ไม่รู้ว่าผ่านไปเนิ่นนานเท่าไรหลินโม่ค่อยๆ ตื่นขึ้น พลันพบว่าตัวเองนอนอยู่ในถ้ำ กำแพงหินสี่ด้านล้วนเกิดจากการรวมผลึกของคริสตัล
ที่ปลายทางทั้งสองของอุโมงค์ทางผ่านล้วนเป็หมอกควันพัดวนคล้ายระลอกคลื่น ปิดกั้นปลายทางอีกด้านของอุโมงค์ทางผ่านจนมองไม่เห็นว่าด้านในมีอะไรอยู่กันแน่
“ฟื้นแล้วหรือ?” หนานิอู่ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าหลินโม่ด้วยอารมณ์ขี้เล่น
“ที่นี่คือที่ไหนกัน?” หลินโม่ขมวดคิ้วถาม ก่อนสิ้นสติ เขาพอจะจำเหตุการณ์ได้อย่างเลือนรางว่าโซ่ทองสัมฤทธิ์บนหน้าผาสูงขาดลง จากนั้นก็ไม่รู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น
“สถานที่ที่ดีแห่งหนึ่ง” หนานิอู่เอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มมีเสน่ห์ ดวงตาเป็ประกายแฝงเล่ห์เหลี่ยม
“สถานที่ที่ดี?” หลินโม่ขมวดคิ้วแน่นยิ่งขึ้น
เป็แค่อุโมงค์ทางผ่านเท่านั้นเอง ไม่คิดเลยว่าจะเป็ที่ดีๆ แม้ว่าผนังรอบด้านของอุโมงค์ทางผ่านนี้จะดูพิเศษก็ตาม
“ข้าไม่แกล้งเ้าแล้ว จะบอกเ้าจริงๆ ก็แล้วกันที่นี่คืออาณาจักรเร้นลับแห่งราชวงศ์ซวนหยวน” หนานิอู่ยิ้มพลางเอ่ยขึ้น
“อาณาจักรเร้นลับแห่งราชวงศ์ซวนหยวน…” หลินโม่ใเล็กน้อย
ก่อนเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติบนทวีปหงเิมีอาณาจักรอยู่มากมายซึ่งนำโดยราชวงศ์ใหญ่ทั้งสามจากราชวงศ์ทั้งหมด
ราชวงศ์ใหญ่ทั้งสามต่างเรืองอำนาจแข็งแกร่งมากว่าหมื่นปีแรกเริ่มทวีปหงเิกว่าเจ็ดส่วนถูกปกครองโดยราชวงศ์ทั้งสาม
อำนาจของราชวงศ์ทั้งสามในหลายปีที่ผ่านมานั้นแข็งแกร่งถึงเพียงใดกัน?
หากมุ่งสู่์นภาจงเก็บเกี่ยวดวงดาวหากร่วงสู่ปรโลกเก้าขุมจงสั่งนำเหล่าทัพนับล้านแห่งโลกันต์นี่คือบทหนึ่งที่บันทึกไว้ในบันทึกโบราณ จากมุมมองของหลินโม่แม้ว่าจะดูเกินจริงไปบ้างทว่าก็อธิบายถึงความแข็งแกร่งของราชวงศ์ทั้งสามในส่วนที่ทำให้ผู้คนโกรธเป็ฟืนเป็ไฟได้เป็อย่างดี
น่าเสียดายที่เหตุการณ์ภัยพิบัติเมื่อห้าร้อยปีก่อนนั้นทำลายล้างทุกสิ่งไปรวมถึงราชวงศ์ทั้งสามอีกด้วย
หลินโม่ไม่สามารถอธิบายได้ว่า ทำไมตัวเองถึงเข้ามาในอาณาจักรเร้นลับแห่งราชวงศ์ซวนหยวนกันแน่? ราชวงศ์ซวนหยวนที่ปกครองในตอนนั้น จากตำแหน่งที่ตั้งของอาณาจักรตะวันออกอาณาจักรใต้กับอาณาจักรตะวันออกห่างกันไม่รู้กี่หมื่นลี้
เมื่อสังเกตเห็นสีหน้าของหลินโม่หนานิอู่จึงเอ่ยขึ้น “พวกเรายังอยู่ในเทือกเขาซวนโยวดังนั้นอย่างไรที่นี่จะต้องมีอาณาจักรเร้นลับแห่งราชวงศ์ซวนหยวนเป็แน่เพราะในเวลานั้นราชันอสูรซวนโยวบังเอิญได้รับอาณาจักรเร้นลับแห่งราชวงศ์ซวนหยวนจึงเรียกพลมาที่เทือกเขาซวนโยว ปีก่อนข้าก็เจอที่นี่เข้า แต่ไม่มีหนทางเข้าไปในการจะเปิดอาณาจักรเร้นลับแห่งราชวงศ์ซวนหยวนได้นั้นจำต้องมีปราณิญญากลายพันธุ์ที่ตื่นขึ้นอย่างไรล่ะ”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ใจของหลินโม่ก็หวั่นไหวเล็กน้อย มิน่าหนานิอู่ถึงได้ตามหาตัวเขา
ผู้ปราณิญญากลายพันธุ์นั้นหาได้ยากที่สุดอยู่สายนอกมาถึงสองปี นอกจากตัวหลินโม่เองแล้วก็ยังไม่เคยได้ยินมาก่อนว่ามีใครปราณิญญากลายพันธุ์เอาไว้ หากแม้นมีจริงก็มีถึงแปดในสิบที่ิญญากลายพันธุ์ยังไม่ตื่นขึ้น
หลินโม่กวาดสายตามองทั้งสองด้านรอบๆแล้วเอ่ยกับหนานิอู่ “แล้วพวกเราจะออกไปอย่างไร?”
“ง่ายมากเดินจากอุโมงค์ทางผ่านทางซ้ายแล้วตรงไป ก็น่าจะออกจากเทือกเขาซวนโยวได้แล้วล่ะ” นิ้วมือเรียวขาวของหนานิอู่ชี้ไปยังอุโมงค์ทางผ่านที่ว่า
“เช่นนั้นก็ดีข้าจะกลับก่อนล่ะ” หลินโม่ยืนขึ้น
“เ้าจะไปจริงๆ หรือ? อย่ามาเสียใจภายหลังก็แล้วกันล่ะ”
ทว่าหนานิอู่กลับไม่ได้รั้งเขาเอาไว้ พลางเอ่ยขึ้นต่อ “ผู้คนมากมายอยากเข้ามาในอาณาจักรเร้นลับแห่งราชวงศ์ซวนหยวนแต่ต่างไม่มีโอกาสนี้ หากเ้าไปล่ะก็ จะสูญเสียโอกาสนี้ไปหรือว่าเ้าไม่อยากได้โลหิตอสูรั์แล้ว?”
หลินโม่หยุดลงหันกลับมาจ้องหนานิอู่แล้วแสยะยิ้มพลางเอ่ย “ศิษย์พี่ ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม พวกเราก็ถือว่าเคยผ่านความทุกข์ยากมาด้วยกันจะบอกให้ละเอียดทีได้หรือไม่ ว่าโลหิตอสูรนี่จะได้มาได้อย่างไร?”
สำหรับอาณาจักรเร้นลับแห่งราชวงศ์ซวนหยวนหลินโม่ไม่เข้าใจอะไรทั้งสิ้นทว่าดูท่าหนานิอู่จะรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับที่นี่อย่างแจ่มแจ้ง
“อาณาจักรเร้นลับแห่งราชวงศ์ซวนหยวนแท้จริงคือคอกเลี้ยงอสูรเ่าั้ให้แก่เหล่าหนุ่มสาวของราชวงศ์ซวนหยวนรุ่นที่หนึ่งในการทดสอบและรับโลหิตอสูรโดยเฉพาะ”หนานิอู่เล่า
“คอกเลี้ยงอสูร…” สีหน้าของหลินโม่เปลี่ยนไปเล็กน้อย ก่อนจะถามขึ้นอย่างอดไม่ได้ “ความหมายของท่านคือ หากพวกเรา้ารับโลหิตอสูรก็ยังต้องฆ่าอสูรเองเพื่อให้ได้มาอย่างนั้นหรือ?”
“ก็ไม่ผิด!” หนานิอู่พยักหน้าแล้วเอ่ยต่อ “หาก้าได้รับโลหิตอสูรก็ต้องพึ่งตัวเองในการฆ่าอสูร”
“ศิษย์พี่ท่านคิดว่าจากการบำเพ็ญของข้า จะสามารถฆ่าอสูรได้ไหม?” หลินโม่ถามกลับด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“เ้า? ตามการบำเพ็ญของเ้าในตอนนี้ แทบไม่ต่างกับไปป้อนอาหารให้อสูร”
ครั้นหนานิอู่เห็นสีหน้าย่ำแย่ของของหลินโม่จึงไม่หยอกเขาเล่นอีกต่อไป“เลิกทำหน้าดำคร่ำเครียดได้แล้ว จะบอกความจริงให้เ้าก็แล้วกันอาณาจักรเร้นลับแห่งราชวงศ์ซวนหยวนนี้แท้จริงแล้วคือเครื่องมือศักดิ์สิทธิ์อันน่าทึ่งชนิดหนึ่งที่มีพลังปิดผนึกภายในผนึกนั้นมีอสูรที่ล้วนเป็ลูกอสูรอยู่”
“ลูกอสูร…” หลินโม่พลันตาสว่างขึ้น
อสูรจัดการได้ยากแต่ลูกอสูรนั้นต่างออกไป ลูกอสูรที่ยังไม่โตเต็มที่จะพลังต่ำมากพลังส่วนใหญ่ต่างอยู่ในระดับฝึกร่างโดยประมาณต่อให้เป็ระดับของลูกราชันอสูรก็เป็เช่นเดียวกัน พลังจะไม่สูงมาก
เพียงแต่ลูกอสูรนั้นพบเจอได้ยากมากส่วนมากในตอนที่ลูกอสูรกำลังเติบโต จะถูกแม่อสูรปกป้องดูแลเอาไว้ไม่ก็หลบอยู่ในรังลับที่สุด หากอยากเจอลูกอสูรล่ะก็ นอกเสียจากจะมีโชคสุดๆเท่านั้นล่ะ
“เป็ไปได้ว่าในอาณาจักรเร้นลับอาจได้พบกับอสูรั์แน่นอนว่าต้องดูโชคของแต่ละคนแล้วล่ะ อีกอย่างที่ข้าจะเตือนเ้าไว้แม้ว่าลูกอสูรในอาณาจักรเร้นลับจะอ่อนแอ แต่เ้าต้องระวังตัวเอาไว้เป็ดีที่สุดอย่าโลภจนเกินไปเด็ดขาด หากสูญเสียชีวิตไปแล้วนั่นได้ไม่คุ้มเสียหรอก ใช่แล้วอาณาจักรโบราณจะอิงตามพลังของผู้ฝึกตนในการเข้าไป แล้วส่งเข้าสู่ในเขตที่ต่างกันไปลูกอสูรที่พบก็จะแตกต่างเช่นกัน หากไม่สู้ เ้าก็จะไม่มีแม้แต่หนทางกลับมาแต่ว่าทุกคนจะมีโอกาสเข้าไปในอาณาจักรเร้นลับได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น เมื่อออกมาก็จะไม่มีทางกลับเข้าไปได้อีก” หนานิอู่อธิบายอย่างชัดเจน
“ศิษย์พี่ท่านกำลังเป็ห่วงข้าอย่างนั้นหรือ? เช่นนั้นอย่างนี้ดีไหม ข้าก็ไม่ต้องเข้าไปเสียเลย รอท่านอยู่ที่นี่ศิษย์พี่ ท่านฆ่าอสูรั์ได้ตั้งหลายตัว ให้ข้าได้โลหิตอสูรั์ออกมานิดหน่อย ข้าก็ไม่ได้จะเอามากหรอกสักห้าหยดก็พอแล้วล่ะ” หลินโม่เอ่ยขึ้นด้วยพลางยิ้มกริ่ม
“เ้านี่มันไร้ยางอายเสียจริง”
หนานิอู่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด“เ้าคิดว่าโลหิตอสูรั์คือน้ำใต้บาดาลหรือ? ที่จะทำได้ตามใจชอบน่ะ? ในอาณาจักรเร้นลับไม่ได้มีพลังแห่งฟ้าดินอยู่หรอกนะพลังนั้นใช้ไปหนึ่งส่วนก็หายไปหนึ่งส่วน แม้จะเป็ข้ามากสุดก็ฆ่าได้เพียงประมาณห้าตัวเท่านั้น จะพบลูกอสูรั์สักตัวหรือไม่นั้นก็พูดยากมากสำหรับสถิติที่ลูกอสูรั์จะปรากฏตัว จะอิงตามจำนวนอสูรที่เ้าสังหารไป ยิ่งมากโอกาสก็ยิ่งเพิ่มยิ่งสังหารอสูรได้มาก สถิติที่ลูกอสูรั์จะปรากฏตัวก็ยิ่งมากขึ้น เอาล่ะไม่พูดอะไรมากแล้ว ข้าจะเข้าไปก่อนล่ะ”
สิ้นคำพูดหนานิอู่ก็มุ่งไปยังทางเข้าพายุฝั่งขวาทันที พริบตาร่างเงาก็เลือนหายไป
ท่าทางทะเล้นของหลินโม่เหือดหายไปสีหน้าพลันเปลี่ยนเป็เคร่งขรึมขึ้นมาทันใด จิตใจจมดิ่งสู่จุดตันเถียนอย่างรวดเร็วก่อนสิ้นสติลง เขาก็สังเกตเห็นว่าหนังสือศักดิ์สิทธิ์ในร่างปรากฏการเปลี่ยนแปลงอันแปลกประหลาดขึ้น เพียงแต่หนานิอู่อยู่ข้างกาย เขาจึงไม่ได้ตรวจดูในทันทีก็เท่านั้น
ชั่วขณะจากนั้นหลินโม่ที่หวนจิตกลับมาได้ ใบหน้าก็เต็มไปด้วยความตกตะลึง
ประตูบานที่สองในหนังสือศักดิ์สิทธิ์โบราณไม่ได้เปิดออกมีเพียงลายเวทย์โบราณบนประตูเท่านั้นที่ส่องสว่างขึ้น ทว่าภายในร่างของหลินโม่กลับมีบางสิ่งเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน—ปราณิญญาธาตุไฟ