ตอนหนึ่ง อดัมได้เอ่ยถามถึงวิธีจัดทำบิลต่างๆ ทาเมร่าจึงลุกขึ้นเดินไปยังตู้เก็บเอกสารเพื่อเอาตัวอย่างซึ่งน่าจะเป็การง่ายกว่าการมานั่งอธิบาย เธอสังเกตเห็นบิ๊คฟอร์ด รูทเลดจ์ที่กำลังยืนพิงไหล่อยู่กับผนังด้านหนึ่งและกำลังพลิกเอกสารการเงินของปีที่ผ่านมาอยู่ หัวใจเธอเต้นแรงขึ้นเมื่อสบสายตากับดวงตาคู่สีเขียวนั้น เธอเดินผ่านหน้าเขาช้าๆเอื้อมไปเปิดตู้เก็บเอกสารที่ตั้งอยู่ใกล้ผนังด้านนั้น
“นี่ดีนะที่คุณไม่เป็โรคคลอสโทรโฟเบียไปเสียก่อนมิสเจมส์” บิ๊คฟอร์ด เอ่ยขึ้น
“ค่ะห้องทำงานนี่ออกจะคับแคบไปสักหน่อย” เธอตอบอย่างเห็นด้วยและมันก็ไม่เคยเล็กเท่านี้ในเวลานี้เลย...ขณะที่มีเขาเข้ามานั่งอยู่ด้วยตอนที่ทาเมร่าตอบออกไปนั้น เธอไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองเขาเลยสักนิด
เมื่อพบแฟ้มเอกสารที่้าทาเมร่าก็ดึงมันขึ้นมาผลักลิ้นชักตู้ปิดไว้ตามเดิม เมื่อหันกลับมาเธอก็ก้มลงเปิดแฟ้มเอกสารทันทีพร้อมกับก้าวเข้าไปทางที่เขายืนอยู่ ไม่ทันสังเกตเห็นว่าขณะนี้เขาได้ยืดร่างขึ้นแล้ว
สัญชาตญาณทำให้เขาตวัดแขนโอบรอบเอวเธอไว้ตอนที่ทาเมร่าสะดุดและเซเข้าไปปะทะ สายตาของเขาจรดจ้องอยู่ที่เธอในลักษณะนั้น ทาเมร่ามีความรู้สึกว่าตัวเองปะทะเข้ากับต้นขาและสะโพกของเขาเข้าเต็มแรงในท่าที่มือข้างหนึ่งถือแฟ้มไว้ มืออีกข้างหนึ่งก็ยันเข้ากับอกเสื้อของเขาที่เบื้องใต้อกเสื้อนั้นเธอได้ัักับแรงเต้นของหัวใจเธอไม่ได้้าที่จะพิสูจน์ว่า มันมีความสำคัญเพียงไรกับการที่เขาจะมีชีวิตอยู่แต่กลับมีความรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นปลาบเข้าไปในร่างกายของตนเอง
“ก็อย่างที่คุณพูดนั่นแหละว่าห้องทำงานนี้มันคับแคบไปหน่อย...” เขาพูดเสียงเบา
เธอััได้ถึงความลังเลก่อนที่เขาจะดึงมือออกจากเอวและเบี่ยงตัวให้เธอเดินผ่านไปได้ ทาเมร่าเดินตรงไปที่โต๊ะทำงานอดัมกำลังหันหลังให้เพราะสนใจกับระบบการเก็บเอกสารในตู้ ดังนั้นเขาจึงไม่ทันได้เห็นเหตุบังเอิญที่เกิดขึ้น ทาเมร่าวางแฟ้มลงตรงหน้าแต่ก็รู้สึกยากลำบากเหลือเกินที่จะหาถ้อยคำมาอธิบายรูปแบบการทำงานของเธอ เหตุบังเอิญที่เกิดขึ้นนั้นมันช่างรบกวนจิตใจเหลือเกิน
บิ๊คมองเห็นยิ้มที่เธอส่งให้อดัม...น่าขันนัก...ที่ขณะนี้เขากำลังคิดถึงว่าเธอชื่อทาเมร่า บางทีมันอาจไม่ใช่เื่น่าขันอะไรเลยก็ได้เขาพยายามสำรวจความคิดของตัวเองอีกครั้ง นึกถึงความเนียนนุ่มของเรือนร่างยามที่เธอก้าวถลำเข้ามาหาเขาอย่างไม่ตั้งใจถ้าเขาได้เคยวางแผนไว้ก่อน มันก็คงจะเป็ไปไม่ได้ดีกว่านี้อีกแล้ว...เพิ่งเมื่อวินาทีที่ผ่านไปนี้เองที่เธอได้พิงร่างอยู่กับเขาน้ำหนักตัวทั้งหมดในกายได้เอนอิงลงมาแนบชิดอยู่กับร่างเขาไว้
มันมีเหตุผลบางประการที่บิ๊คสังเกตเห็นอยู่คือเธอออกจะไว้ตัวกับเขาอยู่มาก พยายามทำตัวห่างเหินชาเย็นเข้าไว้ราวกับเขาตั้งใจจะมาฆ่าแกงเธออย่างนั้น แต่กับอดัมแล้ว ทาเมร่ากลับมีท่าทีสนิทสนมด้วยซึ่งก็แปลว่าความชาเย็นที่ฉาบอยู่บนใบหน้าของเธอนั้น ไม่ได้หมายรวมไปถึงอดัมด้วย มันพุ่งตรงมาที่เขาเพียงคนเดียว บางที...มันอาจจะเป็ไปตามธรรมชาติกระมังบิ๊คเป็คนตรงไปตรงมาไม่ชอบการเล่นเหลี่ยมใดๆทั้งสิ้นเหตุบังเอิญที่เกิดขึ้นนั้นเป็ความตั้งใจที่เขาไม่คิดจะปิดบังในขณะที่เธอเองกลับระมัดระวังในคำพูดทุกถ้อยคำและไม่ยอมมองหน้าเขาตรงๆ
เขาสังเกตเห็นไหล่ของเธอที่เสียดสีอยู่กับต้นแขนของอดัมและพบว่าตัวเองไม่ชอบภาพที่เกิดขึ้นโดยไม่เจตนานั้นและยังท่าทีที่เธอพูดคุยกับอดัมตามสบายอีกด้วย... ความรู้สึกลึกลับที่เกิดขึ้นในใจทำให้ประกายในดวงตาของเขาเข้มขึ้นและขณะที่เขากำลังจ้องมองดูอยู่ก็เห็นเธอเหลือบตาลงมองดูนาฬิกา
“เย็นนี้คุณมีนัดกับใครไว้หรือเปล่าครับมิสเจมส์?” บิ๊คเอ่ยปากถามออกไป เพราะดูเหมือนจะเป็ครั้งแรกที่เขาเกิดความรู้สึกขึ้นมาว่า เธออาจมีนัดกับเพื่อนชายก็ได้
เธอเงยขึ้นมองหน้าเขาทันทีความละอายฉายแสงอยู่ในดวงตาเมื่อรู้สึกว่าตัวเองถูกจับได้ว่าได้แสดงกิริยาเช่นนั้นออกไป
“เปล่าหรอกค่ะ แต่...”
“ดีแล้วครับ ถ้าอย่างนั้นคุณคงไม่รังเกียจที่จะอยู่นานกว่าปกติอีกสักนิดหน่อยนะครับ”เขามองไปทางอดัม “ผมรู้ว่าอดัมอยากทำอะไรให้มันเสร็จๆไปเสียก่อนที่จะเริ่มลงมือตรวจบัญชีกันวันพรุ่งนี้”
“ฉันไม่ขัดข้องหรอกค่ะ...ถ้ามันจะไม่ค่ำจนเกินไปนัก”
อดัมเองก็ก้มลงดูนาฬิกา
“ฉันคิดว่าควรจะโทรศัพท์ไปบอกเป็กกี้ก่อนดีกว่าบอกให้เขารู้ว่าตอนนี้ฉันอยู่ที่ไหน เพราะเขามักเป็ห่วงเสมอ”พูดจบเขาก็เอื้อมไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถือไว้
ขณะหมุนหมายเลขโทรศัพท์นั้นสายตาของอดัมก็จับอยู่ที่กรอบภาพบนโต๊ะทำงานของทาเมร่า
บิ๊คจึงถือวิสาสะเอื้อมไปหยิบขึ้นมาดูรูปในกรอบอยู่เป็ครู่ก่อนจะวางลงที่เดิม ในกรอบรูปเป็ภาพถ่ายเล่นของผู้หญิง 2 คนคนที่อ่อนวัยกว่าคือทาเมร่าแน่นอนส่วนอีกคนหนึ่งนั้นละม้ายคล้ายคลึงเธอมากเพียงแต่แก่กว่าเท่านั้น
“คุณแม่ของคุณหรือครับ?”บิ๊คเอ่ยถามขณะวางกรอบรูปลงในที่เดิม
“ใช่ค่ะ”ทาเมร่าชำเลืองมองดูรูปนั้นแวบหนึ่ง แววในดวงตาอ่อนโยนลง
“เห็นได้ชัดเลยนะว่าเหมือนกันมาก”เขาเอ่ยออกมาเบาๆ
แต่เธอไม่ได้ต่อความยาวสาวความยืดด้วยทันทีที่อดัมวางโทรศัพท์ทาเมร่าก็เอ่ยว่า
“ฉันเองก็ควรต้องใช้โทรศัพท์สักหน่อยค่ะ”
“เราคงจะเสร็จประมาณสักทุ่มตรงละครับ”อดัมบอกขณะที่ทาเมร่าหมุนหมายเลขโทรศัพท์อยู่ “เป็กกี้เขาจะมารับผมที่นี่เอาเสื้อผ้ามาให้เปลี่ยนด้วย เพราะคืนนี้เรามีแผนจะออกไปดินเนอร์กัน”ดวงตาสีน้ำตาลของอดัมหรี่ลงอย่างรู้ทัน“เพราะฉะนั้นมันก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องให้นายอยู่ด้วยนี่ จริงไหม?”
“ฉันก็มีเหตุผลอย่างหนึ่งเหมือนกันเพื่อน”บิ๊คตอบเบาๆหางเสียงประชดกลายๆ ชำเลืองมองไปทางทาเมร่าแวบหนึ่ง เขาไม่อาจได้ยินถ้อยคำในการสนทนาทางโทรศัพท์ของใครก็ตามที่เธอโทรไปถึงได้ไม่มีปัญหาใช่ไหมครับ?” เขาถามเมื่อเธอวางโทรศัพท์ลง
“ไม่ค่ะ ไม่ได้มีปัญหาอะไร”เธอตอบแต่ก็ยักไหล่อย่างฝืนใจเต็มที
ดูมันช่างเนิ่นนานเหลือเกินสำหรับบิ๊คกว่าที่เวลาทุ่มตรงจะมาถึงพร้อมกับภรรยาของอดัมและยังเสียเวลาอีกหลายนาทีสำหรับการแนะนำให้เธอได้รู้จักกับทาเมร่าพร้อมด้วยการทักทายตามมรรยาทสังคมที่ตามมา และเมื่อทาเมร่าหยิบกระเป๋าถือออกมาจากลิ้นชักบิ๊คก็เดินนำออกไปทางประตู
“พรุ่งนี้พบกันนะอดัม...ขอให้สนุกนะเป๊กกี้”ประตูบานนั้นยังคงเปิดค้างไว้เมื่อเขาหันมาทางเธอ “แล้วคุณล่ะจะกลับเดียวนี้เลยหรือเปล่าครับ มิสเจมส์?”
“กลับค่ะ” เขายังคงเปิดประตูค้างไว้ขณะที่เธอเดินผ่านหน้าออกไปเงียบๆ “ขอบคุณค่ะ”
ทาเมร่าไม่ได้แสดงท่าทีใดๆให้เห็นว่าเธอหวังไว้ก่อนหน้าแล้วว่าเขาจะต้องเดินออกมาด้วยจนกระทั่งถึงทางออกด้านหน้าแต่ฝีเท้าที่ก้าวยาวๆของบิ๊คก็ตามมาทันจนได้ ท่าทางของเขาบอกว่าไม่ใคร่พอใจนักที่เห็นทาเมร่าทำตัวห่างเหินเกินไป
“มิสเจมส์วันนี้คุณเองก็ทำงานอยู่จนค่ำ เลยเวลาอาหารค่ำไปแล้วให้ผมเลี้ยงอาหารคุณสักมื้อก็แล้วกันนะครับ”
“ไม่จำเป็เลยค่ะฉันจดรายการที่ต้องทำงานล่วงเวลาลงในบัตรแล้วถือว่าได้รับเงินเป็ค่าตอบแทนแล้วค่ะ” เธอตอบ
“แต่...แล้วเื่ค่าล่วงเวลาของผมล่ะ”เขาทำเสียงเหมือนกำลังพูดด้วยเหตุผล “ผมไม่ได้อยู่รอเพื่อที่จะออกไปดินเนอร์คนเดียวนี่คุณก็น่าจะเห็นใจผมด้วยสิ”
เธอตวัดขนตายาวงอนขึ้นมองหน้าเขาแวบหนึ่ง
“ฉันคิดว่าคุณคงหาเพื่อนร่วมทานอาหารด้วยไม่ยากหรอกค่ะมิสเตอร์รูทเลดจ์เพียงแต่อาจจะต้องใช้ความพยายามสักหน่อยเท่านั้น”
ขณะนี้ทั้งเขาและเธอเดินมาถึงหน้าประตูใหญ่แล้วและเขาก็เอื้อมมือไปเปิดประตูให้
“ครับผมก็กำลังใช้ความพยายามนั่นอยู่ ด้วยการเชิญคุณให้ไปทานกับผมให้ได้หรือว่ามีใครคอยทานอาหารพร้อมคุณอยู่แล้ว?”
“ไม่มีหรอกค่ะ ฉันเตรียมเครื่องเย็นไว้ไม่มีปัญหาอะไร”
อากาศภายนอกตัวอาคารเย็นสดชื่นสายลมอ่อนพัดรวยรินอยู่รอบๆตัว
“คุณกำลังทำให้ผมกระดากใจมากนะมิสเจมส์ผมเป็ฝ่ายขอร้องให้คุณทำงานจนเลยเวลาแล้วก็ยังบังคับให้คุณต้องทานอาหารที่เย็นจืดชืดแถมคุณยังปฏิเสธคำเชิญผมอีก”
“อันที่จริงเป็ความกรุณาของคุณอย่างยิ่งเชียวค่ะเพียงแต่ว่าฉันต้องรีบกลับบ้านเท่านั้น ขอขอบคุณอีกครั้งนะคะ...กู๊ดไนท์ค่ะ”
“คุณจะไปไหนน่ะ?” บิ๊คคว้าแขนเธอไว้เมื่อทาเมร่าขยับจะเดินออก
“ก็กลับบ้านน่ะสิคะฉันบอกคุณแล้วไง”
บิ๊คััได้ในท่าทีแข็งขืนของเธอดวงตาสีฟ้าของทาเมร่าเป็ประกายขึ้นแวบหนึ่ง ขณะเกิดความรู้สึกเหมือนท้าทาย ยามค่ำวันนี้คือเวลาที่เขารออยู่อย่างไม่มีความหมายอะไรเลยและขณะนี้เธอก็ยืนอยู่ใกล้ตัวเขาซึ่งมันก็น่าจะหมายถึงอะไรสักอย่างที่จะเกิดขึ้นบ้าง เขายังไม่อยากให้เธอหลุดมือไปง่ายๆแบบนี้