ตอนที่ 11
ไป๋อวี้เอ๋ย จงอย่ายอมพ่ายแพ้ให้แก่โชคชะตา (1/2)
“คุณหนูเ้าคะ หยกห้อยเอวนั่น...”
“นำหญ้ามรกตหอมที่เตรียมไว้มาให้ข้า”
“นี่เ้าค่ะ”
“ล้างน้ำเกลือแล้วใช่หรือไม่”
“เ้าค่ะ”
“ดีมาก”
ใบหน้างามแสดงสีหน้าตั้งอกตั้งใจขณะที่มือขาวทิ้งหญ้ามรกตหอมลงไปในหม้อแม้หม้อโจ๊กตรงหน้าจะร้อนเพียงใดแต่ไป๋อวี้ก็ไม่สนใจจะเงยหน้าหนีจากไอความร้อนเพราะนางตั้งใจหลบหน้าสาวใช้ของตนที่คันปากอยากจะถามที่มาของหยกสีนิลนั่น
“คุณหนูเ้าคะ หยกเมื่อคืน...”
“นำเกลือมาให้ข้า”
“เอามาทำอันใดเ้าคะ”
“ใส่ลงไปในโจ๊กอย่างไรล่ะ”
แม้จะยังสงสัยแต่เสี่ยวซีก็ทำตามอย่างปฏิเสธไม่ได้นางรู้ว่าคุณหนูของนางหลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถามเื่หยกห้อยเอวเมื่อคืนนั่นจึงตั้งใจตื่นเช้ามาต้มโจ๊กเพื่อแจกจ่ายให้แก่ชาวบ้านใกล้เคียงวัด ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนคุณหนูผู้เย่อหยิ่งของนางไม่มีทางลงมือทำเองเช่นนี้
เพราะไม่้าตอบคำถามใดๆ ไป๋อวี้จึงพยายามทำตัวให้ยุ่งวุ่นวายอยู่เสมอทั้งที่ความจริงแล้วนางเพียงยืนอยู่เฉย ๆ แล้วชี้นิ้วแจกแจงงานก็ได้ ด้วยในภพนี้โจ๊กที่แจกจ่ายแก่ชาวบ้านเป็เพียงการนำข้าวสารต้มกับน้ำเปล่าแล้วเคี่ยวจนเป็โจ๊กไร้การปรุงแต่งกลิ่นหรือรสใด ๆครั้นบังเอิญนางเห็นต้นไม้ที่คล้ายใบเตยหรือหญ้ามรกตหอมนี้ขึ้นอยู่ที่ริมลำธารในคราแรกนางไม่แน่ใจนักว่ามันจะคือใบเตยแบบที่นางรู้จักหรือไหม แต่เมื่อลองสอบถามเสี่ยวซีก็พบว่าคนต้าหยางเรียกมันว่าหญ้ามรกตหอมและไม่มีใครนำมันใช้ใส่ลงในอาหารเมื่อได้ลงมือเองแล้วไป๋อวี้จึงเพิ่มความหอมจากใบเตยและเพิ่มรสชาติจากเกลือลงไปในโจ๊กที่แจกจ่ายในครั้งนี้ด้วย
หลังจากที่ผ่านเหตุการณ์นอกบทเมื่อคืนเช้ามืดก็มีชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงวัดมาขอความช่วยเหลือเพราะคนในหมู่บ้านล้มป่วยกันมากจึงทำมาหากินไม่สะดวกนัก ไป๋อวี้จึงพาบ่าวในวัดนำอุปกรณ์และวัตถุดิบมาที่หมู่บ้านนี้เพื่อเริ่มปรุงและแจกโจ๊กั้แ่เช้ามืดจนสายของวัน
ด้วยความเมตตาที่มาโปรดถึงที่ทั้งยังได้ลิ้มรสโจ๊กกลิ่นหอมและพอมีรสชาติทำให้ชาวบ้านดีอกดีใจยกใหญ่ไป๋อวี้บอกสูตรต้มโจ๊กง่าย ๆ นี้แก่ทุกคนโดยไม่นึกหวงแหนทำให้ชื่อเสียงของนางถูกสรรเสริญมากยิ่งขึ้น
ส่วนไป๋ฮวาทำหน้าที่เป็ผู้ติดตามมาในครั้งนี้ด้วยแม้จะแปลกใจกับสูตรโจ๊กที่คุ้นเคยอยู่บ้างแต่ร่างบางในชุดสาวใช้ก็ไร้ซึ่งปากเสียงใด ๆเพียงตั้งใจตักโจ๊กด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและงดงามเพิ่มขวัญกำลังใจให้แก่ชาวบ้านที่กำลังเผชิญกับการล้มป่วย
แม้นางเอกของเื่จะงดงามเพียงใดแต่ชื่อเสียงครั้งนี้ก็ไม่เท่าไป๋อวี้นางมีเสี่ยวซีเป็กระบอกเสียงกระจายความดีความชอบว่าไป๋อวี้เป็คุณหนูรองตระกูลไป๋ผู้โอบอ้อมอารีและไม่ถือเนื้อถือตัว
ตัวนางทำไปโดยไม่คิดอันใดเพียงคิดแต่ว่าเข้าวัดมาก็อยากทำบุญ แต่สาวใช้ของนางช่างรู้หน้าที่ดีเหลือเกิน...
“คุณหนูเ้าคะ...”
“หยุด !”
“คุณหนู...”
“ข้าบอกให้หยุด”
“บ่าวแค่จะบอกว่าจะขอไปปลดทุกข์เ้าค่ะ”
ไป๋อวี้เก็บเศษหน้าของตนในใจแล้วโบกมืออนุญาตสงสัยนางกลัวเสี่ยวซีซักถามจนคิดมากเกินไปกระมัง
“เฮ้อ”
ร่างบางถอนหายใจพลางหยิบหยกเ้าปัญหาออกมาจากแขนเสื้อแล้วพินิจดูอีกครั้ง ไป๋อวี้ค้นความทรงจำเช่นไรก็หา
คำตอบไม่ได้ว่ารุ่ยหวางคือผู้ใดเมื่อคืนนางก็คิดเสียจนนอนไม่หลับประจวบเหมาะกับชาวบ้านมาขอความช่วยเหลือแต่เช้ามืดไป๋อวี้จึงพาคนของที่วัดไปแจกโจ๊ก กลับมาก็คิดจะงีบหลับเสียหน่อย แต่เสี่ยวซีกลับทำให้นางต้องมานั่งคิดเื่เ้าของหยกนี้อีกจนได้
เมื่อคิดไปคิดมาแม้ไม่ได้คำตอบแต่ก็พอจะสรุปได้ว่า...ไม่ว่าบุรุษผู้นั้นจะเป็ผู้ใดนางก็ไม่ขอพบเจออีก ! บุรุษเช่นใดกันที่แสดงกิริยาต่อโฉมงามเช่นนี้นางสูญเสียการควบคุมตนเองไปครั้งแล้วครั้งเล่าเพราะเขาช่างยั่วโทสะเหลือเกิน
“แล้วเช่นนี้จะสงบจิตสงบใจได้อย่างไรกัน” ริมฝีปากเรียวบางพึมพำกับตนเองร่างอ้อนแอ้นในชุดสีน้ำเงินเข้มลุกขึ้นเดินออกจากห้องพักมุ่งหน้าสู่พื้นที่สำหรับไหว้พระในวัด
นางมาที่นี่เพื่อ้าสงบจิตใจ หลายเื่ราวที่ได้เจอั้แ่มาอยู่ในร่างนี้ช่างมากมายนักเมื่อรวมกับเื่ราวในชาติก่อนก็ทำให้นางไร้จุดหมายปลายทางของชีวิต ความฝันหลายคืนนั้นบอกให้นางมาที่นี่ในตอนที่ไม่มีสาวใช้ตามติดนี้แหละจึงเหมาะแก่การหาทางออกให้ตนเอง
พื้นที่ภายในวัดนั้นสงบร่มเย็นคนงานจากตระกูลไป๋ดูแลอย่างไม่ขาดตกบกพร่องไป๋อวี้เดินไปที่ใดล้วนได้รับการก้มหัวเคารพ นางแลเห็นไป๋ฮวาและสาวใช้ทั้งสองกวาดใบไม้อยู่ที่ลานกว้างแม้จะสวมใส่เสื้อผ้าของสาวใช้เพราะอาภรณ์ของตนถูกไป๋อวี้ยึดไปแล้วแต่ก็ไม่ทำให้ความงามของไป๋ฮวาลดลงเลย
ไป๋อวี้เดินผ่านทั้งสามที่ยอบตัวเคารพตนโดยไม่ได้สนใจแม้จะหันมอง
ในเมื่อทำตัวมีมารยาทนางก็ไม่จำเป็ต้องสั่งสอนอันใดแก่น้องสาวต่างมารดาผู้นี้
“ดูเหมือนเ้ากำลังหลงทาง”
เสียงหวานใสของสตรีดังขึ้นจากด้านหลังขณะที่ไป๋อวี้ที่กำลังเดินกลับที่พักหลังจากพบว่าการไหว้พระไม่ได้ทำให้จิตใจสงบลง
คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเพราะนางไม่แน่ใจว่าสตรีผู้นั้นกล่าวกับนางหรือไม่ร่างบางปรับสีหน้าให้ประดับรอยยิ้มเล็กน้อยเพื่อรักษากิริยาให้งดงามแล้วหมุนกายกลับมาเผชิญหน้าผู้มาใหม่ที่มีกลิ่นอายของมนตรารุนแรงเหลือเกิน
แน่นอนว่าเป็มนตราที่มีขั้นสูงกว่าของนางทำให้เ้าของมนตราเข้าใกล้ไป๋อวี้ได้โดยที่นางไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด
“เปิ่นเสี่ยวเจีย*คุ้นเคยเส้นทางนี้ดี กูเหนียง*คงเข้าใจผิดแล้ว”สรรพนามที่แสนเย่อหยิ่งถูดส่งไปพร้อมกับท่าทางสูงส่งประจำตัว
“ทางที่เ้าหลงหาใช่ที่วัด..” สตรีลึกลับในอาภรณ์สีขาวสะอาดก้าวเข้ามาใกล้ไป๋อวี้ไม่อาจสำรวจใบหน้าของสตรีผู้นี้ได้เพราะมันถูกซ่อนอยู่ภายใต้หมวกม่านใบใหญ่มีผ้าเนื้อบางห้อยลงมาจากปีกหมวกบดบังสายตาของคนด้านนอก “...แต่เป็เ้าที่หลงทางในใจตน”
“กูเหนียงหมายความว่าอย่างไร”
“เราคือเหตุผลที่ทำให้เ้ามาที่วัดแห่งนี้”
เมื่อได้ฟังเช่นนั้นหัวใจของนางเต้นถี่รัวไป๋อวี้ไม่เคยเล่าเื่ความฝันให้ผู้ใดฟังเป็ไปไม่ได้ที่สตรีผู้นี้จะล่วงรู้ว่าสิ่งใดที่นำพานางมาถึงที่นี่
นางร้ายสาวหรี่ตาลงพินิจสตรีแปลกหน้าเพียงพริบตาก็เปลี่ยนเป็เบิกตากว้างแสร้งประหลาดใจเข็นเรือตามน้ำ*ไปก่อน “เป็ท่านเองหรือ!”
สตรีผู้นั้นไม่ได้ตอบนางขยับกายเข้ามาใกล้จนไป๋อวี้มองเห็นเส้นผมสีเงินยาวจดข้อเท้าที่เปล่งประกายงดงาม“มิใช่เพียงความฝันที่เรานำพาเ้ามาที่นี่”
“ท่านหมายถึง...” คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน ดูเหมือนว่าสตรีผู้นี้จะล่วงรู้บางอย่างจริง ๆ
“ิญญาของเ้าก็เป็เราที่พามายังชาติภพนี้เองแหละหยกนภา !”
ดวงตาสีดำขลับเบิกกว้างครั้งนี้นางใจริง ๆ คนตรงหน้าเป็ผู้ใดกัน?
บริเวณโดยรอบที่ไป๋อวี้ยืนอยู่มีเพียงนางและกูเหนียงผู้นี้รอบด้านคล้ายถูกตัดขาดโดยหมอกสีขาวที่ปกคลุมเอาไว้อย่างผิดปกติ
ใบหน้าของสตรีลึกลับถูกปกปิดทั้งยังมีเส้นผมสีเงินที่เปล่งประกายยามต้องแสงแดดในซีรีส์ไม่มีการกล่าวถึงสตรีที่มีลักษณะเด่นเช่นนี้และดูว่าทั่วทั้งต้าหยางไม่มีผู้ใดที่เส้นผมสีเงินเมื่อดวงตาหงส์พินิจสตรีที่ล่วงรู้นามเก่าของตนก็เพิ่งสังเกตว่าทั่วทั้งร่างของสตรีผู้นี้มีแสงสีเงินเบาบางเปล่งประกายอยู่โดยรอบ
“ท่านคือผู้ใดกันแน่”
โชคชะตาคงไม่เล่นตลกให้นางได้พบเทพเซียนในเทพนิยายหรอกนะ
“เราคือผู้ที่เ้ากล่าวโทษมาหลายต่อหลายชาติอย่างไรล่ะ”
หมายความว่าอย่างไร...
“หมายความว่าคำถามใดๆ ที่อยู่ในใจเ้า เราจะเป็ผู้ตอบเอง”
หากนี่คือผู้ที่นางกล่าวโทษคนผู้นั้นก็มีเพียงเทพธิดาแห่งโชคชะตา หรือสตรีตรงหน้าคือเทพเซียน ?
“เป็อย่างที่เ้าคิด”เทพธิดาแห่งโชคชะตายืนฟังความคิดของสตรีที่ตนนำทางข้ามภพมาอย่างใจเย็นนางปล่อยให้ไป๋อวี้ได้ทำความเข้าใจกับเหตุการณ์ปรากฏตัวของเทพเซียนอันเป็เื่เหนือความคาดหมายของมนุษย์โดยมิได้เอ่ยสิ่งใด
“ที่นี่...คือที่ไหนเ้าคะ” ไม่นานไป๋อวี้เก็บความตื่นตะลึงของตนเอาไว้ได้และถามคำถามที่คาใจมาโดยตลอด
นางเชื่อว่าสตรีตรงหน้าผู้กลิ่นอายมนตราที่สูงส่งจะเป็ผู้ตอบนางได้เพราะก่อนตายนางนั้นได้กล่าวโทษและตัดพ้อเทพธิดาแห่งโชคชะตาเอาไว้มากมายเหลือเกินแม้จะเป็เื่เหลือเชื่อแต่ก็เป็ไปได้ถึงสามส่วนที่กูเหนียงผู้นี้จะเป็เทพธิดาแห่งโชคชะตาจริงๆ
การที่ิญญาของนางได้ข้ามภพมาอยู่ที่นี่ได้ย่อมหมายความว่าโลกใบนี้อาจมีเทพธิดาแห่งโชคชะตาอยู่จริง
“โลกใบนี้คือชาติภพแรกของเ้าหลังจากที่ได้จุติลงมาเป็มนุษย์” เทพเ้าในร่างมนุษย์ตอบคำถามนางอย่างใจเย็น “เมื่อิญญาของเ้าลงมาเกิดในชาติภพนี้ทุกการกระทำล้วนผูกเวรกรรมส่งผลต่ออีกหลายชาติภพ เ้าเวียนว่ายตายเกิดชดใช้เวรกรรมไม่สิ้นสุดเช่นเดียวกับที่เ้าตายไปแล้วในชาติภพนี้ในชื่อไป๋อวี้และไปเกิดใหม่ในชาติภพอื่น ๆจนมาถึงภพที่เ้าเกิดเป็หยกนภา”
ไป๋อวี้พยักหน้าหลังจากทำความเข้าใจกับเื่ราวที่ถูกบอกเล่าเช่นนี้แสดงว่านางไม่ได้ข้ามภพมาอยู่ในซีรีส์เหมือนที่เข้าใจ แต่นี่คือข้ามภพกลับมายังชาติภพแรกของิญญาตัวเอง
“แล้วเหตุใดชาติภพแรกของิญญาข้าจึงมีเื่ราวคล้ายซีรีส์ที่ข้าเคยเล่นล่ะเ้าคะ”
“เพราะซีรีส์เื่นี้เป็เราที่ดลใจให้คนในชาตินั้นสรรค์สร้างมันขึ้นมาเพื่อให้เ้าเตรียมพร้อมในการกลับมายังชาติภพนี้”
น่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!
เทพเซียนองค์นี้ทำให้นางรู้เื่ของชาติภพแรกผ่านซีรีส์เพื่อให้นางข้ามภพมาและกลายเป็คนที่รู้อนาคตเช่นนั้นก็เท่ากับว่าเทพธิดาแห่งโชคชะตา้าให้นางกลับมาทั้งที่รู้จุดจบของชีวิตตนเองเช่นนั้นหรือ? หรือครั้งนี้นางจะต้องตายเช่นในซีรีส์ ?
“เื่ราวทั้งหมดย่อมเป็ไปตามเดิมหากว่าเ้า้าเช่นนั้น”
ไม่มีทางนางจะไม่ยอมตายเพราะทุ่มเทความรักให้โอวหยางิเซียนเด็ดขาด
“อย่าได้กลัวไปเด็กน้อยเ้ายังมีทางเลือกอื่น” เทพธิดาแห่งโชคชะตาปลอบประโลมด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน“และนี่คือเหตุผลที่เรานำพาเ้ากลับมายังชาติภพนี้”
“ท่าน...หมายความว่าเช่นไรเ้าคะ”
“เด็กเอ๋ย...ตอนนี้เ้าคือไป๋อวี้คนใหม่ข้ามภพมาครั้งนี้เ้าเลือกได้ว่าจะดำเนินชีวิตให้เป็ดั่งซีรีส์ที่เคยเล่นหรือจะสร้างโชคชะตาใหม่ของตน”
เปลี่ยนแปลงโชคชะตาของตนหรือ?
“แล้วเหตุใดข้าต้องทำเช่นนั้นเ้าคะ? ท่าน้าให้ข้ากลับมาเพื่อเปลี่ยนแปลงโชคชะตาที่เคยเกิดขึ้นและจบลงไปแล้วเพื่อสิ่งใด?”
เทพธิดาแห่งโชคชะตาชะงักไปดวงตาสีเงินภายใต้ผ้าคลุมหลุบต่ำลง
“เพราะโชคชะตาเก่าของเ้าทำให้เทพเ้าผู้หนึ่งไม่อาจทำภารกิจของตนและกลับคืนสู่์ได้”
--- จบตอน ---
E-Book >> https://joo.gl/vnW56T
สนใจรูปเล่มหรือพูดคุยกับนักเขียน
Facebook : หงเฟย 弘飛
Twitter : @hongfei_writer
#นางร้ายสายสวย #หงเฟยคนสวน
-------------
* เปิ่นเสี่ยวเจีย คือคำพูดแทนตัวหญิงสาวจากตระกูลชนชั้นสูง มีความหมายว่า ข้าผู้เป็คุณหนู
* กูเหนียง คือ คำเรียกหญิงสาวในภาษาไทยใช้คำว่า แม่นาง
* เข็นเรือตามน้ำ หมายถึงดำเนินการตามสถานการณ์ที่เป็ไป