“พร้อมแล้วใช่ไหม”
แอชเชอร์ยืนตรงมองจ้องไปด้านหน้า บนบ่าของเขามีกระเป๋าหนึ่งใบแบกอยู่ ด้านหลังของเขามีเป้อีกใบกำลังสะพาย ของเหล่านี้คือสิ่งที่ทางค่ายฝึกของกองทัพที่ 7 จัดเตรียมให้เขาเพื่อนำมาใช้ในค่ายฝึกพิเศษ การยืนตรงไม่ได้มีเพียงแค่แอชเชอร์เท่านั้น ยังมีผู้ที่สามารถซิงโครไนซ์ระดับ A ที่ร่วมเดินทางมากับเขาอีก 12 คน พวกเขาต่างยืนตรงพร้อมกับยกของในท่าเดียวกันกับแอชเชอร์
“พร้อมครับ~!”
“ดี ต่อจากนี้ไปพวกแกจะต้องอยู่ภายใต้กฎของค่ายฝึกแห่งนี้ ทราบ!”
“ทราบ~!”
เช้านี้เป็เช้าที่แอชเชอร์ถูกส่งตัวมายังค่ายฝึกพิเศษ มันเป็ค่ายที่สร้างติดกับหนึ่งในแนวหน้าของา ใครก็ตามที่เดินทางมายังตำแหน่งนี้จะได้สู้กับมอนสเตอร์
ซึ่งค่ายนี้อยู่ในเขต F66 หนึ่งสถานที่แนวหน้าที่มนุษย์และมอนสเตอร์ต่อสู้กัน มันถูกยื้อเอาไว้เป็สถานที่าก็เพราะว่ามนุษย์ยังคง้าเศษซากของมอนสเตอร์ จึงมีทหารอยู่ที่นี่คอยจัดการกับพวกมันเพื่อเก็บชิ้นส่วนไปผลิตอาวุธเอาไว้โต้กลับ
โดยทหารที่อยู่ในนี้เป็คนจากกองทัพที่ 7 กองทัพที่ 8 กองทัพที่ 9 กองทัพที่ 10 รวมทั้งหมด 4 กองทัพภายใต้สหพันธ์ดาวเหนือที่ถูกส่งมาประจำการ ไม่เพียงแค่ทหารยังมีนักเรียนเหมือนแอชเชอร์ส่งมาฝึกด้วยประสบการณ์จริง เหล่านักเรียนจะถูกฝึกให้เป็หัวกะทิจากเหล่ารุ่นพี่จนกว่าจะคุ้นชินกับสถานการณ์ต่างๆ รู้จักการทำงานเป็ทีมในสภาพแวดล้อมจริง
“ซ้ายหัน หน้าเดิม~!”
ครูฝึกใหม่พากลุ่มของแอชเชอร์ที่มาจากค่ายฝึกกองทัพที่ 7 เดินตรงไปยังอาคารที่จัดเตรียมเอาไว้ให้ แอชเชอร์จึงเดินไปกับทุกๆคนอย่างเป็ระเบียบ ภายในใจของเขารู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยพลางมีความวิตกกังวลอยู่นิดหน่อย เนื่องจากว่าค่ายฝึกแห่งนี้ในชีวิตก่อนเขาไม่เคยย่างก้าวเข้ามา แม้เขาจะเป็ทหารเช่นเดียวกัน เขตที่เขาได้ไปประจำการเป็ครั้งแรกกลับเป็สถานที่อื่นที่ไม่ใช่ที่นี่ เขาจึงกลัวว่าจะมีอะไรที่น่ากลัวเกิดขึ้นกับการเปลี่ยนแปลงค่ายฝึกของเขา กระทั่งเดินมาถึงอาคารหลังใหญ่พวกเขาก็เข้าไปนั่งตามเก้าอี้ที่ถูกจัดเอาไว้ให้ ข้างในมีนักเรียนอีกหลายคนกำลังนั่งตัวตรงมองไปยังหน้าเวทีที่เหมือนจะมีงานบางอย่างจัดขึ้นเพื่อพวกเขาที่เดินทางมายังค่ายฝึกพิเศษในวันนี้
“นั่งอยู่ที่นี่ เพื่อนใหม่ของพวกนายกำลังเดินทางมา”
ครูฝึกเดินจากไปปล่อยให้พวกแอชเชอร์นั่งตามสบาย ระหว่างนี้เองเขาก็ได้มองจ้องไปยังกลุ่มคนที่นั่งอยู่ก่อนหน้า ดูเหมือนว่าจะเป็ผู้ที่มีความสามารถในการซิงโครไนซ์ระดับ A และ S ไม่ต่างจากพวกเขา การที่สหพันธ์ดาวเหนือระดมกำลังของผู้ที่มีความสามารถในการซิงโครไนซ์ระดับสูงมาแบบนี้ ทำให้แอชเชอร์ตระหนักได้ว่าเื่ที่กำลังจะเกิดคงรุนแรงแน่นอน ถึงขั้นกองทัพรีบฝึกพวกเขาให้เป็อาวุธอันทรงพลัง
“สถานะ”
[ระบบ 1 - 1 ระดับ 1 ดาว]
[ชื่อ : แอชเชอร์ แอสลาส]
[อายุ : 15 ปี]
[ระดับซิงโครไนซ์ : SS ]
[พลังโจมตี 0 [4]]
[พลังป้องกัน 0 [4]]
[ความเร็ว 1 [4]]
[พลังต่อสู้ 65]
[ฟอสเอนเนอร์จี้ 1050]
[แต้มสถานะคงเหลือ 0]
[ สถานะร่างกาย 100 % ]
สกิล >>
[วิ่งเร็ว{Max}][ะเิความเร็ว{Max}][วิ่งหลบหลีก{Max}][ปีนป่าย{Max}][ว่ายน้ำ{Max}]
[เชี่ยวชาญหมัดปานกลาง{22%}]
[เชี่ยวชาญดาบปานกลาง{25%}]
[เชี่ยวชาญมีดปานกลาง{26%}]
ตลอด 6 วันที่เขาฝึกอยู่กับนักวิจัย ร่างกายของแอชเชอร์ไม่พัฒนาขึ้นมาเลยสักนิด เนื่องจากเขาใช้มานาซะส่วนใหญ่ จึงมีเพียงแค่สกิลของเขาเท่านั้นที่พัฒนาขึ้นมาจากการฆ่ามอนสเตอร์จำลอง สกิลเชี่ยวชาญหมัดของเขาก็เพิ่มมาเป็ 22 % เชี่ยวชาญดาบเพิ่มมาเป็ 25 % เชี่ยวชาญมีดเพิ่มมาเป็ 26 % ขาดอีกราว 80 % เขาก็สามารถทำให้สกิลเหล่านี้เป็ระดับสูงได้ เมื่อถึงตอนนั้นแอชเชอร์ไม่อยากจะนึกถึงความน่ากลัวของมัน เพียงแค่สกิลระดับกลางที่เขาใช้ออกไปนั้น ยังทำให้เขาฆ่ามอนสเตอร์จำลองได้อย่างง่ายดายจนถึงระดับ 3 ดาว หากสกิลเป็ระดับสูง เขาคงสามารถฆ่ามอนสเตอร์ได้ง่ายกว่านี้แน่นอน
ตึก ตึก ตึก ตึก
เสียงก้าวเดินอันหนักแน่นดังมาจากด้านนอกห้อง แอชเชอร์ที่ส่องหน้าสถานะจึงกลับมานั่งตัวตรง รอคนที่ครูฝึกบอกว่าจะเป็เพื่อนใหม่ของเขาในค่ายฝึกแห่งนี้ กระทั่งกลุ่มคนที่เข้ามาใหม่เดินไปยังเก้าอี้ครูฝึกก็จากไปปล่อยให้คนที่อยู่ข้างในได้นั่งตามสบาย
“เหลือคนจากอีก 1 กองทัพสินะ”
จากที่แอชเชอร์ได้ข้อมูลมาจากผู้บัญชาการ ค่ายฝึกภายใต้กองทัพทั้ง 4 จะส่งนักเรียนของพวกเขามายังที่นี่ ตอนนี้มี 3 ค่ายฝึกที่นั่งอยู่ข้างใน ขาดอีกเพียงแค่ 1 ระหว่างรอนี้เองทหารก็เริ่มขึ้นไปบนเวทีจัดเตรียมอุปกรณ์สำหรับพูดคุยกับพวกเขา ดูเหมือนว่าจะมีการประกาศกฎข้อห้าม และสิ่งที่พวกเขาจะต้องทำร่วมกันในค่ายฝึกแห่งนี้ กระทั่งผ่านไป 1 ชั่วโมงนักเรียนของค่ายฝึกสุดท้ายก็เดินเข้ามาในห้อง จากนั้นทุกๆอย่างก็เริ่มเงียบ
“ระบบ ตรวจสอบการซิงโครไนซ์ของคนเหล่านี้ได้ไหม”
[ระบบสามารถตรวจสอบทุกอย่างในระยะ 50 เมตรได้]
ระยะนี้เป็ระยะที่แอชเชอร์สามารถใช้ระบบหลักได้ คือการปรับแต่งร่างกายให้แข็งแกร่งเท่ากับคู่ต่อสู้ เมื่อรู้ขอบเขตการตรวจสอบแอชเชอร์ก็ขอดูข้อมูลของนักเรียนทั้ง 54 คน เขาอยากรู้ว่านอกจากเขาที่เป็ระดับ S มีใครบ้างที่เป็เหมือนเขา
“ดี ตรวจสอบเลย”
[แจ้งเตือน พบนักเรียนจำนวน 53 มี 2 คนเป็ระดับ S อีก 51 คนเป็ระดับ A ]
“ใช่จริงๆด้วย จะต้องมีเื่ร้ายแรงเกิดขึ้นแน่นอน” แอชเชอร์ได้คำตอบหนึ่งอย่างหลังจากที่เขาคิดเองมาเป็เวลานาน ในที่สุดเขาก็ยืนยันได้ว่าสหพันธ์ดาวเหนือตรวจจับบางอย่างที่อันตรายได้ จนต้องรีบฝึกระดับ A และ S ให้มีประสิทธิภาพสูงที่สุด
“แถวตรง วันทยหัตถ์~!”
ทหารที่ยืนอยู่ด้านล่างเวทีให้สัญญาณกับนักเรียนภายในห้อง จนพวกเขาลุกขึ้นยืนทำความเคารพครูฝึกที่เดินขึ้นไปบนเวที
“เอาล่ะ ไม่ต้องมากพิธีนั่งลงกันได้แล้ว มีหลายอย่างที่พวกนายจะต้องรีบรู้และรับทราบ พูดให้เข้าใจง่ายก็คือวันนี้เรากำลังปฐมนิเทศเพื่อทราบแนวทางที่เราจะทำร่วมกัน”
การปฐมนิเทศเริ่มต้นขึ้นอย่างรวดเร็วจากครูฝึก โดยที่แอชเชอร์ไม่จำเป็ต้องนั่งตัวตรง พวกเขาสามารถนั่งตามสบายขอเพียงแค่ไม่ยกขาขึ้นมาให้เสียมารยาท ในระหว่างที่การพูดของครูฝึกที่นำกฎข้อบังคับ แนวทางการปฎิบัติตัวในสถานที่แห่งนี้ รวมถึงวิธีการฝึกออกมาบอกกล่าวผ่านหน้าจอขนาดใหญ่ั์ ชุดเกราะมาร์คเซเว่นก็ถูกนำขึ้นจอฉายให้ทุกคนได้ดู โดยชุดเกราะที่กำลังฉายนั้นกำลังถูกแยกส่วนให้พวกเขาได้ทราบว่ามันมีอะไรบ้าง
“อย่างที่พวกนายเห็น นี่เป็ชุดเกราะมาร์คเซเว่น มันจะเป็ชุดเกราะประจำตัวของพวกนาย ั้แ่วันนี้ไปจนกว่าจะถึงเดือน 9 หรือก็คือ 6 เดือนกับอีก 20 วันที่อยู่ที่นี่ พวกนายจะต้องสวมใส่มัน สิ่งที่ฉันจะให้ดูต่อไปนี้จะเป็การทำงานของชุดเกราะในรูปแบบต่างๆ วันนี้พวกนายจะได้พักผ่อนแต่ต้องจำส่วนประกอบและการทำงานของชุดเกราะให้ได้”
พี่เลี้ยงนำคู่มือชุดเกราะมาร์คเซเว่นมาให้นักเรียนทั้ง 54 คน จากนั้นพวกเขาก็นั่งมองดูการต่อสู้ของทหารที่สวมใส่ชุดเกราะมาร์คเซเว่น มันเป็ชุดเกราะที่สามารถต่อสู้กับมอนสเตอร์ 6 ดาวได้ แอชเชอร์ใเช่นเดียวกัน เดิมทีเขานึกว่าการมาที่นี่เขาจะได้สวมใส่ชุดเกราะมาร์คทูแล้วออกไปต่อสู้กับมอนสเตอร์ระดับ 1 หรือไม่ก็ 2 ดาว
แต่ชุดเกราะที่ทางค่ายฝึกกำลังจะมอบให้พวกเขาใช้งาน บอกได้ว่าพวกเขาจะได้ฝึกหนักถึงขั้นต่อสู้กับมอนสเตอร์ 6 ดาว กระทั่งคลิปวีดีโอการต่อสู้ตลอด 1 ชั่วโมงที่ทั้งเปิดอธิบายวิธีการใช้งานอุปกรณ์บนชุดเกราะจบลง พี่เลี้ยงก็ได้เปิดประตูพาพวกเขาเดินไปเลือกสถานที่พักผ่อน ตลอดระยะเวลาที่ต้องใช้เวลาอยู่ในค่ายฝึกแห่งนี้
จากการปฐมนิเทศแอชเชอร์ไม่จำเป็ต้องปรับเปลี่ยนอะไรมาก กฎของค่ายฝึกพิเศษยังคงเหมือนค่ายเดิมของเขา เพียงแต่ว่าค่ายฝึกพิเศษให้อิสระในการฝึกมากกว่าตรงที่ ค่ายฝึกพิเศษจะกำหนดเวลาการฝึกซ้อมต่อวัน ไม่ได้กำหนดว่าพวกเขาจะต้องฝึก่ไหน ภายใน 1 วันพวกเขาจะฝึกอย่างไรก็ได้ฝึก่ไหนก็ได้ขอเพียงแค่มีระยะเวลาการฝึกสะสมอย่างน้อย 3 ชั่วโมงต่อวัน
ถึงอย่างนั้น่เช้าพวกเขาต้องเตรียมตัวให้พร้อม ทางค่ายพิเศษได้จัดหลักสูตรพาพวกเขาออกไปสู้กับมอนสเตอร์ของจริงและจะกลับมาใน่เที่ยงวัน การทำกิจวัตรประจำวันที่สามารถทำอะไรก็ได้ของพวกเขาจะเริ่มั้แ่หลังเที่ยงเป็ต้นไป
“ต่อจากนี้ไปพวกนายจะได้พักที่นี่”
แอชเชอร์มองไปยังตึกขนาดใหญ่สูง 10 ชั้น มีทหารเดินเข้าออกนับครั้งไม่ถ้วน มันเป็สถานที่ใหม่ที่พวกเขาจะใช้พักผ่อนใน่ทำธุระทุกๆอย่างเสร็จ ไม่ว่าจะเป็ฝึกกับพี่เลี้ยง ฝึกซ้อมด้วยตนเอง หลังจากทำสองสิ่งนี้พวกเขาสามารถใช้ตึกแห่งนี้พักผ่อนได้
การแบกเป้ใบใหญ่เดินเข้าไปในตึกทำให้ทหารด้านในหันมอง ทุกคนต่างจับจ้องน้องใหม่ที่จะมาอาศัยในค่ายแห่งนี้
“ชั้นหนึ่งเป็ห้องโถงสำหรับทานอาหาร ชั้นสองเป็โซนออกกำลังกาย ชั้นสามเป็โซนสำหรับซ้อมต่อสู้ พวกนายสามารถฝึกกับใครก็ได้ที่อยู่ข้างในนั้น”
ลิฟต์กระจกตัวใหญ่อัดแน่นไปด้วยนักเรียนใหม่ที่ถูกแบ่งเป็ 3 กลุ่มเพื่อใช้งานลิฟต์ ระหว่างที่ลิฟต์กำลังเคลื่อนที่ขึ้นไปช้าๆนี้เอง แอชเชอร์ที่อยู่ด้านในได้มองลอดผ่านกระจกไปเห็นชั้นต่างๆที่ถูกแบ่งโซนเอาไว้อย่างชัดเจน มีชั้นออกกำลังกายเต็มไปด้วยเครื่องออกกำลังกายมากมาย โซนฝึกซ้อมมีทหารกำลังใช้อาวุธฟาดฟันกัน กระทั่งถึงโซนใหม่แอชเชอร์ก็เริ่มรู้สึกตื่นเต้นเพราะมันเหมือนจะมีของที่ทันสมัยกว่าที่เขาเคยใช้งานมา
“แล้วก็ชั้นนี้เป็ชั้นที่ใช้สำหรับจำลองการต่อสู้กับมอนสเตอร์ โดยมีห้องทั้งหมด 100 ห้องจะใช้รูปแบบการจองเข้าใช้งาน พวกนายไม่จำเป็ต้องยืนรอ เพียงแค่จองแล้วมาใน่เวลาที่กำหนดก็พอแล้ว ไม่มีข้อจำกัดในการเข้าใช้งาน”
“ใช้มากแค่ไหนก็ได้อย่างนั้นเหรอครับ”
“ใช่แล้วล่ะ ที่นี่นอกจากภารกิจการฆ่า ทุกอย่างล้วนถูกปลดข้อจำกัดออกไป มานาที่ต้องใช้อย่างจำกัดก็มีให้เติมเรื่อยๆ เอาล่ะเรามาถึงกันแล้ว ต่อไปชั้นนี้จะเป็ของพวกนายทั้ง 54 คน”
แอชเชอร์ที่มาถึงเป็กลุ่มแรกเดินออกจากลิฟต์มองไปยังห้องมากมายที่ถูกเตรียมเอาไว้ เขารู้สึกดีใจมากที่ห้องเหล่านี้ไม่จำเป็ต้องแชร์ร่วมกับใคร พวกเขาสามารถมีเวลาส่วนตัวได้ในห้องของตัวเอง
“เลือกได้ตามใจชอบ ส่วนพรุ่งนี้ตื่นเช้าหน่อยนะ พวกนายจำเป็ต้องปรับเปลี่ยนพื้นฐานก่อนจะออกไปล่ามอนสเตอร์ของจริง”
แอชเชอร์กล่าวขอบคุณรุ่นพี่จากนั้นก็เลือกห้องที่เขา้าพักผ่อน การอยู่ใกล้ลิฟต์ทำให้เขานอนไม่เต็มอิ่มเพราะมันจะต้องมีคนเข้าออกแน่นอน เขาจึงเลือกห้องที่อยู่ลึกสุดก่อนจะจัดข้าวของเอาไว้ โดยภายในห้องมีขนาดใหญ่พอสมควร มีโต๊ะ เตียงนอน ห้องน้ำ ทุกอย่างเตรียมพร้อมสามารถเข้าใช้งานได้แล้วยังมีพื้นที่พอให้เขาออกกำลังกายยืดเส้นยืดสาย นับว่าเป็ห้องที่กว้างและสะดวกสบายไม่น้อย