ตอนที่2 จัดสรรหน้าที่
“เื่นั้นไม่ต้องห่วงเดียวข้าจัดการเองแต่ตอนนี้ข้าอยากทราบข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวกับเมืองนี้ไม่ว่าจะเป็จำนวนคนที่เหลือจำนวนบ้านเรือนที่มือ สิ่งก่อสร้างต่างๆ รวมถึงเขตพื้นที่ทั้งหมดที่อยู่ภายใต้ขอบเขตของเมืองเซนต์จูรี่แห่งนี้ไม่ทราบว่ามีใครพอจะบอกข้าได้บ้าง?”
หลังจากที่ฟังเื่ราวต่างๆของชาวบ้านเหล่านี้ไปแล้วอากอร์นก็เปิดปากของเขาถามขึ้นในทันทีในเื่ที่ตนเองไม่รู้เพราะรายงานที่เขาได้รับมานั้นเป็ข้อมูลที่เก่ามากเก่าขนาดที่ว่ามันยังบันทึกว่าเมืองเซนต์จูรี่นี้มีประชากรมากถึงแสนคนทีเดียว.......
“จำนวนคนที่เหลืออยู่ตอนนี้น่าจะราวๆสองพันกว่าคนได้ขอรับท่านอากอร์น” ชายชราเป็คนแรกที่ตอบคำถามของอากอร์น.....
“สองพันกว่าคน?”
“ขอรับส่วนบ้านเรือนที่ยังเหลืออยู่ก็ประมาณ400 – 500 หลังได้ที่ยังมีคนอยู่ส่วนที่เหลือนั้นเป็เพียงบ้านเก่าๆที่พร้อมจะพังได้ทุกเมื่อ”ชายวัยกลางคนบุตรชายของชายชราพูดขึ้นเสริมในทันทีเกี่ยวกับจำนวนบ้านเรือนที่ยังเหลืออยู่จากนั้นก็พูดต่อว่า......
“ส่วนสิ่งก่อสร้างอื่นนั้นล้วนแล้วแต่อยู่ในสภาพที่ทรุดโทรมนักและพื้นที่ในเมืองบางส่วนก็มีหญ้าขึ้นรกไปหมดส่วนนอกเมืองก็ไม่ต่างกันเพราะไม่มีใครกล้าที่จะออกไปข้างนอกหากไม่จำเป็จริงๆ”ชายวัยกลางคนพูดพร้อมกับแสดงสีหน้าเคร่งเครียดออกมา.....
“ขอบคุณมากสำหรับข้อมูลเหล่านี้พวกท่านไม่ต้องห่วงข้าจะทำอย่างเต็มที่เพื่อทำให้เมืองเซนต์จูรี่นี้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่งแต่...........แต่พวกท่านทั้งหมดต้องช่วยข้าด้วย”อากอร์นพูดตอบไปในทันทีพร้อมกับให้สัญญาว่าเขาจะทำให้เมืองกลับมาดีขึ้นให้ได้เพียงแต่เขา้าให้ชาวบ้านเหล่านี้ช่วยพวกเขาด้วย.......
“ท่านอากอร์นอยากให้พวกเราช่วยอะไรอย่างนั้นเหรอ?หากเป็เื่เงินพวกเราคงช่วยไม่ได้!!”
“ใช่พวกเราไม่มีเงินให้ท่านหรอก”
“เพราะไอ้เ้าเมืองคนเก่าและพวกโจรป่าบัดซบพวกนั้นตอนนี้เงินซักแดงเดียวก็.......ฮือ!!!”
“เื่เงินข้าไม่้าหรอกที่ข้า้าคือกำลังของทุกคนต่างหากละ”อากอร์นรีบพูดพร้อมกับยิ้มออกมาที่มุมปากของเขา........
กำลังของพวกเรา!?
“ใช่แล้วที่ข้า้าคือกำลังของทุกคนเพราะก่อนอื่นเลยพวกเราจะต้องซ่อมแซมประตูเมืองเสียก่อนเพราะหากเกิดอะไรขึ้นมากอย่างน้อยก็ยังมีประตูเมืองคอยเป็ด่านสกัดกั้นเอาไว้”
อากอร์นบอกในสิ่งที่เขา้าให้กับชายชราและชาวที่ฟังในทันทีและเมื่อทุกคนได้ยินอย่างนั้นพวกเขาก็พลันทำหน้าเข้าใจและยิ้มออกมาเนื่องจากพวกเขาคิดว่าสิ่งที่้าของอากอร์นคือเงินแต่พอรู้ความ้าที่แท้จริงพวกเขาถึงได้แสดงสีหน้าสบายใจออกมา......
“เื่นั้นไม่มีปัญหาข้าน้อยจะเกณฑ์คนเท่าที่จะทำได้ไปช่วยท่านเองว่าแต่พวกเราจะหาวัสดุใดมาซ่อมแซมประตูละ?”ชายวัยกลางคนถามขึ้นอย่างสงสัยว่าพวกเขาจะหาอะไรมาซ่อมแซมประตูเมืองที่พังจนไม่เหลือชิ้นดี......
“อันดับแรกพวกเราต้องหาไม้ซึ่งในตอนที่ข้าผ่านทางมาข้าพบว่าที่นอกเมืองมีต้นไม้สูงใหญ่หลายต้นเหมาะแก่การนำมาซ่อมแซมประตูเมือง”อากอร์นบอกสิ่งของสิ่งแรกที่พวกเขาต้องใช้ให้กับชาวบ้านรู้และบอกอีกว่าที่นอกเมืองนั้นมีต้นไม้ที่เหมาะสมอยู่......
“พวกเราสามารถออกไปตัดต้นไม้ให้ท่านได้เพียงแต่ว่าที่ด้านนอกนั้นมีสัตว์ร้ายอย่างหมาป่าเขาเดียวอยู่พวกเรากลัวว่า.......”
“ข้าจะให้ฮอล์สันและเจมส์กับทหารส่วนหนึ่งไปช่วยคุ้มกันทุกคนใน่ที่ตัดไม้เองพวกเ้าไม่ต้องเป็ห่วงอีกอย่าง......”
“อีกอย่างก่อนที่พวกเราจะมาถึงเมืองพวกเราเองก็เจอกับฝูงหมาป่าเขาเดียวฝูงหนึ่งและได้ทำการฆ่าสังหารพวกมันไปหมดแล้ว”ยังไม่ทันที่อากอร์นจะได้พูดจบเสียงของชายหนุ่มเจมส์วิชก็ได้พูดแทรกขึ้นมาอย่างกระตือรือร้นพร้อมกับชี้นี้ไปยังรถเกวียนที่อยู่ไม่ห่างจากพวกเขามากนักพร้อมกับเปิดปากพูดต่อว่า“ไม่เชื่อพวกเ้าไปดูที่หลังรถเกวียนนั้นซิ” เขาพูดพร้อมกับเชิดหน้ายืดอกอย่างภาคภูมิใจเพราะส่วนใหญ่แล้วเป็ฝีมือของเขา......
หือ.....?
เมื่อชาวบ้านได้ยินที่ชายหนุ่มเจมส์วิชพูดพวกเขาต่างแสดงสีหน้าไม่อยากเชื่อออกมาก่อนจะพากันเดินไปที่หลังรถเกวียนที่จอดอยู่และทันใดนั้นดวงตาของทุกคนก็พลันเบิกโตขึ้นมาอย่างใร่างกายแข็งข้างไปหมดจนไม่อาจที่จะพูดสิ่งใดออกมาได้......
สามนาทีต่อมา.......
“นี่มันสัตว์ร้ายระดับสองหมาป่าเขาเดียว?!”
“จริงๆด้วยใช่หมาป่าเขาเดียวจริงๆ ด้วยแถมยังมีมากกว่ายี่สิบตัวแนะ!!”
“บ้าน่าตั้งยี่สิบตัวเลยเหรอ?”
ผู้คนจำนวนมากที่ไม่ได้เดินมาดูต่างก็ส่งเสียงขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อเมื่อพวกเขาได้ยินคำพูดของคนที่ไปดูที่หลังรถเกวียนต่างที่ชายหนุ่มเจมส์วิชบอกจากนั้นผู้ก็เริ่มพากันออกมามุงดูมากขึ้นมากขึ้นจนตอนนี้มีชาวบ้านมากกว่าห้าร้อยคนไปแล้วที่อยู่ตรงนี้......
“เป็สัตว์ร้ายหมาป่าเขาเดียวจริงๆด้วย.....โอ้พระเ้านี้พวกเขาสามารถฆ่าพวกมันได้ตั้งยี่สิบตัวแนะเป็แบบนี้เมืองเซนต์จูรี่ของเขามีหวังรอดพ้นจากนรกนี้แล้ว”
“ขอบคุณพระเ้า!!ขอบคุณที่ท่านช่วยทำให้พรของลูกเป็จริง!!”
ยิ่งนานชาวบ้านยิ่งออกมารวมตัวกันมากขึ้นไม่ว่าจะเป็เด็กคนแก่ชรา หรือคนที่ไม่สมประกอบทางร่างกายต่างก็พากันออกมาจำนวนมากแต่แล้วในวินาทีนั้นเองอากอร์นก็ได้สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่างเขาจึงได้หันไปหาชายชราและเปิดปากพูดขึ้นมาว่า......
“ทำไมที่เมืองนี้ถึงไม่มีหญิงสาวเลย?”อากอร์นถามด้วยความสงสัย.....
อ๊ะ!!
ใบหน้าของชายชราที่กำลังยิ้มอยู่กลายเป็เคร่งเครียดขึ้นมาในทันทีเมื่อได้ยินคำถามของอากอร์นซึ่งตัวเขารู้สึกแย่เอามากๆเลยกับคำถามนี้และรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูกไม่รู้ว่าจะพูดยังไงดี......
“พวกโจรป่าจับตัวพวกนางไปใช่ไหม?”อากอร์นไม่รอให้ชายชราตอบเขาพูดแทรกเดาขึ้นมาทันทีเพราะจากที่เขาดูสีหน้าของชายชราแล้วเขาก็พอที่จะรู้ว่าทำไม......
“ขอรับท่านอากอร์นเด็กสาวและหญิงสาวของเมืองเราถูกพวกเวรระยำบัดซบพวกนั้นจับตัวไปซึ่งพวกมันพึ่งมาเมื่อวานนี้เองและที่พวกเรามารวมตัวกันในวันนี้ก็เพราะจะไปช่วยหญิงสาวพวกนั้นกลับมาขอรับแต่พอดีท่านอากอร์นมาก่อนพวกเราเลยยังไม่ได้ไป”ชายวัยกลางคนตอบแทนชายชราที่ยืนหน้าซีดไม่พูดสิ่งใดด้วยท่าทางเศร้าๆ .......
“ทุกคนไม่ต้องไปไหนทั้งนั้นแหละ”
“ทำไมละขอรับท่านอากอร์นหากว่าพวกเราไม่ไปช่วยพวกนางแล้วใครจะไปช่วย”ชายวัยกลางคนรู้สึกมึนงงอย่างมากกับคำพูดของอากอร์นที่บอกให้ห้ามพวกเขาไม่ให้ไปช่วยหญิงสาวเ่าั้ที่ถูกพวกโจรป่าจับตัวไป......
“เดียวข้ากับพวกจะไปช่วยพวกนางออกมาเองพวกเ้าไปก็มีประโยชน์อะไรไม่เพียงแต่ช่วยพวกนางไม่ได้ซ้ำยังต้องถูกฆ่าเสียเองด้วยซ้ำดังนั้นแล้วพวกเ้าจงอยู่ที่นี่และทำหน้าที่ที่ข้าขอร้องไปก็พอแล้วเดียวข้าจะไปช่วยพวกนางกลับมาเอง”อากอร์นพูดอธิบายให้ชายวัยกลางคนฟังถึงเหตุผลที่เขาห้ามในทันที.....
ว่าที่จริงแล้วเขาจะเป็คนออกไปช่วยเองเพราะหากให้ชาวบ้านธรรมดาออกไปช่วยคงหนีไม่พ้นความตายเป็แน่ดังนั้นแล้วเขาจึงอาสาไปเองเพราะที่จริงแล้วเื่การปราบโจรก็เป็ส่วนหนึ่งในหน้าที่ที่เขาต้องทำอยู่ในเพื่อทำให้เมืองเซนต์จูรี่ดีขึ้น.......
“ฮอล์สัน เจมส์พวกนายสองคนอยู่ที่นี่พาพวกทหารไปช่วยคุ้มกันชาวบ้านที่ออกไปตัดไม้มาซ่อมแซมประตูและจำไว้ต้องกลับมาก่อนมืด”อากอร์นไม่รอช้าออกคำสั่งอัศวินทั้งสองของเขาในทันทีก่อนสอบถามข้อมูลกับสถานที่ของพวกโจรที่จับหญิงสาวไปกับชายชราจากนั้นก็เดินจากไปตรงไปยังปราสาทโดยไม่รอฟังคำตอบหรือคำค้านใดๆ......
ซึ่งเขารู้ว่าเจมส์วิชต้องค้านแน่เพราะเจมส์วิชชอบการต่อสู้แต่การต่อสู้ในครั้งนี้ต้องทำแบบลับๆดังนั้นด้วยนิสัยของเจมส์วิชแล้วเขาจึงไม่สามารถไปด้วยได้ดังนั้นแล้วอากอร์นจึงเดินจากไปโดยไม่ฟังคำตอบใดๆซึ่งฮอล์สันเองก็รู้ดีว่าที่อากอร์นทำแบบนี้หมายถึงสิ่งใด......
“ท่านอากอร์นเดียวก่อน!!ข้าเองก็อยาก.......”
“ไอ้หนูเจมส์ท่านอากอร์นได้มอบหมายหน้าที่ให้พวกเราแล้วดังนั้นพวกเราควรที่จะทำตามที่เขาสั่งเ้าไม่ควรขัดคำสั่งของเขานะ!!”ฮอล์สันพูดตัดแทรกขัดจังหวะของชายหนุ่มเจมส์วิชในทันทีเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มตั้งท่าจะพูดหยุดอากอร์นและเดินเข้าไปหา......
“พี่ฮอล์สันข้ารู้ว่าข้าควรทำตามคำสั่งแต่เื่นี้.......”ชายหนุ่มเจมส์วิชพยายามที่จะหาข้อโต้แย้งกลับแต่ทว่าฮอล์สันก็ยังคงพูดเช่นเดิมว่า“คำสั่งของท่านอากอร์นถือว่าเด็ดขาดหากเ้าไม่เชื่อฟังข้านี้แหละจะเป็คนลงโทษแทนเขาเอง!!”ฮอล์สันกล่าวพร้อมกับทำหน้าตาจ้องมองไปที่ชายหนุ่มอย่างดุดัน....
“ขะ....ข้า…..ข้ารู้แล้ว”ชายหนุ่มเจมส์วิชกล่าวยอมรับอย่างเศร้าใจเนื่องจากระดับพลังของเขาต่ำกว่าฮอล์สันบวกกับร่างกายที่ใหญ่โตต่างกันเขาจึงหมดหนทางที่จะพูดต่อ......
เมื่อตกลงกันได้แล้วฮอล์สันก็พาชายชราและชายวัยกลางคนลูกชายไปจัดหาคนที่จะไปตัดไม้มาในทันทีโดยมีชายหนุ่มเจมส์วิชและทหารห้าร้อยนายติดตามไปด้วย.......
ส่วนอากอร์นเขาได้ตรงไปยังปราสาทที่อยู่ห่างจากจุดที่เขาอยู่ประมาณร้อยเมตรเมื่อมาถึงด้านหน้าเขาก็รีบเข้าไปด้านใจปราสาทในทันทีก่อนจะะโส่งเสียงดังขึ้นว่า......
“ลอลิ เจนนี่พวกเ้าอยู่ไหน?”
พรึบ!!
“พวกเราอยู่นี้เ้าค่ะท่านอากอร์นไม่ทราบว่าท่านอากอร์นมีสิ่งใดให้พวกเรารับใช้?”ทั้งสองสาวปรากฏตัวขึ้นมาอย่างฉับพลันทันทีด้วยทักษะของนักฆ่าพร้อมกับพูดถามความ้าของอากอร์นที่เรียกพวกนาง......
“พวกเราจะไปช่วยเหล่าหญิงสาวชาวเมืองจากพวกโจรกัน”อากอร์นบอกจุดประสงค์ของเขาให้สองสาวฟังในทันที.....
“เ้าค่ะพวกเราพร้อมแล้ว”ทั้งสองพยักหน้าตอบรับทันทีอย่างไม่ลังเลใดๆ.....
“ดีมากพวกเราจะขึ้นไปทางเหนือของเมืองห่างออกไปเกือบยี่สิบกิโลเมตรได้ซึ่งค่ายโจรที่จับพวกชาวบ้านหญิงสาวไปอยู่ที่นี่และจากที่ข้าคำนวณพวกมันคงจะพึ่งไปถึงได้ไม่นานนี้หากเราไปตอนนี้คงจะไปถึงใน่ค่ำซึ่งเป็เวลาที่ดีที่จะลงมือ”อากอร์นอธิบายรายละเอียดให้กับสองสาวฟังเกี่ยวกับสถานที่ั้แ่เวลาที่จะลงมือช่วยเหลือ.....
รับทราบค่ะ!!