หญิงสาวตื่นขึ้นมาพร้อมอาการเจ็บบริเวณร่องสาว พอสำรวจร่างกายตัวเอง พบว่ามีรอยกลีบกุหลาบเต็มตัวไปหมด ค่อยๆ ย้อนนึกคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงคิดได้ว่าเมื่อคืนเกิดอะไร หน้าเห่อแดงขึ้นมา จะโกรธก็ไม่ได้เพราะเป็คนเริ่มก่อน
“เอ๊ะ แล้วองค์ชายไปไหน”
ร่างบางพยุงร่างตัวเองเพื่อไปชำระล้างร่างกาย ก่อนที่จะมีนางกำนัลเข้ามาแจ้งกับนาง
“องค์ชายเสด็จไปวังบุปผาั้แ่เช้ามืด ทรงให้หม่อมมาทูลแจ้งพระชายาว่า หากทรงตื่นแล้วให้ติดตามพระองค์ท่านไปที่ตำหนักเย็นด้วยเพคะ”
“ รอกันก่อนก็ไม่ได้ ทิ้งกันไปได้ยังไง ทั้งที่เมื่อคืนเราเป็สามี ภรรยากันแล้ว หึ องค์ชายนะองค์ชาย อย่ามาหลงรักอ้ายฉิงคนนี้ก็แล้วกัน”
ฉันเตรียมตัวเดินทางต่อ ทั้งที่ตอนนี้อวัยวะที่อยู่ตรงกลางมันยังระบมอยู่เลย
วังบุปผาเป็วังที่อยู่ใกล้สุสานของฮองเฮาองค์ก่อนซึ่งเป็พระมารดาขององค์รัชทายาทปัจจุบัน
ข้างทางปกคลุมไปด้วยต้นไม้ร่มรื่น รถม้าเคลื่อนมาถึงหน้าตำหนัก ลี่ถังค่อยๆ พยุงร่างบอบบางของคุณหนูผู้สูงศักดิ์ลงจากรถม้า หญิงสาวเยื้องกรายเข้าไปภายในตำหนักเพื่อเข้าเฝ้าองค์รัชทายาทผู้ซึ่งเป็สามีหมาดๆ เมื่อคืน แต่ตอนเช้ากลับทิ้งนางเอาไว้ที่พระราชวังหลวงเพียงผู้เดียว
ขณะที่องค์ชายโจวเหล่ย กำลังสั่งการกับองค์รักษ์ และท่านแม่ทัพเหวินฉิง ผู้ที่เป็สามีของอ้ายเหม่ย
“ทำไมพระองค์ไม่รอฉัน เอ่อ หม่อมฉันด้วยเพคะ”
“พวกเ้าออกไปก่อน”
องค์ชายหันไปสั่งลูกน้องทั้งสอง ซึ่งเปรียบแล้วก็เป็ดั่งสหายสนิทเพราะโตมาด้วยกันั้แ่ยังเยาว์
องค์รักษ์กับแม่ทัพเหวินฉิง ยิ้มกริ่ม เมื่อมองไปเห็นผู้มาใหม่ และเหลือบมองไปเห็น รอยกลีบกุหลาบบนซอกคอของหญิงสาว
“หึหึ ไหนบอกว่าไม่สนใจไง องค์ชาย กัดซะคอน้องสาวข้าเกือบขาดเชียวนะ”
แม่ทัพเหวินฉิง พูดแซวองค์ชายพร้อมทั้งรีบเดินออกมาทันทีเพราะรู้ตัวดีว่าถ้าหากอยู่ต่อ คงจะได้โดนถวายบาทาเป็แน่ เพราะดูจากสีหน้าองค์ชายตอนนี้เขินจนหน้าแดงถึงหูเลย
“แม่ทัพเหวินฉิง!!!!!!! ท่านสนใจงานล้างคอกม้าหรือไม่”
“เกรงว่าจะไม่เหมาะกับข้านะองค์ชาย ข้าไปแล้ว ทูลลาองค์ชาย”
ก่อนจากไปท่านแม่ทัพได้หันไปพยักหน้าให้กับอ้ายฉิง หญิงสาวผู้ที่ตนรักเหมือนน้องสาวแท้ๆ คนนึงมาั้แ่เด็ก
หญิงสาวโค้งคำนับกลับท่านแม่ทัพ ก่อนจะหันไปทำหน้าบึ้งตึงใส่ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็สามีของตน
เมื่อองค์ชายเห็นสายตาของหญิงสาว ก็รู้สึกเสียวสันหลังแปลกๆ
“ว่าอย่างไรเพคะเหตุใดจึงไม่รอหม่อมฉันก่อน”
“เ้าเป็ใครทำไมเราต้องรอ” หญิงสาวหน้าชา กับคำตอบของสามี
“ภรรยาไงเพคะ เราแต่งงานกันแล้ว”
“หึหึ” องค์ชายหัวเราะพึงใจกับคำตอบของหญิงสาว
“เมื่อวาน ข้าบอกเ้าแล้วว่าอย่ามาหลงรักข้า เพราะอย่างไร ข้าก็ไม่มีวันมอบใจให้เ้า”
จากตอนแรกที่อ้ายฉิงชอบองค์รัชทายาทก็เพราะว่าองค์รัชทายาททรงลึกลับ ขนาดเห็นครึ่งหน้าที่มีหน้ากากปกปิดยังหล่อ กลับกลายเป็ว่าตอนนี้ อ้ายฉิง อยากจะเอาชนะองค์ชาย และถ้านางอยากอยู่รอดในโลกใบใหม่ ในนามของอ้ายฉิง นางต้องมีเงินมีอำนาจมากพอ นางจึงตัดสินใจแล้วว่า นางจะทำให้องค์ชายโจวเหวิน หลงรักนางให้ได้
“อย่ามาหลงรักข้าแล้วกันนะเพคะองค์ชาย ถ้าวันนั้นมาถึง หม่อมฉันจะเมินให้ดู” หญิงสาวพูดพร้อมทำท่าทางสะบัดหน้าใส่
องค์ชายกลั้นยิ้มเอาไว้ เพราะกลัวว่าท่านางเห็นแล้วนางจะได้ใจ
“ถ้าเ้ามีความสามารถมากพอก็ลองดู แต่จะลองใช้วิธีขืนใจข้าแบบเมื่อคืนนี้ก็ได้นะ ข้าไม่ติด 555”
“นี่!!!! พระองค์” หญิงสาวทั้งโกรธและเขินจนหน้าแดง ก่อนจะรีบเดินออกมานอกเรือน
“พระชายาเราไปดูตำหนักของเรากันเพคะ”
ฉันพยักหน้าให้ลี่ถัง ก่อนจะเดินตามทหารนายหนึ่งไปที่ตำหนักเหมยฮวา ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกของตำหนักองค์รัชทายาท มีต้นดอกเหมยปลูกเรียงรายอยู่รอบๆ ตำหนักส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่ว
“ถึงแล้วพะยะค่ะพระชายา กะหม่อมขอทูลลา”
ฉันเข้ามาพักในตำหนักหลังจากเดินทางมาเหนื่อย อีกทั้งเมื่อคืนร่างกายยังผ่านการใช้งานอย่างหนัก จึงเข้าสู่ห้วงนิทราได้อย่างง่ายดาย
“พระชายาเพคะ ตื่นก่อนเพคะ พระชายา”
ลี่ถังเข้ามาปลุกผู้เป็นายเพราะเห็นว่ายังไม่มีอะไรตกถึงท้องั้แ่เช้า แต่เมื่อััโดนกายของหญิงสาว พบว่ามีไอร้อนแผ่ออกมาจากกายของผู้เป็นาย
“ตายแล้ว เหตุใดตัวร้อนเป็ไฟเยี่ยงนี้หล่ะเพคะคุณหนู” หญิงสาวนอนขดตัวอยู่ในผ้าเมื่อพิษไข้เข้าครอบงำ
“เดี๋ยวหม่อมฉันไปต้มยาที่ท่านหมองหลวงให้มานะเพคะ”
ด้วยความที่ลี่ถังเติบโตมาในตระกูลหมอหลวง จึงทำให้นางพอมีความรู้เื่การเจ็บป่วยและการรักษาเบื้องต้นอยู่บ้าง
องค์ชายเสด็จมาที่ตำหนักของพระชายาของตน เห็นลี่ถังมีท่าทีร้อนลน
“เ้าเป็อันใด แล้วนั้นเ้าต้มยาไปให้ผู้ใดกัน”
“ถวายบังคมเพคะ หม่อมฉันจะต้มยาถวายพระชายาเพคะ ทรงมีไข้ กายร้อนเหมือนไฟ”
นี่เราทำนางหนักไปหรือ ชายหนุ่มได้เพียงแต่คิดในใจ
“เ้าเอาถ้วยยามา เดี๋ยวเราจะจัดการเอง”
“เพคะ ลี่ถังพูดพราง ยื่นถ้วยยาให้องค์ชาย”
เมื่อเดินเข้ามาภายในห้องเห็นหญิงสาวนอนเพ้ออยู่เพราะพิษไข้
“อ้ายฉิงลุกนั่งไหวไหม ลุกมาทานยาก่อน”
ไม่มีเสียงตอบรับจากหญิงสาว องค์ชายเห็นท่าว่าถ้าปล่อยไว้ไม่ได้กินยาคงจะไม่มีแน่
จึงประคองกึ่งอุ้มหญิงสาวขึ้นมานั่งบนตัก แล้วนำยาเข้าปากของตนเอง ก่อนจะประกบเข้ากับปากของอ้ายฉิงเพื่อส่งผ่านยาลดไข้ เมื่อปากบางนุ่มประกบกัน องค์ชายเกิดความวาบหวามในใจ เผลอนำลิ้นเข้าไปลิ้มรสหวานในปาก ความหวานผสมกับยาขมที่พึ่งป้อนนางไปทำให้มีอารมณ์ประหลาดเกิดขึ้น แกนกลางชายเริ่มตื่นตัว ทำให้องค์ชายค้องคุมสติก่อน
“ข้าต้องหยุดเอาไว้ก่อน เห็นแก่เ้าที่กำลังป่วยหรอกนะ”
ก่อนจะแอบไปหลบในห้องสรงน้ำ เพื่อระบายความคับแน่นของเ้าแกนกลาง
องค์ชายเดินมาเพื่อห่มผ้าให้อ้ายฉิง ก่อนจะเดินออกไป มือบางคว้ามือหนาเข้ามากอด
“พ่อจ๋า หนูหนาวจัง กอดหน่อย”
ร่างบางกอดแขนองค์ชายไว้ไม่ปล่อย ด้วยความง่วง องค์ชายจึกแทรกตัวเข้าไปใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันกับอ้ายฉิง
“เ้าเริ่มก่อนอีกแล้ว พอป่วยแล้วอ้อนเป็ลูกแมวเลยนะ ข้าเพียงแค่จะช่วยไม่ให้เ้าหนาว เ้าอย่าคิดเข้าข้างตัวเองเชียวหละ ”
ชายหนุ่มประคองกอดชายาของตนเพื่อคลายความหนาว ทั้งคู่หลับไหลเข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง