ก๊อก ก๊อก
"ขออนุญาตค่ะ ท่านประธาน" เสียงขออนุญาตจากนอกห้องดังเข้ามาด้านใน
กิตติกรที่ตอนนี้กำลังก้มหน้าเซ็นเอกสารอยู่ต่องเงยหน้าขึ้นตอบรับอนุญาตออกไปทันที
"เข้ามาได้เลยครับ" น้ำเสียงทุ้มเคร่งขรึมเอ่ยอนุญาตแ่เบา
"ท่านประธานค่ะ ดิฉันเอารายชื่อรวมถึงข้อมูลอื่นของช่างภาพมาให้ค่ะ" รตาหญิงสาววัยสามสิบที่เป็หัวหน้าแผนกการตลาด เธอนำเอกสารรายชื่อช่างภาพที่ไปหาข้อมูลเพื่อนำมาให้ชายหนุ่มได้พิจารณา
"ขอบคุณครับ" ชายหนุ่มเอ่ยขอบคุณขณะก้มอ่านเอกสารอยู่
“เอ่อ...” รตารู้สึกลังเลใจว่าจะแนะนำเื่ช่างภาพที่เธอรู้จักไปดีไหม
"มีอะไรหรือเปล่าครับ" กิตติกรเห็นว่าหญิงสาวยังมีบางอย่างที่้าพูดอยู่ จึงถามออกไปเป็เชิงอนุญาต
"ค่ะ คือดิฉันต้องแนะนำคนหนึ่งในข้อมูลที่นำมาให้เป็การส่วนตัวค่ะ พอดีว่าเขาเป็รุ่นน้องที่มหาวิทยาลัยค่ะ" รตาเองครั้งนี้ค่อนข้างที่จะเกรงกลัวว่าท่านประธานจะหาว่าเธอช่วยคนรู้จัก แต่เพราะรุ่นน้องคนนี้ฝีมือดีมาก จึง้าเสนอชื่อของรุ่นน้องคนนี้ให้ท่านประธานพิจารณา เพราะงานถ่ายภาพโปรโมทสินค้าตัวใหม่นี้สำคัญมาก
"ใครครับ เผื่อผมจะได้พิจารณา" ดวงตาคู่คมหยุดจ้องมองอย่างสงสัย ก่อนจะก้มมองรายชื่อสี่ห้าคนที่หญิงสาวรวบรวมข้อมูลมาให้
"ค่ะ เขาชื่อลัดฟ้าค่ะ ถึงแม้ว่าเขาจะทำงานเป็ช่างภาพฟรีแลนซ์แต่ฝีมือเขาเก่งมากเลยนะคะ แถมยังเคยได้รางวัลระดับนานาชาติมาแล้วด้วย" รตานำเสนอรุ่นน้องให้ชายหนุ่มเต็มที่
"เดี๋ยวผมขออ่านข้อมูลที่คุณเอามาก่อน แล้วจะแจ้งให้คุณทราบอีกทีนะครับ"
"ได้ค่ะ ท่านประธาน ถ้างั้นดิฉันขอตัวก่อนนะคะ" หญิงสาวดีใจอย่างน้อยชายหนุ่มก็ไม่ได้ว่าอะไรที่เธอเสนอรุ่นน้องออกไปเช่นนี้ ก่อนจะขอตัวกลับไปทำงานที่แผนกการตลาดต่อ
"ครับ"
พรึ่บ
หน้าแรกที่เปิดขึ้นมากลับเป็ใบหน้าดูดีของคนที่หนีเขากลับไปเมื่อวานอย่างเห็นได้ชัด
“เป็เขา" กิตติกรพึมพำขึ้นมาด้วยดวงตาเป็ประกาย
"ชื่อลัดฟ้าและเป็ช่างภาพฟรีแลนซ์สินะ”
“มีเื่ที่ทำให้เราต้องได้เจอกันแล้วอีกแล้ว คุณลัดฟ้า” ยิ่งเห็นคนคนนี้ในสมองของชายหนุ่มกลับเต็มไปด้วยเื่ลามกในค่ำคืนที่ผ่านมา
ชายหนุ่มเผลอยิ้มอย่างเ้าเล่ห์อยู่คนเดียวภายในห้องประธานบนชั้นสิบห้าของตึกเทคโนโลยีกิตติพัฒน์
“เอ่อ..ท่านประธานครับ ทำไมคุณยิ้มน่ากลัวแบบนั้นล่ะครับ” เลขาหนุ่มแว่นใช้นิ้วมือดันแว่นตาที่ตกลงมานำมันกลับขึ้นไปที่เดิม ก่อนจะรู้สึกว่าขนบนแขนกำลังลุกขึ้นมาทันทีที่เข้ามาเห็น
“อะแฮ่ม คุณเข้ามาั้แ่ตอนไหน”
กิตติกรหุบรอยยิ้มลงทันทีเมื่อได้ยินเสียงเลขาหนุ่ม จากการถูกถามออกมาด้วยน้ำเสียงแข็งทื่อแบบนั้น
“อ่อ เมื่อสักครู่ครับ พอดีผมเอาเอกสารงบประมาณมาให้ท่านประธานได้เซ็น”เลขาหนุ่มแว่นพยักหน้าก่อนจะเดินเอาเอกสารมาวางให้บนโต๊ะอย่างรวดเร็ว
“งั้นวางไว้บนโต๊ะก่อน เดี๋ยวเซ็นแล้วผมจะโทรออกไปบอก”
“ครับท่านประธาน ผมขอตัวก่อนน่ะครับ”
เมื่อคนที่เข้ามาไม่ให้สุ้มให้เสียงออกไปแล้ว ชายหนุ่มจึงได้ถอนหายใจอย่างโล่งอกที่ไม่ถูกจับได้ว่าคิดเื่ลามก
วัดแห่งหนึ่งแถบชานเมือง
วันนี้คุณหญิงแสงดาวผู้เป็แม่ของประธานบริษัทเทคโนโลยีกิตติพัฒน์กับคุณหญิงแก้วตา ทั้งสองคบเป็เพื่อนกันมาั้แ่สมัยมัธยมแล้ว จึงได้ชักชวนกันมาทำบุญที่วัด
วันนี้คุณหญิงแสงดาวชักชวนคุณหญิงแก้วตาออกมาทำบุญที่วัดให้สามีเป็เพื่อน รวมถึงนำวันเดือนปีเกิดของลูกชายติดตัวมาด้วยให้พระท่านดูดวงให้
เผื่อว่าเนื้อคู่ของเขามาแล้ว
"หลวงพ่อเ้าค่ะ ลูกชายขอดิฉันจะได้แต่งงานเมื่อไหร่หรือคะ” คุณหญิงแสงดาวมองอย่างมีความหวังที่ลูกชายจะได้เป็ฝั่งเป็ฝา
“โอ้ ดูเหมือนจะเร็ว ๆ นี้นะโยม และเขายังเพิ่งได้เจอเนื้อคู่เมื่อไม่นานมานี้อีกด้วยนะ” หลวงพ่อที่ตรวจดวงชะตาและเนื้อคู่จากกระดาษที่โยมแสงดาวนำมา
“จริงเหรอค่ะ / คุณหญิงดีใจด้วยนะ” หญิงวัยกลางคนทั้งสองยิ้มให้กันอย่างดีใจ
“อืม แต่ถ้าพลาดคนนี้ไปแล้ว เขาอาจจะอยู่เป็โสดไปตลอดชีวิต” เมื่อจบประโยคนี้คุณหญิงแสงดาวจึงใบหน้าสลดลง ทำให้คุณหญิงแก้วตาที่อยู่ด้านข้างค่อยตบตักเธอเบา ๆ เพื่อให้กำลังใจ
“หลวงพ่อค่ะ แล้วดิฉันต้องทำยังไงคะ ถึงจะได้ลูกสะใภ้มาเร็ว ๆ” เธอไม่ยอมแพ้เด็ดขาด ไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็ใครเธอจะเอามาเป็ลูกสะใภ้ของเธอให้ได้
“ไม่ต้องรีบร้อนโยม เดี๋ยวลูกชายของโยมจะพาเขาไปหาโยมเร็ว ๆ นี้เอง” หลวงพ่อที่นั่งอยู่กล่าวปลอบใจแก่โยมแสงดาวที่มาทำบุญทุกสัปดาห์ให้สามีไม่เคยขาด
“ขอบคุณมากค่ะ เท่านี้ดิฉันก็คงสบายใจได้แล้ว”
“ไม่เป็ไรหรอกโยม อาตมาเพียงหวังว่าลูกชายของโยมที่เป็คนดีย่อมได้เนื้อคู่ดีเช่นกัน”
“ค่ะ อย่างนั้นดิฉันกับเพื่อนคงต้องขอตัวลากลับก่อนนะคะ”
“เดินทางปลอดภัยนะโยม”
“ลาค่ะ หลวงพ่อ/ลาเช่นกันค่ะ”
หญิงวัยกลางคนทั้งสองที่ยังคงสวมสะพรั่งกราบลาหลวงพ่อที่พวกเธอมาทำบุญทุกสัปดาห์อย่างช้า ๆ ก่อนจะชักชวนกันกลับไปพูดคุยกันต่อที่บ้าน
บ้านตระกูลกิตติพัฒน์
เมื่อทั้งสองกลับมาถึงบ้านจึงได้ชักชวนกันเดินไปนั่งเล่น
“เธอว่าเขาจะเจอกันแล้วจริงไหม”
“เราก็ไม่ทราบ คุณหญิงคงได้แต่รอแล้วล่ะ”
“อืม เย็นนี้ลูกชายฉันจะกลับมานอนที่บ้าน เดี๋ยวต้องลองถามดูแล้ว”
“ตามสบายจ้ะ จริงสิฉันนี้ขี้หลงขี้ลืมจริง ๆ วันนี้สามีชวนไปดินเนอร์ด้วย ฉันคงต้องรีบกลับแล้ว”
“กลับเถอะ แค่เธอยอมไปทำบุญกับฉันทุกสัปดาห์ฉันเองก็เกรงใจน่ะ”
“ไม่เป็ไร ก็เราเป็เพื่อนนี่คุณหญิง”
“อืม ขอบใจนะ อย่างนั้นพุธหน้าเจอกันนะ”
“จ้า ๆ ฉันกลับก่อนนะ”
“เดินทางปลอดภัยจ้ะ”
คุณหญิงแสงดาวมองส่งเพื่อนสมัยเรียนมาด้วยกันอย่างคุณหญิ
งแก้วตาด้วยสายตาเอ็นดู เพราะเธอรูปร่างค่อนข้างเล็กและยังคงอ่อนเยาว์ ทำให้สามีคอยเป็ห่วงอยู่เสมอ