แสงแดดอ่อนยามเช้าลอดผ่านรอยแยกของม่านหน้าต่างเข้ามาทักทาย ยี่หวาค่อยๆ ลืมตาขึ้นพร้อมกับความรู้สึกหนักอึ้งที่ศีรษะราวกับผ่านการผ่าตัดใหญ่มาเมื่อคืน เธอพยายามจะขยับตัว แต่แล้วร่างทั้งร่างก็พลันแข็งค้างเมื่อสายตาปะทะกับแผ่นหลังกว้างในเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ยับย่น
นี่ไม่ใช่ห้องของเธอ... และผู้ชายที่นอนตะแคงอยู่ข้างๆ ก็คือ ธนากร
เขายังคงหลับสนิท ใบหน้าคมคายในยามหลับดูลดความดุดันลงกว่าปกติ ยี่หวากลืนน้ำลายอึกใหญ่ หัวใจเต้นรำรัวขณะรีบสำรวจสภาพตัวเอง เธอถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อพบว่าตัวเองยังอยู่ในชุดคลุมของโรงแรมและมีผ้าห่มคลุมกายไว้อย่างเรียบร้อย สติสุดท้ายก่อนจะวูบหลับไปบอกเธอว่าไม่มีอะไรเกินเลยเกิดขึ้น
ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังจะย่องลงจากเตียงแบบนินจา ดวงตาคมคู่นั้นก็เปิดขึ้นสบประสานกับเธอโดยตรง
“อรุณสวัสดิ์ครับ คุณหมอ” เสียงทุ้มนั้นนิ่งเรียบ แต่กลับทำให้ยี่หวาสะดุ้ง
“คุณ... ตื่นนานแล้วเหรอคะ?”
“ก็นานพอจะจำได้ว่า เมื่อคืนคุณบอกผมว่า... ถ้าผมกล้าทิ้งคุณไว้คนเดียว ผมจะโดนฟ้อง”
“ฉันพูดแบบนั้นเหรอ?!” ยี่หวาหน้าร้อนฉ่า
ธนากรพยักหน้า มุมปากหยักยกขึ้นเป็รอยยิ้มจางๆ ที่ดูเ้าเล่ห์อย่างบอกไม่ถูก
“แถมคุณยังขู่ด้วยว่า ถ้าผมแตะต้องคุณแม้แต่นิดเดียว คุณจะผ่าตัดผมฟรี... โดยไม่ใช้ยาชา” ยี่หวาหน้าแดงทันที
“บ้าน่า! ฉันไม่มีทางพูดเื่สยองขวัญแบบนั้นแน่ๆ” ยี่หวาปฏิเสธพัลวัน แต่ใบหน้ากลับแดงซ่านไปถึงใบหู
“ผมควรจะอัดเสียงไว้เป็หลักฐานนะครับ” คำหยอกเย้าของเขาทำให้เธอคว้าหมอนข้างตัวฟาดใส่เขาเบาๆ หนึ่งที
“คุณนี่มัน...!” ธนากรหลุดหัวเราะออกมาจริงๆ เป็ครั้งแรก เสียงหัวเราะของเขาฟังดูอบอุ่นจนยี่หวาชะงักไป เธอมองเขาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป... ไม่ใช่สายตาที่พยายามจะคุมเกมหรือท้าทายเหมือนเมื่อคืน แต่มันคือสายตาของคนที่กำลังเริ่ม ‘ประเมิน’ ตัวตนจริง ๆ ของผู้ชายตรงหน้า
“ล้อเล่นครับ” เธอมองเขา คราวนี้ไม่ใช่สายตาหวาน ไม่ใช่สายตาท้าทายแต่เป็สายตาที่ประเมินใหม่
“คุณไม่ทำอะไรฉันเลยเหรอ” คำถามนั้นออกมาตรงเกินไป แต่เธออยากรู้ ธนากรมองเธอนิ่ง ๆ
“ผมบอกแล้วครับ ผมไม่ได้้าใช้โอกาสแบบนั้น” เธอเงียบ เขาพูดต่อช้า ๆ
“ผมบอกแล้วไงครับ ผมไม่ได้้าใช้โอกาสแบบนั้น...ผมอยากให้คุณอยู่ตรงนี้เพราะคุณเลือกไม่ใช่เพราะคุณเมา” คำพูดนั้นทำให้ห้องทั้งห้องเงียบลงไปหลายวินาที ยี่หวารู้สึกเหมือนอะไรบางอย่างในอกมันสั่นไหว เมื่อคืนเธอคิดว่าตัวเองเป็คนคุมเกม แต่เช้านี้เธอเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า ผู้ชายคนนี้อันตรายกว่าที่คิด ไม่ใช่เพราะเขาล้ำเส้น แต่เพราะเขาสุภาพจนเธอเริ่มไปไม่เป็ต่างหาก
หลังจากจัดการธุระส่วนตัวเสร็จ ธนากรชวนเธอทานมื้อเช้าแบบง่ายๆ ในห้อง
“เริ่มจากไม่สืบประวัติกัน แล้วค่อยๆ รู้จักกันจริงๆ ดีไหมครับ” อยู่ๆ เขาก็เอ่ยขึ้นขณะที่ยี่หวานั่งละเลียดกาแฟด้วยสภาพผมยุ่งนิดๆ และหน้าสดไร้เครื่องสำอาง ซึ่งนั่นทำให้เธอดูอ่อนโยนลงกว่าเมื่อคืนเยอะ
ยี่หวาไม่ได้ตอบทันที ผมยุ่งนิด ๆ จากการนอน หน้าไร้เครื่องสำอาง และนั่นทำให้เธอดูอ่อนลงอย่างที่ไม่เคยตั้งใจ
“คุณไม่โกรธฉันจริงๆ เหรอคะ เื่เมื่อคืน...” เธอถามเบาๆ
“ไม่ครับ” ธนากรตอบสั้นๆ
“แต่ผมอยากให้คุณเลือกผม... เพราะคุณอยากเลือกจริงๆ” ยี่หวาจ้องมองเขานานขึ้น คราวนี้ไม่มีแอลกอฮอล์มาช่วยตัดสินใจ มีแต่ความรู้สึกเพียวๆ เธอค่อยๆ ลุกขึ้น เดินเข้าไปใกล้เขาจนได้กลิ่นสบู่จางๆ จากผิว ระยะห่างระหว่างเธอกับเขาเหลือเพียงลมหายใจกั้น สายตาของเธอตอนนี้ไม่ท้าทาย แต่ชัดเจนที่สุด
“ถ้าฉันเลือกคุณ...” เธอพูดช้าๆ
“มันจะไม่ใช่เพราะแม่ ไม่ใช่เพราะโปรไฟล์ และไม่ใช่เพราะยีนดีๆ”
“แล้วเพราะอะไรครับ?” ยี่หวากะพริบตา เหมือนกำลังตัดสินใจเื่ผ่าตัดหัวใจตัวเอง
“อาจเพราะ... ฉันอยากรู้จักตัวจริงของคุณมากขึ้นมั้งคะ” ธนากรพยักหน้า
“งั้นเราเริ่มใหม่... ไม่ใช่หมอ ไม่ใช่นักธุรกิจ แค่ผู้หญิงกับผู้ชายที่ยังไม่รู้จักกันดีพอ”
“แล้วถ้าแม่ฉันยังอยากจับคู่ฉันอยู่ล่ะคะ” ธนากรหัวเราะเบาๆ
“ก็ทำให้แม่คุณเข้าใจว่า คุณมีคนของคุณแล้วสิครับ” เธอหรี่ตามอง
“คุณกำลังเสนออะไรอยู่ ท่าทางผ่อนคลายเกินเหตุนะ”
“เราลองเป็แฟนกันไหมครับ?” ยี่หวาชะงัก
“ปลอมๆ เหรอ?”
“ไม่ครับ” เขายิ้มบางๆ
“แฟนทดลอง”
“ทดลองอะไร?”
“ทดลองดูว่า ถ้าคุณไม่วางแผน และผมไม่ตั้งเงื่อนไข เราจะไปได้ไกลแค่ไหน”
หัวใจของศัลยแพทย์สาวเต้นแรงยิ่งกว่าตอนทำเคสฉุกเฉินเสียอีก เธอกำลังประเมินผลได้เสียในหัว
“แล้วถ้าไม่เวิร์กล่ะคะ”
“ก็แยกย้ายแบบผู้ใหญ่” เขาตอบเรียบๆ
“แต่ถ้าเวิร์ก... คุณอาจจะไม่ต้องหาพ่อของลูกที่ไหนอีก”
คำพูดนั้นมันตรงและจริงจนยี่หวาต้องหัวเราะออกมา
“คุณนี่มั่นใจในตัวเองจังนะคะ”
“ผมมั่นใจในสิ่งที่ผมตั้งใจครับ”
ยี่หวามองหน้าเขาอีกครั้ง คราวนี้ไม่มีเกราะ ไม่มีสคริปต์
“ตกลงค่ะ เราลองดู”
พูดจบความเงียบก็ปกคลุมอีกครั้ง เป็ความเงียบแบบคนที่เพิ่งเซ็นสัญญาทางใจโดยไม่ได้อ่านตัวหนังสือตัวเล็กๆ ในบรรทัดสุดท้าย
“ดีครับ” ธนากรยิ้มมองแก้มที่เริ่มเปลี่ยนเป็สีระเรื่อของเธอ
“มันน่ารักมากนะ เวลาที่คุณเขินน่ะ”
“เดี๋ยวก่อนนะคะ!” ยี่หวายกมือห้ามเหมือนสั่งสต็อปผ่าตัด
“เราต้องมีคอนแทรค (Contract) ข้อตกลงกันก่อน” ธนากรเลิกคิ้ว
“ว่ามาครับ”
“หนึ่ง ห้ามเอาเื่เมื่อคืนมาล้อฉันตลอดชีวิต!”
“แต่คุณขู่จะผ่าตัดผม...”
“ลืมค่ะ! ทิ้งไปเลย” เขาหัวเราะ
“โอเค ข้อหนึ่งผ่าน”
“สอง ถ้าฉันเผลอวางแผนอะไรใส่คุณอีก คุณต้องเตือนฉัน”
“แล้วถ้าผมเผลอจริงจังเกินไปล่ะครับ?” เธอชะงักไปหนึ่งจังหวะ ก่อนจะตอบหน้าตาย
“งั้นฉันจะเตือนคุณเองว่า... ฉันอันตราย”
ธนากรมองเธอเหมือนกำลังอ่านรายงานคนไข้ที่ซับซ้อนที่สุด
“คุณรู้ไหมครับ คนที่บอกว่าตัวเองอันตราย มักจะไม่อันตรายเท่าคนที่เงียบหรอก”
“อ้าว งั้นฉันพูดเยอะแปลว่าปลอดภัยใช่ไหมคะ?”
“ไม่แน่ครับ” เขาตอบทันที
“คุณพูดเยอะเพราะคุณประหม่าตอนนี้คุณกำลังขยำชายเสื้อคลุมตัวเองแน่นมากเลยนะคุณหมอ”
ยี่หวาก้มมองมือตัวเองแล้วรีบปล่อยทันที .
“นี่คุณจะสังเกตเก่งไปไหน!”
“ผมทำธุรกิจครับ ต้องอ่านคนให้ออก”
“ฉันเป็หมอหัวใจนะคะ อ่านหัวใจคนได้เหมือนกัน!”
“งั้นลองอ่านใจผมดูสิครับ”
คำท้านั้นทำให้เธอเงียบ เธอมองเขานิ่งๆ คราวนี้เป็สายตาที่พยายามจะซื่อสัตย์ที่สุดเท่าที่ผู้หญิงอย่างยี่หวาจะทำได้
“คุณไม่ได้โกรธ... คุณไม่ได้จะเอาคืน... คุณแค่... อยากให้ฉันเลือกคุณจริงๆ”
ธนากรไม่พูด แต่รอยยิ้มมุมปากคือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด ยี่หวาถอนหายใจยาว
“โอเคค่ะ เริ่มใหม่... เริ่มยังไงดี?”
“ขั้นแรก... เราต้องเดตแบบคนปกติ” ยี่หวาทำหน้าจริงจังเหมือนออกแบบแผนผ่าตัดใหญ่
“ไปกินข้าว ดูหนัง เดินห้าง... แล้วทำเป็บังเอิญเจอแม่ฉัน” ธนากรหลุดหัวเราะ
“คุณยังวางแผนอยู่อีกเหรอครับ!”
“สัญชาตญาณค่ะ แก้ไม่หาย”
“แล้วเื่พ่อของลูกล่ะครับ?” เธอรีบยกมือไหว้ขอชีวิต
“ขอเลิกพูดคำนี้ก่อนนะคะ ฉันยังไม่พร้อมได้ยินเสียงตัวเองตอนเมาตอนนี้”
บรรยากาศเริ่มผ่อนคลาย อบอุ่น และเต็มไปด้วยความเป็ไปได้ ยี่หวาเอียงหน้าถาม
“คุณแน่ใจนะ ว่าจะลองกับผู้หญิงนิสัยแปลกๆ แบบฉัน”
“ผมไม่ชอบอะไรที่ง่ายเกินไปครับ”
“อ้าว นี่ฉันยากเหรอคะ?”
“มากครับ” เธอยืดตัวขึ้นอย่างภูมิใจแบบผิดจังหวะ
“ดีค่ะ อย่างน้อยก็สอบผ่าน”
“ยังไม่สอบเลยครับ นี่เพิ่งเริ่มเรียน” เขายิ้ม
“คุณธนากรคะ” ยี่หวาเรียกเสียงจริงจัง
“ถ้าวันหนึ่งฉันเผลอจริงจังขึ้นมา... คุณห้ามหนีนะ”
เขามองเธอ คราวนี้ไม่มีแววขำขันเหลืออยู่
“ถ้าวันนั้นมาถึง... ผมจะยืนอยู่ตรงนี้ครับ”
หัวใจเธอกระตุกหนึ่งจังหวะ แบบที่ไม่มีเครื่องมอนิเตอร์ตัวไหนบอกค่าได้ เธอรีบกลบเกลื่อนด้วยมุกเดิมๆ
“โอเคค่ะ งั้นเริ่มจากพาฉันไปกินข้าวเที่ยงก่อน เพราะตอนนี้หมอหัวใจหิวจนจะเป็ลมแล้ว”
“ไม่ต้องแกล้งเมาแล้วใช่ไหมครับ?”
“เมื่อคืนเมาพรีเมียมไปแล้วค่ะ พอแล้ว!” ธนากรลุกขึ้น ยื่นมือมาให้เธอ
“ไปครับ... แฟนทดลอง” ยี่หวามองมือหนานั้นอยู่หนึ่งวินาที ก่อนจะวางมือลงไป
“ทดลองระยะสั้นนะคะ”
“แล้วแต่ผลวิจัยครับ”
ยี่หวาหัวเราะออกมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เธอไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองต้องคุมเกม และแปลกดีที่มันทำให้เธอรู้สึก... สบายใจกว่าเดิมเยอะเลย