เสียงนกราตรีขานสะท้อนก้องในป่าลึก แสงจันทร์สาดลงผ่านกิ่งไม้ เหวินหลงนั่งพิงต้นไม้ใหญ่ หอบหายใจหนักเหมือนเพิ่งรอดจากขุมนรก
เืแห้งกรังเกาะตามใบหน้าและเสื้อผ้า ดวงตาของเขายังคงสั่นไหว—เพราะในนั้นปรากฏ “วงแหวนเงา” หมุนวนอยู่ในม่านตาสีดำ
ความรู้สึกประหลาดแผ่ซ่าน เขาไม่เพียงรับรู้ถึงความมืดรอบกาย แต่ยังได้ยินเสียงกระซิบแ่เบาจากเงาต่าง ๆ … เสียงที่ไม่ใช่คำพูด แต่เป็อารมณ์ ความเคลื่อนไหว ความคิดเล็กน้อยที่ซ่อนอยู่ในความมืด
“นี่มัน… อะไรกันแน่?”
ทันทีที่เขาข่มสมาธิ แสงจันทร์ทอดเงาต้นไม้ลงพื้น เงาเ่าั้สั่นไหวราวกับตอบสนองต่อสายตาของเขา ราวกับว่าเขาสามารถ… “เรียกใช้” ได้
เหวินหลงกัดฟัน ลองยื่นมือออกไป—
ทันใดนั้น เงาของต้นไม้กลับยืดยาวออกมาเหมือนเป็แขนที่มีชีวิต มันพันรัดก้อนหินใหญ่ด้านหน้าแล้วบีบจนแตกเป็ผง!
“นี่คือ… พลังของเงาที่ข้ากลืนมันมา…”
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ทดสอบต่อ ความเ็ปแหลมคมก็แล่นเข้ามาในสมอง เหวินหลงกุมขมับ ร่างสั่นสะท้าน ดวงตาแดงก่ำ เืซึมออกจากจมูก
เสียงโบราณแว่วก้องขึ้นมาในหัว—
“อย่าคิดว่าเงาจะยอมเชื่อฟังโดยง่าย… เ้าต้องจ่ายด้วยเืและเจตจำนงที่แข็งแกร่งกว่า…”
เหวินหลงกัดฟัน ร่างสั่นไหวแต่ยังไม่ยอมล้ม เขาปล่อยให้เืจากฝ่ามือหยดลงสู่เงาของตนเอง เงาดำบนพื้นสั่นสะท้าน ก่อนค่อย ๆ สงบลงราวกับยอมรับการสั่งการ
คราวนี้ เขาััได้ชัด—เงาของเขาเองกลายเป็อาวุธ
เขาสามารถใช้เงาโจมตีระยะสั้น เช่น เงาพุ่งแทงเหมือนหอก
ใช้เงาป้องกัน ก่อตัวเป็กำแพงมืด
หรือใช้เงาสอดแนม รับรู้การเคลื่อนไหวรอบกาย
แต่ทุกครั้งที่เรียกใช้ วงแหวนเงาในดวงตาจะหมุนเร็วขึ้น และหัวใจของเขาจะถูกบีบรัด ความเจ็บราวกับถูกดูดชีวิตทวีคูณ
เหวินหลงหอบหายใจหนัก พลางเอ่ยเสียงพร่า—
“หากนี่คือราคาที่ต้องจ่าย… ข้าก็จะยอมรับมัน”
เขาเงยหน้ามองท้องฟ้า สายตาเต็มไปด้วยประกายดื้อรั้น
ตราบใดที่์ยังคิดจะกำจัดข้า… ข้าก็จะใช้พลังนี้ ฝืนลิขิตของฟ้า!