จ้าวเสวี่ยหรูคุณหนูใหญ่จวนอัครเสนาบดีจ้าว รูปโฉมงดงาม กิริยาท่าทางอ่อนช้อยและสูงศักดิ์ นางถูกหมั้นหมายให้กับองค์ไท่จื่อั้แ่ยังไม่ได้ปักปิ่น ผู้คนต่างพากันคาดเดาว่าอนาคตในภายหน้านางไม่มีทางจะพลาดตำแหน่งไท่จื่อเฟยของแคว้นต้าเป่ยเป็แน่
แต่แล้วก็มีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นไท่จื่อเฟยกลับไม่ใช่จ้าวเสวี่ยหรู แต่กลับเป็ท่านหญิงชิงเยวี่ยบุตรสาวเพียงคนเดียวของชิงอ๋อง จ้าวเสวี่ยหรูผู้งดงามแต่กลับถูก่ชิงการแต่งงานไปเช่นนี้ ย่อมต้องเป็หัวข้อที่ทำให้ผู้อื่นพูดถึงอย่างสนุกปาก แน่นอนว่าคำพูดที่คล้ายกับว่าเห็นใจแต่ที่จริงแล้วสาแก่ใจเ่าั้ล้วนย่อมต้องเข้าหูนาง แต่จ้าวเสวี่ยหรูคนนี้มีหรือที่จะใส่ใจ ภายนอกนางยังคงใช้ชีวิตได้ตามปกติเพียงสิ่งเดียวที่ไม่เหมือนเดิมก็คือยามนี้นางไม่ได้หมั้นหมายกับองค์ไท่จื่ออีกต่อไปแล้ว
“หรูเอ๋อ ่นี้อย่าพึ่งออกจากจวนเลย” จ้าวฮูหยินเอ่ยกับบุตรสาวด้วยน้ำเสียงเป็ห่วง
“ลูกไม่เป็อันใดหรอกเ้าค่ะท่านแม่ ก็แค่ลมปากของคนเพียงเท่านั้น แล้วอีกอย่างลูกไม่ได้ทำอันใดผิดเสียหน่อยไม่เห็นมีสิ่งใดให้ต้องละอาย คนที่ผิดเ่าั้ต่างหากเล่าเ้าคะที่จะต้องละอาย” จ้าวเสวี่ยหรูเอ่ยด้วยสีหน้าเฉยเมยจนจ้าวฮูหยินอดประหลาดใจไม่ได้ เมื่อหลายวันก่อนบุตรสาวของนางยังนอนซมอยู่บนเตียงอยู่เลย แต่ยามนี้นอกจากจะลุกขึ้นมาแต่งเนื้อแต่งตัวเสียใหม่แล้วยังคิดอยากจะออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกอีก ทำให้นางอดรู้สึกกังวลใจไม่ได้
“ท่านแม่ไม่ต้องเป็ห่วงข้านะเ้าคะ ข้าก็แค่อยากออกไปเปิดหูเปิดตาบ้างเพียงเท่านั้น ทนอุดอู้อยู่แต่ในเรือนนอนมานานนับเดือนแล้ว ถ้าหากยังคงหมกตัวอยู่แต่ในเรือนอีกจิตใจของลูกก็คงจะยิ่งหดหู่ลงไปเรื่อยๆ นะเ้าคะ” เมื่อได้ยินบุตรสาวเอ่ยเช่นนี้จ้าวฮูหยินก็พลันมีหยาดน้ำตาเอ่อคลอขึ้นมาในทันที บุตรสาวถูกกระทำถึงขั้นนี้แต่นางกับไม่สามารถช่วยเหลืออันใดบุตรสาวได้เลยสักนิด
“ท่านแม่อย่าได้เสียใจไปเลยเ้าค่ะ ลูกเลิกเสียใจไปนานแล้ว ท่านแม่ดูลูกสิเ้าคะลูกยังคงแข็งแรงและงดงามอยู่เฉกเช่นเดิม หญิงงามเช่นลูกจะต้องมานั่งร้องไห้ฟูมฟายเพียงเพราะบุรุษเพียงผู้เดียวหรือเ้าคะ ใต้หล้าแห่งนี้ไม่ได้มีเพียงองค์ไท่จื่อเพียงผู้เดียวเสียหน่อย ท่านแม่อย่าได้เศร้าโศกเพราะสงสารลูกเลยเ้าค่ะ” คำพูดของจ้าวเสวี่ยหรูทำให้จ้าวหยางที่เดินเข้ามาอดยิ้มออกมาไม่ได้
“ให้นางออกไปเถิด แสดงให้ผู้อื่นได้เห็นว่าเื่นี้ไม่ได้มีผลใดๆ กับนาง คำพูดไม่น่าฟังเ่าั้จะได้เลือนหายไปได้เสียที” คำพูดนี้ของบิดาทำให้จ้าวเสวี่ยหรูหันไปมองบิดา
“ลูกจะออกไปเป็เพื่อนนางเองขอรับ ท่านพ่อกับท่านแม่ไม่ต้องกังวล” จ้าวเสวี่ยหรงเอ่ยด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม เขาเดินเข้าไปแล้วเอ่ยกับน้องสาวด้วยสีหน้าอ่อนโยน
“เ้าอยากจะออกไปไหนก็ตามใจเ้า พี่ใหญ่ของเ้าผู้นี้จะพาเ้าไปเอง” คำพูดนี้ของพี่ชายทำให้จ้าวเสวี่ยหรูอดหันไปมองเขาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความขอบคุณไม่ได้
“ขอบคุณพี่ใหญ่มากเ้าค่ะ” จ้าวเสวี่ยหรูเอ่ยพลางยิ้มออกมา ครอบครัวนี้นับได้ว่าเป็ครอบครัวที่อบอุ่นเป็อย่างมาก ตอนที่นางเขียนนิยายเื่นี้เคยแอบรู้สึกอิจฉาความอบอุ่นขอครอบครัวของจ้าวเสวี่ยหรูอยู่ไม่น้อย โดยคิดไม่ถึงเลยว่ายามนี้นางจะกำลังเป็จ้าวเสวี่ยหรูอยู่
ใช่แล้วจ้าวเสวี่ยหรูผู้นี้ไม่ใช่จ้าวเสวี่ยหรูคนเดิม แต่นางคือนักเขียนนิยายมือใหม่ที่พึ่งจะเริ่มต้นเขียนนิยายได้ไม่นาน ความสำเร็จนะหรือ หึหึ อย่าให้เอ่ยถึง ยังไม่ทันได้เขียนจบเื่ก็หมดสติคาโน๊ตบุ๊คเครื่องโปรดของตนเองไปเสียก่อน เมื่อตื่นขึ้นมาอีกทีนางก็กลายเป็จ้าวเสวี่ยหรูที่จะว่าเป็ตัวเอกก็ไม่ใช่ตัวประกอบในนิยายก็ไม่เชิงไปเสียแล้ว
ก่อนหน้านี้นางคือจ้าวฉิงนักศึกษาเอกวรรณกรรมปีสาม กำลังหารายได้พิเศษด้วยการเขียนนิยายลงขายในเว็บไซต์แห่งหนึ่งที่ได้รับความนิยมมากพอสมควร นิยายที่กำลังเขียนอยู่ในตอนนี้คือเื่ราวของการแย่งชิงอำนาจในวังหลังนางเอกของเื่คือจ้าวเสวี่ยอิง เพียงเพราะ้าแก้แค้นให้พี่สาวผู้จากไปนางจึงเข้าไปเป็พระสนมเพื่อ้าแก้แค้นคนที่ทำให้พี่สาวของนางต้องตาย ตอนนี้จ้าวฉิงกำลังดำเนินเื่ไปจนเกือบท้ายเื่แล้ว นางเอกอย่างจ้าวเสวี่ยอิงกำลังจะทำการแก้แค้นได้สำเร็จ แต่คนเขียนอย่างจ้าวฉิงกลับทะลุมิติเข้ามาในนี้เสียก่อน แถมยังมาอยู่ในร่างของพี่สาวของนางเอกอีกด้วย สิ่งแรกที่จ้าวฉิงคิดได้เมื่อได้เข้ามาอยู่ในร่างของจ้าวเสวี่ยหรูก็คือ
‘ไม่นะข้าจะต้องไม่ตาย และจะไม่ยอมตายเป็อันขาด’ นี่คือความคิดแรกหลังจากที่รู้ตัวว่าตัวเองทะลุมิติมาอยู่ในร่างของจ้าวเสวี่ยหรู นางพยายามคิดที่จะหาหนทางกลับไปยังโลกของตนเองเพียงแต่ไม่รู้ว่ายามนี้ร่างของนางเป็อย่างไรบ้างนางตายไปแล้วหรือว่าเพียงแค่สลบไป นี่ยังเป็จุดที่นางยังหาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้ สิ่งที่ทำได้ในยามนี้ก็คือนางจะต้องพยายามทบทวนเนื้อหาในนิยายที่ตนเองเขียนค้างเอาไว้อีกครั้ง แล้วก็นั่งคิดวิเคราะห์ว่าทำอย่างไรนางจึงจะได้อยู่ในร่างนี้ได้อย่างสงบสุข
จากเนื้อเื่ในนิยายจ้าวเสวี่ยหรูคนงามเป็สาวงามที่อาภัพ เพียงเพราะถูกแย่งชิงคู่หมั้นนางคิดไม่ตกจนสุดท้ายต้องจบชีวิตลงไปเพียงเพราะความตรอมใจ การตายของนางทำให้จวนสกุลจ้าวตกต่ำ บิดาของนางผู้เป็เสนาบดีของแคว้นล้มป่วยจนไม่สามารถรักษาตำแหน่งเอาไว้ได้ พี่ชายคนโตทำใจไม่ได้จนไม่อาจจะทำงานในราชสำนักได้ต่อ พี่ชายคนรองก็กลายเป็คนสำมะเลเทเมาไม่ยอมเข้าสำนักบัณฑิต น้องสาวคนเล็กที่เกิดจากอี๋เหนียงและต้องทนทุกข์ใจกับความล้มเหลวภายในบ้านจึงได้มีจิตใจที่คั่งแค้น ลุกขึ้นมาปรับปรุงรูปโฉมของตนเองใช้ความงดงามที่คล้ายคลึงกับพี่สาวให้มีประโยชน์ผลักดันจนตนเองสามารถเข้าไปเป็เหลียงตี้ในตำหนักบูรพาได้ในที่สุด
แน่นอนว่านี่คือนิยายสายแก้แค้นเพียงแต่คนที่นางเอกลุกขึ้นมาแก้แค้นให้ก็คือนางในยามนี้จ้าวฉิงมีหรือที่จะยอมตาย จึงคิดได้ว่าเห็นทีว่านางจะต้องพยายามปรับเปลี่ยนบทบาทตัวละครใหม่ทั้งหมดเสียแล้ว เริ่มต้นจากตัวนางเองที่จะต้องไม่ตายไปเสียก่อน
‘สาวงามอาภัพหรือ ไม่ล่ะข้าไม่อยากเป็’