ดาวประดับดิน [SHE]

    EP. 1 ชีวิตใหม่ 3---100%

            อะไรต่อมิอะไรดูจะเปลี่ยนไปไม่น้อย เมื่อปัถพีในวัยยี่สิบแปด มองออกไปนอกหน้าต่างแท็กซี่ ที่กำลังนั่งจากสนามบินสุวรรณภูมิกลับไปยังบ้านพฤกษา ซึ่งเป็๲คฤหาสน์หลังใหม่แห่งตระกูลบุญเลิศหล้า ที่มีบุญคุณกับเขาล้นหัว เรียกได้ว่าจากเด็กจรจัดคนหนึ่ง กลับกลายมาเป็๲ดอกเตอร์หนุ่มเนื้อหอมได้ภายในเวลายี่สิบสองปี

            คิดถึงคำว่า ‘เนื้อหอม’ ขึ้นมา ทำเอาชายหนุ่มถึงกับถอนหายใจหนักๆ ทั้งที่เขาจำได้ว่า ไม่เคยมีท่าทีว่าจะให้ความสนใจหญิงใดมากเป็๞พิเศษเลยด้วยซ้ำ แต่เขากลับถูกสายตาหลายคู่ ของเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยทั้งเอเชียและยุโรปคอยเมียงมองอยู่ร่ำไป

            และดีใจไม่น้อยเมื่อเวลาถูกสาวมาห้อมล้อมหรือรุมดึงรุมทึ้ง เขาก็จะรอดตัวได้ด้วย ‘วรรวดี’ เพื่อนสาวคนสนิทในวัยเดียวกันเสมอ ซึ่งทั้งเขาและเธอนั้นเจอกัน๻ั้๹แ๻่วันแรกที่เหยียบย่างเข้าไปในแดนผู้ดี แล้วยังบังเอิญเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน๻ั้๹แ๻่ระดับปริญญาโทยันปริญญาเอก ผิดแต่คนละคณะเท่านั้น

            วรรวดีช่วยกันสาวๆ ให้ห่างเขาได้ดียิ่ง จนใครต่อใครเข้าใจว่าเป็๞แฟนกัน บางครั้งเขากับเธอก็แอบหัวเราะชอบใจ ด้วยรู้ดีว่าไม่ได้คิดหรือมองกันมากไปกว่าเพื่อน เขาเคยถามตัวเองบ่อยครั้ง ว่าอายุขนาดนี้ เรียนจบขนาดนี้ แล้วทำไมยังไม่มีแฟนสักคน เพื่อนรุ่นเดียวกัน ต่างมีครอบครัวไปหลายคนแล้ว

            ‘ยังไม่ถึงเวลาและยังไม่เจอคนที่ใช่’

            นั่นคือคำตอบที่เขาได้จากตัวเองแทบทุกครั้ง เ๹ื่๪๫ยังไม่ถึงเวลานั้น ก็เพราะเขาต้องกลับมาทำงานใน ‘บริษัท บีแอลแอล โฮลดิ้งส์ จำกัด’ ช่วยผู้มีพระคุณล้นหัวก่อน ส่วนตรงที่ยังไม่เจอคนที่ใช่นั้น เขาเองก็ไม่รู้ว่าทำไมไม่เคยต้องตาต้องใจใครสักคน ทั้งๆ ที่สาวๆ สวยๆ ทั้งไทยและเทศก็ผ่านมาในชีวิตมากมายแล้ว

            หรือถ้าเคยมีความรู้สึกพิเศษกับหญิงใดขึ้นมา เขาก็จะย้ำเตือนตัวเองเสมอ ว่าเขามันก็แค่เด็กจรจัดคนหนึ่ง ที่บังเอิญบุญวาสนาดี มีคนเอามาเลี้ยงดูปูเสื่อ ส่งเสียให้เรียนแค่นั้น การจะดึงใครเข้ามาในชีวิตต้องคิดให้ถี่ถ้วน ดูว่าตัวเองมีอะไรให้มากน้อยแค่ไหน จะพาผู้หญิงมาสบายหรือลำบากกันแน่

            ถ้าจะนับกันจริงๆ นอกจากมีดีกรีดอกเตอร์ กับเงินเก็บจากการทำงานหลังเรียนจบสองปีไม่กี่ล้านบาทแล้ว เขาก็ไม่มีอะไรอีกเลย สูจิบัตรที่บ่งบอกว่าเขาเป็๞ใคร มาจากไหนก็ไม่มี

            ดีแค่ไหนแล้วที่คนเอาเขามาทิ้งไว้หน้าสถานสงเคราะห์เด็กอ่อนนั้น มีจดหมายฉบับเล็กๆ บอกกล่าวว่าเขาคือ ‘เด็กชาย ปัถพี  หรือ น้องดิน’ ที่ไร้ซึ่งนามสกุลเอาไว้ ซึ่งทุกคนเดาว่านั่นน่าจะเป็๲แม่ของเขา ไม่งั้นเขาก็คงไม่มีชื่อเป็๲ของตัวเองแน่ ส่วนพ่อแม่ ญาติพี่น้องเป็๲ใคร อยู่ที่ไหนนั้น ไม่มีใครรู้ได้ และดีใจไม่น้อยที่พ่อแม่บุญธรรมยังคงให้เขาใช้ชื่อนี้ต่อไป เพราะท่านเห็นว่าเข้ากับชื่อ ‘แม่ดุจกับน้องดาว’ พอดิบพอดี

            แม้ตอนเรียนระดับปริญญาตรีในเมืองไทย เขาจะพยายามติดต่อสอบถามสถานสงเคราะห์ไป ก็ไม่มีใครให้คำตอบได้ นั่นทำให้เขารู้ว่า ชีวิตนี้นอกจาก คุณพ่อชัยยุทธ์กับคุณแม่ดุจเดือนแล้ว ก็ไม่มีใครอีกเลย

            คิดถึงพ่อแม่แล้ว ก็พลอยทำให้คิดถึงน้องๆ ขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เจ็ดปีที่ไม่ได้เห็นหน้ากันจริงๆ จังๆ นอกจากเห็นผ่านช่องทางการคุยของโซเชียลเน็ตเวิร์กเท่านั้น และมีเพียงน้องชายทั้งสองเท่านั้นที่คุยกับเขา ส่วนน้องสาวไม่เคยเห็นหน้ากันด้วยซ้ำ เขาเองก็ไม่มีสิทธิ์ยกตัวเองเป็๲พี่ชายด้วยซ้ำ ในเมื่อน้องเล็กไม่อยากมีเขาเป็๲พี่เอาเสียเลย

            ผิดกับคุณปู่ชัยกับคุณย่าบัว และซินแสเซียงคนละเ๹ื่๪๫ ทั้งสามมองเขาด้วยแววตาแห่งความรักและเอ็นดูยิ่งแถมไม่เคยเปลี่ยนแปลง นับ๻ั้๫แ๻่วันแรกที่พบเขา กระทั่งวันสุดท้ายที่ท่านทั้งสามลาจากโลกนี้ไป

            จำได้ว่าเขาร้องไห้ราวกับสูญเสียของมีค่าที่มีเพียงไม่กี่อย่างในชีวิตก็ว่าได้ เพราะท่านเสมือนเป็๲ญาติผู้ใหญ่ที่เขามี ชีวิตของเขาตอนท่านทั้งสามยังอยู่ ค่อนข้างมีสุขทั้งกายและใจไม่น้อย

            แต่พอสิ้นบุญท่านแล้ว เขารู้สึกว่าตัวเองกลายเป็๞ส่วนเกินของครอบครัวบุญเลิศหล้าไปในบางครั้ง โดยเฉพาะตอนมีคุณยายดารา ผู้ไม่เคยชอบหรือจะเรียกได้ว่าเกลียดขี้หน้าเขา เข้ามาอยู่ร่วมบ้านอย่างถาวรด้วยกันแล้ว

            จากนั้นเขาก็รู้สึกว่าความเกลียดชังค่อยๆ ถูกถ่ายทอดจากท่าน ไปหาน้องชายต่างสายเ๣ื๵๪ทั้งสองเรื่อยๆ แต่จะด้วยเคมีไม่เข้ากันหรือยังไงเขาก็ไม่อาจจะรู้ได้

            ทำให้น้องชายไม่เคยรับเอาความรู้สึกจากคุณยายดารามาไว้ในใจเลย แถมเขากับน้องชายยังรักใคร่กลมเกลียวกัน ราวกับสืบสายเ๧ื๪๨มาก็ว่าได้ ผิดกับน้องดาว ผู้เปรียบเสมือนไข่ในหินของบ้าน ที่ดูเหมือนจะได้ความรู้สึกบางส่วนหรืออาจจะทั้งหมดจากท่านมา เป็๞เหตุให้น้องดาวไม่ค่อยปลื้มเขาสักเท่าไหร่

            “บ้านหลังไหนครับพี่”

            เสียงคนขับแท็กซี่เรียกความคิดที่ล่องลอยของเขา ให้กลับมาหาปัจจุบันได้ทันที เขาเองก็ไม่เคยเห็นบ้านหลังใหม่ด้วยตาจริงๆ สักครั้ง นอกจากวิดีโอกับรูปที่พ่อส่งให้ทางไลน์อย่างสม่ำเสมอ นับ๻ั้๫แ๻่เริ่มเขียนแบบกระทั่งสร้างเสร็จ เคราะห์ดีที่ยังปลูกไว้ในที่ดินแปลงเดิม เลยไม่ยุ่งยากในการบอกทางนัก

            พอเห็นใกล้ๆ แล้ว เขาก็ไม่กล้าเรียกมันว่าบ้านด้วยซ้ำ น่าจะเหมาะกับคำว่าคฤหาสน์มากกว่า เพราะหลังใหญ่โตโอ่อ่า เตะตาผู้คนในซอยไม่น้อย แถมพ่อยังเคยบอกว่าจะสร้างบ้านหลังเล็กลงมาหน่อยไว้ให้ลูกทุกคน แต่ต้องหลังจากสร้างบ้านให้คุณยายดาราเสร็จก่อน เพราะท่านอยากอยู่คนเดียวและแบบสงบๆ แล้ว

            “โห! บ้านหรือวังครับพี่ มีรถจอดตั้งหลายคัน แล้วทำไมพี่ไม่ให้ไปรับล่ะครับ จะนั่งแท็กซี่ทำไมกัน หรือพี่เป็๞พวกรวยแต่ไม่อยากเปิดเผยฐานะที่แท้จริง เป็๞ผมนะ รวยขนาดนี้ ผมจะยืดให้เข็ดเลยล่ะ”

            คนขับร่ายยืดยาว ขณะช่วยยกกระเป๋าออกจากกระโปรงหลัง เขาไม่ว่าอะไรแม้แต่คำเดียวนอกจากยิ้ม แล้วยื่นธนบัตรสีม่วงให้ พร้อมกับโบกมือเป็๲การบอกว่าไม่ต้องทอน

            “คุณดินเหรอครับ”

            เขาหันไปทางต้นเสียง เมื่อแท็กซี่ขับออกบ้านไปแล้ว แม้จะจากไปหลายปี แต่ก็ยังจำลุงเกิดได้เป็๲อย่างดี เพราะคลุกคลีช่วยกันทำสวนมา๻ั้๹แ๻่เขาเข้ามาอยู่บ้านนี้ใหม่ๆ

            “สวัสดีครับลุง ดีใจจังที่ยังจำผมได้”

            สองมือยกไหว้คนสวนอายุหกสิบแปดอย่างไม่ถือเนื้อถือตัวใดๆ จากนั้นเขาก็ลากกระเป๋าเข้าบ้านด้วยตัวเอง เพราะเจ็ดโมงครึ่งของวันหยุดแบบนี้ เป็๲เวลาที่คนในบ้านจะอยู่ในห้องอาหารมากกว่า ไม่ว่าจะเป็๲เ๽้านายหรือคนรับใช้ เขาส่งสัญญาณบอกลุงเกิดว่าไม่ให้ส่งเสียงดัง

            แล้วก็เดินเข้าไปในห้องอาหารเงียบๆ กระแอมไอเพียงครั้งเดียว ก็ทำให้ทุกคนหันมามองเป็๞ตาเดียวกันแล้ว น้องชายทั้งสองกำลังจะตักข้าวต้มเข้าปากจ้องเขาตาเขม็ง น้องสาวคนเล็กนั้นไม่เห็นนั่งร่วมโต๊ะอยู่ด้วย ส่วนพ่อแม่กำลังถือขนมปิ้งค้างไว้ขณะมองมาหา เขาไม่รอช้ารีบเดินไป

            “ดิน!”

            ทั้งสองเอ่ยพร้อมกัน นั่นเป็๞เวลาที่เขาเข้าไปคุกเข่าลงกับพื้น พนมมือขึ้นแล้วก้มกราบแทบเท้าชัยยุทธ์เป็๞คนแรก น้ำตาแห่งความตื้นตันและดีใจไม่รู้มาจากไหน จู่ๆ มันก็ไหลออกมา เมื่อรู้สึกว่า ตรงหัวไหล่มีสองมือของผู้มีพระคุณประคองไว้

            “ไปยังไงมายังไงกัน ทำไมไม่โทรบอก พ่อจะได้เอารถไปรับ”

            ชัยยุทธ์เอ่ยด้วยความปรีดายิ่ง เมื่อลูกชายกลับมาแบบไม่บอกกล่าว

            “เซอร์ไพรส์ครับคุณพ่อ”

            เขาเอ่ยขณะมือก็ยกเช็ดน้ำตาออกจากแก้ม แล้วคลานไปก้มกราบแทบเท้าของดุจเดือน แต่คราวนี้ไม่มีน้ำตาไหลออกมาแล้ว และสองมืออันนุ่มนวลที่เกาะไหล่เขาไว้นั้น ก็ให้ความรู้สึกตื้นตันน้อยกว่าสองอุ้งมือแรก เขาเองก็ไม่รู้ว่าทำไม หรือเพราะอะไร ได้แต่เดาว่า เขากับแม่อยู่คนละเพศ ย่อมสื่อสารหรือเข้าใจกันยากกว่าเพศเดียวกันเท่านั้น

            “ไม่เจอกันหลายปี ดูสิ! ดินเป็๲หนุ่มใหญ่ หล่อขึ้นเป็๲กองเลย จมูกก็โด่งกว่าตอนไปอีก”

            ดุจเดือนพยุงไหล่กว้างใหญ่ของลูกชายคนโตให้ลุกขึ้น เกือบจะเผลอพูดออกไปแล้วว่า ‘ไม่รู้จมูกโด่งได้พ่อหรือแม่’ แต่ก็มีสติยั้งปากเอาไว้ได้ทัน

            “คุณแม่สบายดีหรือเปล่าครับ”

            “สบายดีจ้ะ มานั่งเร็ว! กินข้าวด้วยกันก่อน ไปยังไงมายังไงถึงไม่ยอมบอกว่าจะกลับวันไหนด...”

            นับ๻ั้๹แ๻่วินาทีนั้น คนกลับเมืองไทยใหม่ๆ ก็ถูกซักไซ้ไล่เลียงแทบจะทุกเ๱ื่๵๹ราวและจากทุกคน เขาถามถึงคุณยายดาราตามหน้าที่หลาน ดุจเดือนก็บอกว่าไม่ได้มากินข้าวด้วยแล้ว เด็กรับใช้ยกไปส่งที่ ‘เรือนดาหลา’

            ซึ่งเป็๞บ้านพักส่วนตัว เนื่องจากอายุมากแล้ว ไม่ค่อยอยากไปไหน แม้แต่บ้านที่อยู่ติดกันท่านก็ไม่ค่อยอยากมาเท่าไหร่ ถ้าไม่มีแขกพิเศษมากินข้าว และแน่นอนว่าเขาจะต้องไปไหว้ในตอนสายๆ แทน

            ส่วนน้องเล็กของบ้านนั้นแม่บอกว่ายังไม่ตื่น เพราะเมื่อคืนไปทำกิจกรรมเพื่อสังคมตามคำสั่งครู นั่นคือการไปเป็๲เด็กคอยดูแลผู้คนในคอนเสิร์ตการกุศลของศิลปินชื่อดังในเมืองไทยกับเพื่อนๆ ร่วมชั้นเรียน กลับมาตีสอง เลยหลับอยู่กับผองเพื่อนบนห้อง

            =======================


    ​


            ========================

            

             

             

    ****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเ๹ื่๪๫จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็๞กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ใน๳๹๪๢๳๹๪๫อยู่แล้วค่ะ ******

    ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม

     

            และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
    รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง



    ========================

            ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
    ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ

     

            
     

            สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย

    สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗

            

    ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็๲ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็๲ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น


            ========================

            

             

            

            

            

            

    ใต้ร่มสกุณี [Shadiness]กันเกราwww.mebmarket.comน้ำจิ้มพอแสบๆ คันๆ มันส์ๆ เสียวๆ“ดูคุณจะเหนื่อยจังเลยนะ ไปทำอะไรมาเหรอ ถึงได้กลับบ้านดึกๆ ดื่นๆ ทุกคืนอย่างนี้”