หลังจากพาซูจือฉือมายังแผงขายเนื้อหมูเพื่อจองไขมันหมู อันเยว่มองเงินในมือก็พบว่าเหลือเพียงสิบอีแปะ ซึ่งไม่พอจะใช้ทำอะไร ครั้นมองไขมันหมูที่ซูจือฉือถือก็เกิดเสียงหึ่ง ๆ ในศีรษะของนางเมื่อคิดว่ายังต้องกลับไปเคี่ยวน้ำมันหมูต่อ
อยากได้กำไรไม่ง่ายเลยจริง ๆ ยิ่งที่นี่ไม่มีแม้แต่เครื่องจักร อาศัยเพียงแรงงานคน เกรงว่าคงต้องเคี่ยวจนถึงวันพรุ่งนี้แน่ ๆ
“กลับบ้านกันเถอะ วันนี้ยังมีอะไรให้ทำอีกมาก คนที่จะมาซื้อสบู่ในวันพรุ่งนี้ก็มีเยอะด้วย”
ซูจือฉือติดตามอยู่ข้างกายอันเยว่โดยไม่เอ่ยอะไร อย่างน้อยนางก็มีคนอยู่เป็เพื่อน
“จือฉือ ข้าไม่ขอให้เ้าเชื่อใจข้าในทันที เพียงแต่ใกล้แล้วละ”
เมื่อพูดถึงตรงนี้อันเยว่ก็หมุนตัวกลับมาส่งยิ้มกว้างให้ซูจือฉือ
ทว่าซูจือฉือกลับหลุบสายตาลง เขายังคงไม่ขานรับแม้แต่ครึ่งคำ
“ทอยลูกเต๋าเล่นไพ่โกว เล่นมากก็ชนะมาก”
ในตอนที่เดินผ่านโรงบ่อนแห่งหนึ่งอันเยว่ก็หยุดฝีเท้า นางหันศีรษะกลับไปมองพบว่าแผงขายของบนถนนเก็บไปได้ประมาณหนึ่งแล้ว แต่โรงบ่อนกับโรงสุรายังคงเต็มไปด้วยผู้คน
อันเยว่หยุดฝีเท้า นางดวงดีมาั้แ่เกิด ทุกครั้งที่พนันก็ชนะร่ำไป เพียงแต่วิธีการโกงในโรงบ่อนเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด เ้าของร่างเดิมมองไม่ออก สุดท้ายจึงจบลงด้วยการสูญเสียทรัพย์สินของครอบครัวไปมากมาย
ตอนนี้เป็โอกาสดี อันเยว่ชั่งน้ำหนักเงินสิบอีแปะในมืออย่างลังเลใจ
จ่ายเงินมัดจำไขมันหมูไปแล้ว หากรอเงินจากการขายสบู่มาจ่ายเงินงวดสุดท้าย เกรงว่าต้องใช้เวลาสองสามวัน ซึ่งนั่นหมายความว่าต้องหยุดกิจการหลังจากวันนั้นหนึ่งวัน
วันนี้หากเข้าไปพนันสองครั้ง เงินทุนทั้งหมดจะมีถึงงวดสุดท้าย เช่นนั้นไยต้องกังวลถึงวันข้างหน้า?
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้อันเยว่ก็เดินตรงไปยังโรงบ่อน
“ฮูหยิน!”
ทันใดนั้นซูจือฉือเอ่ยขึ้นมา น้ำเสียงของเขาปนความไม่พอใจอย่างชัดเจน
“เ้ารอข้าที่นี่”
อันเยว่รู้อยู่เต็มอกว่าเขาอาจจะโกรธ แต่โอกาสนี้ ต่อให้แพ้ทุกตาก็ไม่เป็ไร แต่ถ้าชนะ ก็จะเป็อีกโลกหนึ่งเลยทีเดียว
อันเยว่ส่งไขมันหมูให้ซูจือฉือ จากนั้นตรงเข้าไปในโรงบ่อนโดยไม่สนใจท่าทางของซูจือฉือเลยสักนิด
“นี่ตระกูลอันไม่ใช่หรือ? ไฉนนางถึงมาที่นี่อีก?”
“คงมาส่งเงินน่ะ”
“มากี่ทีก็แพ้ แต่ก็ยังมา”
……
อันเยว่เพิ่งเดินเข้าไปในโรงบ่อนก็ถูกคนจำได้แล้ว
เมื่อเห็นเงาของอีกฝ่ายหายไปตรงหน้าประตูทางเข้าโรงบ่อน ซูจือฉือก็หัวเราะเยาะ สันดานเดิมยากจะเปลี่ยนจริง ๆ
โต๊ะพนันสองสามโต๊ะเต็มไปด้วยคน เมื่อเห็นอันเยว่มาต่างก็พากันหลีกทางให้ และคิดว่าเป็ผีพนันจริง ๆ
“ไม่เจอกันหลายวัน ไปหาเงินมาหรือ?”
น้ำเสียงหยอกล้อของสูเหล่าหวู่ที่ยืนอยู่หลังโต๊ะพนันช่างแสบหูยิ่งนัก ทว่าอันเยว่กลับไม่รู้สึกโกรธแม้แต่น้อย หลังจากยืนนิ่งนางก็มองจำนวนนับใหญ่และเล็กที่อยู่บนหน้าโต๊ะพนัน พลางคิดว่าทอยลูกเต๋าเป็วิธีที่เร็วที่สุด เพราะไม่สามารถปล่อยให้ซูจือฉือรอนาน
“พนันกันสักตา”
อันเยว่ขานรับด้วยรอยยิ้ม และเห็นแขนกำยำของสูเหล่าหวู่ชี้ไปที่จำนวนนับใหญ่และเล็ก “จะซื้ออันไหน?”
“ข้าเองก็เป็แขกเก่า เช่นนั้นวันนี้เราเปลี่ยนวิธีเล่นกันหน่อยดีไหม?”
“หึ นี่เ้ากำลังยั่วยุข้าหรือ? ได้ เ้าว่ามา จะเล่นอย่างไร?”
ผู้คนรอบ ๆ พากันหัวเราะคิกคัก อันเยว่ผู้ที่แพ้พนันทุกเมื่อจนขึ้นชื่อที่โรงบ่อน ยามนี้ผู้อื่นเตรียมเงินและพร้อมจะลงพนันแล้ว แน่นอนว่าอันเยว่ซื้ออันไหน พวกเขาก็แค่เลี่ยงอันที่อันเยว่ซื้อ
“ข้าทอยลูกเต๋าเอง”
อันเยว่ยื่นมือออกมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เป็ผลให้สูเหล่าหวู่ชะงักงันครู่หนึ่ง หากลูกเต๋านี้ตกไปอยู่ในมือผู้อื่น สิทธิ์ในการตัดสินใจก็จะไม่อยู่ในมือนางแล้ว
เมื่อเห็นท่าทางลังเลของสูเหล่าหวู่ อันเยว่ก็เบะปาก “หรือเ้ากลัวคนดวงซวยอย่างข้า?”
“กลัวหรือ? หึ น่าขัน ข้าน่ะหรือกลัว? ให้เ้าทอยลูกเต๋าก็ได้!”
เป็ไปตามคาด สูเหล่าหวู่ส่งลูกเต๋าใส่มืออันเยว่ภายใต้วิธียั่วโทสะของอันเยว่
อันเยว่ชั่งน้ำหนักลูกเต๋าและพบว่ามีการใช้กลอุบายจริง ๆ เมื่อเห็นว่าสูเหล่าหวู่กำลังจะลงเดิมพัน นางก็วางเงินสิบอีแปะลงบนจำนวนนับใหญ่ทันที
“เ้าคงจะไม่ซื้ออันเดียวกับข้าหรอกใช่ไหม?”
“นางซื้อใหญ่ไปแล้ว พวกเรารีบลงเดิมพันเร็วเข้า”
“ต้องซื้อเล็กนะ!”
“ซื้อเล็ก ซื้อเล็ก!”
เสียงของทุกคนดึงดูดความสนใจของผู้คนได้ไม่น้อย จากนั้นมีคนจากโต๊ะอื่นมาลงเดิมพันด้วย และล้อมโต๊ะพนันจนแน่นขนัด
“เปลี่ยนใจไม่ได้แล้วนะ!”
อันเยว่เผยรอยยิ้มน้อย ๆ นางพลิกปากชามบนโต๊ะขึ้น จากนั้นกำลูกเต๋า พร้อมมองเงินที่วางอยู่ด้านข้างครู่หนึ่ง เห็นแล้วน่าจะหนึ่งร้อยตำลึงเป็อย่างต่ำ
“เร็วสิ เปลี่ยนใจไม่ได้แล้ว ยังจะรออะไรอีก?”
“ใช่ เร็ว ๆ เข้า!”
ภายใต้การเร่งรัดของทุกคน อันเยว่แค่โยนเบา ๆ ลูกเต๋าก็ตกลงไปในชามและหยุดลงหลังจากที่หมุนสองสามรอบ
“โอ้ ขอโทษด้วย สี่ห้าหก ใหญ่”
อันเยว่ยิ้มอย่างไม่ใส่ใจแล้วเก็บเงินบนโต๊ะลงกระเป๋า
เท่านี้ก็พอแล้ว นี่จะเป็ครั้งสุดท้ายที่นางเข้าโรงบ่อน ต่อไปก็สามารถกล่าวได้แล้วว่าลาก่อน
“นึกไม่ถึงว่านางจะชนะ?”
“น่าแปลก ไม่ใช่ว่านางดวงซวยหรอกหรือ? เงินสิบอีแปะเอาชนะเงินหลายร้อยตำลึงเนี่ยนะ?”
ภายใต้ความแปลกใจของทุกคน สีหน้าของสู่เหล่าหวู่พลันแปรเปลี่ยนเป็ดำทะมึน
“ขอตัวก่อน”
อันเยว่กำลังจะจากไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ทว่าสูเหล่าหวู่กลับนั่งไม่ติด จึงะโขึ้นหนึ่งประโยค “ชนะแล้วก็คิดจะกลับหรือ?”
“มิเช่นนั้น?”
“เล่นอีกตา!”
เมื่อเห็นท่าทางรีบร้อนส่งเงินของสูเหล่าหวู่ อันเยว่ก็หยิบแท่งเงินมูลค่าสิบตำลึงออกมาจากจำนวนเงินหนึ่งร้อยตำลึงที่ชนะมาได้ ทว่ากลับถูกสูเหล่าหวู่ชิงลงจำนวนนับใหญ่เสียก่อน
“ตาสุดท้ายแล้วนะ?”
“ใช่ ตาสุดท้าย ไม่ว่าชนะหรือแพ้ก็จะปล่อยเ้ากลับไป”
ทุกท่านได้ยินแล้วใช่ไหม ก็ได้”
“แต่เ้าต้องลงเงินที่เ้าชนะเมื่อครู่ทั้งหมด!”
สูเหล่าหวู่เพิ่มเงื่อนไขอีกหนึ่งข้อ นางมีพรรคพวกและอิทธิพลมากมาย หากแตกหักกันไปข้างในยามนี้ อันเยว่เองก็จะไม่ได้รับประโยชน์ใด ๆ เช่นกัน
นางจึงถอนหายใจอย่างจนปัญญา “ข้าลงหนึ่งร้อยตำลึง เ้าก็ควรลงหนึ่งร้อยตำลึงเช่นกันใช่ไหม?”
“ได้สิ”
สูเหล่าหวู่มีความมั่นใจเหลือล้น นางวางตั๋วเงินหนึ่งร้อยตำลึงโดยไม่ต้องคิด เพราะนางรู้ดีเกี่ยวกับลูกเต๋านี้ มันลงจำนวนนับใหญ่ได้เท่านั้น
“จัดให้ตามที่ขอ”
อันเยว่เผยสีหน้าจนปัญญา แล้ววางเงินลงไปที่จำนวนนับเล็ก ทันทีที่เขย่าลูกเต๋า ลูกเต๋าสองสามลูกก็ส่งเสียงดังอยู่ในชาม และหยุดลงหลังจากที่เหวี่ยงไปมาสักครู่
“สองสามสี่ เล็ก วันนี้ต้องขอบใจเ้าแล้ว”
อันเยว่เก็บเงินด้วยรอยยิ้ม เพิ่งหยิบตั๋วเงินมาไว้ในมือ สูเหล่าหวู่ก็ตบโต๊ะทันที “เ้าโกง!”
ทุกคนส่งเสียงดังฮือฮา หากโกงจริง ๆ เช่นนั้นต้องตัดมือทิ้ง!
“คำพูดนี้ไม่รู้สึกว่ามันน่าขันไปหน่อยหรือ? ข้าน่ะหรือโกง? ลูกเต๋านี้เ้าเป็คนให้ข้าเอง สองมือของข้าก็ไม่เคยห่างโต๊ะ เพื่อเลี่ยงการสงสัย แม้แต่แขนเสื้อข้าก็ยังม้วนขึ้น คนที่นี่มองกันอย่างอิจฉาตาร้อน หรือว่าเป็ลูกเต๋าของเ้าที่มีปัญหา?”
คำพูดของอันเยว่ดูเหมือนเป็การโยนปัญหากลับไป ทว่ามันกลับเรียกความสนใจของผีพนันทั้งหลาย
ในโรงบ่อน พนันสิบหนแพ้เก้าหน ทุกคนต่างโทษว่าตัวเองดวงไม่ดี แต่หากลูกเต๋ามีปัญหา นั่นก็เป็อีกเื่หนึ่ง
“ลูกเต๋าของเราไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน!”
“เช่นนั้นข้าโกงด้วยวิธีไหนล่ะ?”
อันเยว่ย้อนถามอีกครั้งด้วยน้ำเสียงบีบบังคับ “หรือว่าเ้าเห็นข้าชนะได้เงินแล้วอิจฉาตาร้อน?”
“เ้า…”
สูเหล่าหวู่หน้าแดงก่ำเพราะการปะทะเพียงสองประโยคของอันเยว่ การแพ้ชนะในโรงบ่อนเป็สิ่งที่แน่นอน หากโรงบ่อนเสียเงินแล้วทำให้แขกลำบากใจ หากแพร่งพรายออกไปก็ไม่ต้องทำการค้ากันแล้ว
“แขกได้เงินก็โกรธ หรือว่าโรงบ่อนแห่งนี้มีการโกงบ่อยครั้ง?”
“ข้าก็ว่าทำไมถึงแพ้พนันตลอด”
“นี่เป็โรงบ่อนของชุยต้าเหนียน ทำสิ่งที่ไม่อาจแพร่งพรายแบบนี้ด้วยหรือนี่?”
……
เสียงวิจารณ์ของผู้อื่นดังรวมกัน สูเหล่าหวู่ขายหน้าและไม่สามารถบอกได้อีกว่าอันเยว่โกง จึงกล้ำกลืนความโกรธนี้ลงไปทั้งอย่างนั้น
“วันนี้ดวงดี เงินของเ้า ข้าจะรับไว้ก็แล้วกัน”
หลังจากเก็บเงินไว้อย่างดีอันเยว่ก็ปรบมือน้อย ๆ และหมุนตัวจากไปอย่างพึงพอใจ โดยไม่ทันเห็นว่าคนด้านหลังกำลังพุ่งมาหาด้วยดวงตาแดงก่ำ