เมฆาสืบล่าผี (ฉบับไร้เวท) - ภาคพิเศษ - ปริศนาเงาแฝด

    7.เสียงจากรูปถ่าย



            ตอนที่ 7 — เสียงจากรูปถ่าย


            เสียงกระซิบในบ้านไม้ดังแ๶่๥เหมือนลมลอดช่องฝา

            แต่เมฆารู้ดี — นั่นไม่ใช่ลม

            เสียงนั้นมีจังหวะ มีความสั่นคล้ายคลื่นเสียงมนุษย์ เพียงแต่สั้นและเบากว่าปกติราวครึ่งระดับเดซิเบล

            เขาเปิดเครื่องบันทึกเสียงพกพา เสียบไมค์ระยะไกลเข้ากับโทรศัพท์ จับค่าความถี่ทันที

            “180 เฮิรตซ์... เสียงเด็กหญิงอายุราวหกถึงแปดขวบ”

            “พี่วิเคราะห์เสียงผีเหมือนวิเคราะห์นักร้องเลยนะครับ” วรุฒกระซิบ

            “นักร้องมีไมค์ ผีมีคลื่น พอ ๆ กัน” เมฆาตอบนิ่ง ๆ

            บ้านทั้งหลังมีแสงไฟฉายส่องวนช้า ๆ

            จิตราเดินเข้าไปใกล้ผนังที่แขวนรูปสองเด็กหญิงในชุดนักเรียน — แสงสะท้อนกับกระจกจนเห็นเงาของพวกเขาเองทับลงไปในภาพ

            “พี่เมฆา... ในรูปมันเหมือนมีเงาที่สาม”

            เมฆาเข้าไปดูใกล้ ๆ

            ใช่... เ๢ื้๪๫๮๧ั๫เด็กฝาแฝดในภาพ มีเงาอีกเงาหนึ่งยืนอยู่ มัว ๆ เหมือนคนยืนถ่าย แต่ไม่มีศีรษะ

            “รอยภาพซ้อน?” เขาวิเคราะห์ “หรืออาจจะเป็๲แสงรั่วจากกล้องฟิล์มรุ่นเก่า”

            “หรือเป็๞ผีที่ไม่อยากเข้ากล้องแต่ดันติดมา” วรุฒพูดพลางถอยหลัง “แบบ... โฟโต้บอมผี”

            เมฆาไม่ตอบ เขาหยิบเครื่องวัดสนามแม่เหล็กขึ้นมา ค่าเพิ่มสูงขึ้นช้า ๆ

            “มีการเปลี่ยนแปลงของพลังงานที่ผนัง... ดูเหมือนภาพนี้จะเก็บคลื่นไว้ในตัวมันเอง”

            “เก็บคลื่น?”

            “ใช่ คล้ายเทปบันทึกเสียง” เมฆาตอบ “วัตถุบางอย่างโดยเฉพาะที่มีความชื้นสูงกับแร่เหล็กในเนื้อไม้ สามารถเก็บคลื่นความถี่เสียงใน๰่๭๫เวลาสั้น ๆ ได้ — ถ้าขณะนั้นมีพลังงานสูง เช่น... อารมณ์รุนแรง หรือ... ความตาย”

            วรุฒกลืนน้ำลาย “พี่พูดแบบนี้ ผมกลัวไม้ทุกแผ่นในบ้านนี้เลยนะครับ”

            เมฆาใช้มีดเล็ก ๆ แซะหลังกรอบรูปออก มีเศษผ้าขาวพันอยู่ข้างใน — เป็๞ผ้าข้อมือเด็กที่เปื้อนโคลน

            จิตราก้มมอง “นี่มัน... ผ้าของโรงเรียนที่เด็กฝาแฝดใส่”

            “หรือของคนที่พยายามดึงอีกคนขึ้นจากน้ำ...” เมฆาพึมพำ

            ทันใดนั้น แสงไฟฉายกระพริบถี่ขึ้น — เสียงเด็กหัวเราะเบา ๆ ดังรอบห้อง

            จิตราเผลอก้าวถอยชนโต๊ะไม้เก่า โต๊ะสั่นเหมือนมีอะไรอยู่ข้างใต้

            “พี่เมฆา...”

            “อย่าขยับ”

            เสียงหัวเราะนั้นค่อย ๆ เปลี่ยนเป็๲เสียงสะอื้น แล้วประโยคเดิมก็กลับมาอีกครั้ง

            “แม่ลืมฉันแล้ว...”

            เมฆามองภาพถ่ายตรงหน้าอย่างนิ่งเฉย

            “เธอไม่ได้อยากหลอกใคร เธอแค่ถูกลืม”

            วรุฒพูดเสียงสั่น “พี่... ถ้าเธออยากให้จำ ทำไมต้องเลือกพูดกลางคืนล่ะครับ กลางวันก็พูดได้!”

            “กลางวันเราจะไม่ได้ยิน” เมฆาตอบเรียบ “เพราะคลื่นของเสียงเธอเบากว่าคลื่นรบกวนของชีวิตประจำวัน... ผีเลยต้องรอเวลาที่โลกเงียบที่สุดถึงจะสื่อสารได้”

            “สรุปคือถ้าโลกมันดังน้อย ผีจะพูดมาก?”

            “ใช่”

            “งั้นผมจะเปิดเพลงร็อคตลอดวันเลยครับ!”

            จิตราแอบหัวเราะ แต่ตาก็ยังจับอยู่ที่กรอบรูป

            “พี่... ฉันว่าภาพนี้มีรอยนิ้วมืออยู่ตรงมุม — เหมือนเด็กจับไว้ตอนยังไม่แห้งดี”

            เมฆาใช้แสงไฟส่องดู — รอยนิ้วมือเล็กจิ๋ว ตรงข้ามกันสองข้างของรูป เหมือนเด็กสองคนจับภาพไว้พร้อมกัน

            แต่ข้างหนึ่งซีด ข้างหนึ่งชัด

            “สองชีวิตในภาพเดียว” เขาพึมพำ

            “ฝาแฝดคนหนึ่งมีตัวตน คนหนึ่งติดอยู่ในรูป”

            วรุฒเบาเสียง “พี่กำลังจะบอกว่าผีอยู่ในภาพเหรอครับ”

            “ถ้าผีคือพลังงานที่ติดอยู่ในวัตถุ — ใช่ เธออยู่ในนี้”

            เสียงสะอื้นเงียบลงทันที เหมือนมีใครยินคำพูดนั้น

            แล้วรูปก็เริ่มไหวช้า ๆ — เหมือนคนด้านในพยายามจะ “เดินออกมา”

            วรุฒอ้าปาก “พี่เมฆา... ผมว่าเราควรยกภาพนี้ไปไว้ในตู้เย็นก่อนมั้ยครับ เผื่อคลื่นมันเย็นลง”

            “ไม่ได้” เมฆาส่ายหน้า “ถ้าเราปิดกั้น เธอจะติดอยู่ตลอดกาล”

            เขาวางมือบนกรอบรูปช้า ๆ

            “ฉันจะจำชื่อเธอไว้... กานต์”

            แสงในห้องกระพริบแรง แล้วเงาเด็กหญิงในรูปเหมือนจะยิ้ม — ก่อนจะจางหายไปอย่างช้า ๆ

            เครื่องวัดพลังงานในมือเมฆากลับสู่ศูนย์

            ความเงียบปกคลุมอีกครั้ง

            วรุฒหันมาพูดเบา ๆ “พี่... พี่ช่วยอธิบายหน่อย ผมรู้สึกเหมือนดูหนังผีที่จบโดยไม่รู้ว่าควรกลัวหรือซึ้ง”

            “ทั้งคู่ก็ได้” เมฆาตอบนิ่ง ๆ “เพราะชีวิตกับความตาย มันต่างกันแค่เสียงกระซิบเดียว”


            ตอนต่อไป — “ครูใหญ่ผู้ลืมชื่อ”

            เมื่อบันทึกครูประจำชั้นถูกเปิดอีกครั้ง เมฆาพบว่ามีใครบางคนเคยพยายามลบชื่อ “กานต์” ออกจากทุกเอกสาร... และบางคนในหมู่บ้าน อาจรู้ดีว่าทำไม...?