“ บ้าไปแล้ว !”
ตัวเลขบนนาฬิกาข้อมือแสดงให้เห็นเด่นชัด เวลา 5 นาที 21 วินาทีคือเวลาที่ใช้ในการดำน้ำโดยไม่ต้องขึ้นมาสูดอากาศหายใจ จากเดิมสามารถทำได้ราว 60 วินาทีไม่มากไม่น้อยไปกว่านี้ โยฮันยังรู้สึกได้ว่าตนเองสามารถดำน้ำได้นานกว่านี้อีกเล็กน้อย ไม่แน่เขาอาจจะใช้เวลาใต้น้ำได้นานถึง 7 นาที
ความสงสัยเริ่มปรากฎบนใบหน้าอย่างชัดเจน เขาไม่รู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกับร่างกายแม้ภายนอกจะดูปกติไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงไป สิ่งที่แสดงออกมาจากการกระทำกลับทำให้เขาดูแตกต่างไปจากเดิมจนสามารถเรียกตนเองว่ายอดมนุษย์ได้ ทั้งความเร็วในการวิ่งที่เกินกว่าคนปกติไปมาก ทั้งความสามารถในการดำน้ำที่นานกว่าคนทั่วไป
โยฮันเริ่มรู้สึกสนุก เขาอยากรู้ว่าตนเองสามารถทำอย่างอื่นที่เหนืุ์ได้อีกไหมนอกจากวิ่งกับดำน้ำได้เป็เวลานาน แต่ก่อนจะไปทดลองในหลายๆอย่างเขาจำเป็ต้องดำน้ำจับกุ้งเพราะสงสัยว่าในเวลา 1 ชั่วโมงจะสามารถจับกุ้งได้มากกี่ตัว
การดำน้ำจับกุ้งเริ่มขึ้นอีกครั้ง กุ้งแต่ละตัวที่หลบซ่อนอยู่ตามสิ่งกีดขวางใต้น้ำล้วนถูกจับ ต่อให้จะมีบางตัวหลบหนีไปได้ก็ตาม เขาสามารถดำน้ำไล่ตามไปจับได้อย่างง่าย
นอกจากจะดำน้ำได้นานแล้ว โยฮันยังรู้สึกว่าแขนขาของเขามีพละกำลังมากมายกว่าก่อนหน้า จนสามารถแหวกว่ายใต้น้ำได้ง่ายยิ่งขึ้น
เดิมทีเขาต้องเฝ้าระวังไม่ให้ตนเองดำน้ำลึกเกินกว่า 2 เมตรเพราะกลัวว่าจะถูกน้ำพัดลงไปในแม่น้ำจนไม่สามารถว่ายกลับขึ้นมาได้
เขาในตอนนี้เลิกกลัวการถูกน้ำพัดพาไปเพราะสามารถดำน้ำได้เป็ระยะเวลานาน ด้วยความสามารถในการดำน้ำโยฮันคิดว่าตนเองอาจจะสามารถว่ายน้ำข้ามไปอีกฝั่งของแม่น้ำที่มีความกว้างหลายร้อยเมตรได้ เพียงแต่เขาไม่กล้าทำเช่นนั้นเพราะอาจจะถูกเรือขนส่งสินค้าพุ่งชนและอาจจะถูกนักยิงปลาเข้าใจผิดคิดว่าเป็ปลาใหญ่จนยิงเขาทิ้งไป โยฮันจึงพยายามดำผุดดำว่ายอยู่ฝั่งทิศเหนือของแม่น้ำจนกระทั่งเขาต้องกลับขึ้นฝั่งหลังจากดำน้ำนานถึง 1 ชั่วโมง
“ จะได้กี่กิโลนะ ”
โยฮันลากถุงตาข่ายขึ้นมาจากน้ำด้วยความยินดี กุ้งทั้งหมดที่จับมาได้นับว่าเยอะกว่าครั้งก่อนเป็อย่างมาก ถ้าหากเป็ตนเองเมื่อก่อนคงต้องใช้เวลาราว 3 - 4 วันเพื่อจับให้ได้มากขนาดนี้
หลังจากนำถุงตาข่ายกุ้งวางเอาไว้เบาะหลังจักรยานไฟฟ้า โยฮันก็เริ่มขับรถข้ามสะพานกลับไปยังอีกฝั่งพลางโบกมือทักทายรุ่นพี่ที่กำลังนั่งตกปลาอย่างคุ้นเคย
“ อย่าบอกนะว่าเบาะหลังของไอ้โยฮันคือกุ้ง ”
ชายย้อมผมสีทองถอดแว่นตาดำมองตามหลังจักรยานไฟฟ้า สิ่งที่มัดไว้บนเบาะหลังคือกุ้งถุงใหญ่ เขาไม่อยากจะเชื่อว่าโยฮันจะเป็คนจับกุ้งเหล่านี้ได้ด้วยการใช้เวลา 1 ชั่วโมง ต่อให้พวกเขาหลายสิบคนที่นั่งตกปลาช่วยกันลงไปจับคงได้ไม่เกิน 2 กิโลกรัม
“ ไอ้เด็กนั่นคงพัฒนาไปใช้เครื่องจับแล้วแหละ คนบ้าที่ไหนจะมางมกุ้งมือเปล่าทุกอาทิตย์ ดูท่าคงจะมาวางกับดักกุ้งเมื่อคืนแล้วตอนเช้าก็มาเก็บ ”
นักตกปลาพยักหน้าเห็นด้วย คนที่แปลกใจพยักหน้าตามๆกัน เป็ไปได้ที่โยฮันจะใช้เครื่องมือดักจับกุ้ง มันไม่ผิดกฎของชาวบ้านระแวกนี้ ตามกฎหมายไม่ได้สั่งห้ามให้ใช้เครื่องดักจับสัตว์น้ำตามแม่น้ำ เพียงแต่ว่าทุกคนจะต้องระวังไม่วางมันกีดขวางเส้นทางการเดินเรือ
จักรยานไฟฟ้าวิ่งเลียบไปตามถนนจนกระทั่ง 30 นาทีก็มาถึงลานจอดรถหน้าตลาดสดติดริมแม่น้ำ ทุกครั้งที่เดินทางมาถึงโยฮันมักจะแหงนหน้ามองป้ายสีทองขนาดใหญ่หน้าทางเข้าตลาดคอยบอกชื่อให้ผู้คนรู้จักว่าที่นี่คือ ตลาดศรีมรกต
เมื่อปลดตาข่ายออกจากเบาะซ้อนด้านหลัง โยฮันจึงค่อยๆก้าวเดินเข้าไปในตลาดอย่างมั่นคง เส้นทางที่เขาใช้เดินมุ่งตรงไปยังโซนขายอาหารสดจำพวกกุ้ง หอย ปู ปลา
ผู้คนมากหน้าหลายตาเดินเต็มตลาด ไม่ว่าจะเป็ตอนเช้า ตอนบ่าย หรือ่ค่ำที่นี่ล้วนเต็มไปด้วยความวุ่นวายจากผู้คนที่สัญจรไปมา ถึงอย่างนั้นมันกลับทำให้ที่นี่มีชีวิตชีวา
“ ปลานิลตัวนี้สดๆ พึ่งจับขึ้นมาจากแม่น้ำเลยนะ ”แผงขายปลาเต็มไปด้วยของดูสดใหม่ดิ้นอยู่ในกะละมังและตู้ปลา มองไปทางขวาพบเจอเข้ากับแผงขายผักสดสีเขียวหลายชนิดราวกับพึ่งเก็บมาจากแปลง ผักชีหอมฟุ้ง ต้นหอม พริกสดหรือพริกแกงมีให้เลือกหลากหลาย
บริเวณแผงขายเนื้อหมูและเนื้อไก่ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลมีเสียงสับกระดูกดัง ปัง! ปัง! แทรกเสียงร้องะโดังของลูกค้าที่กำลังสั่งเนื้อกลับไปทำอาหารที่บ้าน
โยฮันเดินผ่านแผงลอยมากมายพยายามหันมองทุกอย่างด้วยความสนใจ กระทั่งมาถึงโซนอาหารทะเลมีกุ้ง หอย ปู ปลาหลากหลายชนิดยกขึ้นมาจากเรือประมงขนาดใหญ่ เขาจึงเดินผ่านแผงลอยหน้าตาคล้ายกันไปมากมายจนมาหยุดยืนอยู่หน้าร้านคุณยายท่านหนึ่งที่เขามักมาขายกุ้งให้เป็ประจำ
ด้านหน้าแผงลอยของคุณยายมีกุ้ง หอย ปู ปลาวางขายไม่ต่างจากร้านอื่นๆ ความต่างของร้านแห่งนี้คือมีสิ่งมีชีวิตทั้งน้ำเค็มและน้ำจืดให้เลือกหลากหลายในราคาไม่แพง
“ ป้าสมร ผมนำกุ้งแม่น้ำมาขาย พึ่งนำขึ้นมาเลย ”
เสียงเรียกทำให้คุณป้าเ้าของร้านหันมองดูว่าใครมาซื้อของกับตน พอเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยป้าสมรจึงทำสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อย แต่มันกลับเป็สีหน้าที่ทำให้โยฮันฉีกยิ้มให้เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายแกล้งไม่พอใจเท่านั้น
“ ให้ตายสิ นึกว่าลูกค้ามาซื้อของ แกอีกแล้วเหรอ ไหนดูหน่อยว่าได้มากี่กิโลกรัม ”
โยฮันฉีกยิ้มให้ป้าสมรแล้วส่งถุงตาข่ายให้อีกฝ่ายมองกุ้งแม่น้ำมากมายที่เขาจับมาได้
“ สดๆเหมือนเดิมเลยหนิ แล้วครั้งนี้จะขายยังไง ”
“ แล้วแต่ป้าจะให้ผมเลยครับ แต่ผมจะขอกุ้งตัวใหญ่เอาไว้สักโลนะครับ ผมจะเอาไปเผา ”
“ งั้นชั่งกิโลรวมเลยก็แล้วกัน ฉันให้โลละพัน ่นี้กุ้งแม่น้ำตัวใหญ่ๆไม่ค่อยมีคนนำมาขาย ”
โยฮันเปิดถุงตาข่ายหลังจากวางถุงเอาไว้บนตาชั่ง จากนั้นเขาจึงเลือกกุ้งตัวใหญ่ที่สุดออกมา 8 ตัวเพื่อนำกลับไปเผาให้น้องสาว
“ แกไปทำยังไงถึงได้จับมันได้เยอะขนาดนี้ล่ะ ”
“ ผมได้เหยื่อล่อใหม่มาครับป้า เลยวางกับดักจับพวกมัน ไม่คิดเหมือนกันว่าจะได้เยอะขนาดนี้ ”
ป้าสมรจดตัวเลขบนตาชั่งแล้วยื่นเงินให้โยฮัน 5,000 บาท จำนวนเงินที่โยฮันรับมา ทำเขาใไม่น้อยเช่นกัน เพียงวันเดียวเขาสามารถหาเงินได้มากถึง 5,000 บาท ด้วยการใช้เวลาไปทั้งสิ้น 2 ชั่วโมงนับเวลาั้แ่เดินทางออกจากบ้านไปจับปลาแล้วมาขายที่ตลาด
“ ถ้าได้ตัวใหญ่แบบนี้อีกนำมาขายให้ฉันล่ะ อย่าให้รู้ว่าไปขายให้ร้านอื่นฉันจะตามไปเขกกระบาลของแก ”
โยฮันหัวเราะด้วยความพอใจ เขาไม่กล้าไปขายให้ร้านอื่นเว้นแต่ว่าป้าสมรจะปิดร้าน เมื่อได้เงินมาแล้วเขาจึงขอซื้อปูกลับไปทำอาหารเพิ่มเติม จากเดิมคิดว่าจะเผากุ้งแต่คงต้องเปลี่ยนเมนูเมื่อเห็นจำนวนเงินที่ได้รับ
“ ผมไปก่อนนะป้า ”
“ ไปไหนก็ไปเถอะ รกหน้าร้านจริงๆ ”
โยฮันยิ้มให้กับป้าสมรแล้วเดินไปยังแผงขายเนื้อหมู เมนูคืนนี้เขาคิดเอาไว้แล้วว่าจะทำหม้อไฟรวม นอกจากกุ้งและปูแล้ว เขายังขาดเนื้อหมูและผักจึงแวะซื้อในตลาดจนสองมือเต็มไปด้วยถุงวัตถุดิบหลากหลาย จนกระทั่งกลับมาถึงจักรยานไฟฟ้าเขาจึงมุ่งหน้ากลับบ้านด้วยความรู้สึกดี
“ แอลลี่ ให้ทายว่าวันนี้เราจะกินอะไร! ”
จักรยานไฟฟ้านำไปเก็บในโกดังข้างตัวบ้าน เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็พบว่าน้องสาวกำลังเปิดตู้เย็นหาของว่างทาน
“ พี่เงินเดือนออกแล้วเหรอ ทำไมซื้อของมาเยอะจัง ”
“ เปล่าวันนี้จับกุ้งได้เยอะเป็พิเศษเลยซื้อของมาทำหม้อไฟ ”
แอลลี่เบิกตาโตเมื่อได้ยินว่าเย็นนี้จะกินหม้อไฟ เสียงเรียกของพี่ชายั้แ่กลับมาถึงบ้านเธอนึกว่าจะก่อกวนให้เธอหงุดหงิดไม่คิดว่าพี่ของเธอจะซื้อวัตถุดิบมาทำหม้อไฟ
เมื่อมองไปยังกุ้งตัวใหญ่ที่กำลังดิ้นภายในถุงทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้น ขนาดของมันใหญ่เท่าแขน ร้านอาหารขนาดใหญ่มักใช้มันประกอบอาหารที่มีราคาแพง
ปูอีก 10 ตัวที่อยู่ในถุงข้างๆพยายามดิ้นหลุดจากเชือกที่รัดมัน แต่ละตัวมีขนาดใหญ่กว่ากำปั้นของเธอจนคิดว่าเนื้อข้างในจะต้องเยอะมากอย่างแน่นอน โยฮันเห็นท่าทางของน้องสาวจึงส่งกุ้งและปูให้น้องไปล้างทำความสะอาด ส่วนเขาจะหั่นเนื้อบางๆใช้จุ่มลงไปในหม้อไฟคืนนี้
“ หนูจะขัดให้เงาวับเลย ”
“ อย่าแอบกินมันล่ะ ”
“ หนูไม่ใช่ปอบนะคะที่จะได้กินของดิบๆ ”
โยฮันหยอกล้อน้องสาวแล้วเดินเข้าไปในครัว เตรียมเขียงและมีดใช้สำหรับหั่นหมู เมื่อล้างมือให้สะอาดหมูสันคอที่ซื้อมา 1 กิโลกรัมก็เริ่มถูกหั่นบางๆมีขนาดพอดีคำ ในขณะหั่นเขาไม่ลืมหันมองน้องสาวว่าเป็อย่างไรบ้าง กุ้งตัวใหญ่จากแม่น้ำยังไม่ตายพวกมันสามารถดิ้นหนีได้ตลอดเวลา ปูที่มัดเอาไว้ด้วยเชือกสามารถหนีบมือได้เช่นเดียวกัน แต่ดูเหมือนว่าน้องสาวจะรู้วิธีรับมือกับพวกมัน โยฮันจึงหันกลับมาหั่นเนื้อต่อจนเสร็จ
“ พ่อจะกลับมาบ้านไหมคืนนี้ ”
“ ไม่ค่ะ พ่อบอกว่าไม่ต้องรอให้กินข้าวไปก่อนเลย ”
โยฮันนำหม้อไฟฟ้าออกมาจากตู้เก็บหลังจากเตรียมผักและเนื้อเสร็จเขาต้องทำน้ำซุป เพียงแต่ว่าตู้กดน้ำไม่เหลือน้ำเลยสักหยด เขาจึงเดินไปยังหน้าบ้านเพื่อยกถังน้ำมาเปลี่ยน
ทันทีที่มือขวายื่นไปจับบริเวณคอของถังน้ำขนาด 10 ลิตร ดวงตาของโยฮันเริ่มหดแคบลงหลังจากััได้ว่าน้ำหนักของน้ำเบาเป็อย่างมาก ทั้งที่วันก่อนเขาต้องส่งเสียงร้องดังเพื่อยกหามมัน วันนี้น้ำหนักของถังน้ำเหมือนจะลดเหลือแค่ 1 กิโลกรัมเท่านั้น
โยฮันจึงยกอีกถังด้วยมือข้างซ้ายจากนั้นก็ลองยกชูถังทั้งสองขึ้นเหนือหัวเพื่อทดสอบพลังกาย เขากลับสามารถทำมันได้ง่ายดายราวกับกำลังยกถุงข้าวแกงในมือทั้งสองข้าง
ในวันที่พนักงานมาส่งน้ำ เขาจำได้ดีว่ามือทั้งสองของพนักงานส่งน้ำที่ยกถังน้ำมาพร้อมกัน 2 ถังเกร็งจนเห็นมัดกล้าม การเดินของพนักงานนับว่าเร็วมากเพื่อนำถังน้ำมาเปลี่ยนในบ้านของเขา
“ พี่หนูหิวแล้ว! ”
เสียงเรียกของน้องสาวทำให้โยฮันต้องออกมาจากความคิดของตนเองแล้วรีบอุ้มถังน้ำไปยังห้องครัวเพื่อทำน้ำซุป
หลังจากเทน้ำลงไปในหม้อเขาก็เริ่มเติมเครื่องปรุงตามด้วยใส่กระดูกหมูที่อยู่ในตู้เย็น กระทั่งน้ำเดือดเขาก็เริ่มใส่วัตถุดิบต่างๆไม่ว่าจะเป็ผักหลากหลายชนิดตามด้วยการใส่เนื้อหมูหั่นบางๆและกุ้งปู หลังจากนั้นก็ปิดฝาแล้วนั่งรอให้น้ำซุปเดือดอีกครั้งหนึ่ง
แอลลี่มองดูวัตถุดิบที่กำลังถูกต้มด้วยความรู้สึกตื่นเต้นวันนี้เหมือนวันพิเศษ กุ้งตัวใหญ่ถูกแกะเปลือกแข็งๆออกกำลังเปลี่ยนสีช้าๆ ปูขนาดใหญ่กว่ากำปั้นถูกแยกก้ามและตัวออกจากกันค่อยๆเปลี่ยนไปเป็สีส้ม จนกระทั่งน้ำเดือดเธอจึงรีบเปิดฝาจนมีกลิ่นหอมโชยเข้าจมูก โยฮันเห็นท่าทางน้องสาวดูราวกับมีความสุขเขาจึงปล่อยให้เธอเลือกสิ่งที่จะกินเป็คนแรก
“ ระวังร้อนล่ะ ”
“ ค่า! ”
กุ้งตัวใหญ่ถูกหั่นให้พอดีคำ หลังจากเป่าไม่กี่ครั้งแอลลี่ก็ยัดเข้าไปในปากเคี้ยวด้วยความรู้สึกชอบใจ โยฮันจึงคีบก้ามปูตัวใหญ่แล้วใช้สากทุบเบาๆเพื่อกะเทาะเปลือกแข็งๆกินเนื้อข้างในของมัน
“พี่ทุบให้หนูด้วย ”
“ ยื่นมาเร็ว ”.