บทที่ 5
ฉันกำลังนั่งจิ้มสมาร์ทโฟนพลางดูดน้ำชาเย็นที่เบ๊ประจำตัวซื้อมาให้เมื่อสักครู่อย่างเพลิดเพลิน ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปต่อคิวเพื่อซื้อเย็นตาโฟให้ฉัน มีเบ๊ประจำตัวก็งี้ไม่ต้องไปยืนต่อคิวให้เมื่อย ระหว่างนั่งรอเย็นตาโฟสายตาของฉันดันสะดุดเข้ากับโต๊ะๆหนึ่งที่มีหญิงสาวประมาณสี่คนกำลังจดจ้องมาที่ฉันพร้อมแสดงแววตาไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่นักฉันได้แต่ขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจทั้งๆที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่ทำไมสายตาที่พวกหล่อนใช้มองฉันราวกับอยากจะบีบคอฉันให้ตายคามือ ในขณะที่พยายามเพ่งสายตามองใบหน้าหญิงสาวทั้งสี่คนภายใต้แว่นสายตาที่หนาพอสมควร ทำให้ฉันพอจะจดจำใบหน้าของพวกหล่อนได้ในทันที“เย็นตาโฟร้อนๆมาแล้วคร๊าบบ…”เสียงของเบ๊ประจำตัวฉันดังมาแต่ไกลทำให้ฉันหลุดจากภวังค์ ก่อนที่เขาจะวางเย็นตาโฟร้อนๆสองถ้วยที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่น ก่อนที่เขาจะนั่งลงตรงกันข้าม ฉันหันมาสนใจเย็นตาโฟตรงหน้าเนื่องจากท้องเริ่มร้องประท้วงด้วยความหิว ก่อนจะเริ่มลงมือกินในทันที“เขี่ยผักทำไมนะเจ๊”เขาเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าฉันกำลังนั่งเขี่ยผัก“ไม่ชอบ จบมะ”“เอามานี่มา”เขาว่าก่อนจะตักผักที่อยู่ข้างๆถ้วยใส่ลงไปในถ้วยของเขาอย่างไม่รังเกียจ“ไม่หัดกินอ่ะเจ๊ ผักมีประโยชน์นะจะบอกให้ แถมยังอร่อยอีกด้วย"“ยี้ ไม่เห็นจะอร่อยกินตรงไหนเลย นายกินเข้าไปได้ยังไงกันนะ”“เจ๊ ลองสักหน่อยมั้ย”เขาว่าก่อนจะยื่นช้อนที่มีผักมาตรงหน้า“ไม่ย่ะ เชิญกินไปคนเดียวเถอะ”ฉันส่ายหน้าปฏิเสธก่อนจะลงมือกินเย็นตาโฟของตัวเองต่อโดยไม่สนใจคนตรงหน้า ความรู้สึกเหมือนกำลังมีคนกำลังมองทำให้ฉันถึงกับต้องเงยหน้าจากเย็นตาโฟตรงหน้า ก่อนจะมองเลยผ่านไปทางด้านหลังของชิน และเป็นไปอย่างที่คิดเมื่อหญิงสาวกลุ่มเดิมกำลังนั่งมองฉันกับชินอย่างไม่วางตา ท่าทางของพวกหล่อนเหมือนไม่พอใจที่ฉันใกล้ชิดกับเขา แต่จะไม่พอใจเรื่องอะไรกันล่ะ ในเมื่อพวกหล่อนไม่ได้เป็นอะไรกับเขาสักหน่อย“มีอะไรหรือเปล่าเจ๊”เขาเอ่ยถามก่อนจะโบกมือไปมาตรงหน้า“เปล่าๆ”ฉันเอ่ยปฏิเสธเป็นพัลวัน ก่อนจะเริ่มสนใจกับเย็นตาโฟตรงหน้าต่อเวลาผ่านไปสักพักเย็นตาโฟตรงหน้าหมดเกลี้ยง ถ้าในยามปกติในถ้วยของฉันมักจะเหลือเศษผักไว้แต่วันนี้กลับไม่มีแม้แต่นิดเดียวเพราะคนที่นั่งอยู่ตรงหน้ากินไปจนหมด ไม่รู้กินเข้าไปได้ยังไงกัน ปกติแล้วฉันเป็นพวกที่ไม่ชอบผักเอามากๆ ยามที่นึกถึงรสชาติของมันทำให้ฉันรู้สึกยี้ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก“เจ๊รอผมแปปนะ เดี๋ยวผมเอาถ้วยไปเก็บก่อน”เขาว่าก่อนจะเก็บถ้วยซ้อนกัน“ย่ะ”ฉันรับคำ ก่อนที่เขาจะลุกจากโต๊ะเพียงแค่เขาหลังหันเดินไปเก็บจานฉันจึงลุกจากโต๊ะในทันที ก่อนจะเดินออกจากโรงอาหารและเดินเข้าห้องน้ำเพื่อจัดการธุระส่วนตัวในขณะที่กำลังจะก้าวออกจากห้องน้ำทำให้ฉันถึงกับชะงักเท้าลงเมื่อเห็นนักเรียนกลุ่มเดียวกันที่โรงอาหารกำลังดักรอฉันอยู่ ฉันปรายตามองพวกหล่อนอย่างประเมินซึ่งทำให้หนึ่งในนั้นทำหน้าไม่พอใจขึ้นมา“มองอะไรยายแว่น”คนที่ดูท่าทางเปรี้ยวๆที่สุดในกลุ่มเอ่ยขึ้นก่อนจะเข้ามาผลักฉันอย่างแรง โดยที่ฉันไม่สะทกสะท้านกับแรงผลักเพียงน้อยนิดของหล่อน“ทำไม มองไม่ได้หรือไง?”ฉันกอดอกพลางเอ่ยถามหล่อนอย่างยียวน ก่อนจะผลักหล่อนกลับไปจนเซกับอกเพื่อนด้านหลังอีกคน“กล้าดียังไงถึงผลักฉันหา!”หล่อนขึ้นเสียงใส่ฉันอย่างโมโห“ทำไมจะไม่ได้ ในเมื่อฉันก็มีมือมีเท้าเหมือนกัน คงจะยอมให้เธอทำฉันฝ่ายเดียวไม่ได้หรอกนะ”ฉันตอบพลางยักไหล่อย่างไม่แยแส“อยากโดนดีหรือไง ฉันยังไม่เคลียร์เรื่องที่เธอยุ่งกับชินอีกนะ”หล่อนแวดเสียงใส่ฉัน“อ๋อ ที่มาหาเรื่องฉันเพราะเรื่องผู้ชาย?”“ใช่ รู้ไว้ซะด้วยว่าเค้าเป็นของฉัน”หล่อนแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของอย่างเต็มที่ถามเขาก่อนมั้ยย่ะว่าเป็นของหล่อนหรือเปล่า ไม่ใช่โมเมอย่างหน้าด้านๆอย่างนี้“น่าสมเพชจริงๆ พ่อแม่ส่งมาเรียนแต่ดันมาจับผู้ชาย”ฉันว่าพลางปรายตามองพวกหล่อนทีละคน“กรี๊ดด กะ แก แกด่าฉัน”หล่อนชี้หน้าถามฉัน“ถ้าไม่โง่จนเกินไป น่าจะแปลคำพูดฉันออก”เพียะฝ่ามือเรียวของหล่อนกระทบลงบนใบหน้าฉันอย่างแรงแต่มีหรือที่คนอย่างฉันจะยอมเป็นผู้ถูกกระทำฝ่ายเดียว“ตบนี้สำหรับที่แกด่าฉัน”หล่อนว่าพลางจะเหยียดยิ้มราวกับผู้ชนะผัวะหมัดจากกำปั้นเล็กๆของฉันกระทบเข้ากับจมูกของหล่อนอย่างจัง“หมัดนี้สำหรับที่เธอตบหน้าฉัน”ฉันว่าก่อนจะยักคิ้วให้อีกฝ่ายอย่างยียวน“อ๊ายย จมูกฉัน กะ แก"หล่อนดิ้นพล่านส่งเสียงกรีดร้องอยู่กับที่“กรี๊ดดด ละ เลือด”หล่อนทำท่าทางจะเดินเข้ามาตบฉันอีกที“อยากจะโดนอีกทีก็เข้ามาดิ”ฉันเอ่ยอย่างท้าทายโดนไม่นึกกลัวพวกหล่อนแม้แต่น้อย“เชอร์รี่จัดการมัน"หล่อนถอยหลังไปก่อนจะสั่งเพื่อนอีกคนที่ดูท่าทางเปรี้ยวๆน้อยกว่าหล่อน“ถ้าอยากดั้งหักเหมือนเพื่อน เข้ามาเลย แล้วอย่าหาว่าฉันไม่เตือน”คนที่ชื่อเชอร์รี่ถอยหลังกลับไปในทันที เมื่อได้ยินคำขู่ของฉัน หึ นึกว่าจะแน่ที่แท้ก็เก่งแต่ปาก“กะ แก ฝากไว้ก่อนเถอะ”หล่อนชี้หน้าฉันพลางกุมจมูกที่มีเลือดไหลออกมา ก่อนจะเดินจากไปพร้อมสายตาโกรธแค้นที่ไม่สามารถทำอะไรฉันได้แปะ แปะ แปะ“ว๊ายย ชะนีแว่นของเจ๊เริ่ดมากกก”เสียงที่ไม่คาดคิดว่าจะได้ยินดังขึ้นจากทางด้านหลังพร้อมเสียงปรกมืออย่างนึกชื่นชม ซึ่งไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเสียงนี้เป็นเสียงใคร ถ้าไม่ใช่…เจ๊บอสซี่“มาโดยไม่ได้รับเชิญตลอดเลยนะเจ๊”“แน่นอนย่ะ คนสวยๆไม่จำเป็นต้องให้ใครเชิญหรอกย่ะ”เจ๊แกว่าพลางสะบัดผมอย่างมั่นใจในความสวยของตัวเอง“มั่นหน้าเกินไปแล้วนะ”“แหมๆ อย่าอิจฉาคนสวยอย่างนี้สิ มันไม่ดี ว่าแต่…สุดหล่อของเจ๊อยู่ไหนเอ่ย?”เจ๊แกเอ่ยถามพลางสอดส่องสายตามองไปรอบๆบริเวณ“มาถึงก็ถามหาผู้ชายเป็นอย่างแรกเลยนะเจ๊”“อาหารตาฉันนี่ย่ะ”“ตอบมาสักทีเซ่ ว่าสุดหล่อของฉันอยู่ไหน?”เจ๊แกยังคงคาดคั้นคำตอบจากฉัน“จะไปรู้มั้ยล่ะ ไม่ได้ตัวติดกันซะหน่อย แล้วทำไมต้องมาถามฉันด้วยวะ”ฉันตอบเจ๊แกพลางค่อยๆเดินออกมาจากบริเวณหน้าห้องน้ำ ก่อนที่เจ๊แกจะเดินตามมาติดๆ“ถ้าไม่ให้ถามหล่อนจะให้ฉันไปถามใครที่ไหนละย่ะ ในเมื่อหล่อนสนิทกับเขาซะขนาดนั้น”“เจ๊ หายไปไหนมา”ยังไม่ทันที่ฉันจะได้พูดอะไรร่างสูงที่กำลังเดินตรงมาหาฉันเอ่ยถามขึ้นมาในทันทีทันใด“อ๊าย เนื้อคู่ฉันโผล่มาแล้ว เห็นมั้ยๆ พูดถึงปุ๊ปมาปั๊ป อย่างนี้เขาว่ามีวาสนาต่อกัน จริงมั้ยจ๊ะสุดหล่อ”เจ๊แกจีบปากจีบคอพูดก่อนจะค่อยๆเดินเข้าไปหาชิน ในขณะที่เขาค่อยๆถอยหลังกลับไป“เจ๊ ผมไปก่อนนะ เดี๋ยวค่อยคุยกัน”เขาว่าก่อนจะหันหลังกลับแล้ววิ่งออกไปจากบริเวณที่ฉันกำลังยืนอยู่เมื่อเห็นว่าเจ๊บอสซี่ยืนอยู่กับฉัน“ไปก่อนนะย่ะ ผัวขา…รอเมียด้วยซิคะ”เจ๊แกดักเสียงหวานก่อนจะรีบวิ่งตามชินไปจนลับตา ฉันได้แต่ส่ายหัวอย่างเอือมระอากับอาการเห็นผู้ชายหล่อๆของเจ๊แกไม่ได้