[จบ] ผมเป็นเจ้าของโรงพยาบาลจิตเวชพิศวง

    บทที่ 21 ขอโทษนะ

    บทที่ 21 ขอโทษนะ


    ด้านนอกทางเดิน


    “ขอโทษนะ ชีเยี่ย ขอโทษจริง ๆ !” หลี่อี้เฟยยืนก้มหน้ากล่าวขอโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่า “ตอนนั้นฉันกลัวมากเกินไป ฉัน… ฉันไม่ได้คิดอะไรมาก ฉันก็เลยวิ่งหนี…”


    “ฉันทิ้งนายกับเจี่ยงเชี่ยนไว้ตรงนั้น แถมยังทำให้เธอ…”


    “ฉันไม่หวังให้นายจะให้อภัยฉันหรอก แต่ถึงอย่างไรเราก็เป็๲เพื่อนร่วมชั้นกัน ฉันจึงหวังว่าจะได้ขอโทษนาย!”


    “ขอโทษนะ!”


    หลี่อี้เฟยไม่กล้าสบตาหลินชีเยี่ย ทว่าคำพูดของเขานั้นจริงใจมาก


    จนกระทั่งเขาพูดจบ หลินชีเยี่ยก็ค่อย ๆ เอ่ยปาก


    “การเอาตัวรอดก่อนยามเผชิญกับอันตรายก็เป็๲เ๱ื่๵๹ปกติของมนุษย์ ไม่มีปัญหาอะไร” หลินชีเยี่ยตบไหล่เขา “และถ้าเป็๲ผมในตอนนั้น ผมคงจะวิ่งหนีเร็วกว่านายอีก”


    หลี่อี้เฟย “...”


    หลี่อี้เฟยเกาหัว เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ “นี่ นายก็เซ็นสัญญาไม่เปิดเผยข้อมูลนั่นใช่ไหม?”


    หลินชีเยี่ยชะงัก ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า


    ดูเหมือนว่าจ้าวคงเฉิงจะไม่ได้โกหกเขา พวกเขาไม่ได้ทำอะไรกับพยานจริง ๆ หลี่อี้เฟยหนีรอดจากสัตว์ประหลาดในคืนนั้น หลังจากที่ถูกพวกเขาพบก็ได้เซ็นสัญญาไม่เปิดเผยข้อมูล ซึ่งนั่นเป็๲เ๱ื่๵๹ที่สมเหตุสมผล


    หากเขาเดาไม่ผิด หลิวหย่วนก็น่าจะเซ็นสัญญาแบบเดียวกัน


    แม้ว่าตอนนี้ตัวเขาเองจะยังไม่ได้เซ็น แต่นั่นก็เป็๲เ๱ื่๵๹ของเวลา ถ้าตอนนี้ไปบอกหลี่อี้เฟยว่าตัวเองยังไม่ได้เซ็น มันก็คงจะอธิบายได้ยาก


    “จริง ๆ แล้วต่อให้พวกเขาไม่ให้ฉันเซ็นสัญญา ฉันก็จะไม่พูดออกไปอยู่ดี” หลี่อี้เฟยถอนหายใจ “ภาพแบบนั้น ฉันไม่อยากจดจำมันไปตลอดชีวิตนะ…”


    “ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากเซ็นสัญญาแล้ว หากฝ่าฝืนก็จะต้องติดคุกจนตาย ฉันไม่อยากทำลายชีวิตด้วยมือของตัวเองหรอกนะ”


    หลี่อี้เฟยท้าวมือบนราวระเบียงทางเดิน มองลงไปยังลานโรงเรียนที่คึกคักเบื้องล่าง ดวงตาฉายแววโหยหา


    “เอาจริง ๆ นะ ฉันอยากจะเข้าร่วมกับพวกเขามากกว่า”


    หลินชีเยี่ยถามอย่างประหลาดใจ “นายอยากเข้าร่วมกับพวกเขาเหรอ?”


    “ใช่แล้ว ตอนที่เซ็นสัญญา ฉันก็พูดเ๱ื่๵๹นี้ออกไปแล้ว ฉันยินดีที่จะละทิ้งการเรียนเพื่อเข้าร่วมกับพวกเขา แต่น่าเสียดาย... พวกเขาไม่รับฉัน”


    “ทำไมนายถึงอยากเข้าร่วมล่ะ? ถึงแม้ว่าผลการเรียนของนายจะไม่ค่อยดีนัก แต่นายก็กำลังจะได้รับการคัดเลือกจากวิทยาลัยพลศึกษาแล้วไม่ใช่เหรอ?”


    “การเป็๲นักกีฬามันน่าเบื่อจะตาย ไม่สิ ควรจะพูดว่า… การเป็๲คนธรรมดามันน่าเบื่อ” หลี่อี้เฟยดวงตาเป็๲ประกาย


    “การได้เข้าร่วมองค์กรที่ลึกลับและทรงพลัง ต่อสู้กับศัตรูที่ซ่อนตัวอยู่ในสังคมมนุษย์อย่างเงียบ ๆ สร้างคุณูปการนับไม่ถ้วน จนกระทั่งวันที่ทุกอย่างถูกเปิดเผย ผู้คนทั้งโลกจะต้องจดจำชื่อของฉัน!”


    หลี่อี้เฟยกำหมัดแน่นพร้อมพูดอย่างตื่นเต้นว่า “นี่คือความฝันของผู้ชายตั้งหลายคน นี่แหละ ถึงเรียกว่าชีวิตที่มีความหมาย!”


    “นายมองโลกในแง่ดีเกินไปแล้ว” หลินชีเยี่ยทำลายจินตนาการของเขาอย่างไม่ปราณี “บางทีนายอาจจะเสียชีวิตในภารกิจแรก ถูกสัตว์ประหลาดกัดกินจนแหลกเป็๲ชิ้น ๆ ถูกฝังอยู่ในป่าลึกอย่างไร้ชื่อเสียง พ่อแม่ของนายอาจไม่ได้รับรู้ข่าวการตายของนายด้วยซ้ำ นายก็ได้แต่จากโลกนี้ไปอย่างโดดเดี่ยว”


    หลี่อี้เฟย “…”


    “ชีเยี่ย นายจินตนาการได้โหดร้ายเกินไปแล้ว”


    “นั่นไม่ใช่จินตนาการ” หลินชีเยี่ยส่ายหัว “สิ่งที่นายเพิ่งพูดต่างหากที่เป็๲จินตนาการ”


    หลี่อี้เฟยถอนหายใจอย่างจนปัญญา “ไม่ว่าจะยังไง พวกเขาก็ไม่รับฉันอยู่ดี ฉันไม่จำเป็๲ต้องคิดมากขนาดนั้น ต่อไปก็แค่เก็บความลับนี้ไว้จนตายก็พอแล้ว”


    “อืม” หลินชีเยี่ยมองดูเวลา “กลับกันเถอะ ใกล้จะถึงเวลาเรียนแล้ว”


    ทั้งสองเดินกลับไปยังห้องเรียน หลินชีเยี่ยรู้สึกได้ว่าเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ สภาพจิตใจของหลี่อี้เฟยดูผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด เหมือนว่าความรู้สึกผิดที่มีต่อหลินชีเยี่ยและเจี่ยงเชี่ยนจะสร้างแรงกดดันอย่างมากให้กับเขา


    ทั้งที่หนีเหมือนกัน ทว่าการตัดสินใจของหลี่อี้เฟยและหลิวหย่วนนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง


    สำหรับหลิวหย่วน หลินชีเยี่ยไม่มีความสนใจที่จะออกไปหาเ๱ื่๵๹เขา แต่หากมีโอกาสในภายหลัง เขาก็ไม่รังเกียจที่จะสอนบทเรียนให้เสียหน่อย


    หลังจากเลิกเรียนวันนั้น หลินชีเยี่ยก็สะพายกระเป๋าเตรียมกลับบ้าน


    ใน๰่๥๹สองวันที่ผ่านมา การตายของวังเส้าและเจี่ยงเชี่ยนทำให้โรงเรียนต้องเผชิญกับปัญหาไม่น้อย โรงเรียนจึงถูกกดดันจนต้องยกเลิกระบบเรียนเสริมภาคค่ำ เพื่อให้นักเรียนกลับบ้านเร็วขึ้น


    แต่สิ่งที่หลินชีเยี่ยคาดไม่ถึงก็คือ ดูเหมือนว่าอำนาจของหน่วยพิทักษ์ราตรีจะสูงมาก โดยทั่วไปแล้ว หลังจากที่มีนักเรียนเสียชีวิตติดต่อกันสองคน ผู้ที่เคยอยู่กับผู้เสียชีวิตอย่างหลินชีเยี่ยและหลี่อี้เฟยจะต้องถูกตำรวจสอบปากคำอย่างแน่นอน


    ทว่า ผ่านไปสองวันแล้วหลังจากเกิดเหตุ ก็ยังไม่มีใครมาหาพวกเขา


    เหมือนว่าหน่วยพิทักษ์ราตรีจะเข้าควบคุมคดีนี้อย่างสมบูรณ์ อำนาจของพวกเขาสูงมากพอที่จะทำให้ตำรวจในท้องที่ปิดปากเงียบได้


    ขณะที่กำลังเดินทอดน่อง ท้องฟ้าก็ค่อย ๆ มืดมัวลง ฝนเริ่มตกปรอย ๆ


    แม้จะเพิ่งหกโมงกว่า แต่นภากลับมืดมิดไร้แสง


    หลินชีเยี่ยขมวดคิ้ว เขาไม่ได้พกร่มมา จำต้องก้าวเท้ายาว ๆ เดินกลับบ้าน


    ฝนตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ ยามหลินชีเยี่ยกลับถึงบ้าน เขาก็เปียกเป็๲ลูกหมาตกน้ำไปแล้ว แต่ทันทีที่เปิดประตู กลิ่นหอมของอาหารก็โชยมา จนความรู้สึกด้านลบทั้งหมดในใจพลันมลายสิ้น


    “โอ้ย! เสี่ยวชี ทำไมถึงกลับมาในสภาพเปียกปอนแบบนี้?” ป้าที่กำลังวุ่นอยู่ในครัวเห็นหลินชีเยี่ยในสภาพนี้ก็รีบเดินเข้ามาหา


    “ข้างนอกฝนตกหนักครับ วันนี้ผมไม่ได้พกร่มด้วย” หลินชีเยี่ยยิ้มพลางตอบ


    “ถ้าไม่ได้พกร่มก็หาที่หลบสิ หรือไม่ก็โทรหาป้า ป้าจะไปรับเอง กลับมาตัวเปียกแบบนี้ถ้าเป็๲หวัดขึ้นมาจะทำยังไง?” ป้าแสร้งทำเป็๲โกรธ


    หลินชีเยี่ยหัวเราะร่า ไม่ได้พูดอะไร


    “รีบไปเช็ดตัวเร็วเข้า อ้อ ใช่แล้ว เมื่อกี้คุณครูของนายมาหา ป้าให้เขารออยู่ในห้องแล้ว” ป้าเหมือนนึกอะไรขึ้นได้


    “คุณครู?” หลินชีเยี่ยชะงัก


    “ใช่แล้ว คุณครูพละของนายนั่นแหละ บอกว่ามีธุระจะคุยด้วย รีบไปพบเขาเถอะ อย่าให้คุณครูรอนานสิ”


    หลินชีเยี่ยหยิบผ้าเช็ดตัว แล้วเช็ดผมอย่างงุนงง


    อะไรกัน คุณครูพละมาหาเขาเนี่ยนะ? เขาเพิ่งย้ายโรงเรียนมาได้ไม่กี่วัน ยังไม่ได้เรียนวิชาพละเลย จะมาหาเขาทำไม?


    หรือว่า...


    ความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัวของหลินชีเยี่ย เขาโยนผ้าเช็ดตัวทิ้ง แล้วรีบเปิดประตูเข้าไปในห้องของตน


    เห็นชายวัยกลางคนที่คุ้นเคยคนหนึ่งกำลังนั่งพิงเก้าอี้ มือถือถ้วยชา มองเขาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม


    หลินชีเยี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย “นี่คุณ? คุณหาบ้านผมเจอได้ยังไง?”


    จ้าวคงเฉิงยิ้มเล็กน้อย หยิบเหรียญตราบนโต๊ะขึ้นมาแกว่งไปมา “หลังจากคืนนั้นที่นายทิ้งฉันไป ฉันก็เริ่มระวังตัวขึ้น เมื่อคืนจึงแอบใส่สิ่งนี้ไว้ในกระเป๋าของนาย มันสามารถติดตามตำแหน่งได้”


    หลินชีเยี่ยล็อกประตูห้อง เดินตรงไปนั่งที่ขอบเตียง “ผมบอกแล้วไงครับ ว่าผมจะไม่เข้าร่วมกับพวกคุณ”


    “ฉันรู้ ดังนั้นฉันจึงไม่ได้มาเพื่อเ๱ื่๵๹นี้”


    “งั้นคุณมาให้ผมเซ็นสัญญารักษาความลับงั้นเหรอ?”


    “ก็ไม่ใช่” จ้าวคงเฉิงส่ายหน้า “ฉันรายงานคนอื่นไปแล้วว่านายหายตัวไป ในเมื่อฉันตัดสินใจจะปล่อยนาย ฉันก็ไม่สามารถให้นายเซ็นสัญญาได้อีก มิฉะนั้น หากพวกเขารู้ว่านายไม่ได้หายตัวไป พวกเขาก็จะส่งคนอื่นมาชักชวนอีก”


    “พวกเขา… ไม่ได้เก่งเ๱ื่๵๹นี้เท่าฉันหรอกนะ”


    หลินชีเยี่ยชะงักงัน “งั้นคุณมา…”


    จ้าวคงเฉิงหยิบม้วนกระดาษคราฟต์ออกจากกระเป๋า วางไว้บนโต๊ะของหลินชีเยี่ย ค่อย ๆ คลี่ออก...


    “สวัสดิการของหน่วยพิทักษ์ราตรีดีกว่าที่นายคิดมากนะ ฉันทำงานมาหลายปีแล้ว ก็มีเงินเก็บอยู่พอสมควร” จ้าวคงเฉิงพึมพำพลางคลี่ม้วนกระดาษคราฟต์ออก


    ทันทีที่ม้วนกระดาษคราฟต์ถูกเปิดออก หลินชีเยี่ยตาเบิกกว้าง


    ภายในนั้นเต็มไปด้วยปึกธนบัตรหนาเตอะ