บทที่ 7 ดาวห้องที่ตายกับครูที่ยังอยู่
“อ้าก….!”
หลังจากนั้นก็มีนักเรียนอีกสองคนะโตามออกมา แต่ครั้งนี้พวกเขาไม่ได้ลงมาล่า แต่ถูกซอมบี้ไล่ต้อนจนต้องะโลงมา ภาพเหล่านี้ไม่ต่างไปจากการเปิดฉากของหายนะแม้แต่นิดเดียว ที่หน้าต่างของทุกห้องในโรงแรมมีซอมบี้เต็มไปหมด ขนาดพนักงานที่กลายเป็ซอมบี้ก็ะโลงมาเช่นกัน
“พวกเรารีบหนีเถอะ อย่าสนใจพวกเขาเลย”
โก่วเม่ยจับเซี่ยปู้เอ้อร์ไว้แล้วกระทืบเท้าติดต่อกัน แต่เซี่ยปู้เอ้อร์กลับพูดว่า “ไม่ได้! ที่นี่เป็ถิ่นของฉัน นอกจากฉันแล้วใครก็ห้ามรังแกนักเรียนพวกนี้ ถึงจะเป็อาจารย์ก็ไม่ได้ ตามฉันไปจัดการซอมบี้พวกนั้นเดี๋ยวนี้!”
พูดเสร็จ เซี่ยปู้เอ้อร์ก็ยกมีดปอกผลไม้ขึ้นวิ่งเข้าไปทางโรงแรม ต้ายุ้ยโถวที่หน้าซีดขาวอยากจะพูดอะไรหน่อย แต่โต่วโต่วกับโก่วเหม่ยก็ได้ตามไปแล้ว เขาก็ได้แต่วิ่งตามไปแล้วะโว่า “รอฉันด้วย ฉันเป็ถึง ลูกค้าวีไอพีเลยนะ จะให้เสียเงินฟรีได้ยังไง”
“เร็ว! มีอะไรก็หยิบอันนั้น”
เซี่ยปู้เอ้อร์ไม่ได้ขึ้นไปทันที แต่วิ่งตรงเข้าไปที่ร้านอาหารเช้าแห่งหนึ่ง มีดและช้อนส้อมที่วางทิ้งอยู่บนโต๊ะ ถูกกลุ่มเด็กหนุ่มแย่งกันจนหมดภายในไม่กี่วินาทีอย่างกับขอทานแย่งเงิน นอกจากนี้ พวกเขายังไม่ลืมที่จะเอากระทะใบเล็กๆ มาเป็โล่ป้องกันอีกด้วย
เซี่ยปู้เอ้อร์เปลี่ยนอาวุธคู่กายมาเป็มีดทำครัวที่มีความแหลมคมมากขึ้น พร้อมกันนั้นเขาก็เอามีดสำหรับทานอาหารเหน็บไว้ที่เอวและในถุงเท้า โก่วเหม่ยมีอาวุธเป็มีดและมีกระทะเป็โล่ เมื่ออาวุธพร้อมแล้ว เซี่ยปู้เอ้อร์ก็เอามีดทั้งสองตีเข้าหากัน พูดด้วยน้ำเสียงดุดันว่า “สู้โว้ย! ขอพลังจงอยู่กับทุกคน พวกเรา ไปกันเถอะ!“
“ฉันนำหน้าไปก่อน”
โต่วโต่วถือมีดสับกระดูกเดินนำหน้าออกจากประตูไป แต่เดินไปแค่เพียงไม่กี่ก้าวก็สะดุดหกล้ม ขนาดฝาหม้อที่อยู่ในมือก็ถูกเขาทับแบนแต๋ เซี่ยปู้เอ้อร์รีบะโข้ามตัวเ้าเด็กร่างั์ไปแล้วด่าว่า “เ้าโง่ ผูกเชือกรองเท้าให้มันดีๆ หน่อยสิ โก่วเม่ยตามฉันมา!”
“ลุย”
โก่วเม่ยถือมีดอยู่ในมือวิ่งขึ้นไปบนบันได ตอนนี้เขากลายเป็ลูกผู้ชายแมนเต็มร้อย และยังบังเซี่ยปู้เอ้อร์ไว้ข้างหลัง แต่พอมีซอมบี้ออกจากทางเดินถลาเข้ามาหา โก่วเม่ยที่อยู่ข้างหน้าก็หลบไปด้านข้างตามสัญชาตญาณ โดยลืมไปเสียสนิทว่ามีเซี่ยปู้เอ้อร์อยู่ข้างหลัง เซี่ยปู้เอ้อร์ก็เลยเป็ผู้ที่รับเคราะห์ไปเต็มๆ
“อ้าก!”
เซี่ยปู้เอ้อร์ถูกซอมบี้ผลักล้มลงไปที่พื้นอย่างแรง แต่เพราะก่อนหน้านี้มีประสบการณ์จากครั้งก่อน เขาก็รู้แล้วว่าซอมบี้จะอ้าปากกัด ด้วยเหตุนี้เอง เด็กหนุ่มก็ได้จับเส้นผมของซอมบี้ไว้ ก่อนจะแทงมีดไปโดยไม่เสียเวลามอง และยังไม่ลืมที่จะหมุนมีดเพื่อสร้างความเสียหายให้มากขึ้นอีกด้วย
ซอมบี้อีกตัวหนึ่งถูกโต่วโต่วที่ตามมาทันกระชากไป เด็กหนุ่มร่างั์ยกมีดสับกระดูกขึ้นแล้วฟันลงไปตรงที่สมองของมัน เซี่ยปู้เอ้อร์ยังไม่ทันผลักซอมบี้ที่ทับตัวของเขาออก ต้ายุ้ยโถวก็วิ่งมาพูดอย่างใว่า “พี่เอ้อร์! พะ…..พี่ฆ่าดาวห้องห้าน่ะ รู้ตัวบ้างไหม!”
“ดาวบ้านนายเถอะ เห็นแบบนี้ยังอยากจูบกับมันไหมล่ะ”
เซี่ยปู้เอ้อร์จ้องเขาเขม็ง แล้วรีบพาทุกคนวิ่งไปข้างบน แต่ไม่นานนักเขาก็รู้สึกว่าการฆ่าซอมบี้ก็เหมือนกับการเล่นบันจี้จัม ครั้งแรกและสองครั้งแรกก็จะกลัวๆ หน่อย แต่พอลองหลายๆ ครั้งแล้วก็จะชินเอง ซอมบี้พวกนี้ที่ดูแล้วเหมือนจะน่ากลัว แต่ที่จริงแล้วจัดการง่ายกว่ามนุษย์อีก
“ช่วยด้วย”
ทันใดนั้นเอง มีอาจารย์ผู้ชายวิ่งลงมาจากบันได และส่งเสียงร่ำร้องไม่หยุด เซี่ยปู้เอ้อร์พยายามดึงตัวเขาสองครั้งก็ยังไม่สามารถจับตัวเขาไว้ได้ เด็กหนุ่มจึงได้แต่ะโว่า “อย่าวิ่งไปข้างนอก ข้างนอกมีซอมบี้เหมือนกันครับครู”
แต่อีกฝ่ายจะฟังหรือก็เปล่า แทบจะวิ่งออกจากประตูโดยไม่เลือกทางเลย มิหนำซ้ำปากก็ยังไม่หยุดร้องซะที เหมือนกลัวว่าซอมบี้จะไม่รู้ว่าตัวเขาอยู่ไหนเสียอย่างนั้น สุดท้ายเสียงกรีดร้องของเขาก็กลายเป็เสียงร้องโหยหวน พอเซี่ยปู้เอ้อร์มองลงไปข้างล่าง ก็เห็นซอมบี้ที่ลงมาจากหุบเขาได้ตามมาถึงที่นี่หมดแล้ว
“โถ ครู ไม่นึกว่าจะโง่กว่าต้ายุ้ยโถวอีก”
เซี่ยปู้เอ้อร์พึมพำ รีบพาทุกคนขึ้นไปที่ชั้นสาม ยังดีที่นักเรียนส่วนใหญ่ถูกขังไว้ในห้อง ถึงจะกลายเป็ซอมบี้ก็ไม่สามารถออกมาเร็วขนาดนั้น แต่ว่าพอพวกเขาขึ้นไปถึงชั้นสาม ก็เห็นครูใหญ่ถูกกดหัวไว้กับพื้น
“ช่วยด้วย ช่วยฉันเร็ว”
ครูใหญ่กำลังบีบคอซอมบี้ผู้หญิงคนหนึ่ง ร้องเหมือนกับคนแก่ที่อยู่บ้านนอก แต่เซี่ยปู้เอ้อร์กลับหัวเราะอย่างสะใจแล้วพาคนอ้อมร่างของเขาไป ก็เห็นว่าพวกอาจารย์ทั้งหมดได้วิ่งเข้าไปในห้องประชุมแห่งหนึ่งกันหมดแล้ว
แต่ว่าในห้องประชุมนั้นก็เละเทะไปหมด อาจารย์สองคนกลายเป็อาหารของศพเดินได้ไปแล้ว อาจารย์ที่เหลือก็คลานไปมาอยู่ที่ใต้โต๊ะ และเตะซอมบี้ที่พยายามจะคลานเข้ามาหา แต่ในจำนวนคนที่เยอะขนาดนี้ก็ไม่เจอเงาของเฉินจิงฮัวเลย
“ปู้เอ้อร์! ช่วยด้วย”
จู่ๆ เสียงที่คุ้นเคยก็ได้ดังขึ้น เซี่ยปู้เอ้อร์หันกลับไปมองด้วยความใ เห็นเฉินจิงฮัวกำลังนั่งอยู่บนเครื่องปรับอากาศแบบเคลื่อนที่ได้ อาจารย์ที่สอนฟิสิกส์ของพวกเขากำลังเขย่าเครื่องปรับอากาศสุดกำลัง ดูเหมือนว่าอาจารย์ท่านนี้ถึงจะเป็ซอมบี้ไปแล้ว แต่ก็ยังไม่ลืมกฎของฟิสิกส์จริงๆ
“เอาแล้วไง ซอมบี้เยอะขนาดนี้จะฆ่ายังไงหมด“
โก่วเม่ยวิ่งมาด้วยความวิตกกังวล ในห้องประชุมอย่างน้อยก็มีซอมบี้สิบกว่าตัว นอกจากที่กำลังแบ่งแย่งอาหารกันแล้ว ยังมีอีก 7 - 8 ตัวกำลังไล่ล่าคน แต่เซี่ยปู้เอ้อร์กลับกัดฟันแล้วพูดว่า “พวกนายทั้งสองคนเตรียมตัวปิดประตู ฉันจะไปช่วยครูเฉินแล้วตามออกไป”
พูดจบ เซี่ยปู้เอ้อร์ก็วิ่งเข้าไปอย่างรวดเร็ว เด็กหนุ่มไม่ลืมเก๊กหล่อในขณะที่เหยียบเก้าอี้เตรียมะโขึ้นไปหาอดีตคุณครูประจำชั้น แต่เก้าอี้ก็ได้ลื่นไถลออกไป ส่งผลให้เขาล้มลงอย่างแรงต่อหน้าต่อตาคุณครูสาว
อาจารย์ฟิสิกส์คำรามอย่างดีใจ แล้วกลับหลังพุ่งมาหาเขา เซี่ยปู้เอ้อร์รีบกลิ้งไปอีกข้าง หลบการโจมตีและในเวลาเดียวกันก็ได้แทงมีดออกไป ปลายมีดแทงเข้าไปในช่องปากของอีกฝ่าย
คุณครูซอมบี้กลับกัดปลายมีดของเซี่ยปู้เอ้อร์ไว้ บังเกิดเสียงเสียดสีของฟันกับมีด แต่เซี่ยปู้เอ้อร์ก็ได้เอามีดที่ซ่อนไว้ตรงเอวออกมา แทงเข้าไปที่ขมับของอีกฝ่าย คุณครูซอมบี้ชักกระตุกเหมือนถูกไฟช็อตก่อนจะล้มลงไปนอนกับพื้น ตาทั้งสองข้างยังจ้องเขาเขม็งอย่างไม่ยอมแพ้
“เก๊กจนฟ้ามันผ่าใส่...”
เซี่ยปู้เอ้อร์ไม่กล้าเก๊กอีกแล้ว รีบลุกขึ้นยืนยื่นมือทั้งสองออกไป เฉินจิงฮัวแทบจะะโลงมาพุ่งเข้าสู่อ้อมกอดของเขา เธอกอดคอเด็กหนุ่มไว้แล้วร้องไห้ออกมาหนักมาก แต่เฉินจิงฮัวเหมือนกับคนที่จมน้ำ กอดเขาไว้แน่น ไม่ว่ายังไงก็ไม่ยอมปล่อยมือ
“รีบปล่อยเร็ว ซอมบี้มาแล้วนะครับครู”
มองดูซอมบี้สองตัวที่กำลังวิ่งมาทางพวกเขา เซี่ยปู้เอ้อร์แทบจะบ้าแล้ว ยังดีที่โก่วเม่ยกับโต่วโต่วเข้ามาถีบซอมบี้ทั้งสองที่แยกเขี้ยวยิงฟันจนกระเด็นไป เซี่ยปู้เอ้อร์รีบใช้แรงกระชากมือทั้งสองของเฉินจิงฮัวที่กอดคอเขาอยู่ เปลี่ยนมาเป็จับมือของเขาไว้ แล้วตั้งใจวิ่งหนีออกไปจากห้องด้วยกัน
“รอพวกฉันด้วยสิ”
อาจารย์หลายท่านเหมือนเจอโอกาสรอดชีวิต พวกเขาชนพวกซอมบี้อย่างไม่สนใจอะไรและวิ่งตามมาด้วย แต่เมื่อถึงประตูกลับกระแทกพวกเซี่ยปู้เอ้อร์ไปชนกับกำแพง ทีนี้ซอมบี้ทั้งหมดก็ได้วิ่งมาทางพวกเขาเป็ทิศทางเดียวแล้ว เซี่ยปู้เอ้อร์รีบผลักเฉินจิงฮัวไปอีกข้าง ก่อนจะยกเท้าถีบโต๊ะยาวๆ ตัวหนึ่งที่อยู่ตรงหน้าออกไป
“โครม!”
โต๊ะที่หนักและยาวพุ่งเข้าไปกระแทกพวกซอมบี้พอดี บรรดาศพเดินได้กระเด็นไปคนละทิศละทาง เซี่ยปู้เอ้อร์ะโเข้าไปถีบซอมบี้ที่ยังเหลืออยู่อีกสองตัว เสร็จแล้วจึงพยักหน้าบอกโต่วโต่วกับโก่วเหม่ยให้รีบหนี พอพวกเขาวิ่งออกมาจากห้องได้แล้ว ต้ายุ้ยโถวก็งับประตูห้องปิดอย่างแรง
“ครูใหญ่”
เซี่ยปู้เอ้อร์มองสื่อเสี่ยงจางที่วิ่งเข้ามาหาด้วยความไม่อยากเชื่อ คิดไม่ถึงว่าคุณครูใหญ่ก็มีความสามารถรอดชีวิตมาได้ แต่พอเขามองไปทางมีดที่ต้ายุ้ยโถวถืออยู่ในมือ เขาก็เห็นว่ามีเืสีดำหยดลงมา เพียงเท่านั้นเด็กหนุ่มก็รู้เลยว่าเ้าอ้วนคงทนดูเฉยๆ ไม่ได้ แต่เซี่ยปู้เอ้อร์ไม่มีเวลาสนใจอะไรอีก เขาจับมือเฉินจิงฮัวแล้วะโว่า “อย่าลงไป ข้างล่างมีซอมบี้! ”
แต่คำพูดของเซี่ยปู้เอ้อร์เหมือนไม่มีความหมาย อาจารย์ที่อยากเอาตัวรอดไม่มีใครฟังเขาเลย ต่างก้มหน้าแล้ววิ่งลงไปชั้นล่างกันหมด เซี่ยปู้เอ้อร์ได้แต่ถีบประตูห้องๆ หนึ่งให้เปิดออก ก่อนจะออกคำสั่งว่า “เร็วเข้า! หาอะไรไปขวางตรงบันไดเอาไว้!”
พวกต้ายุ้ยโถวก็ไม่พูดอะไรทั้งนั้น ยกโต๊ะเก้าอี้โยนไปขวางทางขึ้นบันได ส่วนเฉินจิงฮัวก็ได้แต่กอดแขนของเซี่ยปู้เอ้อร์ไม่ยอมปล่อย เธอพูดตะกุกตะกักว่า “กะ…เกิดอะไรขึ้น พวกเขาทำไมถึงกลายเป็อย่างนั้นไปหมด?“
“ผมบอกแต่แรกแล้วว่ามีซอมบี้ แต่ครูก็ไม่เชื่อ ตอนนี้เชื่อหรือยังละ“
เซี่ยปู้เอ้อร์มองอดีตคุณครูประจำชั้นอย่างไม่พอใจ เฉินจิงฮัวก็ได้ร้องไห้ออกมาอีกครั้ง กอดคอแนบหน้าลงตรงกลางอกของเขา ฮอร์โมนแอนโดรเจนของเด็กหนุ่มได้ะเิตัวพุ่งพล่าน เขายึดอกขึ้นและกอดเอวเล็กบางของเธอเต็มมือ แต่ััที่เปียกๆ นั้นกลับทำให้เขาประหลาดใจ
“หืม อย่าบอกนะว่าครูฉี่ราด”
เซี่ยปู้เอ้อร์มองไปทางด้านหลังของเฉินจิงฮัวอย่างสงสัย ข้างหลังของคุณครูสาวเปียกไปหมดแล้ว เฉินจิงฮัวรีบร้องทีหนึ่ง แล้วขยับมือไปบังที่หลังก้นของตนเอง “อย่ามองนะ! ครู…เมื่อกี้ครูใไปหน่อย ครูก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น เธออย่าเอาเื่นี้ไปบอกคนอื่นนะ! ”
เซี่ยปู้เอ้อร์ดีดนิ้วพูดอย่างเ้าเล่ห์ว่า “ไว้ใจผมได้เลยครับครู นี่คือความลับระหว่างเราสองคน ผมไม่ไปบอกใครหรอก แต่ที่ผมกลับมาเนี่ย ฟังให้ดีนะครับ ผมกลับมาเพื่อช่วยครูคนเดียว เข้าใจไหม?”
“ขอบคุณจ้ะ…”
เฉินจิงฮัวพยักหน้าอย่างน่าสงสาร หน้าตาที่น่ารักแบบนั้นเหมือนเธอเป็แค่เด็กสาวที่ไร้เดียงสา ไม่มีความเป็ครูอยู่อีกเลย แต่เธอเพิ่งพูดเสร็จ ชั้นล่างก็มีเสียงกรีดร้องดังขึ้น เป็พวกสื่อเสี่ยวจางได้วิ่งข้ามกองโต๊ะเก้าอี้ขึ้นบันไดกลับมาทั้งหมด
“ไม่ต้องสนใจพวกเขา รีบโยนของลงไปเร็ว”
เซี่ยปู้เอ้อร์ผลักเฉินจิงฮัวออกไป แล้วคว้าถังขยะที่อยู่ข้างๆ กำลังจะโยนลงไป แต่ถูกเฉินจิงฮัวจับมือไว้พร้อมกับขอร้องว่า “ปู้เอ้อร์! ยังไงพวกเขาก็เป็อาจารย์ที่เคยสอนเธอ พวกเขาใกลัวมากไปเลยทำแบบนี้ ยกโทษให้พวกเขาครั้งหนึ่งเถอะ อย่าถือสาพวกเขาเลย!”
“หึ”
เซี่ยปู้เอ้อร์โยนถังขยะทิ้งอย่างหัวเสีย แล้วรีบเดินไปดูทางบันได พวกสื่อเสี่ยวจางกำลังช่วยกันเคลียร์ทางเดินกันอย่างวุ่นวาย แต่จากนั้นก็ได้ยินเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นดังขึ้น เห็นข้างหลังนั้นมีซอมบี้วิ่งมาเหมือนกับสายน้ำ ทำให้ทั้งตึกสั่นะเืไปหมด
“ปู้เอ้อร์!ข้างหลัง….”
เฉินจิงฮัวส่งเสียงร้องเรียก เซี่ยปู้เอ้อร์รีบหันกลับไป ก็เห็นที่ปลายระเบียงทางเดินอีกฝั่งหนึ่งมีซอมบี้ปรากฏตัวขึ้นจำนวนหลายตัว สงสัยในโรงแรมนี้ไม่ได้มีทางหนีไฟแค่ทางเดียวเสียแล้ว เขารีบะโบอกทุกคนว่า “รีบวิ่งไปชั้นบน เร็วเข้า!”