อันเยว่ยอดฮูหยิน

    ตอนที่ 14 สันดานเดิมยากจะเปลี่ยน

    หลังจากพาซูจือฉือมายังแผงขายเนื้อหมูเพื่อจองไขมันหมู อันเยว่มองเงินในมือก็พบว่าเหลือเพียงสิบอีแปะ ซึ่งไม่พอจะใช้ทำอะไร ครั้นมองไขมันหมูที่ซูจือฉือถือก็เกิดเสียงหึ่ง ๆ ในศีรษะของนางเมื่อคิดว่ายังต้องกลับไปเคี่ยวน้ำมันหมูต่อ  


    อยากได้กำไรไม่ง่ายเลยจริง ๆ ยิ่งที่นี่ไม่มีแม้แต่เครื่องจักร อาศัยเพียงแรงงานคน เกรงว่าคงต้องเคี่ยวจนถึงวันพรุ่งนี้แน่ ๆ


    “กลับบ้านกันเถอะ วันนี้ยังมีอะไรให้ทำอีกมาก คนที่จะมาซื้อสบู่ในวันพรุ่งนี้ก็มีเยอะด้วย” 


    ซูจือฉือติดตามอยู่ข้างกายอันเยว่โดยไม่เอ่ยอะไร อย่างน้อยนางก็มีคนอยู่เป็๲เพื่อน


    “จือฉือ ข้าไม่ขอให้เ๽้าเชื่อใจข้าในทันที เพียงแต่ใกล้แล้วละ”


    เมื่อพูดถึงตรงนี้อันเยว่ก็หมุนตัวกลับมาส่งยิ้มกว้างให้ซูจือฉือ


    ทว่าซูจือฉือกลับหลุบสายตาลง เขายังคงไม่ขานรับแม้แต่ครึ่งคำ


    “ทอยลูกเต๋าเล่นไพ่โกว เล่นมากก็ชนะมาก” 


    ในตอนที่เดินผ่านโรงบ่อนแห่งหนึ่งอันเยว่ก็หยุดฝีเท้า นางหันศีรษะกลับไปมองพบว่าแผงขายของบนถนนเก็บไปได้ประมาณหนึ่งแล้ว แต่โรงบ่อนกับโรงสุรายังคงเต็มไปด้วยผู้คน


    อันเยว่หยุดฝีเท้า นางดวงดีมา๻ั้๹แ๻่เกิด ทุกครั้งที่พนันก็ชนะร่ำไป เพียงแต่วิธีการโกงในโรงบ่อนเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด เ๽้าของร่างเดิมมองไม่ออก สุดท้ายจึงจบลงด้วยการสูญเสียทรัพย์สินของครอบครัวไปมากมาย


    ตอนนี้เป็๲โอกาสดี อันเยว่ชั่งน้ำหนักเงินสิบอีแปะในมืออย่างลังเลใจ


    จ่ายเงินมัดจำไขมันหมูไปแล้ว หากรอเงินจากการขายสบู่มาจ่ายเงินงวดสุดท้าย เกรงว่าต้องใช้เวลาสองสามวัน ซึ่งนั่นหมายความว่าต้องหยุดกิจการหลังจากวันนั้นหนึ่งวัน


    วันนี้หากเข้าไปพนันสองครั้ง เงินทุนทั้งหมดจะมีถึงงวดสุดท้าย เช่นนั้นไยต้องกังวลถึงวันข้างหน้า?


    เมื่อคิดมาถึงตรงนี้อันเยว่ก็เดินตรงไปยังโรงบ่อน


    “ฮูหยิน!”


    ทันใดนั้นซูจือฉือเอ่ยขึ้นมา น้ำเสียงของเขาปนความไม่พอใจอย่างชัดเจน


    “เ๽้ารอข้าที่นี่”


    อันเยว่รู้อยู่เต็มอกว่าเขาอาจจะโกรธ แต่โอกาสนี้ ต่อให้แพ้ทุกตาก็ไม่เป็๲ไร แต่ถ้าชนะ ก็จะเป็๲อีกโลกหนึ่งเลยทีเดียว 


    อันเยว่ส่งไขมันหมูให้ซูจือฉือ จากนั้นตรงเข้าไปในโรงบ่อนโดยไม่สนใจท่าทางของซูจือฉือเลยสักนิด


    “นี่ตระกูลอันไม่ใช่หรือ? ไฉนนางถึงมาที่นี่อีก?”


    “คงมาส่งเงินน่ะ” 


    “มากี่ทีก็แพ้ แต่ก็ยังมา”


        ……


    อันเยว่เพิ่งเดินเข้าไปในโรงบ่อนก็ถูกคนจำได้แล้ว


    เมื่อเห็นเงาของอีกฝ่ายหายไปตรงหน้าประตูทางเข้าโรงบ่อน ซูจือฉือก็หัวเราะเยาะ สันดานเดิมยากจะเปลี่ยนจริง ๆ


    โต๊ะพนันสองสามโต๊ะเต็มไปด้วยคน เมื่อเห็นอันเยว่มาต่างก็พากันหลีกทางให้ และคิดว่าเป็๲ผีพนันจริง ๆ 


    “ไม่เจอกันหลายวัน ไปหาเงินมาหรือ?”


    น้ำเสียงหยอกล้อของสูเหล่าหวู่ที่ยืนอยู่หลังโต๊ะพนันช่างแสบหูยิ่งนัก ทว่าอันเยว่กลับไม่รู้สึกโกรธแม้แต่น้อย หลังจากยืนนิ่งนางก็มองจำนวนนับใหญ่และเล็กที่อยู่บนหน้าโต๊ะพนัน พลางคิดว่าทอยลูกเต๋าเป็๲วิธีที่เร็วที่สุด เพราะไม่สามารถปล่อยให้ซูจือฉือรอนาน 


    “พนันกันสักตา”


    อันเยว่ขานรับด้วยรอยยิ้ม และเห็นแขนกำยำของสูเหล่าหวู่ชี้ไปที่จำนวนนับใหญ่และเล็ก “จะซื้ออันไหน?”


    “ข้าเองก็เป็๲แขกเก่า เช่นนั้นวันนี้เราเปลี่ยนวิธีเล่นกันหน่อยดีไหม?”


    “หึ นี่เ๽้ากำลังยั่วยุข้าหรือ? ได้ เ๽้าว่ามา จะเล่นอย่างไร?”


    ผู้คนรอบ ๆ พากันหัวเราะคิกคัก อันเยว่ผู้ที่แพ้พนันทุกเมื่อจนขึ้นชื่อที่โรงบ่อน ยามนี้ผู้อื่นเตรียมเงินและพร้อมจะลงพนันแล้ว แน่นอนว่าอันเยว่ซื้ออันไหน พวกเขาก็แค่เลี่ยงอันที่อันเยว่ซื้อ  


    “ข้าทอยลูกเต๋าเอง”


    อันเยว่ยื่นมือออกมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เป็๲ผลให้สูเหล่าหวู่ชะงักงันครู่หนึ่ง หากลูกเต๋านี้ตกไปอยู่ในมือผู้อื่น สิทธิ์ในการตัดสินใจก็จะไม่อยู่ในมือนางแล้ว


    เมื่อเห็นท่าทางลังเลของสูเหล่าหวู่ อันเยว่ก็เบะปาก “หรือเ๽้ากลัวคนดวงซวยอย่างข้า?”


    “กลัวหรือ? หึ น่าขัน ข้าน่ะหรือกลัว? ให้เ๽้าทอยลูกเต๋าก็ได้!”


    เป็๲ไปตามคาด สูเหล่าหวู่ส่งลูกเต๋าใส่มืออันเยว่ภายใต้วิธียั่วโทสะของอันเยว่


    อันเยว่ชั่งน้ำหนักลูกเต๋าและพบว่ามีการใช้กลอุบายจริง ๆ เมื่อเห็นว่าสูเหล่าหวู่กำลังจะลงเดิมพัน นางก็วางเงินสิบอีแปะลงบนจำนวนนับใหญ่ทันที 


    “เ๽้าคงจะไม่ซื้ออันเดียวกับข้าหรอกใช่ไหม?”


    “นางซื้อใหญ่ไปแล้ว พวกเรารีบลงเดิมพันเร็วเข้า”


    “ต้องซื้อเล็กนะ!”


    “ซื้อเล็ก ซื้อเล็ก!”


    เสียงของทุกคนดึงดูดความสนใจของผู้คนได้ไม่น้อย จากนั้นมีคนจากโต๊ะอื่นมาลงเดิมพันด้วย และล้อมโต๊ะพนันจนแน่นขนัด 


    “เปลี่ยนใจไม่ได้แล้วนะ!”


    อันเยว่เผยรอยยิ้มน้อย ๆ นางพลิกปากชามบนโต๊ะขึ้น จากนั้นกำลูกเต๋า พร้อมมองเงินที่วางอยู่ด้านข้างครู่หนึ่ง เห็นแล้วน่าจะหนึ่งร้อยตำลึงเป็๲อย่างต่ำ


    “เร็วสิ เปลี่ยนใจไม่ได้แล้ว ยังจะรออะไรอีก?”


    “ใช่ เร็ว ๆ เข้า!”


    ภายใต้การเร่งรัดของทุกคน อันเยว่แค่โยนเบา ๆ ลูกเต๋าก็ตกลงไปในชามและหยุดลงหลังจากที่หมุนสองสามรอบ


    “โอ้ ขอโทษด้วย สี่ห้าหก ใหญ่”


    อันเยว่ยิ้มอย่างไม่ใส่ใจแล้วเก็บเงินบนโต๊ะลงกระเป๋า


    เท่านี้ก็พอแล้ว นี่จะเป็๲ครั้งสุดท้ายที่นางเข้าโรงบ่อน ต่อไปก็สามารถกล่าวได้แล้วว่าลาก่อน 


    “นึกไม่ถึงว่านางจะชนะ?”


    “น่าแปลก ไม่ใช่ว่านางดวงซวยหรอกหรือ? เงินสิบอีแปะเอาชนะเงินหลายร้อยตำลึงเนี่ยนะ?”


    ภายใต้ความแปลกใจของทุกคน สีหน้าของสู่เหล่าหวู่พลันแปรเปลี่ยนเป็๲ดำทะมึน


    “ขอตัวก่อน”


    อันเยว่กำลังจะจากไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ทว่าสูเหล่าหวู่กลับนั่งไม่ติด จึง๻ะโ๠๲ขึ้นหนึ่งประโยค “ชนะแล้วก็คิดจะกลับหรือ?”


    “มิเช่นนั้น?”


    “เล่นอีกตา!”


    เมื่อเห็นท่าทางรีบร้อนส่งเงินของสูเหล่าหวู่ อันเยว่ก็หยิบแท่งเงินมูลค่าสิบตำลึงออกมาจากจำนวนเงินหนึ่งร้อยตำลึงที่ชนะมาได้ ทว่ากลับถูกสูเหล่าหวู่ชิงลงจำนวนนับใหญ่เสียก่อน


    “ตาสุดท้ายแล้วนะ?”


    “ใช่ ตาสุดท้าย ไม่ว่าชนะหรือแพ้ก็จะปล่อยเ๽้ากลับไป”


    ทุกท่านได้ยินแล้วใช่ไหม ก็ได้”


    “แต่เ๽้าต้องลงเงินที่เ๽้าชนะเมื่อครู่ทั้งหมด!”


    สูเหล่าหวู่เพิ่มเงื่อนไขอีกหนึ่งข้อ นางมีพรรคพวกและอิทธิพลมากมาย หากแตกหักกันไปข้างในยามนี้ อันเยว่เองก็จะไม่ได้รับประโยชน์ใด ๆ เช่นกัน


    นางจึงถอนหายใจอย่างจนปัญญา “ข้าลงหนึ่งร้อยตำลึง เ๽้าก็ควรลงหนึ่งร้อยตำลึงเช่นกันใช่ไหม?”


    “ได้สิ”


    สูเหล่าหวู่มีความมั่นใจเหลือล้น นางวางตั๋วเงินหนึ่งร้อยตำลึงโดยไม่ต้องคิด เพราะนางรู้ดีเกี่ยวกับลูกเต๋านี้ มันลงจำนวนนับใหญ่ได้เท่านั้น


    “จัดให้ตามที่ขอ”


    อันเยว่เผยสีหน้าจนปัญญา แล้ววางเงินลงไปที่จำนวนนับเล็ก ทันทีที่เขย่าลูกเต๋า ลูกเต๋าสองสามลูกก็ส่งเสียงดังอยู่ในชาม และหยุดลงหลังจากที่เหวี่ยงไปมาสักครู่


    “สองสามสี่ เล็ก วันนี้ต้องขอบใจเ๽้าแล้ว”


    อันเยว่เก็บเงินด้วยรอยยิ้ม เพิ่งหยิบตั๋วเงินมาไว้ในมือ สูเหล่าหวู่ก็ตบโต๊ะทันที “เ๽้าโกง!”


    ทุกคนส่งเสียงดังฮือฮา หากโกงจริง ๆ เช่นนั้นต้องตัดมือทิ้ง!


    “คำพูดนี้ไม่รู้สึกว่ามันน่าขันไปหน่อยหรือ? ข้าน่ะหรือโกง? ลูกเต๋านี้เ๽้าเป็๲คนให้ข้าเอง สองมือของข้าก็ไม่เคยห่างโต๊ะ เพื่อเลี่ยงการสงสัย แม้แต่แขนเสื้อข้าก็ยังม้วนขึ้น คนที่นี่มองกันอย่างอิจฉาตาร้อน หรือว่าเป็๲ลูกเต๋าของเ๽้าที่มีปัญหา?”


    คำพูดของอันเยว่ดูเหมือนเป็๲การโยนปัญหากลับไป ทว่ามันกลับเรียกความสนใจของผีพนันทั้งหลาย


    ในโรงบ่อน พนันสิบหนแพ้เก้าหน ทุกคนต่างโทษว่าตัวเองดวงไม่ดี แต่หากลูกเต๋ามีปัญหา นั่นก็เป็๲อีกเ๱ื่๵๹หนึ่ง


    “ลูกเต๋าของเราไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน!”


    “เช่นนั้นข้าโกงด้วยวิธีไหนล่ะ?”


    อันเยว่ย้อนถามอีกครั้งด้วยน้ำเสียงบีบบังคับ “หรือว่าเ๽้าเห็นข้าชนะได้เงินแล้วอิจฉาตาร้อน?”


    “เ๽้า…”


    สูเหล่าหวู่หน้าแดงก่ำเพราะการปะทะเพียงสองประโยคของอันเยว่ การแพ้ชนะในโรงบ่อนเป็๲สิ่งที่แน่นอน หากโรงบ่อนเสียเงินแล้วทำให้แขกลำบากใจ หากแพร่งพรายออกไปก็ไม่ต้องทำการค้ากันแล้ว 


    “แขกได้เงินก็โกรธ หรือว่าโรงบ่อนแห่งนี้มีการโกงบ่อยครั้ง?” 


    “ข้าก็ว่าทำไมถึงแพ้พนันตลอด”


    “นี่เป็๲โรงบ่อนของชุยต้าเหนียน ทำสิ่งที่ไม่อาจแพร่งพรายแบบนี้ด้วยหรือนี่?”


        ……


    เสียงวิจารณ์ของผู้อื่นดังรวมกัน สูเหล่าหวู่ขายหน้าและไม่สามารถบอกได้อีกว่าอันเยว่โกง จึงกล้ำกลืนความโกรธนี้ลงไปทั้งอย่างนั้น


    “วันนี้ดวงดี เงินของเ๽้า ข้าจะรับไว้ก็แล้วกัน”


    หลังจากเก็บเงินไว้อย่างดีอันเยว่ก็ปรบมือน้อย ๆ และหมุนตัวจากไปอย่างพึงพอใจ โดยไม่ทันเห็นว่าคนด้านหลังกำลังพุ่งมาหาด้วยดวงตาแดงก่ำ