“อะไรนะสา นี่เธอบ้าไปแล้วรึไงถึงยอมไปอยู่บ้านของคนที่เรายังไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าเป็ฆาตกรรึเปล่า”ไมค์ะโเสียงดังลั่นโทรศัพท์เมื่อรู้เื่ข้อตกลงที่รวิสาทำไว้กับภาคิน
“นี่ใจเย็นๆสิไมค์ลองเขาพูดมาแบบนี้ ถึงแม้ว่าเขาเป็ผู้อยู่เื้ัเื่ทั้งหมดจริงเขาก็คงไม่คิดทำอะไรฉันในตอนนี้แน่ที่สำคัญนี่เป็โอกาสดีที่ฉันจะได้ใกล้ชิดและสืบเื่ราวต่างๆของเขารวมทั้งคนรอบตัวเขาได้ง่ายขึ้นนะ" รวิสาอธิบายอย่างใจเย็นเธอรู้ดีว่าไมค์เป็ห่วงเธอแต่สำหรับเธอมันเป็โอกาสดีที่เธอจะยอมเสี่ยงถ้ามันทำให้เธอสาวไปถึงคนร้ายตัวจริงได้ไมค์เองก็หมดวิธีที่จะโต้แย้งกับเธออีก เพราะรวิสาตัดสินใจแล้วและมันเป็โอกาสที่ดีที่สุดจริงๆ เขาได้แต่หวังว่าเื่นี้จะจบลงโดยเร็วที่สุดหลังจากนั้นเขาจะได้บอกความรู้สึกแท้จริงที่มีในใจกับเพื่อนคนนี้สักที
“ทำอะไรอยู่นะคุณสาเราสายแล้วนะครับ รีบไปกันเถอะ” ภาคินเดินเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวหลังกลับจากการประชุม
“นี่เราจะไปไหนกันคะ”รวิสาวางสายจากไมค์เรียบร้อยแล้วจึงหันมาถามภาคิน
“ผมจะพาคุณไปโรงงานเจียระไนวัตถุดิบของเราที่จะนำมาออกแบบสินค้าเราต้องขับรถไปที่กาญจนบุรี ถ้าคุณชักช้ากลับมาไม่ทันเราอาจจะต้องค้างคืนที่นู่นคืนหนึ่งนะครับ”
“นี่คุณพูดดีๆ นะใครช้าฉันก็นั่งอยู่ของฉันในนี้ตลอด คุณนะแหละไปประชุมซะนานเลยกลับมาถึงก็มาเร่งฉันเนี่ย”
“ก็ผมแอบเห็นคุณคุยโทรศัพท์กับใครอยู่ก็ไม่รู้นี่ครับในฐานะคู่หมั้นก็ต้องแอบหวงนิดหนึ่งสิ” ภาคินพูดทิ้งท้ายไว้ก่อน แวบออกจากห้องทำงานไปทันทีทำให้หญิงสาวต้องรีบเก็บกระเป๋าตามไปแทบไม่ทัน‘คนบ้าอะไรกวนประสาท ตัวก็โตขาก็ยาวจะรีบอะไรกันนักหนา’รวิสาคิดอย่างหงุดหงิดผู้ชายคนนี้ทำให้อารมณ์เธอปั่นป่วนได้ทุกเวลาจริงๆส่วนใหญ่จะเป็อารมณ์โกรธล้วนๆ
“ที่นี่เป็โรงงานเจียระไนเพชรพลอยแหล่งใหญ่ของเราผมจะพาคุณไปแนะนำให้รู้จักกับผู้จัดการาุโที่ควบคุมดูแลงานทุกอย่างของที่นี่นะครับ”กว่าภาคินและรวิสาจะมาถึงโรงงานก็เย็นมากแล้วแต่ยังมีพนักงานที่เข้ากะผลัดเปลี่ยนกันทำงานอยู่ตลอด โรงงานเจียระไนอยู่ไม่ไกลจากเหมืองอัญมณีที่เป็ส่วนหนึ่งในทรัพย์สินที่ภาคินถือครองอยู่ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการขนถ่ายวัตถุดิบที่จะนำเข้ามาเจียระไนที่โรงงานโรงงานแห่งนี้รับเจียระไนอัญมณีจากเหมืองของตัวเองและในละแวกใกล้เคียงรวมทั้งที่นำเข้ามาจากต่างประเทศด้วย
“น้าพัฒเดินมาทางนู้นพอดี”ภาคินพูดถึงพัฒนาซึ่งเป็น้าชายคนเดียวของเขาทำหน้าที่เป็ผู้จัดการาุโดูแลความเรียบร้อยทุกอย่างของโรงงานแห่งนี้
“สวัสดีครับน้าพัฒเป็ยังไงบ้างครับวันนี้ ทุกอย่างเรียบร้อยดีไหม”ภาคินเริ่มต้นทักทายผู้าุโกว่า
“ทุกอย่างเรียบร้อยดีน้าเอาอยู่อยู่แล้วละ ว่าแต่เราเถอะทำไมมาซะเย็นเลยละแล้วนั่นคู่หมั้นแกที่โทรมาเล่าให้ฟังใช่ไหม”พัฒนาหันไปหารวิสาที่เดินตามหลังภาคินมาติดๆ
“ใช่ครับสาสวัสดีคุณน้าพัฒซะสิ น้าพัฒเป็น้องชายแท้ๆ ของคุณแม่ผมและทำหน้าที่เป็ผู้จัดการาุโคอยดูแลงานทุกอย่างของที่นี่” รวิสายกมือไหว้ชายตรงหน้าพร้อมกับแนะนำตัว
“สวัสดีค่ะหนูชื่อรวิสา เรียกสั้นๆ ว่าสาก็ได้คะคุณน้าดีใจที่มีโอกาสได้มาพบญาติสนิทของคุณภาควันนี้นะคะสาคงต้องฝากตัวกับคุณน้าไว้ก่อนเผื่อมีอะไรจะได้ขอคำแนะนำจากคุณน้าได้ยังไงละคะ”
“แม่หนูคนนี้รู้จักพูดนะเนี่ยสวยมากซะด้วย เข้าใจเลือกนะเรานายภาค ว่าแต่เราพาน้องไปชมโรงงานรึยังละ”
“ยังเลยครับผมกะว่าจะพาสามาแนะนำตัวกับคุณน้าก่อนแล้วค่อยพาไปชมให้ทั่วนะครับ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ตามสบายเลยนะหลานนะเอาล่ะ น้าต้องไปดูงานส่วนคัดสรรก่อน ถ้าจะกลับอะไรยังไงก็โทรมาบอกกันก่อนนะน้าจะพาไปเลี้ยงข้าว ใกล้ๆ นี่มีร้านอาหารชื่อดัง รสชาติก็อร่อยใช้ได้เลยนะหลานเดี๋ยวน้าจะพาไปทานกัน นายภาคน่ะมาทานบ่อยแล้ววันนี้ก็ถือว่าน้าพาเราไปทานก็แล้วกัน ต่อไปคงได้มากันบ่อยๆ ละ”
“ขอบคุณมากครับคุณน้าแต่ผมขอตัววันหลังดีกว่าครับ เพราะวันนี้เรามาเย็นมากแล้วกว่าจะกลับถึงกรุงเทพฯก็คงค่ำ ผมจะพาสาไปหาอะไรทานระหว่างทางกลับกรุงเทพฯ เลยดีกว่า”
“เอาอย่างนั้นก็ได้งั้นถ้าจะกลับก็บอกน้านิดหนึ่งนะ น้าจะออกมาส่ง”
“ตกลงครับ”ภาคินรับคำแล้วก็แยกย้ายกับน้าพัฒ นำรวิสาไปเดินดูบริเวณโรงงานต่อ
“โรงงานของคุณนี่จัดว่าทันสมัยทีเดียวนะคะมีระบบระเบียบรวมทั้งยังใส่ใจจัดวางสถานที่อำนวยความสะดวกให้กับพนักงานด้วย ทั้งโรงอาหารสถานที่สันทนาการอย่างสนามฟุตบอล พื้นที่สูบบุหรี่ถังขยะรีไซเคิลมีการแยกทิ้งขยะตามประเภทด้วยบริเวณที่พักของพนักงานก็ถูกตกแต่งไว้อย่างเป็สัดส่วนเรียบร้อยทีเดียว” รวิสาชมจากใจจริงเธอเองเคยได้ไปเยี่ยมชมโรงงานทั้งในและต่างประเทศสมัยที่ยังเป็นักศึกษารวมกับที่ได้มีโอกาสตามคุณขจรไปทำงานด้วยทำให้เห็นรูปแบบการจัดการโรงงานประเภทต่างๆ มากมายและที่นี่ก็จัดว่าเป็โรงงานที่ได้มาตรฐานระดับต้นๆ เลยทีเดียว
“แน่นอนสิครับคุณพ่อของผมท่านเป็คนวางแบบแพลนต่างๆ ด้วยตัวเองท่านลงมาดูแลทุกอย่างด้วยตัวเอง จนโรงงานออกมาเป็ระบบระเบียบได้ขนาดนี้”
“คุณพ่อของคุณท่านมีความสามารถมากจริงๆนะคะ สมแล้วที่เป็นักธุรกิจที่ได้รับความนับถือมากมาย”รวิสาศึกษาประวัติของคนในครอบครัวภาคินมาก่อนหน้านี้แล้ว จากความช่วยเหลือของไมค์ที่หาข้อมูลเตรียมมาให้ตลอดระยะเวลาสองอาทิตย์ก่อนที่รวิสาจะเข้าฝึกงานกับภาคิน
“คุณรู้เื่คุณพ่อของผมด้วยเหรอครับดูเหมือนว่าคุณจะทำการบ้านมาดีนะเนี่ย”
“ฉันไม่เห็นต้องทำอะไรเลยในเมื่อท่านเป็คนที่มีชื่อเสียงจริงๆแค่พิมพ์คำว่าวงศ์บริรักษ์ก็มีประวัติครอบครัวคุณมากมายมาให้อ่านเต็มไปหมด”
“แหมผมดีใจจริงๆนะเนี่ยที่คุณพยายามศึกษาประวัติความเป็มาของครอบครัวเราเพราะวงศ์บริรักษ์เป็นามสกุลที่คุณจะต้องใช้ในอนาคตใช่ไหมล่ะครับ”
“นี่คุณอย่ามาพูดแบบนี้นะคุณก็รู้ว่าที่ฉันยอมมาเล่นเป็คู่หมั้นกำมะลอของคุณนี่เพราะอะไร อย่ามาพูดมั่วๆฉันไม่ชอบ” รวิสาเริ่มหงุดหงิดอีกครั้ง
“ผมขอโทษผมก็แค่อยากให้คุณทำตัวให้ชินกับคำพูดพวกนี้เอาไว้เพราะเราคงต้องอยู่ในฐานะคู่หมั้นกันไปสักระยะ ซึ่งผมคิดว่าน่าจะนานพอดูเลยละเอาเถอะคุณหิวรึเปล่าผมว่าเราไปลาคุณน้าแล้วรีบกลับกันดีกว่าก่อนที่จะดึกไปมากกว่านี้”พูดจบภาคินก็ถือวิสาสะจูงมือคนตัวเล็กไปด้วยกันทันทีพอรวิสาทำท่าจะแย้งเขาก็บอกว่า
“ทำตัวให้ชินไงคุณถ้าใครจับได้เราจะเสียงานใหญ่นะ” รวิสาเลยเถียงอะไรไม่ออกอีก
“ภาคขาอรุณสวัสดิ์ค่ะฮันนี่ คิดถึงเมย์ไหมคะ” เมธาวีแวะมาหาภาคินที่บริษัททันทีที่เธอกลับจากภูเก็ตซึ่งเป็บ้านเกิดของเธอเช่นเดียวกับรวิสา
“ขอโทษนะคะคุณภาค คุณสาอุ๋มพยายามห้ามคุณเมธาวีแล้วแต่เธอดึงดันจะเข้ามาให้ได้นะคะ”อุ๋มอิ๋มเลขาของภาคินตามเมธาวีเข้ามาติดๆ และรีบอธิบายกับคนทั้งคู่เมื่อเห็นว่าเธอห้ามเมธาวีเอาไว้ไม่ได้
“เอาละไม่มีอะไรหรอกออกไปทำงานเถอะคุณอุ๋ม” ภาคินบอกกับเลขาพลางหันไปสบตากับรวิสาประมาณว่าหน้าที่ของคุณอีกอย่างมาแล้ว เตรียมรับมือด้วยรวิสาก็ฉลาดทันคนเตรียมตั้งรับทันที
“นี่ยัยสาเธอมาที่นี่ได้ยังไง แล้วทำไมนั่งติดกันซะจนจะขึ้นไปนั่งบนตักอยู่แล้วถอยออกมาเดี๋ยวนี้นะ”เมธาวีไม่พูดเปล่าตรงรี่เข้าไปจะจัดการกับเพื่อนในอดีตและถือว่ากลายเป็ศัตรูทันทีเมื่อกล้ามายุ่งกับผู้ชายของเธอจริงๆ แล้วจะพูดให้ถูก ต้องบอกว่าผู้ชายที่เธอเล็งไว้มากกว่าเพราะภาคินไม่เคยคบหากับเมธาวีในฐานะคนรักมาก่อน เพียงแต่เจอและรู้จักกันในฐานะที่เมธาวีเป็หลานสาวของคุณจิตรีหุ้นส่วนบริษัทเหมืองแร่ที่ภูเก็ตและยังเป็นางแบบที่ผู้จัดงานอีเว้นชอบจ้างมาทำงานให้กับบริษัทของเขาอีกด้วย
“หยุดนะคุณเมธาวีคุณต่างหากควรจะออกไปนะครับ ผมกับสาเรากำลังทำงานกันอยู่คุณไม่ควรเข้ามารบกวนโดยเฉพาะคุณไม่ได้นัดผมก่อนด้วยซ้ำ” ภาคินพูดออกไปตรงๆแบบไม่ต้องถนอมน้ำใจกัน เนื่องจากเมธาวีทำตัวเกินเลยฐานะตัวเองไปมาก
“ต๊ายยยภาคนี่ภาคกล้าพูดแบบนี้ได้ยังไงกันคะ เมย์ก็เดินเข้าเดินออกห้องนี้เป็ประจำอยู่แล้วทำไมพอมียัยนี่มาทำงานด้วยคุณกลับมาพูดกับเมย์แบบนี้ละคะ”เมธาวีเหวี่ยงเต็มที่
“เอ่อฉันว่าฉันขอตัวก่อนดีกว่าพวกคุณจะได้เคลียร์กัน” รวิสาทำท่าจะลุกออกไปแต่ภาคินกลับฉุดมือเธอไว้และดึงรั้งให้นั่งลงตรงตำแหน่งเดิม ทั้งยังเอามือโอบเธอไว้ดึงเข้ามาใกล้ตัว
“นั่นมันเป็เื่ก่อนหน้านี้เพราะผมเห็นคุณเป็หลานสาวของหุ้นส่วนและเพื่อนคนหนึ่งเลยไม่ว่าอะไรคุณแต่ตอนนี้ผมต้องบอกให้คุณรู้เื่หนึ่ง รวิสาคู่หมั้นผมจะมาทำงานที่นี่เธอจะมาทำหน้าที่เป็เลขาส่วนตัวของผมและใช้ห้องทำงานห้องนี้ร่วมกันกับผมเพราะฉะนั้นกรุณาให้เกียรติเธอด้วยนะครับ”
“นี่นี่ไม่จริงใช่ไหมคุณพูดอะไรคะภาค คู่หมั้นเหรอ ไม่จริงคุณโกหก อยู่ดีๆยัยนี่จะมาเป็คู่หมั้นคุณได้ไง คุณเพิ่งเจอกับมันที่กระบี่ไม่ใช่เหรออย่าบอกนะว่าคุณพลาดท่าเสียทีให้มันแล้ว ถึงต้องยอมเออออเป็คู่หมั้นมันน่ะ”
“พูดดีๆ นะเมย์ฉันไม่เคยทำอะไรแบบที่เธอว่า กรุณาพูดจาให้เกียรติกันหน่อย”รวิสาทนไม่ได้กับคำพูดของเมธาวีที่พูดราวกับว่าเธอวางแผนจับผู้ชายมาหมั้นงั้นละ
“ไม่ต้องมาพูดจาสร้างภาพเลยนะยะคนอย่างเธอไปอยู่เมืองนอกเมืองนาตั้งนานที่สำคัญมีข่าวว่าเธอมีคู่ขาอยู่ที่นู่นด้วยในงานก็ยังเจออยู่เลยนายศิขรหรือนายไมค์อะไรนั่นไงนี่คงพากันไปพลอดรักถึงที่กระบี่นู่นเลยละสิ”
“หยุดพูดจาไม่ให้เกียรติคู่หมั้นผมนะครับคุณเมธาวีไม่งั้นผมจะเลิกนับว่าคุณเป็เพื่อนและจะสั่งให้พนักงานรักษาความปลอดภัยมาเชิญคุณออกไปเดี๋ยวนี้”
“ภาคนี่คุณหลงมันขนาดนี้เลยเหรอเนี่ยคอยดูนะเมย์จะหาหลักฐานความเน่าเฟะของมันมาให้คุณดูซะให้เต็มตาคุณจะได้เลิกโง่ให้มันหลอกซะทีวันนี้เมย์ยอมถอยก่อนได้ แต่จำไว้เมย์ไม่มีวันรามือจากคุณแน่จำไว้นะยัยสาต่อไปนี้เราไม่ใช่เพื่อนกันแกกับฉันได้เห็นดีกันแน่” พูดจบเมธาวีก็เดินออกจากห้องไปทันที
“ยัยเมธาวีนี่แรงไม่ตกั้แ่เด็กไม่เคยเปลี่ยนเลยนะเนี่ย คุณนี่ก็เข้าใจคบคนเนอะ แล้วไม่ตามไปง้อแบบนี้จะดีเหรอเดี๋ยวยัยเมย์ก็เข้าใจผิดขึ้นมาจริงๆ หรอก”รวิสาหันมาถามภาคินโดยลืมไปว่าตอนนี้เธอกับเขาอยู่ในระยะใกล้กันแค่ไหน ภาคินยังคงเอามือโอบกอดเธอไว้ไม่ยอมปล่อยเมื่อคนทั้งคู่หันหน้ามาพร้อมกันทำให้ตอนนี้แทบไม่มีระยะห่างระหว่างกันเลยพูดว่าััถึงลมหายใจของกันและกันได้อย่างใกล้ชิดเลยทีเดียวรวิสาหน้าแดงขึ้นทันทีพร้อมกับดันตัวเองออกห่างจากชายหนุ่มตรงหน้าอย่างรวดเร็วส่วนภาคินที่ไม่ทันตั้งตัวก็เกือบจะหงายหลังไปเพียงแต่รวิสาคว้าตัวไว้ได้ก่อนและดึงกลับมาขึ้นมาทันคราวนี้กลับเกิดเหตุการณ์น่าใยิ่งกว่าเพราะปากของคนทั้งสองประกบกันเข้าพอดีไม่ใช่สิเรียกว่ากระแทกกันถึงจะถูกเล่นเอาคนตัวเล็กร้องโอดโอยขึ้นมาทันทีเมื่อรับรู้ได้ถึงรสชาติคาวๆ ของเืในปาก
“ผมขอโทษคุณเป็ยังไงบ้าง เจ็บมากไหมครับ”ภาคินรีบเข้าไปดูอาการของหญิงสาวตรงหน้าเมื่อเห็นเธอยกมือขึ้นกุมบริเวณที่ถูกกระแทกทันทีในขณะที่ภาคินกลับไม่เป็อะไรเลย
“มะไม่เป็ไรฉันขอตัวไปดูแผลที่ห้องน้ำก่อน คุณทำงานไปเถอะ” ทั้งอายทั้งเจ็บตัวรวิสาเลยรีบหาทางหนีออกไปทันทีเพื่อทำลายบรรยากาศที่เธอไม่คุ้นเคยนั้นส่วนภาคินหลังจากที่รวิสาเดินออกไปแล้วเขาจึงยกนิ้วขึ้นมาััตรงริมฝีปากบริเวณเดียวกันกับที่ััริมฝีปากนุ่มแบบไม่ทันตั้งตัว
“อายเป็เหมือนกันนะเรายัยตัวแสบ” ภาคินพึมพำถึงยัยตัวแสบ โดยไม่รู้ตัวเลยว่าแววตาของเขาอบอุ่นแค่ไหนขณะที่ตัวเองพูดถึงยัยตัวแสบคนนั้นคนที่เขาตั้งใจจะดูแลให้ดีในฐานะน้องสาวคนหนึ่ง
“เป็ยังไงบ้างละคุณหายไปซะนานเลย ผมกะจะให้คุณอุ๋มไปตามพอดี”
“ฉันไม่เป็อะไรแล้วเอ่อว่าแต่วันนี้นายไม่มีธุระจะพาฉันไปไหนอีกใช่ไหม” รวิสาถามคนตรงหน้าเมื่อกลับเข้ามาในห้องทำงานแล้ว
“มีอะไรคุณมีธุระที่ไหนเหรอครับ” ภาคินถาม
“ฉันมีธุระนิดหน่อยนะคะถ้าคุณไม่มีแผนจะพาฉันไปไหน เลิกงานแล้วฉันขอตัวนะคะ” รวิสารีบบอกทันทีเพราะเย็นวันนี้เธอมีนัดกับไมค์และวิมล
“คุณจะไปไหน”ภาคินถามออกมาตรงๆ
“ฉันว่าเราตกลงแค่แกล้งเป็คู่หมั้นกันนะคุณไม่ใช่คู่หมั้นฉันจริงๆ สักหน่อย ฉันจะไปไหนจำเป็ต้องรายงานคุณด้วยเหรอ”รวิสาย้ำถึงฐานะที่แท้จริงกับชายหนุ่มเพื่อเป็การย้ำเตือนทั้งตัวเองและชายหนุ่มตรงหน้า
“จำเป็สิครับอย่าลืมว่าตอนนี้ผมมีหน้าที่รับผิดชอบความปลอดภัยของคุณนะ เอาอย่างนี้คุณจะไปไหนเดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งเองแล้วก็จะรอรับคุณกลับไปเก็บข้าวของย้ายมาอยู่ที่บ้านของผมเลย” ภาคินรวบรัด
“นี่คุณฉันไม่ใช่นักโทษนะ ต้องคอยคุมเข้มกันขนาดนี้เลยเหรอ”
“อย่าลืมนะสาเราตกลงกันแล้วว่าผมจะเป็คนดูแลเื่ความปลอดภัยของคุณทุกอย่างถ้าคุณไม่ทำตามที่ผมบอกอย่างเคร่งครัด คงยากที่เราจะสืบหาความจริงได้และตัวคุณเองก็จะไม่ปลอดภัยด้วย”
“นี่นายกำลังขู่ฉันเหรอ”
“ใช่ ผมกำลังขู่คุณคุณต้องรู้จักกลัวอันตรายและระแวดระวังให้มากกว่านี้คุณก็รู้ดีว่าตอนนี้คุณอาจจะเป็เป้าหมายของฆาตกรตัวจริงอยู่ก็ได้”ภาคินพูดย้ำเพื่อให้หญิงสาวเข้าใจสถานการณ์อีกครั้ง
รวิสาเองรู้สึกอึดอัดกับความเป็จริงนี้แต่แล้วเธอก็ต้องยอมรับเพราะมันเป็เงื่อนไขซึ่งเธอตกลงที่จะปฏิบัติตามั้แ่ต้น
“ก็ได้แต่คุณไม่ต้องรอรับฉันกลับหรอกเพราะว่าเพื่อนฉันจะดูแลฉันเอง ส่วนเื่ย้ายเข้าไปอยู่ที่บ้านของคุณฉันขอเลื่อนไปเป็วันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน”รวิสาต่อรองเพราะการที่ภาคินคอยตามดูแลเธอแบบนี้ทำให้เธอติดต่อหรือสืบหาเื่ต่างๆเกี่ยวกับตัวเขาจากไมค์และวิมลได้ยากขึ้น
“ผมก็นึกว่าคุณมีธุระที่ไหนที่แท้ก็นัดกับแฟนนี่เอง ผมรับรองครับว่าหลังจากผมไปส่งคุณแล้วจะไม่เข้าไปก่อกวนความสุขของพวกคุณแน่นอนแต่ต้องระวังนิดหนึ่งนะครับว่าอย่าทำอะไรประเจิดประเจ้อมากนักเพราะตอนนี้คุณอยู่ในฐานะคู่หมั้นของผม นายภาคิน วงศ์บริรักษ์”ภาคินนึกถึงคำพูดของเมธาวีเกี่ยวกับเื่ระหว่างรวิสาและไมค์มันทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดไม่พอใจเมื่อรู้ว่ารวิสามีนัดกับผู้ชายซึ่งเขาเข้าใจว่าเป็คนรักของเธอส่วนรวิสาเองก็รับสมอ้างโดยไม่คิดจะปฏิเสธเนื่องจากเธอคิดจะเอาไมค์เป็ไม้กันหมาอยู่แล้วถูกภาคินเข้าใจผิดแบบนี้ก็เข้าทางเธอพอดี
“ใช่ค่ะไมค์เขาเป็ห่วงฉันมากพอรู้ว่าฉันต้องย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านคุณในฐานะอะไรเขาเลยอยากเจอฉันวันนี้”
“คุณพูดแบบนี้อย่าบอกนะว่าคุณเล่าเื่ทุกอย่างให้แฟนคุณฟังหมดแล้วน่ะ”
“ใช่สิฉันกับไมค์เราไม่มีอะไรปิดบังกัน แต่คุณไม่ต้องห่วงหรอกนะว่าแผนที่เราวางไว้จะพังฉันรับรองว่าไมค์ไว้ใจได้ เขารู้ทุกอย่างที่ฉันกำลังทำั้แ่ต้นและคอยช่วยเหลือดูแลฉันมาตลอด”
“เอาล่ะ ผมเข้าใจแล้วแต่นับจากนี้ไปขอให้คุณเข้าใจไว้ด้วย ว่าผมเป็ผู้ปกครองโดยตรงของคุณผมต้องรับผิดชอบดูแลชีวิตคุณให้ดีที่สุดตามที่ผมได้รับปากกับคุณพ่อคุณแม่ของคุณเอาไว้เพราะฉะนั้นจะทำอะไรคุณต้องนึกถึงผมเป็อันดับแรกไม่งั้นผมก็รับรองไม่ได้เหมือนกันว่าเราจะจับคนร้ายตัวจริงที่อยู่เื้ัเื่ต่างๆนี่ได้รึเปล่าแล้ววันพรุ่งนี้เตรียมตัวให้พร้อมผมจะไปรับคุณและพาคุณไปแนะนำกับคนในครอบครัวหลังจากคุณเก็บข้าวของในบ้านผมเรียบร้อยแล้วที่ต่อไปซึ่งผมจะพาคุณไปก็คือร้านกะรัตอีกสาขาหนึ่งที่เยาวราช”ภาคินอธิบายกำหนดการคร่าวๆ ของวันพรุ่งนี้ให้รวิสาฟัง