เขตเฝ้าระวังสีเหลืองคือการจำแนกระดับความอันตรายของพื้นที่โดยกองทัพ
นอกจากเขตเฝ้าระวังสีเหลืองแล้ว
ยังมีเขตปลอดภัยสีเขียว เขตอันตรายสีแดงและเขตหวงห้ามอันน่าสะพรึงกลัวที่สุดอย่างเขตมรณะ
เขตปลอดภัยสีเขียวไม่มีอะไรต้องกังวลเลย
เขตเฝ้าระวังสีเหลืองหมายถึงพื้นที่ที่มีอันตรายแฝงอยู่บ้าง จำเป็นต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ส่วนเขตอันตรายสีแดงหมายถึงพื้นที่ที่มีดัชนีอันตรายสูงมากพื้นที่ประเภทนี้โดยทั่วไปมักจะมีอสูรกลายพันธุ์ที่แข็งแกร่งประจำอยู่หรือไม่ก็เต็มไปด้วยอันตรายนานาชนิด
สำหรับเขตหวงห้ามสุดท้าย มีชื่อเต็มว่า‘เขตมรณะห้ามชีวิต’ เพียงแค่ชื่อก็บ่งบอกถึงความน่าสะพรึงกลัวได้แล้ว
จนถึงปัจจุบันมนุษย์ได้ยืนยันเขตมรณะแล้วสามแห่ง
แต่ละแห่งล้วนลึกลับสุดหยั่งถึงคาดเดาไม่ได้ และน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งอีกทั้งยังดึงดูดความสนใจจากทั่วโลกในระดับหนึ่ง
แห่งแรกคือ 'สามเหลี่ยมเบอร์มิวดา'ซึ่งก่อนที่พลังวิญญาณจะฟื้นคืนที่นั่นก็ได้ชื่อว่าเป็นสามเหลี่ยมปีศาจอยู่แล้ว
และหลังจากเหตุการณ์พลังวิญญาณฟื้นคืนระดับความน่าสะพรึงกลัวของสามเหลี่ยมปีศาจนี้ก็ยิ่งเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด
ส่วนจะน่าสะพรึงกลัวขนาดไหนนั้น
ม่านเมฆดำมืดบดบังท้องฟ้าราวกับเป็นส่วนหนึ่งของโลกที่ขาดหายไปสนามแม่เหล็กที่ปั่นป่วนอย่างยิ่งได้กลายเป็นรูปธรรม บิดเบือนทุกสิ่งทุกอย่าง
นอกจากสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาแล้วเขตมรณะอีกสองแห่งคือ 'เกรท บลู โฮล' หรือหลุมยุบใต้ทะเลขนาดใหญ่ที่อยู่ห่างจากชายฝั่งเบลีซประมาณ 60 ไมล์ ซึ่งกลืนกินทุกสิ่งราวกับหลุมดำ และสถานที่สุดท้ายคือ ‘เทียนฉือ (สระสวรรค์)’ ที่ตั้งอยู่ในเขตของสหพันธรัฐซึ่งได้ชื่อว่าเป็น ‘เทียนฉือที่อันตรายที่สุด’
.......
ขณะนั้นเมื่อมองไปยังแผ่นหลังของเยี่ยนเกาหย่วนที่กำลังเดินจากไป ราวกับคิดอะไรขึ้นได้ชายชราก็ยิ้มอย่างอ่อนโยน พร้อมกับเอ่ยถามขึ้น “ได้ยินมาว่าคราวนี้คุณพาหญิงสาวคนหนึ่งกลับมาด้วยนี่”
“ครับเธอเป็นหญิงสาวที่ตื่นรู้พรสวรรค์ธาตุไฟ”
เยี่ยนเกาหย่วนหยุดฝีเท้ามุมปากยกขึ้นเล็กน้อย หันกลับมาเสริมว่า
“เธอเป็นเด็กดีมากครับ”
“ฮ่าฮ่า ไม่บ่อยนักที่คุณจะชมใครแบบนี้มีโอกาสก็พามาพบผมบ้างนะ”
“ได้ครับ”
เยี่ยนเกาหย่วนยิ้มรับอย่างยินดี
หากหลิงเอ๋อร์ได้รับการยอมรับจากผู้บัญชาการของเขานั่นก็ถือว่าเป็นวาสนายิ่งใหญ่ของเธอ
......
ขณะนั้นอวี๋จื่ออวี๋ที่ยังยืนต้นอยู่ในส่วนลึกของหุบเขาเป่ยอวี่ไม่รู้เลยว่าเยี่ยนเกาหย่วนและชายชราสนทนากันเรื่องอะไรไม่อย่างนั้นเขาคงจะหัวเราะจนตื่นจากฝันเป็นแน่
แม้ว่าเขตเฝ้าระวังสีเหลืองและเขตอันตรายสีแดงจะแตกต่างกันเพียงการเรียงคำแต่ความหมายที่แฝงอยู่นั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
เฉกเช่นเดียวกับเขตมรณะที่สมควรได้รับความสนใจจากมนุษย์ทุกคน
เขตอันตรายสีแดงนั้นอยู่ภายใต้การจับตามองของทุกประเทศ
มีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง จัดกำลังพลและหากจำเป็น กองทัพก็จะเข้าปราบปราม
และนี่คือผลพวงของการถูกกองทัพตีตราว่าเป็น‘เขตอันตรายสีแดง’
ส่วนเขตเฝ้าระวังสีเหลืองแม้ว่าจะอยู่ภายใต้การจับตามองของประเทศเช่นกัน แต่ก็แทบจะไร้ความหมาย
เพราะในปัจจุบันดินแดนในสหพันธรัฐที่จัดให้เป็นเขตเฝ้าระวังสีเหลืองนั้นมีมากมายนับไม่ถ้วน
หากกางแผนที่ของกองทัพออกจะเห็นได้ว่านอกจากเมืองต่างๆพื้นที่ส่วนใหญ่ได้กลายเป็นเขตเฝ้าระวังสีเหลืองไปเสียแล้ว
และนี่ก็เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ในยุคสมัยที่พลังวิญญาณฟื้นคืนเช่นนี้มีสถานที่มากมายต้องเฝ้าระวัง
ไม่เพียงแต่มีสัตว์ป่ากลายพันธุ์เท่านั้นแต่ยังมีอันตรายที่ไม่อาจล่วงรู้แฝงอยู่ในป่าด้วย
.....
“ทางนั้นไม่ได้ส่งคนมาหลายวันแล้วดูเหมือนว่าปัญหาคงจะไม่บานปลายแล้วสินะ”
อวี๋จื่ออวี๋คิดแล้วก็ถอนหายใจโล่งอก
แม้ว่าจะไม่กลัวการสำรวจแต่อวี๋จื่ออวี๋ก็กลัวการต้องต่อสู้ด้วยปัญญาและไหวพริบกับมนุษย์
เขาส่ายหน้า สลัดความคิดที่ผุดขึ้นมาทิ้งไปแล้วเริ่มครุ่นคิดถึงเรื่องสำคัญ
ตอนนี้เขาอยู่ในระดับเหนือธรรมชาติขั้นที่หนึ่งตามข้อมูลที่เขาได้มาจากชิงเอ๋อร์ค่าพลังวิญญาณสูงสุดของเขาน่าจะอยู่ที่ประมาณหนึ่งหมื่นแปดพันหน่วย
ส่วนอสูรกลายพันธุ์ที่เขาเลี้ยงดูอยู่เหล่านั้นจิ้งจอกแดงคือตัวที่แข็งแกร่งที่สุด
เดิมทีมันอยู่ในระดับแรกเริ่มขั้นที่สี่หลังจากกินอินทรีทองยักษ์เข้าไป มันก็ก้าวเข้าสู่ระดับแรกเริ่มขั้นที่หกได้สำเร็จค่าพลังวิญญาณสูงสุดอยู่ที่ประมาณหกพันหน่วย
เขามองขึ้นไป ใต้แสงจันทร์ยามนี้จิ้งจอกแดงขนาดใหญ่ดูราวกับสวมเสื้อคลุมเพลิง มันนอนหมอบอยู่บนก้อนหินผาก้อนหนึ่ง
แต่ทว่าตอนนี้แววตาของมันกลับเย็นชาอย่างยิ่ง ราวกับกำลังข่มขวัญบางสิ่งบางอย่าง
และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ
หากไล่ตามสายตาของจิ้งจอกแดงไปอสูรกลายพันธุ์อย่างหมาป่าวายุ และกระทิงดำเขาเสี้ยวจันทร์ ต่างก็ค่อยๆก้มหน้าลงด้วยความกลัวเกรง
แต่ในขณะนั้นเอง
“ฮื่อ...”
เสียงคำรามต่ำไม่ยอมสยบดังก้องไปทั่วในค่ำคืนใต้แสงจันทร์
ฮันนี่แบดเจอร์ที่อาการบาดเจ็บดีขึ้นมากแล้วนอนหมอบต่ำ กรงเล็บแหลมคมขูดขีดกับพื้นดินเป็นรอยลึกพร้อมกับแยกเขี้ยวใส่จิ้งจอกแดงอย่างท้าทาย
“หึหึ”
อวี๋จื่ออวี๋หัวเราะในใจเขารู้ว่ากำลังจะมีเรื่องสนุกให้ดูแล้ว
และแล้ว ไม่นาน...
ภายใต้สายตาที่คาดหวังของอวี๋จื่ออวี๋จิ้งจอกแดงที่นอนอยู่บนก้อนหินยักษ์ก็ค่อยๆ ยันตัวยืนขึ้น
“โฮก...”
เสียงคำรามยาวสร้างคลื่นอากาศพัดโหมกระหน่ำราวกับคลื่นเพลิงถาโถมเข้าใส่ อสูรกลายพันธุ์หลายตัวถอยหลังไปหลายก้าว
แต่ในขณะนั้นเอง
“ฟึ่บ” ประกายสีแดงสายหนึ่งพุ่งผ่านผืนฟ้ายามค่ำคืนไปในพริบตา
“ตึง!”
พื้นดินเกิดแรงสั่นสะเทือนขนาดใหญ่ฮันนี่แบดเจอร์กลายพันธุ์ถูกกรงเล็บข้างหนึ่งของจิ้งจอกแดงตะปบกับพื้น
“ยังรุนแรงไม่เปลี่ยนเลยนะ”
เขามองความสง่างามของจิ้งจอกแดงที่มีหางพลิ้วไหวราวกับเปลวไฟอวี๋จื่ออวี๋ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเจ้าตัวนี้ถึงได้ชอบใช้กำลังข่มนัก
เอาแต่ใช้กำลังปราบปรามอสูรตัวอื่นอยู่เรื่อย
แต่เขาก็ชอบนะ
อวี๋จื่ออวี๋แสยะยิ้ม แล้วยื่นกิ่งก้านออกไป
จิ้งจอกแดงคลายกรงเล็บที่กดทับฮันนี่แบดเจอร์ออกอย่างว่าง่ายมันเดินเข้ามาใกล้ร่างหลักของอวี๋จื่ออวี๋ห่างเพียงสองสามก้าวจากนั้นก็ยื่นหัวเข้ามาคลอเคลีย เพื่อรับสัมผัสแผ่วเบาจากกิ่งก้านของอวี๋จื่ออวี๋
มันหรี่ตาลง ใบหน้าเผยความสุขอย่างมนุษย์ดูราวกับกำลังเพลิดเพลินอย่างยิ่ง
“จากนี้ไป เจ้าชื่อเก้าหาง”
อวี๋จื่ออวี๋พึมพำและตั้งชื่อที่มีความหมายพิเศษให้กับจิ้งจอกแดงตัวนี้ที่เข้าใจภาษามนุษย์
'เก้าหาง'
สุนัขจิ้งจอกในตำนานที่มีเก้าหางแต่ละหางล้วนเป็นที่สถิตของพลังอำนาจเหนือธรรมชาติ
เป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่งรวมถึงความลึกลับ
ในบางแง่ ยังได้รับการยกย่องว่าเป็น‘สัตว์มงคล’
การที่อวี๋จื่ออวี๋ตั้งชื่อนี้ให้กับจิ้งจอกแดงแสดงออกว่าให้ความสำคัญต่อจิ้งจอกแดงมากเพียงใด
แต่ก็เป็นเช่นนั้นจิ้งจอกแดงคือสัตว์ที่มีสติปัญญายอดเยี่ยมอยู่แล้ว
และในยุคที่พลังวิญญาณฟื้นคืนนี้ทุกสรรพสิ่งกำลังวิวัฒนาการ ทุกเรื่องมีความเป็นไปได้
ใครจะกล้ายืนยันว่าจิ้งจอกแดงจะหยุดอยู่เพียงระดับนี้?
ในอนาคต หากมันวิวัฒนาการอีกครั้งการได้เป็นจิ้งจอกเก้าหางในตำนาน ไม่ใช่เรื่องที่ไม่สามารถเกิดขึ้น
เฉกเช่นเดียวกับอวี๋จื่ออวี๋ที่ยังปรารถนาจะเป็นเทพหลิวตามตำนาน
ไม่ต้องพูดถึงสิ่งอื่น ฝันก็ยังต้องฝัน
หากวันหนึ่งมันกลายเป็นจริงขึ้นมาเล่า?