบเจอ
ซึ่งตำแหน่งงานของเขาคือ‘ผู้จัดการโรงงาน’ ก็หาคนมาแทนที่ได้ง่ายนัก แค่เอาพวกรองผู้จัดการขึ้นมาและฝึกเด็กใหม่สักสองสามเดือนก็เป็นแล้ว
หนุ่มใหญ่อดถอนหายใจไม่ได้ที่ยังครองตัวเป็นโสดถึงทุกวันนี้ ก็เพราะไม่มีอันจะกินนี่แหละเขาใฝ่ฝันว่าตื่นขึ้นมาอยากจะพบกันลูก ๆ และเมียอันเป็นที่รัก มีครอบครัวแสนอบอุ่น
แต่กลายเป็นว่ามันมลายหายไปต้องกินอยู่อย่างประหยัด เขาใช้เงินที่เก็บสำรองไว้จ่ายค่าบ้านมาปีกว่า ๆแล้วยิ่งนับมันยิ่งร่อยหรอ หากเป็นเช่นนี้ต่อไปแม้แต่ที่ซุกหัวนอนก็ไม่มี
ถ้ามีใครมาบอกว่าตัวเขาหมดไฟแล้วสู้พวกหนุ่ม ๆ เด็กจบใหม่ไม่ได้ เขานี่แหละจะพ่นไฟใส่หน้ามัน จะอดตายอยู่แล้ว ไม่มีไฟก็หาฟืนสุมมันเข้าไปสิ!
เที่ยวไปสมัครงานมาปีกว่าๆ มีแต่บริษัทรับเด็กจบใหม่ ส่วนบริษัทที่รับตำแหน่งแบบเขามีไม่มากดังนั้นพอจะอดตายเริ่มไม่เลือกงาน จึงสมัครงานในตำแหน่งอื่น ๆ แทนกะว่าจะขายผ้าเอาหน้ารอดไปก่อน!
แต่ใครจะไปรู้พอยอมลดเงินเดือนมาเท่าเด็กจบใหม่ปรากฏว่าบริษัทพวกนั้นไม่ต้องการคนแก่ กลายเป็นว่าเขาลดคุณค่าในตัวลงไปอีก
แต่ว่าเขายังไม่รู้สึกว่าตัวเองแก่ตรงไหน?“คำก็แก่สองคำก็แก่…กูพึ่งสี่สิบเองโว้ย!” นึกแล้วก็ปวดกบาลกับพวกฝ่ายบุคคลที่รับสมัครไม่รู้มันประเมินจากอะไร?
……
เดือนก่อนเขาที่กำลังตระเวนหางานก็สะดุดตาเข้ากับป้ายโฆษณายักษ์ใหญ่ ตั้งอยู่ย่านสี่แยกไฟแดง
ความรู้สึกของเขาในตอนนั้นนั่นก็คือ“เดี๋ยวนี้บ้านเรามีป้ายที่ทันสมัยขนาดนี้แล้วเหรอ? เทียบได้กับกรุงเทพฯเลยนะนั่น!”
บนป้ายมีโฆษณาร้านสะดวกซื้อระฆังทองร้านอาหารตามส่ง โรงเรียนกวดวิชาที่กำลังประกาศรับสมัครคอร์สเตรียมทหาร
หนุ่มใหญ่ยิ่งจ้องมองอยู่นานสองนานจนเห็นโฆษณาตัวหนึ่งสะดุดตาประกาศรับสมัครพนักงานหลายร้อยตำแหน่ง!
เขายืนมองดูอย่างใจจดใจจ่อก็ได้เห็นตำแหน่งผู้จัดการโรงงาน คือหนึ่งในตำแหน่งที่เขาเที่ยวตระเวนสมัครมาร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำก็ไม่มีใครประกาศรับเสียที!
เพื่อความแน่ใจว่าตัวเองไม่ได้ตาฝาดจึงยืนรอดูโฆษณาที่กำลังวนมาอีกครั้งเมื่อแน่ชัดแล้วเขาก็โทรศัพท์ติดต่อหมายเลขที่ให้ไว้ ทว่าสายไม่ว่างเสียทีเขาจึงจำเป็นต้องเข้าไปที่บริษัทด้วยตัวเองแน่นอนว่าเขาเห็นในโฆษณาที่บอกรายละเอียดไว้หมด
ยามเมื่อมาถึงถนนสายในปทุม…
เขาขี่มอเตอร์ไซค์คันเก่ามายังโรงงานขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่เรียงรายหลายสิบโรง หรืออาจจะมากกว่านั้นถ้าเดินลึกเข้าไปข้างในดูเหมือนจะเป็นนิคมอุตสาหกรรมย่อม ๆ
บนหน้าโรงงานติดป้ายไวนิลประกาศรับสมัครเรียงเป็นแถวๆ ยาวจนสุดรั้ว คนที่มามุงดูไม่ใช่แค่เขาคนเดียวแต่เป็นคนนับร้อยที่มายืนดูอยู่หน้าบริษัท ก่อนที่จะจากไป ตัวเขาได้ยินคนบอกว่าจะไปกระจายข่าวต่อเผื่อคนแถวนี้อยากได้งานทำ
ตัวเขาเองก็เป็นเหมือนเช่นกันแต่ทว่าเขาจอดรถไว้ข้างทาง ก่อนที่จะเดินสำรวจโรงงานที่ขึ้นป้ายรับสมัครอย่างละเอียดถี่ถ้วน
“เป็นโรงงานใหม่ด้วยแฮะตำแหน่งผู้จัดการโรงงานคงจะมีหวังกับบริษัทนี้มากกว่า!”
เมื่อเขาคิดได้เช่นนั้นจึงเตรียมรีบมาสมัครงานในวันแรกที่เปิดรับ เขาหมายมั่นปั้นมือกับบริษัทแห่งนี้มาก
เมื่อถึงวันที่เปิดรับสมัครวันแรกเขามาแต่เช้าตรู่แต่สิ่งที่เขาเห็นก็คือมวลชนที่หลั่งไหลกันมาอย่างกับห้างหรือโรงงานใหญ่ที่ประกาศลดล้างสต๊อกสินค้า
รถมอเตอร์ไซค์คันเก่าของเขาจอดอยู่ที่ด้านข้างและก็จ้องมองไปยังกลุ่มผู้คนที่กำลังยืนออกันอยู่หน้าประตู
“นี่ถ้าเปิดประตูมันคงวิ่งกรูกันเหมือนผีซอมบี้ในหนังแน่ๆ” หนุ่มใหญ่คิดในใจ ก่อนที่จะยืนกอดอก มองดูเหตุการณ์วุ่นวายที่รถจอดเรียงราย
พอตอนเปิดประตูก็เป็นภาพอย่างที่เขาจินตนาการไว้ในตอนแรกแต่ทว่าสำหรับเขาแล้วยืนมองอยู่ตรงนี้ดีกว่า “ใช่ว่าเข้าไปก่อนจะได้งานก่อนนี่นาเพราะทางบริษัทเขาก็ประกาศอยู่ว่ายังรับอีกหลายสัปดาห์!”
ซึ่งจากประสบการณ์ของเขาก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะสัมภาษณ์งาน และก็รับสมัครคนทั้งหมดในเวลาเดียวกันอย่างน้อยต้องใช้เวลาเป็นอาทิตย์ หรือเป็นเดือน ๆ
หนุ่มใหญ่คิดว่า“ถ้าคนมามากเช่นนี้…ก็คงได้แต่กรอกใบสมัครทิ้งไว้!”
ผลปรากฏว่าทางโรงงานก็จัดการแก้ไขสถานการณ์วุ่นวายได้ดียิ่งขึ้นตามลำดับ และก็มีการใช้เครื่องเสียงประชาสัมพันธ์
ทั้งยังมีตำรวจเข้ามากวดขันการจราจรด้วยตัวเขาที่ยืนมองโรงงานอยู่ด้านนอกมีคนมาชวนคุยด้วยประปรายแต่ละคนถือแฟ้มเอกสารเตรียมพร้อมจะสมัครงานใจจะแทบขาด
วันนี้คงมีคนเข้าไปกรอกใบสมัครอีกนานแต่ทว่าตัวเขาไม่ได้ไปเข้าแถวด้วย
กลับยืนรอดูวิธีการจัดการของพวกฝ่ายบุคคลหรือพวกเจ้าของบริษัทเสียมากกว่า หากตัวเขา เป็นคนให้คะแนน แน่นอนว่าย่อมต้องสอบตก
แม้วิธีบริหารจัดการรับมือปัญหาเฉพาะหน้าจะทำได้ดีทว่ามันก็แก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น! โรงงานที่ทำงานไม่เป็นระบบมันส่งผลเสียแค่ไหนเขารู้ดี!
จนตกเย็นวันนั้นเขายืนอยู่จนเหตุการณ์วุ่นวายจบลงส่วนตัวเขาเล็งว่าน่าจะมาสมัครไม่พรุ่งนี้ ก็คงเป็นวันมะรืน เอาตอนที่คนน้อย ๆจะได้ไม่เบียดแย่งกัน
……
หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ
ชายหนุ่มก็เดินออกจากบ้านเขาได้เตรียมแฟ้มเอกสารผลงานของตัวเอง เพื่อที่จะเอาไปนำเสนอกับทางบริษัท ซึ่งกะว่านำเสนอตัวเองอย่างไรอย่างเต็มที่
ทั้งยังสักซ้อมบทพูดอยู่นานเขาหมายมั่นปั้นมือว่าต้องทำงานบริษัทนี้ให้ได้ เพราะใกล้บ้านแค่เอื้อม!
เขาเคยทรมานกับการเดินทางที่ต้องใช้เวลาถึงหนึ่งชั่วโมงครึ่ง เพื่อเข้าไปทำงานซึ่งเป็นประสบการณ์ที่บัดซบสุด ๆ และมันค่อย ๆ บั่นทอนจิตใจของเขา
พนักงานเสียงอ่อนวัยโทรมาแจ้งเขาเมื่อหลายวันก่อน ว่าให้เข้าไปสัมภาษณ์ที่โรงเรียนปทุมวิไลในหอประชุมแน่นอนในใจของเขาย่อมรู้สึกดีขึ้น
เพราะอย่างน้อยก็ไม่ต้องไปนั่งทนร้อนแบบวันแรกที่กรูกันไปสมัครงาน
พอมาถึงหน้าโรงเรียนหนุ่มใหญ่เขาก็เห็นยามยืนจังก้าประจำจุด คอยชี้ให้คำแนะนำ
ทั้งสองฟากฝั่งใส่ชุดดูเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมาก‘เสื้อลายพาดกลอนสีขาวดำ’ ทางเข้าประตูเล็กคนก็ค่อย ๆ ต่อแถวเดินเข้าไปในโรงเรียน
ก่อนจะถึงห้องหอประชุมมีพัดลมตั้งอยู่เป็นระยะๆ ที่มากไปกว่าพัดลมคือป้าย มีคนเดินถือโทรโข่งพูดกำกับแถวพูดอธิบายว่าข้างหน้ากำลังทำอะไรอยู่
“ผู้มาสมัครทุกท่านกรุณาเตรียมเอกสารไว้ให้พร้อมนะครับ อย่าลืมเข้าแถวตามที่ตีเส้นไว้ ใครแตกแถวเชิญออกไปเข้าใหม่ส่วนใครที่ปวดขี้ปวดเยี่ยว เชิญไปห้องน้ำที่ด้านซ้ายมือฝั่งโน้นมีป้ายแนะนำติดอยู่ครับ”
หนุ่มน้อยคนนี้พูดจาตรงไปตรงมาจนทำคนกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่ ในปัจจุบันถ้าจะใช้คำก็น่าจะเป็น“ใครปวดห้องน้ำก็เชิญ” แต่สำหรับเอกภพตัวเขาเองรู้สึกชอบแบบนี้มากกว่าส่วนทางด้านหนุ่มน้อย เมื่อเห็นคนหลุดหัวเราะก็ยิ้มให้ ไม่ได้โกรธเคืองอะไร
หนุ่มน้อยที่ยืนตะโกนอยู่หลังป้ายหลากสีที่ตั้งไว้ บนป้ายเขียนข้อความต่าง ๆ นานา เช่นว่าลำดับขั้นตอนการสัมภาษณ์เพื่อสมัครงาน แต่ละป้ายก็ใช้สีไม่เหมือนกัน ซึ่งมันใช้แทนความหมายต่างๆ แน่นอนว่าทุกคนก็เห็นระหว่างยืนรอเข้าแถว
เมื่อมาถึงคิวของหนุ่มใหญ่‘เขาก็แจ้งรหัสที่ได้จากพนักงาน’ ให้เด็กผู้หญิงวัยมัธยมที่ทำหน้าที่ตรวจสอบรายชื่อบุคคล
เด็กสาวพิมพ์ลงใน Excelค้นหาลำดับที่เขาบอก “คุณเอกภพ ใช่มั้ยคะ?” เด็กสาวถามขึ้น
“ใช่ครับ เอกภพเอง!” จากนั้นเด็กสาวก็ได้ให้เขาเซ็นชื่อเพื่อยืนยัน พร้อมกับบอกลำดับผู้เข้าร่วม“หมายเลข 0110”
และก็ได้ให้เขาเดินไปต่อแถวอีกครั้งหนึ่งตรงจุดต่อไปอยู่ที่หน้าทางเข้าของหอประชุม…
โดยเส้นทางถูกแบ่งออกเป็น‘หกทางเข้า’ ให้เข้าไปทีละคน ทางบริษัทเอาผ้าม่านมาขึงเอาไว้
_____________________
หลังจากตอนที่ 87 จะติดเหรียญแล้วนะครับ
หากท่านนักอ่านประสงค์จะอ่านแบบรวดเดียวจบ ผู้เขียนขอแนะนำ Pinto E-Book = เสือเจ้าพระยา
และหากท่านซื้อ 5 ภาคเลย(ลูกค้าใหม่) แนะนำว่าให้ใช้คูปองซื้อใหม่ ลด 250 บาท! (Code = PINTOHNY2025)
เชิญอ่านได้ตามที่ท่านปรารถนา
