การกลับมาของจอมปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์

    ออกไปทำภารกิจ

            อู๋เซิ่งไม่ชอบขี้หน้าจางเหมินจึงจงใจบอกเรื่องนี้ให้เมี่ยวอิงเยว่รู้และด้วยนิสัยของนางมีหรือที่นางจะยอมอยู่เฉยๆ

            “จางเหมินดี ดี ดีมากเจ้ากล้ากุเรื่องไร้สาระออกมาทำให้ผู้คนเข้าใจผิดทำให้ข้าอับอายวันนี้ใครก็อย่าหวังว่าจะช่วยเจ้าได้” เมี่ยวอิงเยว่เผยจิตสังหารออกมา

            “ถ้าเจ้าอยากจะได้พยานรองไปหาผู้อาวุโสเต๋อซางและจงลู่ดูทั้งสองล้วนแต่ได้ยินเหมือนกับกับข้า” อู๋เซิ่งกล่าว

            “ได้สำหรับตำราทักษะนี้เจ้าต้องการอะไรเป็นการแปลกเปลี่ยน”

            “อืมข้าอยากจะได้หอกสักเล่มพอดีมีดสั้นเล่มนี้ไม่เหมาะกับการประลองกับการต่อสู้ตรงๆเท่าไหร่มันเหมาะกับการลอบสังหารมากกว่า” 

            “หอกงั้นเหรอสำนักของข้าไม่มีหรอกเพราะคนส่วนใหญ่จะฝึกฝนดาบหอกและมีดสั้นเท่านั้นส่วนหอกจะมีขายอยู่บ้างแค่คุณภาพมันค่อนข้างแย่” เมี่ยวอิงเยว่ส่ายหัว

            “ถ้างั้นข้าจะหลอมมันขึ้นมาเอง”

            “ได้ข้าจะมอบวัตถุดิบระดับวิญญาณให้”

            “ระดับตัดวิญญาณไม่ได้งั้นเหรอ”

            “เจ้าคิดว่ามันหาได้ง่ายๆที่ไหนกัน”เมี่ยวอิงเยว่เค้นเสียงและส่งวัตถุดิบส่วนหนึ่งให้อู๋เซิ่งและรีบจากไป

            อู๋เซิ่งได้แต่ส่ายหน้าและนำวัตถุดิบเหล่านั้นมาและเริ่มออกแบบหอกที่เขาต้องการเหตุผลที่อู๋เซิ่งใช้หอกเพราะในชาติที่แล้วอู๋เซิ่งเคยฝึกสอนทหารจำนวนมากและอาวุธที่อู๋เซิ่งสอนคนเหล่านั้นคือหอกและลองลงมาคือกระบี่และดายใหญ่ นี่คืออาวุธทั้งสามที่อู๋เซิ่งถนัดที่สุด

            “ไม่ได้จับหอกมาหลายปี”อู๋เซิ่งคิด

            หลังจากอู๋เซิ่งเริ่มลงมือหลอมหอกอยู่ขณะเดียวกันก็เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ทุกคนตกใจ จางเหมินถูกประมุขสำนักสั่งลงโทษอย่างหนักไม่เพียงแต่ปลดตำแหน่งผู้อาวุโสเท่านั้นแต่ยังขับไล่ออกจากสำนักอีกด้วยเรื่องนี้แม้แต่ตระกูลจางจะออกมาคัดค้านแต่ด้วยอำนาจและพลังของเมี่ยวอิงเยว่ในตอนนี้พวกเขาสู้ไม่ได้อยู่แล้ว

            อีกอย่างด้วยความผิดที่จางเหมินก่อสร้างเรื่องทำให้ชื่อเสียงของประมุขต้องเสื่อมเสียถึงขั้นวางแผนร้ายยึดอำนาจของสำนักผู้อาวุโสหลายคนย่อมอยากจะกำจัดจางเหมินทั้งนั้น

            “นี่พวกเจ้าได้ยินเรื่องนั้นหรือไม่”

            “แน่นอนปรากฏว่าเรื่องที่พวกเรารู้มาจางเหมินเป็นคนแต่งเรื่องขึ้น”

            “ใช่แล้วท่านประมุขกับผู้อาวุโสจางหลี่นั้นไม่เป็นความจริง ผู้อาวุโสจางหลี่อาจจะชมชอบท่านประมุขพวกเราดูออกแต่ท่านประมุขกลับไม่ได้ชอบผู้อาวุโสจางหลี่เลย”

            “ตระกูลจางใฝ่สูงอยากจะครอบครองอำนาจของประมุขผ่านการแต่งงานสุดท้ายจางเหมินเผลอพรั้งปากทำให้ผู้อาวุโสคนอื่นได้ยินและไปบอกเรื่องนี้กับท่านประมุขแถมคนที่ได้ยินหนึ่งในนั้นยังเป็นอู๋เซิ่งศิษย์ของท่านประมุขอีก”

            “เจ้าจางเหมินน่าโง่เจ้านั่นปากสว่างไปเพื่ออะไรแถมยังไปพูดให้ศิษย์ของประมุขได้ยินอีก” เสียงคำรามดังขึ้นมาจากสาขาปรุงยา

            “หลายปีมานี้จางเหมินพึ่งพาอำนาจของพวกเรามากเกินไปทำให้หยิ่งยโสไม่เห็นใครอยู่ในสายตาจะเอาไปพูดให้พวกเต๋อซางฟังก็ยังพอว่าแต่นี่พูดให้ศิษย์ของประมุขฟังมีหรือที่ประมุขจะยอมอยู่เฉย”ผู้อาวุโสสาขาปรุงยากล่าว

            “เรื่องนี้ปล่อยไปเถอะรอให้จางหลี่กลับมาแล้วให้เขาไปคุยกับท่านประมุขอีกครั้งและที่สำคัญต้องรีบให้จางหลี่จัดการกับท่านประมุขให้ได้ไม่อย่างงั้นยิ่งนานวันเข้านางจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นจนจางหลี่ตามไม่ทัน”

            “พวกเราเป็นนักปรุงยาก็แค่ใช้เม็ดยาซะก็สิ้นเรื่องมีเม็ดยากระตุ้นข้าไม่เชื่อว่านางจะทนได้ถึงตอนนั้นนางอยากจะปฏิเสธก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว”ผู้อาวุโสตระกูลจางพากันยกยิ้มออกมา

            อย่างช้าๆเวลาผ่านไปหลังจากหลอมหอกเสร็จอู๋เซิ่งก็เริ่มปรุงยาและวาดยันต์ออกมาส่วนหนึ่งอู๋เซิ่งเก็บไว้ใช้เองอีกส่วนนำมันไปขายให้กับพวกเต๋อซางพวกเต๋อซางที่ได้รับของมีคุณภาพจากอู๋เซิ่งก็ยิ้มบานออกมา

            “ยอดเยี่ยมจริงๆด้วยเม็ดยาระดับวิญญาณคุณภสาพสูงพวกนี้ทางร้านจะต้องดึงดูดลูกค้าจำนวนมากมาแน่ส่วนยันต์ระเบิดเพลิงและยันต์ระดับเบิดเหมันต์ทั้งสองล้วนแต่สามารถจัดการระดับก่อกำเนิดได้อย่างง่ายดายแม้แต่ระดับวิญญาณจะต้องได้รับบาดเจ็บราคาของมันคงต้องสูงหน่อย” เต๋อซางเริ่มตีราคาอยู่ในใจ

            “ข้าไม่มีเวลาสร้างพวกมันมากหรอกนะหลังจากนี้อาจจะนานๆครั้งที่ข้าจะนำมันมาขาย” อู๋เซิ่งกล่าว

            “เอาแบบนี้เป็นอย่างไรใครที่อยากได้ให้ทำการจองล่วงหน้า พวกข้าจะจดบันทึกเป็นรายการเอาไว้ว่าใครต้องการเม็ดยาหรือยันต์เท่าไหร่และสรุปเป็นจำนวนให้เจ้าสร้างตามจำนวน”กงลู่กล่าว

            “เอาแบบนั้นก็ได้”อู๋เซิ่งโบกมือและจากไป

            ในฐานะศิษย์ของประมุขไม่จำเป็นต้องทำภารกิจเล็กๆแต่ภารกิจใหญ่ๆจำเป็นต้องเข้าร่วมและวันนี้อู๋เซิ่งจำต้องนำศิษย์จำนวนหนึ่งไปโจมตีกลุ่มโจรชั่วที่ออกมาทำร้ายผู้คน

            “ดูเหมือนสมาชิกจะมากันครบแล้ว”เมื่ออู๋เซิ่งมาถึงก็เห็นคน 9 คนยืนรออยู่ คนทั้งหมดอยู่ระดับหลอมรวมและก่อกำเนิดมี 5 คนอยู่ระดับหลอมรวมและ 4 คนอยู่ระดับก่อกำเนิด

            “คารวะศิษย์พี่อู๋”ศิษย์ทั้งหมดแสดงความเคารพออกมาแม้อายุจะมากกว่าอู๋เซิ่งแต่สถานะศิษย์สืบทอดของประมุขถือเป็นศิษย์พี่ใหญ่ของสำนักพวกเขาจึงต้องเรียกอู๋เซิ่งว่าศิษย์พี่

            “ทุกคนคงรู้รายละเอียดกันหมดแล้วใช่ไหรือไม่”อู๋เซิ่งกล่าว

            “ภารกิจของพวกเราคือร่วมมือกันจัดการโจรภูเขาที่ปรากฏตัวได้ไม่นานสมาชิกของพวกมันมีทั้งหมด 30 คน และหัวหน้าของพวกมันอยู่ระดับก่อกำเนิดขั้นสมบูรณ์ส่วนที่เหลือจะมีระดับก่อกำเนิดและหลอมรวมลงไป” ศิษย์คนหนึ่งกล่าว

            “ถูกต้องแต่ข้าอยากจะเตือนพวกเจ้าว่าบางครั้งข้อมูลที่ได้รับมาก็อาจจะไม่ถูกต้องเสมอไปเพราะงั้นอยากให้ทุกคนอย่าประมาทและเมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นมาจริงๆอยากให้ทุกคนตั้งสติและถอยกลับทันที”อู๋เซิ่งกล่าว

            “หรือว่าข้อมูลที่พวกเราได้รับมามีปัญหา”ศิษย์คนหนึ่งมีไหวพริบดีและรับรู้ได้บางอย่าง

            “มีโอกาสสูงมากที่จะมีปัญหาคนที่ส่งข้อมูลนี้มามีพฤติกรรมที่น่าสงสัยมากเกินไป ตอนนี้ข้ายังบอกอะไรพวกเจ้ามากไม่ได้เพราะยังไม่มีหลักฐานชัดเจนแต่หากเกิดอะไรขึ้นจริงๆจงจำไว้ให้รีบหนีกลับมาสำนักและแจ้งให้สำนักรู้ส่วนข้าจะคอยช่วยให้พวกเจ้าถอยเอง” อู๋เซิ่งกล่าว

            “ขอบคุณศิษย์พี่”

            “เอาละออกเดินทางกันเถอะ”

            เมื่อกลุ่มของอู๋เซิ่งเดินทางออกจากสำนักไม่รู้ว่ามีสายตากี่คู่ที่จ้องมองอู๋เซิ่งออกไปสายตาเหล่านั้นล้วนแต่ไม่หวังดีทั้งนั้น

            “ในที่สุดเจ้าเด็กนั่นก็ออกไป”

            “สั่งการลงไปส่งนักฆ่าไปจัดการเด็กนั่นซะ”

            “แล้วศิษย์ที่เหลือละ”

            “ฆ่าให้หมดถือว่าพวกมันโชคร้ายก็แล้วกัน”เสียงเย็นชาดังขึ้น