บรรดาผู้บริหารระดับสูงทางมายืนออกันหน้าประตูทางเข้าตึกเป็นที่สนใจของพนักงานบริษัทที่เริ่มมาทำงานพวกเขาต้องเดินเลี่ยงไปด้านข้างเพื่อเข้าเครื่องนับจำนวนและรอขึ้นลิฟต์ต่างพากันซุบซิบถึงปรากฏการณ์อันแปลกประหลาดนี้
“ครั้งก่อนที่เป็นแบบนี้ก็ตอนที่คุณสองขึ้นรับตำแหน่งประธานใหญ่ไงล่ะ?” พนักงานระดับสูงคนหนึ่งบอกกล่าวเพื่อนในลิฟต์
“หรือว่าจะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นอีก”
“รอฟังบ่ายนี้ก็แล้วกัน”
ทุกความเปลี่ยนของผู้นำที่นี่ล้วนแล้วแต่เกี่ยวกันกับความเป็นอยู่ของพวกเขาดังนั้นการเงี่ยหูฟังทุกเรื่องจึงเป็นหน้าที่สำคัญของผู้น้อย
รถยุโรปสีดำคันโตปราดเข้ามาเทียบหน้าประตูตึกคุณใหญ่ในสูทสีดำเรียบหรูก้าวออกมาจากด้านหลังที่ดอร์แมนเปิดประตูให้เขาก้าวเข้าไปทักทายบรรดาผู้จัดการแผนกต่างๆ ที่มารอต้อนรับแล้วทั้งหมดก็พากันขึ้นลิฟต์ผู้บริหารไปยังชั้นที่คุณสองประจำการอยู่
หนิงเป็นคนแจ้งให้พนักงานทุกคนในชั้นทราบว่าวันนี้จะมีผู้จัดการโครงการเข้ามาทำงานที่ห้องทำงานใหม่ ท่ามกลางการลุ้นระทึกคุณใหญ่เดินนำหน้าคนทั้งขบวนเข้ามา ทำเอาเนยอ้าปากเหวอ เธอไม่ระแคะระคายเลยสักนิดได้แต่ส่งสายตาขุ่นเคืองให้สามีตัวโต คุณใหญ่อมยิ้มเล็กน้อยเหล่ตามองภรรยาที่อยากจะง้องแง้งอย่างอารมณ์ดีกลับไปคงมีเรื่องให้หยอกเย้าเป็นแน่
เขาเดินเลยเข้าไปห้องทำงานใหม่ที่มีคุณสองยืนรอรับ“อรุณสวัสดิ์ครับพี่ใหญ่ ยินดีต้อนรับสู่มังกรกรุปอย่างเป็นทางการ”
สองพี่น้องยื่นมือออกมาจับกันด้วยทาทีอย่างนักธุรกิจ“อืม จากวันนี้ไปเราจะได้เริ่มโครงการกันจริงๆ สักที”
คุณสองมีหน้าเคร่งขรึมขึ้นเล็กน้อยเขาอยู่ในตำแหน่งนี้เพราะการผลักดันของคุณแม่ที่มีฐานอำนาจจากครอบครัวเดิมทำให้ได้รับการโหวตจากบรรดาผู้ถือหุ้นให้มานั่งในตำแหน่งประธานแม้ท่านเจ้าสัวจะไม่ค่อยเห็นด้วยนัก ในช่วงนั้นเกิดวิกฤตบางอย่างขึ้นในบริษัทเจ้าสัวจึงจำเป็นต้องผลักดันเขาออกหน้าเบื้องหลังการทำงานส่วนใหญ่กลับเป็นเจ้าสัวและพี่ชายคนโตที่เคยระวังหลังจนผ่านพ้นวิกฤตมาได้เขารู้ว่า ตำแหน่งนี้อันที่จริง ควรตกเป็นของคุณใหญ่ ที่ผ่านมาเขาจึงทำงานอย่างสุดฝีมือและสุดกำลังจนไม่ได้สนใจเรื่องอื่นโดยเฉพาะเรื่องผู้หญิง จึงมีข่าวซุบซิบนินทาว่า เขาอาจจะเป็นประเภทหนุ่มวาย
“ยินดีต้อนรับครับผู้จัดการโครงการ”คุณสามเดินเข้ามาทีหลัง เขาก้าวมาข้างหน้าแล้วจับมือกับพี่ชายคนโต
“เตรียมห้องประชุมหรือยัง?”
“เรียบร้อยครับ เอกสารก็พร้อมแล้ว”
“เชิญทุกคนที่ห้องประชุมได้เลย”คุณใหญ่ผายมือไปทางห้องประชุมขนาดย่อมที่เพิ่งตกแต่งใหม่ “เชิญตัวแทนอีกสามบริษัทด้วยนะ”เขาหันไปสั่งคุณสามที่วันนี้อยู่ในชุดสูทหล่อเหลาไม่แพ้พี่ชาย
“ครับ”
สายวันนั้นเป็นการประชุมเปิดโครงการครั้งแรกซึ่งให้โอกาสตัวแทนสามบริษัทยักษ์ใหญ่พร้อมผู้ติดตามเข้าร่วมรับฟังน้ำค้างในสูทกางเกงทะมัดทะแมงมาพร้อมกับเลขานุการคู่ใจเธอมีข้อมูลที่เหนือกว่าคู่แข่งเล็กน้อย เพราะอุตส่าห์นัดหมายเจ้าเพลย์บอยคนนั้นดื่มด้วยกันสองครั้งแม้ว่าครั้งที่สองจะรู้สึกเสียเปรียบนิดหน่อยที่ฝ่ายนั้นเมาแล้วให้เธอประคองไปส่งที่รถแต่กว่าจะไปถึงดูเหมือนจมูกของเขาเปะป่ายชนแก้มเธออยู่หลายหน แม้จะหงุดหงิดเพียงใดน้ำค้างก็บอกตัวเองให้อดทนอย่างน้อยช่วงดื่มไปหนักหน่อยเขาก็ยอมคายการขนส่งบางอย่างออกมา
คุณสามอดกลั้นยิ้มไม่ได้เมื่อมองเห็นแม่เสือร้ายของเขาจริงจังกับงานเสียจนไม่ได้สนใจคนรอบข้างเขาอุตส่าห์ค่อยๆ ปล่อยข้อมูลให้เธอทีละนิด กะให้เธอนัดเขาหลายครั้งหน่อยครั้งแรกแค่อ่อยเหยื่อ ครั้งที่สองแกล้งเมาให้เธอประคองเขาจึงทำทีโอบกอดเพราะอยากรู้ว่าเธอจะมีความอดทนแค่ไหนกับการล้วงความลับผิดคาดน้ำค้างกลับพยายามพาเขาไปส่งที่รถอย่างสุดความสามารถเขาเล่นเลยเถิดไปหน่อยจึงหอมแก้มเธอโดยบังเอิญไปหลายครั้งยิ่งเธอดูเคืองเขาก็ยิ่งทำ
เจนนิสกับแอมมี่มีท่าทีสงบแม้แววตาทั้งสองฝ่ายจะแอบฟาดฟันกันในบางครั้งที่สบตา คุณใหญ่ปรากฏตัวแล้วสงครามได้เริ่มต้นอย่างแท้จริง การมาครั้งนี้เท่ากับเป็นการเปิดเผยฐานะของคุณชายใหญ่ที่หลายฝ่ายคาดการณ์เอาไว้การแย่งชิงตำแหน่งภรรยาของลูกชายคนโตของเจ้าสัวยังคงดำเนินต่อไปไม่ว่าอีกฝ่ายจะแต่งงานแล้วหรือไม่?เพราะใจของคนเปลี่ยนได้เสมอไม่ใช่หรือ?
“พี่เจน ข่าวที่พี่ได้มาแน่จริงๆ”
เจนนิสแสยะยิ้ม “ปิดประตูก่อนคุยได้ไหม?” คุณอินรีบเดินไปงับประตูกระจก“ข่าวฉันกรองแน่นอน สายข่าวนี้วางไว้มานานแล้วตั้งแต่นังคู่หมั้นตัวดีของพี่ใหญ่คนนั้น” หลังจากคู่หมั้นคนแรกของคุณใหญ่ตายไปคุณวิรายังพยายามยัดเยียดลูกของเพื่อนตนเองให้คุณใหญ่ครั้งนั้นถ้าเธอไม่พยายามขัดขวางสุดตัวก็คงกำจัดฝ่ายนั้นไม่ได้
“พี่ว่าคุณใหญ่จะมาเป็นประธานแทนคุณสองหรือเปล่า?”
“แน่นอนสิ เจ้าสัวรักคุณใหญ่ที่สุดแม้จะไม่กล้าแสดงออกนักเพราะเกรงใจคุณวิรา อย่าลืมว่า ทุกโครงการผ่านมือคุณใหญ่มาทั้งนั้นหลายปีมานี่ คุณสองก็แค่หุ่นเชิด”
“งั้นเรื่องคุณใหญ่คราวนี้”
“ก็ต้องเขี่ยนังเนยออกให้ได้”น้ำเสียงเจนนิสดูเหี้ยมผิดกับหน้าตาที่แต่งแต้มไว้สวยหวาน “ส่วนนังแอมมี่เอาไว้จัดการทีหลัง”
“แต่พี่ยังเข้าใกล้คุณใหญ่ไม่ได้เลยนะ”คุณอินกังวลว่า แผนพี่สาวจะไม่สำเร็จเพราะเห็นคุณใหญ่ยังดูเย็นชา
“ฉันมีเรื่องไว้ต่อรองกับเขาก็แล้วกัน”เจนนิสยิ้มมุมปาก อย่างน้อยเธอก็เคยขึ้นเตียงกับเขาหลายครั้งแม้จะเป็นเพียงแค่ต่างระบายความใคร่ก็เถอะ
แยมคาดคะเนความเปลี่ยนแปลงนี้อยู่เงียบๆ‘เปิดฉากใหม่ขึ้นมาแล้วอีกไม่นานสองคนนี้น่าจะเริ่มลงมือ’ เมื่อสายลับที่เนยให้เงินมาจ้างบอกข้อมูลเกี่ยวกับคู่หมั้นทั้งสามคนที่เธอได้ฟังแล้วถึงกับตาโตอย่างคาดไม่ถึง ก่อนเที่ยงเธอกับเนยแอบโทรศัพท์คุยกันคนละมุมตึกเนยเล่าเรื่องที่คุณใหญ่บอกมา ส่วนเธอก็เล่าเรื่องที่เธอสืบมาได้“เรื่องแรกตรงกัน”
แยมกำลังทำท่าจะเล่าต่อสายเธอเหลือบไปเห็นคุณสองที่เดินตรงมาหา
“ไปทานข้าวเป็นเพื่อนผมหน่อยสิ”เขาชวนด้วยใบหน้าเรียบเฉย แต่เพราะเธอต้องทำคะแนนรายวันสำหรับการใกล้ชิดจำยอมรับคำเดินตามเข้าไป ‘อีกแล้วช่วงนี้สังหรณ์ใจไม่ดีเลยแหะ เหมือนโดนจับผิดยังไงไม่รู้’
กำลังจะเดินพ้นประตูใหญ่น้ำค้างก็เดินมาถึงพอดี หญิงสาววางไม่ตามติดและก็ไม่เหินห่าง เธอทักทายคุณสองอย่างมีมารยาทแต่ก็ติดตามทั้งคู่ไปหาอะไรรองท้องด้วยเช่นกันทำเอาคุณสองรู้สึกเซ็งเล็กน้อย เขากะจะหาข้อมูลเพิ่มขึ้นสักหน่อย จู่ๆคุณสี่ก็เดินมาสมทบทำเอาคุณสองแอบโล่งอก
คุณใหญ่กับคุณสามออกไปทานข้าวกลางวันพร้อมเจนนิสและแอมมี่ส่วนเนยเธอชิ่งไปเกาะทีมเลขานุการเพราะคิดจะประท้วงสามีที่ไม่บอกกล่าวเรื่องวันนี้
“แย่แล้วเย็นนี้เราก็นัดเจอกันไม่ได้สิ” แยมแอบโทรหาเนย
“ใครจะรู้ว่าคุณใหญ่จะมาทำงานที่นี่จริงๆ ไม่ยอมบอกอะไรฉันสักนิด”ภรรยาตัวน้อยรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาจริงๆ
“อีกไม่นานเจ้าสัวน่าจะให้คุณใหญ่ขึ้นมาเป็นประธานแทนคุณสอง”
“แกไปกินข้าวกับเขาไม่ใช่เหรอ?”
“ก็ใช่ไง ฉันแอบชิ่งออกมาก่อน”
“งั้นก็เอาคุณสองนี่ล่ะ”
“เฮ้ย! นี่เลือกสามีนะแก ไม่ใช่ซื้อของ”
“จังหวะมันได้นี่นาดูท่าเขาจะสนใจแกขึ้นมาแล้ว”
“สนใจหรือสงสัยเอาให้แน่”
“ก็นิยายรักต้องเป็นแบบนี้ไงพระเอกสงสัยนางเอกจากนั้นก็ตามสืบแล้วก็ตกหลุมรัก มุกแบบนี้แกก็น่าจะใช้นะ”
“เออๆ จะพยายาม หล่อเหลา เท่ดีเหมือนกันเสียทีเฉื่อยแฉะ เคร่งขรึม เงียบ น่าเบื่อ” แยมนิยามเขาอย่างชัดเจนสำหรับเธอเขาไม่น่าสนใจนัก เพราะเอาแต่ทำงานจนดูไม่ใส่ใจคนรอบข้างชีวิตเขาน่าจะอยู่กับความรับผิดชอบจนเหนื่อยแทน
“ข่าวลือว่าเป็นวายนี่นา” เนยนึกขึ้นมาได้“ฉันเคยแอบถามคุณสาม รายนั้นก็ว่า คุณสองไม่เคยมีแฟน ไม่ยอมควงใครด้วยคุณวิรากลุ้มใจจะตาย พยายามหาลูกสาวคนนั้นคนนี้มาให้เลือกแต่คุณสองก็ยังไม่ลดตัวลงมาชอบใคร” น้ำเสียงประโยคท้ายดูเย้ยหยัน อย่างน้อยเธอคนก่อนหน้านี้ก็ยังเคยมายั่วยวนเขาแต่ไม่สำเร็จ“พิสูจน์ก่อนแล้วกัน เดี๋ยวเราเลือกผิด”
“ได้ ฉันจะเริ่มลงมือ” แยมคิดหาสายวายมาช่วยงานนี้
“เงินพอจ้างคนไหมล่ะ? เราต้องหาคนมาช่วยเช็ก”
“แกรวยจริง”
“นี่ฉันเอาตัวเข้าแลกเลยนะ”คุณนายน้อยแห่งมังกรกรุปรีบโอ้อวด สามีของเธอชอบให้เล่นบทง้องแง้งถ้าเธอทำได้ถูกใจเขารีบให้รางวัลทันทีเธอเองก็รู้สึกสนุกไปกับการทำเอาใจเขา
“อืม....พูดแบบนี้ท่าจะได้มาเยอะ”
“เออน่า...เดี๋ยวโอนให้ล่ะกันไปหามาสักสองคน เช็กให้ชัวร์” เนยพยายามถ่ายโอนเงินไปให้แยมช่วยเก็บไว้เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินเธอหวังว่า แยมจะเป็นที่ช่วยเธอได้ทุกครั้งที่เธอได้เงินมาจากสามีจะแบ่งโอนให้แยมเสมอและฝ่ายนั้นก็แยกบัญชีเก็บไว้ให้ ส่วนการจ้างทำงานก็เบิกจ่ายไปแต่ที่เหลือถือว่าเป็นเงินของเนย
คุณสองเดินตามหาแยมที่ขอตัวออกจากโต๊ะอาหารมาก่อนหญิงสาวยืนโทรศัพท์อยู่มุมตึกอีกฟากที่ไม่ค่อยมีคนเดินผ่าน ‘ลับลมคมในคุยกับใครต้องหนีไปขนาดนั้น ไหนว่าจะมาจับฉัน ยังกล้าปล่อยฉันไว้กับคู่แข่งอีก’เขาไม่ได้ซื่อจนดูไม่ออกว่าน้ำค้างพยายามเปิดโอกาสให้เขาแบบไม่โจ่งแจ้งนักทักษะระดับนั้นแม้จะดูยากแต่เขาก็พอจะเห็นโอกาสที่เธอแง้มไว้ ‘ผู้หญิงสมองเยอะย่อมต้องอ่อยแบบเหนือชั้น ส่วนผู้หญิงสมองน้อยก็....’ เขานึกถึงตอนที่ไปกับแยม ฝ่ายนั้นเอาแต่กินและขอให้เขาเลี้ยงตลอดเวลานี่จะนับว่าเป็นการอ่อยได้หรือเปล่านะ?
ตอนบ่ายคุณใหญ่ไม่กลับเข้ามาบริษัทอีกเนยชะเง้อชะแง้มองหาสามีทำเอาคุณสามอดไม่ได้ เดินเฉียดมาหา“มองหาพี่ใหญ่เหรอครับซ้อ”
เธอหันมาค้อนให้ “เปล่ามั้ง”
“พี่ใหญ่มีนัดกับคุณพ่อครับคงไปคุยนอกรอบกับกลุ่มนายทุน” คุณสามคิดว่า เนยอาจจะงอนที่สามีไปทานข้าวกับสองสาวเขาก็อุตส่าห์เอาตัวไปช่วยขวางแล้ว “ไม่งอนเรื่องทานข้าวแน่นะ”
“ไม่สักนิด ก็แค่ทานข้าว”
“ดีแล้วครับยังไงเราก็ต้องรักษาความสัมพันธ์ที่ดีในกลุ่มจตุรมิตรเอาไว้” หนุ่มหล่อคิ้วเข้มจมูกโด่งทิ้งท้ายก่อนจากไป
เนยรีบส่งข้อความบอกแยม “ทางโล่งเขามีนัด”
ทั้งสองเปลี่ยนสถานที่นัดพบแต่อาการหลุกหลิกกลับไม่พ้นสายตาของท่านประธานที่คอยแอบมองทั้งคู่อยู่ทุกโอกาส
พอทุกคนออกจากที่ทำงานไปหมดแยมและเนยจึงค่อยหยิบกระเป๋าออกมา ทั้งคู่กะจะไปนัดแนะกันในลิฟต์แต่กลับไม่ได้สังเกตว่ามีอีกคนจ้องดูจากด้านในห้องกระจกแล้วเดินออกไปก่อนพวกเธอไม่นานนักทั้งสองเดินเข้าลิฟต์ไปพร้อมกัน
“ไปไหนดีแก?”
“เปลี่ยนที่หน่อย เอาซอยเล็กๆคนจะได้ไม่ตามหา”
“ร้านขนมซอย 23”
“โอเค แยกย้ายกันออกไป”
เพิ่งจะกดลิฟต์ปิด พรึ่บ! ไฟในลิฟต์ดับลง
“ว้าย!” สองสาวประสานเสียงพร้อมกัน“ไฟดับแก” แยมร้องขึ้น เนยได้สติเธอกดปุ่มฉุกเฉินรูปกระดิ่งชั่วครู่ไฟสำรองในลิฟต์ก็ติด โทรศัพท์ในลิฟต์ดังขึ้น เนยรีบดึงหูฟังมารับ
“พวกคุณไม่ต้องกลัวนะครับ ไฟดับทางเรากำลังแก้ไข พัดลมทำงานอยู่ใช่ไหม?”
เนยเงยหน้ามองดูพัดลมระบายอากาศในลิฟต์“ค่ะ”
“อดทนไว้นะครับ เรากำลังเช็กว่าพวกคุณอยู่ชั้นไหน”
“ขอบคุณค่ะ เร็วหน่อยก็ดี” สองสาวหันไปมองหน้ากัน
“ฉันว่า มันเล่นงานเธอแล้วล่ะ”แยมเปรยขึ้น
“ก็น่าจะเป็นอย่างงั้นฉันแค่ไม่คิดว่า มันจะกล้าลงมือเร็วแบบนี้” เนยเสียงเครียด “คราวหน้ามันต้องเป็นทีของฉัน”
****************************************

