เมื่อเห็นว่าโจวเหวินฉิงเดินออกจากห้องไป โจวม่านหรูจึงหันไปถาม “ท่านพ่อกับท่านแม่มารอพบข้าด้วยเื่ใดหรือเ้าคะ”
“หรูเอ๋อ พ่อกับแม่อยากถามความเห็นเ้าเื่งานแต่ง” โจวฮูหยินจับมือลูกสาว “ปีนี้เ้าก็จะอายุครบสิบแปดปี ถึงวัยที่ต้องออกเรือนได้แล้ว”
“แต่ข้ายังไม่เจอคนที่ถูกใจเลยเ้าค่ะ”
“หากรอให้เ้าเจอคนที่ถูกใจ ถึงตอนนั้นเ้าจะไม่ถูกผู้คนนินทาเอาหรือ สตรีวัยเดียวกับเ้าล้วนแต่ออกเรือนกันแล้ว ให้พ่อกับแม่เป็คนจัดการเื่นี้ให้เ้าดีหรือไม่” โจวไห่เซิงบอกลูกสาว
“พูดถึงเื่นี้...ท่านพ่อหมายตาใครไว้แล้วใช่หรือไม่เ้าคะ”
“พ่อหมายตาบุรุษที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมให้เ้าไว้คนหนึ่ง” โจวไห่เซิงยิ้มกว้างให้ลูกสาว “ฐานะทางบ้านเขาก็ดี หน้าตาการศึกษาก็ไม่เป็สองรองใคร รับรองว่าเขาเหมาะสมกับลูกสาวของพ่อที่สุด”
“เขาคือผู้ใดหรือเ้าคะ”
“คุณชายเฟิ่งเฮ่าอย่างไรเล่า น่าเสียดายที่ครั้งนั้นเ้ากับท่านแม่ของเ้ามีเื่กับเขาที่หอเฟิ่งไหลเสียก่อน แต่คราวนี้ไม่ต้องห่วง พ่อจะให้คนไปเชิญเขาให้มากินข้าวที่จวนของเรา พวกเ้าจะได้ทำความรู้จักกันอย่างเป็ทางการ”
โจวม่านหรูยังไม่ตอบรับ “ท่านพ่ออย่าเพิ่งเจรจาการหมั้นให้ข้ากับเขาจะได้หรือไม่เ้าคะ ข้าอยากตามหาคนที่ถูกใจให้ได้เสียก่อน”
“ข้าให้เวลาเ้าหนึ่งเดือน หากเ้ายังไม่เจอใคร ข้าจะให้แม่สื่อไปลองคุยกับคุณชายเฟิ่งทันที” โจวไห่เซิงเดินออกไปอย่างหงุดหงิด ลูกสาวทำไมไม่เข้าใจความหวังดีของเขากันนะ
“พี่รอง พี่เส้าหย่วน วันนี้พวกท่านจะออกไปข้างนอกหรือเ้าคะ” ถังหลีกระซิบถาม
“พี่รองอะไรกัน” เฟิ่งฮวนเขกหัวถังหลีไปหนึ่งที “ตอนนี้ข้าคือเสี่ยวอู่ ส่วนเส้าหย่วนคือเสี่ยวอี้ เ้ามัวแต่เรียกพี่รองพี่รองอยู่อย่างนี้ แล้วที่พวกข้าปลอมตัวกันอยู่นี่จะมีประโยชน์อะไร”
ถังหลีมองพี่ชายทั้งสอง “พวกท่านคิดว่าแค่เปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้าโทรมๆ พวกนี้แล้วพวกท่านจะดูแก่ขึ้นได้อย่างนั้นหรือเ้าคะ”
เฟิ่งฮวนกับฝานเส้าหย่วนต่างก็มองสำรวจซึ่งกันและกัน
“เ้ายังดูออกว่าเป็ข้าหรือ” ฝานเส้าหย่วนยกมือขึ้นลูบแก้มตัวเองแล้วถอนหายใจ “เฮ้อ...ก็ใครใช้ให้ข้าหน้าตาหล่อเหลากันเล่า แม้จะสวมใส่เสื้อผ้าเก่าๆ ก็ยังดูดี”
“แล้วต้องทำอย่างไรล่ะทีนี้ ข้ากับเส้าหย่วนว่าจะเข้าไปสำรวจในเมืองสักหน่อย” เฟิ่งฮวนขมวดคิ้ว
“พวกท่านรอเดี๋ยวนะเ้าคะ” ถังหลีวิ่งกลับไปที่ห้องนอนของตัวเอง ก่อนที่นางจะถือตะกร้าใบหนึ่งออกมา “ข้าจะแปลงโฉมให้พวกท่านเองเ้าค่ะ”
ในตะกร้าใบนั้นมีอุปกรณ์แต่งหน้าอยู่ครบครัน แม้กระทั่งสเปรย์ฉีดผมหลากสี รวมถึงหนวดปลอมเคราปลอมก็ยังมี เป็เพราะเมื่อก่อนนางทำงานอยู่ฝ่ายการตลาดของบริษัทและมักจะได้ออกไปจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดอยู่เสมอ การแต่งตัวและการแต่งหน้าแฟนซีจึงเป็สิ่งที่นางถนัดอีกหนึ่งอย่าง
เฟิ่งฮวนกับฝานเส้าหย่วนนั่งให้ถังหลีแต่งหน้าและเปลี่ยนสีผมให้อยู่เงียบๆ พวกเขาคิดในใจว่าปล่อยให้น้องสาวได้เล่นสนุกไปก่อน หากนางทำออกมาไม่ดีก็ค่อยแก้ไขใหม่ เฟิ่งฮวนคิดอยู่ในใจ อย่างไรก็เพิ่งรับนางเข้ามาเป็น้องสาว เขาไม่อยากทำให้น้องสาวเสียใจ ส่วนฝานเส้าหย่วนไม่มีความเห็น เขาตามใจสหายอยู่แล้ว
“เสร็จแล้วเ้าค่ะ ทีนี้พวกท่านก็ลองส่องกระจกดูว่าชอบใจหรือยัง” ถังหลียื่นกระจกถือที่ช่างแต่งหน้านิยมใช้ให้พี่ชาย “หากพวกท่านยังไม่พอใจ ข้าจะแต่งหน้าให้ใหม่เ้าค่ะ
เฟิ่งฮวนกับฝานเส้าหย่วนมองดูกระจกก็แทบจะไม่เชื่อสายตา ใบหน้าที่เคยเกลี้ยงเกลากลับมีหนวดเคราพอประมาณ ผมก็มีสีขาวแซมขึ้นมาบ้างเล็กน้อย อีกทั้งที่หน้าผาก ร่องแก้ม และหางตาก็มีริ้วรอยตื้นบ้างลึกบ้าง ทำให้พวกเขาดูเหมือนชายวัยกลางคนไม่ผิดเพี้ยน
“หลีเอ๋อ! เ้าทำได้อย่างไร” เฟิ่งฮวนถามอย่างตื่นเต้น “เ้ายังแปลงโฉมให้เราเป็คนอื่นได้อีกหรือไม่”
“นั่นสิหลีเอ๋อ หากเ้าแปลงโฉมให้เราเป็คนอื่นได้อีกหลายคน ต่อจากนี้เวลาที่เราสองคนออกไปทำงานข้างนอกก็จะไม่มีใครจำเราได้” ฝานเส้าหย่วนก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน
“พวกท่านนั่งอยู่นิ่งๆ ก่อนนะเ้าคะ อีกเดี๋ยวพี่ใหญ่กับเยี่ยนเฉิงก็จะกลับมาจากโรงงานแล้ว ข้าอยากรู้ว่าพวกเขาจะจำท่านได้หรือเปล่า” ถังหลีบอก
เฟิ่งฮวนกับฝานเส้าหย่วนพยักหน้ารับ พวกเขาก็อยากรู้ว่าพี่ใหญ่จะจำพวกเขาได้หรือเปล่า และไม่นานเฟิ่งเฮ่า กู้เยี่ยนเฉิง และถังซานก็กลับมาถึง
“เ้ามีแขกหรือ?” กู้เยี่ยนเฉิงเดินไปนั่งข้างภรรยา
“ไม่ใช่แขกของข้า แต่เป็แขกของพี่ใหญ่” ถังหลีบอก
“แขกของข้าหรือ?” เฟิ่งเฮ่าขมวดคิ้ว เขามาที่อำเภอเสียนหู่เป็การส่วนตัว อีกทั้งกิจการทั้งหมดที่อำเภอแห่งนี้เขาก็ปิดไปหมดแล้ว ยังจะมีใครอยากมาพบเขาอีก แต่เขาก็ไม่อยากเสียมารยาท อย่างไรชายสองคนนี้ก็มีอายุมากกว่าเขา “ไม่ทราบว่าท่านทั้งสองมาพบข้าด้วยเื่ใดหรือขอรับ”
“ข้าเห็นว่าร้านหมูกระทะและชาบูที่เมืองหลวงได้รับความนิยมมาก และข้ายังเคยเดินทางเพื่อไปลองกินอาหารทั้งสองอย่างนั้นด้วยตัวเองมาครั้งหนึ่ง หากข้าจะเจรจากับท่านเพื่อขอนำร้านอาหารทั้งสองมาเปิดที่อำเภอเสียนหู่ ท่านเห็นว่าอย่างไร” เฟิ่งฮวนดัดเสียง
“คุณชายเฟิ่ง ท่านต้องรู้ก่อนว่าในอำเภอเสียนหู่ อิทธิพลของท่านอู่เป็รองแค่ตระกูลหลูที่เป็ตระกูลพ่อตาของนายอำเภอโจวเท่านั้น” ฝานเส้าหย่วนเริ่มดัดเสียงเช่นกัน
เฟิ่งเฮ่าหัวเราะ “แต่ไหนแต่ไรตระกูลเฟิ่งทำการค้าก็ไม่เคยเกรงกลัวใครอยู่แล้ว คำขู่ของท่านไม่มีผลกับข้าเลยแม้แต่น้อย”
“พี่ใหญ่! ท่านจำเราไม่ได้จริงๆ ด้วย” เฟิ่งฮวนหัวเราะ
“หลีเอ๋อ ทักษะการแต่งหน้าของเ้าช่างดีเยี่ยม แม้แต่พี่ใหญ่ยังจำข้ากับอาฮวนไม่ได้ เอาไว้กลับไปเมืองหลวง เ้าช่วยสอนวิธีการแต่งหน้าเพื่อแปลงตัวให้ลูกน้องของข้าบ้างสิ” ฝานเส้าหย่วนบอก
“พวกเ้าคือเ้ารองกับเส้าหย่วนเองหรือ?” เฟิ่งเฮ่าตะลึง “พวกเ้าไปเรียนวิชาแปลงโฉมมาจากที่ใด ข้าอยากไปเรียนบ้าง”
“พี่ใหญ่ก็อยากเรียนแต่งหน้าเหมือนกันหรือเ้าคะ ท่านไม่ได้มีภารกิจลับเหมืองพี่รองกับพี่เส้าหย่วนสักหน่อย แล้วท่านจะเรียนแต่งหน้าไปทำไมกัน” ถังหลีไม่เข้าใจ
“เื่นี้ข้ารู้” กู้เยี่ยนเฉิงยิ้มก่อนจะอธิบาย “พี่ใหญ่ของเราหน้าตาหล่อเหลา มาอยู่ที่หมู่บ้านไม่กี่วัน แม่นางเกือบทั้งหมู่บ้านก็มารวมตัวกันอยู่ที่หน้าโรงงานเพื่อมารอชื่นชมพี่ใหญ่ของเราแล้ว”
“เ้าไม่ต้องทำมาพูดดี” เฟิ่งเฮ่ามองกู้เยี่ยนเฉิงตาเขียว “ตัวเ้าก็ใช่ย่อยเสียเมื่อไหร่ พวกนางรู้ทั้งรู้ว่าเ้าแต่งกับหลีเอ๋อแล้ว แต่ก็ยังมาทำผ้าเช็ดหน้าหล่นให้เ้าเก็บอยู่ตลอด”
“ทำตกแล้วอย่างไร ข้าไม่เก็บให้พวกนางเสียอย่าง” กู้เยี่ยนเฉิงยักคิ้ว “ท่านไม่เห็นหรือขอรับว่าข้าแกล้งเดินเหยียบมันไปด้วยซ้ำ”
“สามีของข้าทำไมถึงใจร้ายกับแม่นางเ่าั้นักเล่า ไม่กลัวพวกนางจะเสียใจหรือ” ถังหลีเดิมยิ้มหน้าบานมาเกาะแขนสามี
“เสียใจก็เสียใจไปสิ ข้าไม่เห็นจะสนใจ เพราะในใจของข้ามีเ้าแค่คนเดียว”
“โอ๊ย...ข้าล่ะเบื่อความหวานของพวกเ้าจริงๆ เลย” เฟิ่งฮวนพูดขัดจังหวะเพราะกลัวตัวเองจะสำลักความหวานของน้องสาวและน้องเขยตายไปเสียก่อน “เอาล่ะ ข้าจะบอกทุกคนว่าต่อจากนี้ข้ากับเส้าหย่วนจะแปลงโฉมเป็เสี่ยวอู่กับเสี่ยวอี้ เป็ผู้ติดตามของพี่ใหญ่ และการที่พี่ใหญ่เดินทางมาอำเภอเสียนหู่คราวนี้ก็เพราะอยากจะกลับมาเปิดกิจการที่นี่อีกครั้ง”
“พวกเ้าจะใช้เหตุผลนี้ออกไปสำรวจรอบๆ อำเภออย่างนั้นหรือ” เฟิ่งเฮ่าถาม
“ใช่ขอรับ การที่คนต่างถิ่นเดินเตร็ดเตร่ไปทั่วเมืองจะทำให้คนสงสัย หากอ้างว่าท่านจะกลับมาเปิดกิจการ ข้ากับเส้าหย่วนก็จะใช้การหาหน้าร้านเป็ข้ออ้างในการออกไปสำรวจสถานที่ต่างๆ ขอรับ”
“ก่อนหน้านี้ข้าได้เขียนรายชื่อพ่อค้าและกิจการทั้งหมดของพวกเขาไว้ให้แล้วขอรับ” กู้เยี่ยนเฉิงยื่นสมุดให้เฟิ่งฮวน “ร้านค้าส่วนใหญ่ในอำเภอเสียนหู่จะเป็ของคนตระกูลหลู ท่านก็ทราบมาบ้างแล้วใช่หรือไม่ขอรับว่าตระกูลหลูเป็ตระกูลพ่อตาของนายอำเภอ”
“เยี่ยนเฉิง เ้ากับตระกูลหลูมีเื่กันมาก่อนใช่หรือไม่ ไม่เช่นนั้นเ้าคงไม่เขียนรายชื่อกิจการทั้งหมดของพวกเขามาให้ข้า” เฟิ่งฮวนเปลี่ยนเป็ท่าทางจริงจัง เขาทำงานตรวจสอบอยู่ในกรมพระคลังมาหลายปี ทำให้เขาพอจะเดาการกระทำของผู้อื่นออกอยู่บ้าง “เ้าอย่าได้คิดปิดบัง ตอนนี้เ้าเป็น้องเขยของข้าแล้ว หากอยากให้พี่รองช่วยเหลือสิ่งใดก็ขอให้เ้าบอกมา”
กู้เยี่ยนเฉิงเล่าถึงสิ่งที่ตนเองประสบหลังจากเหตุการณ์เดิมพันระหว่างเฟิ่งเฮ่ากับโจวม่านหรูที่หอเฟิ่งไหลให้ทุกคนฟัง
เฟิ่งเฮ่าใช้มือตบโต๊ะเสียงดัง “วันนั้นโจวม่านหรูเชิญคนมากมายให้เข้าไปร่วมกินหมูกระทะและชาบู ข้าจำได้ว่าตอนนั้นเยี่ยนเฉิงเสนอให้ทุกคนที่ร่วมทานอาหารมีส่วนในการลงคะแนน และเป็ข้าที่ชนะเพราะทุกคนพอใจในรสชาติอาหารที่หลีเอ๋อทำ หลังจากข้าได้รับเงินหนึ่งแสนห้าหมื่นตำลึงมาจากนาง ข้าก็นึกว่าเื่มันจะจบไปแล้ว แต่ไม่คิดเลยว่าเยี่ยนเฉิงจะต้องมาถูกคนลอบทำร้าย”
“ไม่ใช่แค่ลอบทำร้ายเท่านั้นขอรับ แต่นางยัง...” ถังซานรู้ว่ากู้เยี่ยนเฉิงคงไม่ยอมบอกเื่ของท่านลุงกู้เป็แน่
“นางยังทำอะไรอีก” เฟิ่งเฮ่าถามเสียงเข้ม
“เยี่ยนเฉิง ข้าขอโทษนะ แต่ไหนๆ พี่ใหญ่ พี่รอง และพี่เส้าหย่วนก็อยู่ที่นี่แล้ว เราให้พวกเขาช่วยแก้แค้นให้ท่านลุงกู้กันเถอะ” ถังซานหันไปบอกกับกู้เยี่ยนเฉิง
“เยี่ยนเฉิง หากเ้ายังนับว่าข้าเป็พี่ใหญ่ เ้าก็อย่าได้ปิดบังข้าเป็อันขาด”
กู้เยี่ยนเฉิงตาแดงเมื่อนึกถึงการตายของบิดา “บ้านของข้าถูกไฟไหม้และท่านพ่อก็ติดอยู่ในนั้น ข้าคิดว่าเหตุเพลิงไหม้ครั้งนั้นอาจจะเป็ฝีมือของโจวม่านหรูขอรับ”
เฟิ่งฮวนกับฝานเส้าหย่วนมองกู้เยี่ยนเฉิงอย่างเห็นใจ ผิดกับเฟิ่งเฮ่าที่รู้สึกผิดเป็อย่างมาก การเสียชีวิตของท่านลุงกู้มีสาเหตุมาจากการเดิมพันระหว่างเขากับโจวม่านหรู หากจะพูดว่าใครเป็ต้นเหตุที่ทำให้ท่านลุงกู้ต้องตายก็คงจะเป็เขา
“น้องเขย ข้า...ทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะความอยากเอาชนะของข้าใช่หรือไม่” เฟิ่งเฮ่ากล่าวอย่างรู้สึกผิด
“เื่นี้ไม่เกี่ยวกับท่านเลยขอรับพี่ใหญ่ หากจะโทษก็ต้องโทษที่ข้าตะกละอยากเข้าไปกินอาหารที่หอเฟิ่งไหลแล้วยังไปอวดฉลาดต่อหน้าโจวม่านหรู ทำให้นางต้องเสียเงินทองมากมาย ทั้งหมดมันเริ่มมาจากข้าเองขอรับ” กู้เยี่ยนเฉิงเสียงเริ่มสั่นจนถังหลีคว้ามือเขามาจับเพื่อปลอบใจ
“ทั้งสองคนไม่ต้องโทษตัวเอง ความผิดทั้งหมดต้องเป็ของโจวม่านหรู หากนางยอมรับความพ่ายแพ้แล้วปล่อยให้เื่มันผ่านไป เยี่ยนเฉิงจะต้องมาเสียบิดาไปหรือ” เฟิ่งฮวนตบไหล่กู้เยี่ยนเฉิง “ไม่ต้องห่วงนะน้องเขย ครั้งนี้ข้าจะช่วยเ้าแก้แค้นเอง หากตระกูลโจวและตระกูลหลูมีส่วนเกี่ยวข้องกับการยักยอกภาษี โทษสำหรับการคดโกงเงินแผ่นดินก็มีแต่ต้องถูกปะาเท่านั้น”