ย้อนกลับมาที่เย่หลางซึ่งติดตามพ่อบ้านรองของตระกูลมายังที่พัก
“ไม่คิดเลยว่าตระกูลเถียนจะมั่งคั่งร่ำรวยกว่าที่เราคิดไว้เสียอีก” เย่หลางนึกคิดขณะที่เดินสำรวจรอบตึกใหญ่ซึ่งถูกมอบให้เป็ที่พักของตน
“คุณชายเย่ ไม่ทราบว่าคุณชายจะอาบน้ำเลยหรือไม่ขอรับ” บ่าวไพร่ประจำตระกูลเถียนทำหน้าที่เข้ามาเอ่ยถาม
เย่หลางได้ยินอย่างนั้นก็ผงกศีรษะรับ
“อย่างนั้นเชิญทางนี้ขอรับคุณชาย” บ่าวไพร่คนเดิมเอ่ยบอก
เดินติดตามบ่าวไพร่มากสักระยะจนถึงส่วนบริเวณที่เป็ห้องน้ำ เย่หลางก็พบว่ามีสาวใช้ที่หน้าตาหมดจดหลายนางยืนรอคอยตัวเองอยู่ นึกคิดทำความเข้าใจอยู่กับตัวเองสักพัก เย่หล่างก็เข้าใจได้ในทันทีว่าเป็เื่ราวใด ส่งเสียงกระแอมไอออกมาครั้งหนึ่ง จากนั้นเย่หลางจึงรีบเอ่ยขึ้น “ไม่ต้องปรนนิบัติข้า พวกเ้าออกไปเถอะ ข้าจัดการของข้าเองได้” เย่หลางเอ่ยอย่างเก็บอาการ
เห็นว่าทั้งหมดออกจากห้องอาบน้ำไปแล้ว เย่หลางก็หันซ้ายมองขวาจากนั้นจึงรีบถอดเสื้อผ้าเพื่อลงไปแช่ในอ่างน้ำอุ่นซึ่งถูกเตรียมไว้ “นี่สินะความรู้สึกของผู้มั่งมี” เย่หลางนึกคิดกับตัวเองอย่างรู้สึกผ่อนคลายสบายใจ จากนั้นในใจก็เกิดความระแวดวังป้องกันขึ้นมา “..นางคงไม่คิดร้ายต่อเรากระมัง? ไม่หรอก คุณหนูเถียนคงไม่ตอบแทนบุญคุณด้วยความแค้น” สรุปกับตัวเองได้อย่างนั้นเย่หลางก็หลับตาผ่อนคลายลงขณะที่แช่น้ำร้อนภายในอ่าง
ขณะที่เย่หลางกำลังอาบน้ำอยู่ เถียนปิงๆที่กำลังเตรียมจะเข้าอาบน้ำชำระร่างกายก็ได้รับแจ้งข่าวจากบ่าวไพร่เื่ที่เย่หลางปฎิเสธการปรนนิบัติจากหญิงรับใช้ที่นางจัดหาให้ “ข้าทราบแล้ว เ้าไปได้”
“เ้าค่ะคุณหนูใหญ่” บ่าวไพร่หญิงรับคำและก้าวออกจากห้องอาบน้ำไป
หลังจากที่บ่าวไพร่หญิงคนนั้นจากไป มุมปากของเถียนปิงๆก็ยกหยักขึ้นสูงเป็รอยยิ้ม
ณ โลกแห่งความเป็จริง เต้ซึ่งนอนหลับอยู่บนเตียงอยู่ๆก็สะดุ้งตัวและตืนขึ้น หลังจากที่ตื่นขึ้นมาเต้ที่เริ่มรู้สึกตัวก็หันซ้ายมองขวา “นี่เราเผลอหลับขณะที่อาบน้ำอยู่?” เต้นึกคิดถึงข้อสรุปนี้ขึ้นมาจากนั้นจึงกรอกตาไปมา “คงไม่เป็ไรหรอกมั้ง?” นึกคิดกับตัวเองได้อย่างนั้นเต้ก็ยื่นมือออกไปคว้าเอาโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมาสำรวจดู “เงินกู้อนุมัติแล้ว? เร็วถึงขนาดนี้เลย แถมได้เต็มจำนวนสองแสนบาทด้วย อย่างนี้ก็ดีเลย เราจะได้ขยับตัวทำอะไรได้หน่อย”
ดีใจตื่นเต้นได้ไม่นาน พอนึกคิดว่าเงินที่ได้มานั้นมาจากการกู้ยืม และตนก็ต้องเป็คนแบกรับภาระหนี้สินส่วนนี้ไว้ เต้ก็รู้สึกหดหู่ใจขึ้นมาทันที “เอาวะ..แค่สองแสนแปบเดียวก็หามาใช้คืนได้แล้ว เงินแค่นี้นักผจญภัยเก่งๆหลายคนหาวันเดียวก็ได้แล้ว ถ้าท้องหิวอยู่จะทำงานออกมาได้ดีได้ยังไง? เราในฐานะนักผจญภัยก็จำเป็ที่จะต้องมีอุปกรณ์เครื่องป้องกันที่จำเป็ ถ้าไม่อย่างนั้นใครมันจะอยากรับเราเข้าปาร์ตี้ด้วยวะ” เต้นึกคิด
รีบอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ เต้ก็หยิบมือถือขึ้นมาเพื่อโอนค่าใช้จ่ายในส่วนของเดือนนี้ไปให้น้องสาวทั้งสอง จากนั้นจึงโทรบอกผู้เป็น้อง “โบ พี่โอนเงินของเดือนนี้ให้แล้วนะ” เต้โทรไปบอกโบผู้เป็น้องสาว
“ขอบคุณค่ะพี่เต้” โบที่ปลายสายเอ่ยบอก
“ไม่เป็อะไรหรอกโบ ก็เราเป็ครอบครัวเดียวกัน ต้องดูแลกัน อย่าลืมแบ่งค่าใช้จ่ายให้กับกิ๊บเขาด้วยนะ” เต้เอ่ย
“ค่ะพี่เต้…เหนื่อยหน่อยนะพี่เต้” โบที่ปลายสายเอ่ย
เต้หัวเราะ
“โบรู้ว่าพี่เต้เหนื่อยยากขนาดไหนกว่าจะหาเงินมาได้ โบกับกิ๊บจะตั้งใจเรียน ในอนาคตโบจะได้แบ่งเบาภาระของพี่เต้ได้ พี่เต้จะได้ไม่ต้องออกไปเสี่ยงอีก” โบเอ่ย
“อย่าคิดมากน่ะโบ ทุกอย่างกำลังจะดีขึ้น พี่จะหาเงินให้ได้มากกว่านี้ ถ้ามีเงินมากพอก็จะจ้างฮิลเลอร์มาช่วยรักษาอาการของแม่ได้ อีกไม่นานหรอก พี่ให้สัญญา” เต้เอ่ย
“พี่เต้ อย่าทำอะไรเสี่ยงๆนะพี่” โบเอ่ยอย่างรู้สึกเป็ห่วง
เต้หัวเราะกลบเกลื่อน “โบตั้งใจเรียนนะ วันนี้พี่มีธุระต้องรีบออกไป แค่นี้นะ”
หลังจากวางสายไป เต้ก็นึกคิดวางแผน “เอาเว้ยไอ้เต้ จะยอมแพ้เย่หลางไม่ได้นะโว้ย ทางนั้นกำลังไปได้ดี ทางนี้ก็ต้องไปได้ดี” เอ่ยปลุกใจตัวเองจบ เต้ก็อดที่จะเกิดความรู้สึกแปลกๆขึ้นมากับตัวเองไม่ได้ เนื่องเพราะไม่ว่าเย่หลางหรือเต้ ก็ล้วนแล้วแต่คือตัวเองเท่านั้น ตัวเองต้องแข่งกับตัวเองอีกคน? ในโลกไหนเลยมีเื่อย่างนี้ได้?
“เซ็นต์ตรงนี้เลยนะคะ” พนักงานกิลนักเผจิญภัยที่ดูแลเกี่ยวกับแผนกสวัสดิการนักผจญภัยเอ่ยบอกกับเต้
“เงินจะเข้าบัญชีเลยหรือเปล่าครับ? เอ่อ..พอดีว่ารีบใช้เงินน่ะครับ” เต้เอ่ยถามอย่างรู้สึกอายอยู่บ้าง
พงักงานสาวได้ยินอย่างนั้นก็ยิ้ม “ประมาณ 30 นาทีหลังจากที่เซ็นต์เอกสารเรียบร้องค่ะ”
“ครับ ขอบคุณมากครับ” เต้ผงกศีรษะเอ่ย
หลังจากจัดการกับเอกสารจนแล้วเสร็จ เต้ก็เดินเตร็ดเตร่อยู่สักพักเพื่อรอให้เงินกู้โอนเข้าบัญชีมา เมื่อตรวจสอบจนแน่ใจแล้วว่าเงินกู้ได้ถูกโอนเข้าบัญชีมาแล้ว เต้ก็เดินทางไปยังร้านที่ขายอุปกรณ์สำหรับนักผจญภัย
เดินชมอาวุธเครื่องมือต่างๆภายในร้านค้าอาวุธด้วยสายตาอยู่สักพัก เต้ก็ตัดสินใจที่จะเข้าไปพูดคุยสอบถามพนักงานขายที่ยืนว่างอยู่
พอยื่นบัตรประจำตัวนักผจญภัยให้กันพนังงานขาย พนังงานขายก็เหลือบมองมายังเต้วูบหนึ่ง “มือใหม่?”
“จะว่าอย่างนั้นก็ได้ครับ แต่ก็มีประสบการณ์ลงดันเจี้ยนในฐานะคนแบกของอยู่พอสมควร” เต้เอ่ยบอก
“ออ..อยากจะผันตัวจากคนแบกของมาเป็นักผจญภัยเต็มตัวสินะ หายากนะเนี่ย..ว่าแต่มีงบเท่าไหร่ล่ะ” พนักงานขายคนเดิมเอ่ยถาม
“ก็ประมาณแสนปลายๆ บวกลบได้นิดหน่อยครับ อยากจะได้ชุดเกราะที่พอจะใช้ได้ อาวุธอยากได้เป็หอก” บอกสิ่งที่ตัวเอง้าออกไปเสร็จ เต้ก็นึกคิดกลับไปถึงตอนที่ตนในฐานะเย่หลางใช้กำลังภายในซัดขว้างลูกธนูออกไปสังหารเหล่าโจรขึ้น.."พอจะมีอาวุธประเภทซัดขว้างด้วยไหมครับ?"
“จะว่ามีมันก็มีหมดนั่นแหละ แต่งบแค่นั้นคงเลือกสินค้าอะไรจากทางหน้าร้านตรงนี้ไม่ได้” พนังงานขายเอ่ยบอก
“ออ เข้าใจครับ” เต้ตอบ ด้วยรู้ดีว่าอาวุธและชุดเกราะต่างๆที่ตั้งแสดงอยู่หน้าร้านล้วยแล้วแต่ถูกสร้างขึ้นโดยแร่พิเศษอย่างโอริคัลคุมทั้งนั้น เพราะแบบนั้น ตนเองที่มีงบประมาณเพียงสองแสนย่อมไม่สามารถที่จะจับจองเป็เ้าของได้อย่างแน่นอน
“ถ้าอย่างนั้นก็ตามมาทางด้านนี้” พนักงานขายเอ่ยบอก พร้อมกับที่พาเต้เดินเข้าไปยังอีกห้องโถงอีกส่วนที่อยู่ทางหลังร้าน “เอ้าลองเลือกดูเลย ทางด้านนี้จะถูกกว่าหน่อย ส่วนทางส่วนนั้นจะราคาสูงขึ้นมาอีกหน่อย”
“แล้วสองด้านมันต่างกันยังไงครับ” เต้เอ่ยถาม
“ก็ทางด้านนี้เป็อาวุธกับชุดเกราะที่ถูกตีด้วยแร่เหล็กธรรมดา ส่วนทางด้านนี้ราคาจะสูงขึ้นมาอีกประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์เพราะมีส่วนผสมของแร่โอริคัลคุมด้วยหนึ่งเปอร์เซ็นต์” พนักงานขายบอก
“โอเคครับ” เต้เอ่ยตอบ
เดินเลือกอาวุธและลองชุดเกราะอยู่สักพัก สุดท้ายเต้ก็เลือกหอกและชุดเกราะที่ทำจากเหล็กทั่วไปมาได้ชุดหนึ่ง
“มาวัดตัวทางด้านนี้ จะได้ให้ช่างเขาปรับชุดเกราะให้เข้ากับขนาดตัวให้” พนักงานขายเอ่ยบอก
“ได้ครับ” เต้ตอบพร้อมกับที่เดินตามพนักงานขายไปอย่างว่าง่าย
หลังวัดตัวเสร็จ เต้ก็เอ่ยถามต่อ “แล้วอาวุธประเภทซัดขว้างล่ะครับ”
ถอนหายใจออกมาครั้งหนึ่งเสมือนกับอยากจะบอกกับเต้ว่า “แล้วทำไมไม่ถามั้แ่ตอนแรก” พนักงานขายคนเดิมก็เอ่ยปากบอก “เดี๋ยวกลับไปเลือกที่ด้านหลังใหม่”
พาเต้เดินกลับมายังส่วนหลังของร้านเพื่อเปิดลิ้นชักนำอาวุธประเภทซัดขว้างออกมากางให้กับเต้ดูเสร็จ พนักงานขายก็เอ่ยขึ้น “นี่จะขายเป็ชุด ชุดละสิบสองชิ้น ถ้าเป็อาวุธประเภทที่ทำขึ้นจากเหล็กทั่วไปก็ชุดละสี่พัน ขายพร้อมสายรัด แต่ถ้าเป็ที่มีส่วนผสมของโอริคัลคุมก็จะชุดละหกพัน ขายพร้อมสายสายรัดเหมือนกัน”
ลังเลใจอยู่ชั่วครู่หนึ่งเต้ก็เอ่ยขึ้น “ขอลองทดสอบหน่อยได้ไหมครับ พอดีอยากจะลองความแตกต่างน่ะครับ พอดีว่างบมีจำกัด ก็เลยอยากจะใช้ให้คุ้มที่สุด”
พนังงานขายคนเดิมได้ยินอย่างนั้นก็ถอนหายใจออกมาอีก ด้วยไม่รู้ว่านักผจญภัยมือใหม่อย่างเต้จะเื่เยอะไปทำไม “ลองได้ สนามทดสอบอยู่ทางด้านหลัง แต่ต้องซื้อก่อนถึงจะให้ลอง”
ได้ยินอย่างนั้นเต้ก็ได้แต่แอบคิดกับตัวเอง “ห่า..แล้วจะบอกว่าลองได้ทำไมวะ?”
เดินพาเต้ที่ตัดสินใจซื้อมีดขว้างซึ่งตีขึ้นมาจากเหล็กทั่วไปกับที่ตีขึ้นมาโดยมีส่วนผสมของโอริคัลคุมมาอย่างละชุดถึงสนามซ้อม พนักงานคนเดิมก็เอ่ยขึ้น “นั่นหุ่นซ้อม ลองได้เลย”
“ครับ” เต้ตอบพร้อมกับที่เดินเข้าไปตรวจสอบวัดระยะ “ระยะสักสิบเมตรก็ถือว่าไม้ใกล้ไม่ไกล..เอาเถอะ ถึงจะอยากทดสอบไกลกว่านี้ก็เถอะ” นึกคิดได้อย่างนั้นเต้ก็หยิบเอามีดปาที่ทำขึ้นจากเหล็กทั่วไปขึ้นมาก่อน “เริ่มจากอันนี้ก็แล้วกัน” เต้คิดพร้อมกับที่ขว้างปามีดขว้างในมือออกไปด้วยกำลังกายเพียงอย่างเดียว
เฉียงฉึก ฉึก ที่เกิดจากมีดปาซึ่งปักเข้ากับหุ่นไม้ดังขึ้นไม่ให้ยิน
หลังจากที่เต้เดินไปดูผลงานของตัวเองเสร็จ เต้ก็นึกคิดขึ้น “การปาแบบไม่ใช้พลังแทบไม่เห็นความต่างเลยแฮะ ถ้าอย่างนั้นลองใช้พลังปราณของเราร่วมด้วยก็แล้วกัน” นึกคิดได้อย่างนั้น เต้ที่ถอนดึงมีดขว้างทั้งสองกลับมาจากหุ่นไม้ก็เตรียมที่จะทดสอบใหม่อีกครั้ง หลับตาลงเพื่อตั้งสมาธิหน่วงใช้พลังปราณจากร่างของตนเสร็จ เต้ก็ยกมือขึ้นขว้างปามีดในมือให้พุ่งตรงออกไปจนก่อให้เกิดเสียงดังคล้ายเสียงไม้ที่ปริแตกดังขึ้น
ทันทีที่พบว่าฐานเหล็กของหุ่นไม้ซึ่งยึดจับส่วนบนไว้บิดงอไปจากแรงปะทะ ม่านตาของพนักงานขายชายที่ยืนมองการทดสอบของเต้อยู่ก็เบิกกว้างแล้วขยายออกอย่างรู้สึกใ ในใจก็นึกอุทานออกมากับตัวเอง “เฮ้ย..มันบอกว่าเป็นักผจญภัยมือใหม่ไม่ใช่หรอวะ บัตรประจำตัวก็เป็แรงค์ F แล้วทำไม..”
ขณะที่พนักงานขายกำลังนึกคิดกับตัวเองอย่างรู้สึกใ เต้นั้นก็รู้สึกใไม่ต่างกัน หากแต่สาเหตุของอาการในั้นกลับแตกต่างจากพนักงานขาย “ชิบหาย..ลืมคิดไปเลย แมร่งหุ่นบิดซะขนาดนี้ ต้องจ่ายค่าเสียหายด้วยปะวะ?” เต้ร่ำร้องกับตัวเองในใจ
“หุ่น…งอไปเลย สงสัยมีดจะดีจริงๆ ถ้าอย่างนั้นเอามีดที่มีส่วนผสมของโอริคัลคุมเพิ่มอีกสามชุดด้วยก็แล้วกันครับ” เต้หันมาเอ่ยบอกกับพนักงานขายคนเดิมอย่างกลบเกลื่อน
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้พูดถึงเื่ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับความเสียหายของหุ่นซ้อม เต้ก็แอบถอนหายใจออกมากับตัวเองอย่างโล่งอก
รอคอยให้ช่างประจำร้านปรับแต่งอุปกรณ์ให้กับตนเสร็จ เต้ที่จ่ายเงินออกจากบัญชีเป็ค่าอุปกรณ์ของตนจนรู้สึกเบาตัวแต่หนักใจก็สวมใส่อุปกรณ์ที่ตนเลือกซื้อออกจากร้านมาอย่างทะมัดทะแมง
“ขอบคุณที่ใช้บริการนะครับ โอกาสหน้าขอเรียนเชิญใหม่” พนักงานขายคนเดิมเอ่ยกล่าวคล้อยหลังเต้มาด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไป