เหล่าสัตว์อสูรระดับหัวหน้าเริ่มทยอยกันออกมาตามโพรงถ้ำขนาดย่อมๆ ในจุดมุมสูงต่างๆ ทั่วทุกมุมโดยมีลานกว้างเป็จุดสูญกลางความโกลาหลนี้ ร่างแล้วร่างเล่าทิ่งร่างตนดิ่งลงสู่พื้นจ้องมองบรรดาเหล่าเด็กๆ มากมายอย่างกระหายของเหลวเริ่มไหลตามซอกกรามฟันอันแหลมคม หรือริมฝีปากทั้งร่างสัตว์จำแลงเป็ร่างมนุษย์หรือตัวสัตว์อสูรที่ยังไม่แปรงกายตน ภายใต้ความผวาที่เกาะกลุ่มกันของเหล่าเด็กๆ ต่างหันหลังประชิดเบียดกันเรียกได้ว่าผู้ที่อยู่ด้านในรู้สึกอึดอัดเป็อย่างมากหากแต่ความกลัวที่แทรกเข้ามา จนหลงลืมความรู้สึกแรกนี้แทบหมดสิ้น
"โห่ๆ นับว่าการเก็บเกี่ยวครั้งนี้ไม่เลวเลยทีเดียว แล้วเมื่อไหร่เ้าจะหลอมพวกมันเป็โอสถสักทีเล่า อสูรทากข้าอดใจรอจะลิ้มรสปราณบริสุทธิ์ไม่ไหวอยู่แล้ว" ร่างสัตว์อสูรสี่ขาหากชันตัวยืนเยี่ยงเหล่ามนุษย์ขู่คำรามไปด้วยปากที่ยาวเหยียดกว่าปกติเต็มไปด้วยกรามฟันนับหลายร้อยซี่ยิงฟันไปที่ว่าที่ โอสถ ด้วยท่าทีคุกคาม ก่อนจะเริ่มมีสัตว์อสูรนานับสายพันธุ์เริ่มเข้ามาสมทบกับความคิดนี้เช่นกัน
"พวกเ้าจำเงื่อนไขไม่ได้หรือ หากอยากได้ผลประโยชน์ที่ครบถ้วนสมบูรณ์ต้องผ่านเงื่อนไขที่ข้ากำหนด หากอดใจไม่ไหวเ้าจัดการไปเลยข้าก็หาได้ห้ามปรามพวกเ้าไม่" อสูรทากที่จำแลงกายเป็บุรุษหนุ่มยืนเกาะอกก่อนส่งก้อนของเหลวที่มีร่างเด็กหนุ่มไป๋ล่องลอยไปที่ อสูรจิ้งจอก ณ เบื้องบนโดยมีอสูรช้างยืนรอรับไว้แล้ว ก่อนเพ่งมองจดจำรูปลักษณ์ของเด็กหนุ่มอย่างช้าๆ
"เหอๆ อย่าว่าแต่พลังปราณที่ไม่มีเลยแม้แต่รากผมก็หาได้มีไม่ เคราะห์อันใดถึงได้ส่งผลให้มันได้เพียงนี้ เ้าคิดดีแล้วหรือจะรับเลี้ยงขยะเช่นนี้เพียงเพราะรสนิยมชอบเก็บสะสมสิ่งแวววาวไร้สาระนั้นให้ข้าขวักลูกตามันเป็ของของขวัญแทนไม่ดีกว่าหรือไม่ต้องเลี้ยงเ้าไร้ค่านี้ ตามที่พวกมนุษย์ด้วยกันยังบอกเลยมันเป็ตัวอัปมงคลไม่ใช่หรือ?
มันเบนงวงไปชี้ไปที่อสูรจิ้งจอกที่ค่อยๆ เลือยหางตนให้ชันรับร่างที่ถูกห่อหุ้มด้วยของเหลวก่อนจะสลัดทิ้งเหลือเพียงร่างเด็กหนุ่ม จดจ้องไปที่อสูรช้างที่ถามและดูิ่รสนิยมและงานอดิเรกของนางที่ชอบหยิบชมสิ่งแวววาวที่มนุษย์เห็นค่านับมาทำเป็สิ่งประดับที่งดงาม ทว่าการจดจ้องของนางเพียงไม่กี่อึดใจ อสูรช้างก็อดไม่ได้ที่ต้องรีบสบัดหน้าที่ทำเสียงถอนหายใจหึดฮัดลากยาวออกมา ก่อนพึมพำในใจ "ความสามารถสะกดและแรงกดดันขนาดนี้เป็เพียงแค่ระดับ "สัตว์อสูรหัวหน้า" ได้อย่างไรกันนี่มันระดับเดียวกับ "นายหมู่อสูร" ด้วยซ้ำหึ่มข้าโค่นนางไม่ลงจริงๆ ไหนจะอสูรทากนั้นอีก
"ถ้าเ้าอยากจะตำหนิความ้าของข้าก็โค่นข้าให้ได้สิ หรือถ้าเ้าคนเดียวไม่สาแก่ใจจะเรียกมาอีกนับกี่ตนข้าก็มิได้ขัดหรอกนะ" นางกล่าวพร้อมชันหางสีขาวผ่องขันโอบม้วนรับร่างน้อยที่ไม่ได้สติเข้ามา พร้อมกล่าวออกไปพร้อมกระดิกนิ้วเรียวยาวท้าทายอสูรระดับหัวหน้าเบื้องหน้าตนอย่างหาได้เกรงกลัวด้วยท่าทีที่ยั่วยวนด้วยร่างแปลงที่ก่อรูปทรงโค้งเว้าที่ดึงดูดเพศตรงข้ามอยู่แล้ว แพขนตาสีขาวกระพริบช้าๆจ้องมองพร้อมปราณบางเบาเปิดเปลือกตาที่หลับอยู่อย่างถนอมจ้องมองอัญมณีในดวงใจสีแดงฉานที่แวววาว อาบน้ำตาความเศร้าของเด็กหนุ่มยิ่งกระตุ้นความหวงของนางมากขึ้น
อสูรช้างที่ถอยก้าวอย่างไม่รู้ตัวพร้อมทำมือห้ามอสูรเบื้องหน้าตน "ใจเย็นๆ มีอะไรค่อยกล่าวค่อยว่าก็ได้ข้าแค่ออกความเห็นเป็เช่นนั้นจริงๆ หากเ้าจะเก็บมันไว้ข้าก็ไม่ว่าอะ..!บังอาจ นั้นวัตถุดิบล้ำค่า ข้าอุสาตั้งตารอความสุขง่อมนี้ตั้งนานยังรอได้จนมาถึงตอนนี้เ้าที่เป็ระดับสัตว์อสูรเช่นกันเหตุใด รออสูรทากกลั่นความบริสุทธิ์ก่อนไม่ได้!! วูม!!!
อสูรช้างกล่าวออกไปด้วยท่าทีที่เกรงกลัวต่อ อสูรจิ้งจอกก็จริงทว่าก่อนจะพูดจบประสาทสัมพัสมันก็มองเห็นสัตว์อสูรไม่น้อยที่กระโจนเข้าหาเหล่าเด็กน้อยทันที ในสายตาพวกมันเห็นเป็อาหารที่ใช้เพิ่มพลังเท่านั้น
ในบรรดาสัตว์อสูรด้วยกันนั้นการกัดกิน เหล่ามนุษย์เป็การเพิ่มอายุขัยและเพิ่มพลังไปในตัวหากทว่าการสกัดร่างมนุษย์ที่ต้องตรงเงื่อนไขของอสูรทากนั้นจะเป็การกระตุ้นความบริสุทธิ์ปราณในปริมาณที่มากกว่าปกติไม่เพียงแต่ส่งเสริมส่งข้างต้นออกมาแล้วแต่จะเพิ่มปริมาณที่ได้รับนับเท่าตัวอีกทั้งหากแต่มีโอกาศยก ระดับพลังความสามารถของตนให้ก้าวขีดจำกัดหรืออาจถึงขั้นกระตุ้นพลังสายเื สายพันธุ์กำเนิดของตนให้ตื่นขึ้นมาได้เช่นกัน เช่นนั้นบรรดาอสูรระดับเเนวหน้าต่อให้อยากรีบเพิ่มพลังมากแค่ไหน แต่ผลที่ได้รับมากมายขนาดนี้มีหรือจะยอมพลาดโอกาศเช่นนี้ เนื่องจากมนุษย์ก็หาใช่จะจับได้ง่ายดายสะที่ไหน อีกทั้งหากเป้าหมายตกตายไปความบริสุทธิ์ที่สามารถดูดซับได้ก็จะลดลงไปตามเวลา แต่ถว่าผลประโยชน์พวกนี้กลับสามารถถูกมองข้ามได้กับสัตว์อสูรระดับแนวหน้าเช่นกัน เฉพาะพวกที่มีเงื่อนไขในการเพิ่มพลังในรูปแบบพิเศษหรืออยู่มาถึงวาระสิ้นอายุขัยของตนและ้าเืเนื้อมาหล่อเลี้ยงโดยด่วนหลังการทะลวงระดับพลังของมันใหม่ๆ จะต้องใช้อายุขัยที่มีอยู่แลกกับการกระตุ้นการทะลวงคอขวด เพราะฉะนั้นจึงเป็การกระตุ้นสัญชาตญาณดิบของพวกมันสูงขึ้นความ้าออกล่าสังหารจึงเท่าทวีและสะสมขึ้นมาเรื่อยๆ จนสามารถอยู่เหนือสติปัญญาของตนได้เช่นกัน
เหล่าสัตว์อสูรที่ตั้งตารอการทำพิธีกลั่นโอสถของอสูรทากที่ยืนยิ้มร่ามองภาพสังหารที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ไม่ใช่สิ่งที่ตนไม่เคยพบเจอ หากแต่ความ้าและความกระหายของเหล่าสัตว์อสูรนั้นเป็ที่ประจักษ์อยู่แล้วทว่าสิ่งที่อสูรทาก้าเห็นคือความสามารถของอสูรแต่ละตัวว่าจะทำเช่นไรหาก ผลประโยชน์ที่พวกมันจะได้รับนั้นต้องมาลดลงด้วยความเห็นแก่ตัวของตัวตนเพียงไม่กี่ตัว
ร่างสัตว์อสูรที่กระโจนเข้าหาเป็ประเภทตั้กแตนที่กางแขนข้อต่อที่คมดั่งเคียวเล็บที่เป็เอกลักษณ์อันแหลมคมหวังตัดร่างเด็กหนุ่มเบื้องหน้าคนนึงที่กลัวจนฉี่ราด สะบัดพลังปราณภายในตัวด้วยความรู้สึกกลัวตายก็กระหน่ำพลังปราณในรูปลักษณ์ต่างๆที่ตนร่ำเรียนมา ไฟ น้ำ ลม ความสามารถพื้นฐานถูกยิงออกไปแต่หาได้ระคายผิวของสัตว์อสูรระดับหัวหน้าไม่เหมือนเป็เพียงลมอากาศที่เข้ากระทบร่างตนแล้วก็แ่เบาหายไปเพียงเท่านั้น ร่างเด็กที่ไม่มีหวังจะมีชีวิตรอดทำได้เพียงกรีดร้องให้โฮ่ดังๆ ออกมาอุทานพ่อจ้าแม่จ้าออกมาตามประสาเด็ก หากแต่เคียวแหลมยังไม่ทันถึงตัวร่างมันก็ถูกส่งกลับไปกระทันหันด้วยอุ้งมือที่เข้าประปบเข้าที่ท้องหวังพลักดันร่างเ้าตัวออกห่างเพียงเท่านั้น ร่างมาใหม่เป็อสูรเสือดำอีกตัวลักษณะเดียวกับตัวที่บุกหมู่บ้านหากแต่ร่างกายที่กำยำนั้นกลับเต็มไปด้วยาแมากมายเป็หลักฐานการกรำศึกอยู่บนหนทางฆ่าสังหารมาเป็เวลานาน
โฮก!! ไอแมลงตัวจ๋อย อดทนอีกสักหน่อยเป็ไรไป? อสูรเสือดำยืนตัวท่าทีขึงขังคบฟันขู่อสูรเบื้องหน้า ไม่ยินยอมการเข้าสังหารของอสูรตั๊กแตนที่ส่ายหัวมึนจากอาการจุกเล็กน้อย พลางสำรวจกายตนที่ถูกทำร้ายตลบหลังหากแต่มิได้เสียหายมากนี้เป็เพียงการห้ามปรามเพียงเท่านั้น มันเริ่มลับใบมีดเคียวที่แหลมไปมา ก่อนลั่นคำรามท้าทายอสูรเสือดำเบื้องหน้าหาได้เกรงกลัวไม่ ก่อนจะเริ่มเห็นอสูรระดับเดียวกันเริ่มเข้ามาปิดล้อมมันกับพรรคพวกที่ไม่กล้าคืบเข้าไปเพราะกลัวสูญเสียประโยชน์
"หุบปาก ข้าพึ่งทะลวงระดับเป็ระดับหัวหน้าอายุขัยของข้าสั้นลง ข้า้าพลังชีวิตเพิ่มภารกิจที่ได้รับข้าก็ทำสำเร็จมาตลอด อีกอย่างเ้านั้นก็มิได้บอกสักหน่อยว่าห้ามฆ่าเ้าพวกนี้ ก็อีแค่เด็กคนเดียวข้าก็ฆ่ามันไม่ได้เลยก็ให้รู้ไป!
ร่างที่งอข้อต่อเตรียมกระโจมพุ่งเข้าใส่อีกครั้งทว่าความเร็วที่มหาศาลกว่าปกติ หากเป็สัตว์นักล่าด้วยกันตามธรรมชาติขนาดย่อมเป็เื่ปกติที่สามารถข่มกันได้ หากทว่าถ้าเป็สัตว์อสูรก็อีกเื่ เนื่องจากขนาดของอสูรตั้กแตนกับอสูรเสือดำนั้น มิได้แตกต่างกันเท่าใด ดังนั้นเื่ความเร็ว และความความสามารถทำลายนั้นอสูรเสือดำจึงเป็รองอยู่ แต่ถ้าเป็เื่พละกำลังนั้นธรรมชาติแมลงสัตว์จำพวกปล่องมิอาจเอาชัยเหนือสัตว์ที่มีมวลมัดกล้ามธรรมชาติได้ก็จริงแต่ถึงอย่างนั้น เคียวสองข้างที่เป็เอกลักษณ์ของตัวตนนี้กลับสามารถชดเชยข้อด้อยทุกอย่างลงไปได้ทันที เรียกได้ว่าหากเลยจุดขนาดธรรมชาติของสัตว์ปกติออกไป อสูรตั๊กแตนตนนี้ถึอว่าเป็อสูรที่ชนะทางธรรมชาติมันอย่างสมบูรณ์
"เช่นนี้ก็เเล้วกัน ข้าจะมอบแก่นพลังมนุษย์ที่ข้าสะสมมาจะแบ่งให้กับบางส่วนให้เ้าอยู่รอดพอถึงวันแบ่งโอสถ เป็เช่นไรเล่าข้อเสนอนี้ ข้าล่ามนุษย์มานานก่อนเ้า จึงพอมีเสบียงเหลือบางส่วนเพียงพอจะแบ่งให้เ้าได้อยู่และนี้เป็ข้อเสนอเดียวและเ้าต้องรับมัน!