เมื่อลมหายใจกลับมาเป็ปกติภาคินทร์จึงอุ้มของขวัญเข้าไปอาบน้ำด้วยกัน
“พรุ่งนี้พี่คินมีงานไหมคะ” ของขวัญถามขึ้นขณะที่ทั้งคู่แช่น้ำอุ่นในอ่างอาบน้ำด้วยกัน โดยมีภาคินทร์นั่งซ้อนหลังเธออยู่
“พรุ่งนี้พี่หยุด” มือหนาวักน้ำที่มีฟองสบู่ขึ้นมาลูบที่ไหล่เล็กอย่างแ่เบา
“แล้วไปไหนไหมคะ”
“กะจะนอนอยู่บ้านเฉย ๆ น่ะ”
“ดีจัง ขวัญก็อยากนอนเฉย ๆ บ้าง แต่่นี้มีงานทุกวันเลย” ของขวัญพูดพลางยู่ปากด้วยความเซ็ง
“ก็เพราะเพิ่งออกซิงเกิลใหม่ไม่ใช่เหรอ เลยต้องเดินสายโพรโมตทุกวัน”
“ใช่ค่ะ ขวัญรู้ แต่ก็อยากบ่นอยู่ดี”
“หรืออยากกลับไปไม่มีงานแบบแต่ก่อนอีก” ภาคินทร์ลูบไล้แขนของเธอเบา ๆ
“ไม่ดีกว่าค่ะ ตอนนั้นกลับถึงบ้านก็ดึกแล้ว หึ ตอนไม่ดังเหนื่อยกว่าตอนดังอีก” ของขวัญตอบเสียงกลั้วหัวเราะ
ก่อนหน้านี้สองปีกว่า ๆ วงของเธอยังไม่มีชื่อเสียงเท่าไหร่ หลังเลิกเรียนของขวัญต้องไปซ้อมร้องซ้อมเต้นที่บริษัทจนค่ำ วันเสาร์อาทิตย์ก็ไม่ได้หยุด ต้องไปร้องเพลงตามห้างสรรพสินค้า พอจบเพลงแล้วต้องลงไปถ่ายรูปคู่กับแฟนคลับและแจกลายเซ็นจนปวดแขน กว่าจะได้กลับห้อง กว่าจะลบเครื่องสำอางออกหมดก็เล่นเอาหมดเรี่ยวแรง
ถือว่าเป็สองปีที่เหนื่อยที่สุดในชีวิต แต่โชคดีที่คอนโดของภาคินทร์อยู่ระหว่างมหาวิทยาลัยกับบริษัทของเธอ หลังจากตกลงเป็คู่นอนกันเมื่อปีที่แล้วของขวัญจึงไม่ต้องลำบากเดินทางอีก บางครั้งเธอจึงโดดเรียนมาขลุกอยู่กับเขาทั้งวัน ดังนั้นหลังจากที่ดังแล้วและเก็บเงินได้มากพอเธอจึงซื้อห้องในคอนโดนี้แต่คนละชั้น เวลาที่เขาเรียกจะได้เดินมาหาได้สะดวก
และถึงแม้ตอนนี้จะมีงานเข้ามารัว ๆ ทุกวัน แต่ก็เป็แค่การร้องเพลงบนเวที ไม่มีลงมาเปิดบูธแจกลายเซ็นเหมือนแต่ก่อนแล้ว เพราะกลุ่มแฟนคลับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้ไม่สามารถใกล้ชิดเหมือนเดิมได้ และเพื่อความปลอดภัยของศิลปินเองด้วย ของขวัญจึงมีเวลาว่างมากขึ้นจนสนิทกับภาคินทร์มากขึ้นด้วย
ภาคินทร์เป็นักร้องที่ดังที่สุดในค่ายก็จริง แต่ความจริงแล้วเขาเป็อินโทรเวิร์ต ทั้งคู่มีนิสัยที่คล้ายกันจึงมักจะชวนกันอ่านหนังสือหรือดูหนังเพื่อผ่อนคลายมากกว่าออกไปเที่ยวกลางคืน ทำให้นอกจากเซ็กซ์แล้วทั้งสองคนยังไปมาหาสู่กันใน่กลางวันเพื่อชวนกันใช้เวลายามว่างมาดูหนังและซ้อมร้องเพลงได้ด้วย ไม่ต่างจากเพื่อนสนิททั่วไป
“มือเหี่ยวหมดแล้ว เราขึ้นจากน้ำกันไหม” ภาคินทร์พูดพลางชูฝ่ามือของของขวัญขึ้นมาโชว์ว่าหมายถึงมือเธอ
“ค่ะ”
ภาคินทร์ประคองเธอลุกเดินไปยังฝักบัว ก่อนจะฉีดน้ำล้างคราบสบู่ออกจากร่างกายทั้งคู่แล้วพันผ้าเช็ดตัวคนละผืนออกจากห้องน้ำ
ในขณะที่ของขวัญกำลังยืนเช็ดผมหน้าโต๊ะเครื่องแป้งอยู่นั้น ภาคินทร์ก็สวมสร้อยคอให้เธอจากทางด้านหลัง
“สุขสันต์วันเกิดนะ” เขาพูดขณะเกี่ยวตะขอด้านหลังให้
“นึกว่าจะลืมซะอีกนะคะ เพราะพี่คินความจำดีม้ากมาก” แม้คำพูดจะฟังดูประชดประชัน แต่สีหน้าของเธอก็ปิดความดีใจไว้ไม่มิด
เธอมองผ่านกระจกก็เห็นว่าเป็สร้อยทองคำขาวที่จี้เป็รูปโน้ตดนตรีตัวเขบ็ตสองชั้น ริมฝีปากบางฉีกยิ้มอย่างถูกใจ แม้วันนี้ตอนกลางวันจะได้ฉลองกับครอบครัวและได้ของขวัญวันเกิดจากเพื่อนในวงแล้ว แต่คนที่เธอรอที่สุดก็คือเขาอยู่ดี รอจนแอบถอดใจไปแล้วว่าเขาคงลืมจนไม่ได้เตรียมอะไรให้เพราะเพิ่งกลับมาจากทัวร์คอนเสิร์ตด้วย
“จะลืมได้ไง ไม่งั้นขวัญงอนแย่เลย”
“สนใจด้วยเหรอคะ นึกว่ายังลืมพี่ไนน์ไม่ได้ซะอีก” คิ้วเรียวยกขึ้น
เธอไม่กล้าถามตรง ๆ จึงใช้วิธีแซวแบบนี้เพื่อหลอกถาม ก่อนหน้านี้เขาได้ไปจีบเพื่อนร่วมวงของเธอโดยขอให้เธอช่วยเป็แม่สื่อให้ด้วยซ้ำ ตอนแรกเธอคิดจะจบความสัมพันธ์นี้แล้ว แต่พอเห็นเขานั่งซึมเพราะอกหักเธอก็อดสงสารไม่ได้
“พี่ตัดใจจากไนน์ได้แล้วจริง ๆ ต้องขอบคุณขวัญที่ช่วยเตือนสติ พี่จะไม่สนใจเพื่อนสนิทที่สุดของตัวเองได้ยังไงล่ะ” มือหนาวางลงบนศีรษะเล็กอย่างอ่อนโยน
แต่คำพูดนั้นได้กรีดแทงหัวใจคนฟังจนตัวชา เมื่อได้สติเธอก็แค่นหัวเราะอย่างสมเพชตัวเองที่เผลอคาดหวัง ทั้งที่ได้เป็เพื่อนสนิทก็ถือว่าดีที่สุดแล้ว เมื่อก่อนเธอดีใจแทบตายที่เขาขอเป็เพื่อนนอนด้วยซ้ำ เพราะอย่างน้อยก็ไม่ใช่แค่วันไนต์สแตนด์ เธอคิดถูกจริง ๆ ที่ไม่หลุดสารภาพรักออกไป
“จริงด้วยค่ะ นอกจากขวัญแล้วพี่คินก็ไม่มีใครคบ” หญิงสาวตอกกลับยิ้ม ๆ
“พี่เลือกไม่คบใครต่างหาก ปากดีแบบนี้เดี๋ยวโดนของแข็งอุดปากนะ”