เมื่อเซียวเหลียนฮวาเมื่อก้าวลงจากเรือ เธอสายตาสะดุดเข้ากับร่างเล็กๆ ของเสี่ยวหง สาวใช้คนสนิทที่ยืนรออยู่บนฝั่ง ใบหน้าของเสี่ยวหงประดับด้วยรอยยิ้ม แต่แววตาของหล่อนกลับแฝงไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมบางอย่างที่เซียวเหลียนฮวา ััได้
"คุณหนูกลับมาแล้วหรือเ้าค่ะ" เสี่ยวหงเอ่ยทักทาย พร้อมกับยอบกายลงเล็กน้อย
เซียวเหลียนฮวาพยักหน้ารับ "อืม" ในใจรู้สึกหวาดระแวงสาวใช้ที่อยู่ข้างกาย 'นี่สินะ สาวใช้คนสนิทที่ทรยศพี่สาวนางร้าย หล่อนน่าจะเป็คนของแม่นางเอกดอกบัวขาวสินะ' เซียวเหลียนฮวาแอบสังเกตเสี่ยวหงอย่างระมัดระวัง พยายามเก็บซ่อนความรู้สึกที่แท้จริงไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย
ทันใดนั้น สายตาของนางก็ปะทะเข้ากับดวงตาคมกริบของจิ้งอันอ๋อง ที่ลงจากเรือมา ไร้ซึ่งรอยยิ้ม แผ่รังสีอำนาจน่าเกรงขาม
'หล่อ... หล่อมากกกกก' พริมาในร่างของเซียวเหลียนฮวา กรีดร้องในใจ
"ท่านอ๋อง หม่อมฉันต้องขอขอบพระทัยเพคะที่ทรงพายเรือมาส่งหม่อมฉันที่ชายฝั่ง" นางกล่าวขอบคุณจิ้งอันอ๋อง แต่ยังคงรักษาระยะห่าง ไม่กล้าเข้าใกล้ กลัวอดใจไม่ไหวเผลอกรี๊ดกร๊าดหนุ่มหล่อตรงหน้า
จิ้งอันอ๋องพยักหน้ารับ "ไม่เป็ไร แล้วเจอกันใหม่" เมื่อเขากล่าวจบก็เดินจากไปพร้อมองครักษ์
"คุณหนูเ้าค่ะเ้าค่ะวันนี้คุณหนูดูแปลกไปนะเ้าคะ ทำไมวันนี้ถึงดูช่างเหินห่างกับท่านอ๋องยิ่งนัก" เสี่ยวหงสาวใช้คนสนิทเอ่ยถามด้วยความสงสัย ปกติคุณหนูของนางจะต้องใช้เวลาอยู่กับท่านอ๋องอย่างน้อย 1 ชั่วยาม
พริมาสะดุ้งเล็กน้อย นางลืมไปว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ในร่างของเซียวเหลียนฮวา ต้องทำตัวให้เป็ธรรมชาติ ไม่เช่นนั้นอาจจะถูกจับได้ว่าไม่ใช่ตัวจริง
"เอ่อ... ข้าแค่รู้สึกไม่ค่อยสบาย" พริมาตอบปัด พร้อมกับแสร้งทำท่าทีอ่อนเพลีย
ระหว่างทางเซียวเหลียนฮวา พยายามสังเกตท่าทีของเสี่ยวหงอย่างระมัดระวัง แต่เสี่ยวหงก็ยังคงทำตัวเป็สาวใช้ผู้ซื่อสัตย์ คอยดูแลปรนนิบัตินางอย่างใกล้ชิด ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เล่นละครเก่งเหมือนกันนะ เซียวเหลียนฮวา คิดในใจ แต่ฉันไม่หลงกลหล่อนหรอกนะ คอยดูแล้วกันฉันจะทำให้แกอยู่ไม่สู้ตาย ในเมื่อแกกล้าทรยศพี่สาวนางร้าย ฉันจะทำให้หล่อนรู้ว่านรกมันเป็ยังไง
"เสี่ยวหง.. เ้าอยู่กับข้ามานานเท่าไหร่แล้ว"เซียวเหลียนฮวาเอ่ยถามด้วยความอยากรู้
"เกือบสิบปีแล้วเ้าค่ะ ั้แ่คุณหนูยังเล็กๆ" เสี่ยวหงตอบอย่างระมัดระวัง
"เ้าจงรักภักดีต่อข้าหรือไม่" นางถามต่อพลางจ้องมองสาวใช้ตรงหน้าตรงๆ
เสี่ยวหงชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "แน่นอนเ้าค่ะ บ่าวจงรักภักดีต่อคุณหนูยิ่งชีวิต"
"ดี" เซียวเหลียนฮวายิ้มเย็น "ข้าหวังว่าเ้าจะพูดความจริง"
เสี่ยวหงก้มหน้า ไม่กล้าสบตาเ้านายดูเหมือนคุณหนูจะเริ่มสงสัยข้าแล้ว นางคิดในใจ สงสัยข้าต้องระวังตัวให้มากขึ้นกว่านี้แล้ว
เมื่อรถม้าประจำตระกูลเซียวแล่นผ่านซุ้มประตูขนาดใหญ่ เข้าสู่จวนท่านเสนาบดี เซียวเหลียนฮวา ก็ก้าวลงจากรถม้าด้วยท่วงท่าสง่างาม
"เสี่ยวหง เ้าไปเตรียมน้ำชาไว้รอข้าที่ห้องหนังสือด้วยสือด้วย เดี๋ยวข้าจะเข้าไปคุยธุระท่านพ่อก่อน" เซียวเหลียนฮวา สั่งสาวใช้คนสนิทก่อนจะหันไปยิ้มให้
"เ้าค่ะ คุณหนู" เสี่ยวหงรับคำแล้วรีบเดินไปทางห้องครัวของเรือนเถาหยวน
เซียวเหลียนฮวาเดินผ่านสวนดอกไม้ สูดกลิ่นหอมของดอกเหมย ดอกท้อ และดอกบ๊วย ที่กำลังบานสะพรั่ง กลีบดอกหลากสีสันแต่งแต้มสวนให้ดูสดใส นางรู้สึกผ่อนคลาย หลังจากวันนี้ต้องเมื่อยตูดอยู่ในรถม้ามาเกือบชั่วโมง ยุคนี้ไม่มีขนส่งทันสมัย จะไปไหนแต่ละทีต้องใช้เวลาอยู่ในรถม้าโคตรนาน
"เฮ้อ... คิดถึงรถยนต์ คิดถึงมือถือจัง" เซียวเหลียนฮวาพึมพำกับตัวเอง "พี่สาวนาวร้าย...จะให้ข้าข้ามมิติมาเป็ตัวร้ายทั้งทีน่าจะให้ของวิเศษติดตัวข้ามาบ้างนะ" เธอบ่นกระปอดกระแปด
ทันใดนั้น แหวนที่เธอใส่ติดตัวมาก็ปรากฏแสงสว่างขึ้น เซียวเหลียนฮวาเบิกตากว้างด้วยความใ ก่อนจะเปลี่ยนเป็ดีใจอย่างสุดขีด
"นี่มัน... แหวนวิเศษหรือเปล่า" ร่างระหงจ้องมองแหวนวงนั้นด้วยความตื่นเต้น "พี่สาวนางร้าย ท่านช่างรู้ใจข้าเสียจริง" น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความดีใจ ราวกับเด็กน้อยได้ของเล่นชิ้นใหม่
เซียวเหลียนฮวาสำรวจแหวนวงนั้นอย่างละเอียด พบว่ามันมีลักษณะเรียบง่าย ทำจากหยกสีขาว สลักลวดลายดอกเหมย ดูงดงามและลึกลับ แตกต่างจากเครื่องประดับทั่วไปที่นางเคยเห็น
"แล้วข้าจะใช้มันอย่างไรนะ" เซียวเหลียนฮวาพลิกแหวนไปมา "ลองดูก็แล้วกัน" เซียวเหลียนฮวาตัดสินใจ นางลองพูดกับแหวนวงนั้น "แหวนจ๋า... ฉัน้ารถยนต์"
แต่ปรากฏว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น...
"ว้า...แย่จัง หรือนี่จะไม่ใช่แหวนวิเศษ" พริมาหน้ามุ่ย "ยัยพริม แกคิดอะไรมั่วซั่วสมัยโบราณแบบนี้จะมีรถนนต์ได้อย่างไร"
อากาศร้อนอบอ้าว ทำให้ร่างอรชรรู้สึกเหนียวตัว "ร้อนๆ แบบนี้อยากกินไอศกรีมจัง" นางบ่นพึมพำ
ทันใดนั้น... ไอศกรีมโคนรสช็อกโกแลตก็ปรากฏขึ้นมาในมือของเธอ
"โอ้มายก๊อด นี่มันแหวนวิเศษจริงๆ ด้วย" เซียวเหลียนฮวาเบิกตากว้าง มองไอศกรีมในมือด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะระบายยิ้มกว้าง "พี่สาวนางร้ายข้าขอบใจท่านมาก ข้าจะรักษาแหวนวงนี้เป็อย่างดีเลย"
นางรีบแกะกระดาษห่อ แล้วกัดไอศกรีมคำโต รสชาติหวานเย็น ช่วยคลายร้อนได้เป็อย่างดี "อืม... อร่อยจัง" นางครางอย่างพอใจ
หลังจากทานไอศกรีมเสร็จ เซียวเหลียนฮวามองหากระดาษห่อ เพื่อจะนำไปทิ้ง แต่หาเท่าไหร่ก็ไม่พบ
"แปลกจัง กระดาษห่อไอศกรีมหายไปไหนนะ" นางพลิกมือไปมา แต่กระดาษก็ยังคงหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ทันใดนั้น นางก็นึกถึงแหวนวิเศษที่สวมใส่อยู่ "หรือว่า..." นางลองเพ่งสมาธิไปที่แหวน แล้วนึกถึงกระดาษห่อไอศกรีม
วูบ กระดาษปรากฏขึ้นในมือของนางอีกครั้ง
"สุดยอด อย่างนี้ก็เท่ากับฉันมีมิติส่วนตัวเอาไว้เก็บของได้ด้วยสิ" เซียวเหลียนฮวายิ้มร่าด้วยความดีใจ "ต้องขอบคุณพี่สาวนางร้ายจริงๆ ที่มอบแหวนวิเศษวงนี้ให้"
เซียวเหลียนฮวาครุ่นคิด"แปลกทำไมรถยนต์ถึงนำออกมาจากแหวนวิเศษไม้ได้"
นางมองไปรอบๆ เมื่อไม่เห็นใครอยู่บริเวณนี้ นางลองนึกถึงรถยนต์คันหรูที่เคยเห็นในนิตยสาร แต่ก็ไม่สามารถนำออกมาจากมิติได้ "หรือว่าเป็เพราะเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเกินไป?" นางขมวดคิ้วสงสัย
เซียวเหลียนฮวาลองนึกถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ แต่ก็ไม่สามารถนำออกมาได้เช่นกัน "แปลกจัง... ทำไมถึงเอาออกมาไม่ได้นะ"
นางลองเปลี่ยนมาเป็สิ่งของอื่นๆ เช่น เสื้อผ้า เครื่องประดับ อาหาร ก็พบว่าสามารถนำออกมาได้ "อ้อ... เข้าใจแล้ว คงเป็เพราะมิติแห่งนี้ยอมรับเฉพาะสิ่งของที่อยู่ในยุคนี้เท่านั้น"
ดีเลยอย่างนี้ก็เรียกขนมอร่อยๆ ยุคปัจจุบันออกมาจากแหวนวิเศษได้ "เดี๋ยวเอาขนมอร่อยๆ มาฝากท่านพ่อดีกว่า" นางคิดแผนการในใจ ก่อนจะเดินไปห้องทำงานของผู้เป็บิดาทันที