"ฮ่า ฮ่า ฮ่า เด็กอายุสิบกว่าปีจะออกไปเจอเคล็ดวิชาลึกลับที่ไหนกัน ถ้าเป็เด็กสิบขวบปีทั่วไปออกนอกเมืองก็ตายแล้ว หยางเวียนเทียนเ้าน่ะ คิดง่ายเกินไปแล้ว"
“นี่…..!!” “เห้ออ…ก็คงจะจริงอย่างที่ท่านว่า"
สำนักพิทักษ์ธรรม หอตำรายุทธ์
ผู้าุโใหญ่นำทางพาเซียวเย่ เดินทางมาจนถึงหอตำรายุทธ์ของสำนัก เซียวเย่มองขึ้นไปบนหอตึกใหญ่ั์ ที่มีป้ายอันใหญ่สลักตัวอักษรเอาไว้ว่า หอตำรายุทธ์พิทักษ์ธรรม ผู้าุโใหญ่นำทางเข้าไปในทางเข้า เดินไปสักพักก็พบเจอกับผู้าุโหนึ่งท่านที่รับหน้าที่ดูแลหอตำราแห่งนี้
“ผู้าุโใหญ่….”
ผู้าุโที่รับหน้าที่ดูแลหอตำรายุทธ์ เมื่อเห็นผู้าุโใหญ่เข้ามาในหอตำราก็รีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ ออกมาค้อมมือทำความเคารพต้อนรับทันที
"อืมม เด็กคนนี้คือเซียวเย่ ต่อไปนี้มันจะสามารถเข้าหอตำรายุทธ์ได้ตาม้า โดยไม่ต้องรอขออนุญาตจากใคร"
ผู้าุโเมื่อได้ยินคำพูดเช่นนั้นจากผู้าุโใหญ่ก็ยังคงไว้ด้วยใบหน้าที่สงบนิ่ง เหมือนทราบข่าวมาก่อนแล้ว
"ขอรับท่านผู้าุโใหญ่"
"ไปเถอะ เข้าไปข้างในกัน"
ผู้าุโเดินนำเข้าไปข้างใน พบเห็นแต่ตำราอยู่เต็มไปหมด ที่ถูกวางไว้บนชั้นวางตำรา เซียวเย่แหงนหน้ามองขึ้นไปพบว่าหอตำราแห่งนี้มีด้วยกันทั้งหมดห้าชั้น
“หอตำราที่นี่มีทั้งหมดห้าชั้น ประกอบไปด้วย ชั้นที่หนึ่งซึ่งมีตำรามากที่สุด ศิษย์ทั้งหมดสามารถอ่านได้ทุกคน ชั้นที่สองต้องเป็อย่างน้อยศิษย์สายใน ชั้นที่สามต้องเป็อย่างน้อยศิษย์หลัก ชั้นที่สี่สำหรับศิษย์สายตรงขึ้นไปเท่านั้น ส่วนชั้นที่ห้า ต้องได้รับอนุญาตก่อนเท่านั้นถึงจะสามารถเข้าไปอ่านดูตำราได้ อ่อ ยกเว้นเ้าเอาไว้ก็แล้วกัน”
ผู้าุโใหญ่กล่าวพร้อมอธิบายรายละเอียดของหอตำรา
"ขอบคุณขอรับท่านผู้าุโใหญ่"
เซียวเย่เมื่อได้ฟังรายละเอียดและและกฎข้อบังคับ ก็ค้อมมือทำความเคารพขอบคุณ
"อืมม ต่อไปนี้ไม่ต้องเรียกผู้าุโใหญ่หรอก ต่อไปนี้ให้เรียกข้าว่า อู้หยง "
"จะดีหรือขอรับท่านผู้าุโใหญ่?"
เซียวเย่เมื่อได้ฟังก็รู้สึกว่ามันจะเกินเลยไปหน่อยจึงกล่าวเพื่อขยายความเข้าใจตนเอง"
"ดีแล้ว เรียกเช่นนั้นเถอะ"
“เข้าใจแล้วขอรับ อู้หยง”
เมื่อผู้าุโอู้หยงได้ยินเช่นนั้นก็ถึงกับต้องคิ้วกระตุกปนอึ้งเล็กน้อย
"อ-เอ่อ…ข้าหมายถึงมันต้องมีคำว่าผู้าุโนำหน้าด้วยหน่ะ"
“อ-เอ้า! อย่างนั้นเองหรือขอรับ ข้าก็เป็คนซื่อๆเอาเสียด้วย”
“……..”
ผู้าุโอู้หยง ไม่ได้กล่าวตอบอะไร ทำได้เพียงหน้าฝืนยิ้มเท่านั้น แต่ก็อดคิดในใจในแง่บวกมิได้
‘เ้าเด็กนี่ไม่ได้กำลังกวนข้าอยู่ เป็ข้าเองที่ไม่รอบคอบ เป็ข้าเอง ข้าเอง…’
ผู้าุโอู้หยงรู้สึกว่าถ้าอยู่ต่ออาจจะเป็การชักภัยมาสู่ตน จึงยื่นของสิ่งหนึ่งให้กับเซียวเย่ เพื่อหวังจบการสนทนาครั้งนี้
“นี่คือหินสื่อสารของข้า เมื่อเ้าทำอะไรของเ้าเสร็จสรรพแล้ว ก็ให้ติดต่อข้าโดยทันที ข้าจะส่งคนมานำทางเ้าไปที่พักของเ้า ถ้าไม่มีอะไรแล้วข้าต้องไปก่อน..อ-อ่อ เจอหลังต้องเรียกข้าว่า ผู้าุโอู้หยง เข้าใจหรือไม่”
เซียวเย่ยิ้มเล็กน้อยหัวเราะในใจ ช่างแคร์สายตาคนรอบข้างเสียจริง เซียวเย่จึงพยักหน้าหลายครั้งคล้ายเข้าใจ
ผู้าุโอู้หยง เมื่อยื่นหินสื่อสารให้พร้อมกล่าวเล็กน้อยเสร็จก็รีบเดินออกจากหอตำรายุทธ์ไปในทันที
เซียวเย่หันซ้ายแลขวาก็ไม่พบเจอผู้ใด จึงถือว่านี่อาจเป็โอกาสดี รีบเดินลึกเข้าไปในชั้นที่หนึ่ง เดินไปหัวแถวซ้ายมือสุดของแถวชั้นตำรา เซียวเย่ยืนมือออกไป พลังปราณจำนวนมหาศาลพุ่งออกมาจากฝ่ามือ เข้าครอบคลุมแถวชั้นตำราเอาไว้ทั้งหมดเริ่มอ่านอย่างรวดเร็ว
ผู้าุโที่ทำหน้าที่ดูแลหอตำรา เมื่อเห็นเซียวเย่ทำเช่นนั้นก็นึกว่าคงเป็ผู้เยาว์ใจร้อน กำลังจะกล่าวเพื่อเตือนห้าม แต่เมือเห็นว่าเซียวเย่ ไม่มีอาการผิดปกติอะไร ก็อดไม่ได้ที่จะแปลกใจ ขบคิดในใจเงียบๆ
‘ชั้นตำราหนึ่งแถว น่าจะมีตำราอย่างน้อยเกือบหนึ่งพันตำรา แต่เ้าหนูนี่อ่านทีเดียวหมดโดยไม่เป็อะไรเลยงั้นหรือ กลัวว่าถ้าเป็คนอื่นทำแบบนี้ คงปวดหัวกับหน้าซีดเป็ไก่ต้มไปแล้ว เด็กที่พิชิตหอคอยนี่…คงไม่ธรรมดาจากที่เห็นภายน้อยเสียแล้ว’
เมื่อเห็นว่าเซียวเย่ไม่มีอาการอะไรที่ผิดปกติ ก็ปล่อยไว้อย่างงั้น เพียงนั่งมองดูเซียวเย่อยู่ห่างๆเพียงแค่นั้น
ผ่านไปหนึ่งก้านธูปเซียวเย่ก็เก็บพลังปราณกลับมา เดินไปที่แถวตำราแถวที่สอง เริ่มกระทำการแบบเมื่อกี้อีกครั้ง ผู้าุโเห็นเช่นนั้นก็แปลกใจคล้ายมีข้อสงสัย จึงกล่าวออกไป
“เอ่อ…เ้าหนู เ้าไม่อ่านแถวแรกให้หมดก่อนหรือไงกัน?”
"ข้าอ่านเสร็จไปแล้วขอรับผู้าุโ"
" ห๊ะ! อ-อ-อ่านเสร็จแล้ว!! นี่เ้าเล่นตลกอะไรกัน"
ผู้าุโคล้ายไม่เชื่อ ลุกขึ้นเดินไปที่ชั้นตำราแถวแรก สุ่มหยิบตำราออกมาหนึ่งเล่ม แล้วจึงกล่าวกลับออกไป
“ถ้าเ้าอ่านเสร็จแล้วจริง เ้าคงกล่าวเนื้อหาในตำราเล่มนี่ได้อยู่แล้วใช่หรือไม่?”
"เนื้อหาในตาราเล่มนี้ คือ……"
เซียวเย่ ไม่คิดมาก กล่าวเนื้อหาให้ผู้าุโฟังแต่โดยดี เมื่อผู้าุโยังไม่เชื่อก็หยิบตำราเล่มอื่นออกมาอีก เพื่อถามเื่เนื้อหาอีกครั้ง เซียวเย่ก็ไม่ได้โกรธเคืองอะไรกล่าวต่อไปในเนื้อหาที่ผู้าุโสุ่มหยิบจับออกมา
รู้สึกตัวอีกที ในมือผู้าุโก็เต็มไปด้วยตำรามากมายหลายสิบเล่มเสียแล้ว ผู้าุโได้แต่มองไปที่หน้าของเซียวเย่ โดยที่ไม่รู้สึกถึงตำรามากมายที่ตนเองถืออยู่เลย
“เ้า…ทำได้อย่างไร?"
"ข้าก็อ่านเหมือนผู้อื่นทั่วไปนั้นแหละขอรับท่านผู้าุโ ถ้าไม่มีอะไรแล้วศิษย์ขอตัวอ่านตำราก่อนต่อ"
เซียวเย่หันไปทางชั้นตำรา กระทำการอ่านตำราต่ออย่างเรวดเร็ว โดยไม่สนใจผู้าุโที่สองมืออุ้มถือตำราอยู่เต็มไปหมดอ่านเสร็จก็ย้ายแถว อ่านเสร็จก็ย้าย ทำวนเวียนอยู่อย่างนั้น เหล่าศิษย์ที่ได้ข่าวว่าเซียวเย่อยู่ที่หอตำรายุทธ์ ก็ต่างตามเข้ามาหวังจะได้ผูกมิตรสัมพันธ์ด้วย แต่ก็ต่างถูกผู้าุโห้ามเอาไว้
วันเวลาผ่านไป..เพียงแค่หนึ่งวันเซียวเย่ก็อ่านตำราโดยใช้ปราณอ่านแทนจนหมดทั่วทั้งชั้นที่หนึ่ง เซียวเย่ยังคงไม่พอใจเดินทางขึ้นบันไดขึ้นไปชั้นที่สองโดยทันที ที่ชั้นสองมีตำราน้อยกว่าชั้นแรกถึงครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว เซียวเย่ตัดสินใจเดินไปที่ชั้นตำราแถวแรก เริ่มต้นอ่านตำราต่อทันที ครึ่งวันผ่านไปเซียวเย่ก็อ่านตำราของชั้นที่สองจนหมด เซียวเย่ตัดสินใจเดินขึ้นบันไดไปชั้นที่สามต่อทันที เมื่อมาถึงชั้นที่สาม ตำราก็น้อยลงไปอีกถึงครั่งหนึ่ง กล่าวคิดในใจเงียบๆ
‘ดูแล้วคงใช้เวลาไม่นานมากกระมัง ที่จะอ่านตำราทั้งหมด’
ยามดึก เซียวเย่ก็อ่านชั้นที่สามและชั้นที่สี่จนหมด เมื่อดึงพลังปราณกลับมา รู้สึกได้ถึงความเ็ปที่หัว และมีใบหน้าที่ซีดขาวเล็กน้อย จะอ่านต่อก็คงจะไม่ไหวคงต้องพักการอ่านสักหลายวัน เมื่อคิดได้เช่นนั้นก็ตัดสินใจเดินไปที่บันได
แต่ตอนที่กำลังจะเดินลงไป ก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมา ตัดสินใจเดินขึ้นบันไดขึ้นไปยังชั้นที่ห้า เมื่อเดินขึ้นมาถึงก็พบเพียงแค่ชั้นตำราหนึ่งแถวเพียงแค่นั้น เซียวเย่เดินเข้ามาใกล้เพื่อมองดู ก็พบว่ามันมีเพียงแค่สิบเล่มเท่านั้น
‘มีเพียงแค่นี้เองงั้นหรือ จะว่าไปก็คงไม่แปลก เป็ถึงตำราลับของสำนัก ไม่รู้ว่ามีผู้คนไม่รู้เท่าไหร่ที่กำลังอิจฉาข้าอยู่ในตอนนี้'
เซียวเย่ลองหยิบตำราออกมาเล่มสองเล่ม เพื่อดูหน้าปก
'เคล็ดวิชาปลดเปลื้องพันธะ'
‘เคล็ดวิชาผู้พิทักษ์จุติ’
เซียวเย่เมื่อได้ลองอ่านหน้าปกตำรา ก็อดที่จะไม่สนใจมิได้ ลองเดินพลังปราณเข้าไปในตำรา ด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่เมื่อพลังปราณเข้าไปในตำราก็ถูกตีกลับมาในทันที
‘หืมม? พลังปราณของข้าถูกส่งกลับมา…พลังของข้าในตอนนี้คงอ่านตำราพวกนี้ไม่ไหวงั้นหรือ'
เซียวเย่ลองเดินพลังปราณอีกหลายครั้ง แต่ก็ไม่มีอะไรที่เปลี่ยนไป พยายามยับยั้งชั่งใจตนเองเดินลงบันไดไปเพื่อออกจากหอตำรา หยิบหินสื่อสารออกมาเพื่อติดต่อผู้าุโอู้หยง ติดต่อเสร็จก็เดินลงบันได
เมื่อผู้าุโผู้ดูแลหอตำราเห็นเซียวเย่เดินลงบันไดลงมาเพื่อที่จะออกไป ก็กล่าว
“ตำราที่ชั้นห้า เ้าไม่ตอนนี้ยังไม่สามารถอ่านได้ ถ้าอยู่สักขอบเขตัั์ก็น่าจะไหวอยู่นะ”
เซียวเย่ได้ยินเช่นนั้นก็ไม่ได้แปลกใจอะไร หันไปค้อมมือทำความเคารพ ก่อนจะเดินออกไปจากหอตำรา
‘ใช้เวลาเพียงสองวัน อ่านตำราชั้นที่หนึ่งถึงสี่จนหมด เ้าเด็กนี่มันเป็ปีศาจหรือตัวอะไรกันแน่’
ผู้าุโอดไม่ได้ที่จะคิดในใจ มองดูเซียวเย่เดินจากออกไป
เมื่อเดินออกมาจากหอตำรา ก็พบกับศิษย์คนหนึ่งยืนอยู่ เมื่อเซียวเย่พบหน้าก็สามารถจดจำได้ในทันที
“หยางเจี้ยน?”
หยางเจี้ยนเมื่อเห็นว่าเซียวเย่จำตนเองได้ ก็ยิ้มพยักหน้ารับ ก่อนกล่าว
“เรียกห้วนๆ อย่างนั้นไม่ดีเท่าไรนัก อย่างไรข้าก็เป็ถึงศิษย์สายตรงของเ้าสำนักเลยทีเดียว เ้าควรเรียกข้าศิษย์พี่หยางเจี้ยนถึงจะถูกใช่หรือไม่ ”
"เอ่อ…ศิษย์พี่หยางเจี้ยน นี่ท่านมารอข้างั้นหรือ"
“ใช่แล้ว ข้ามารอเ้าเพื่อมาพาเ้าไปที่พัก จริงๆแล้วมันก็ไม่ใช่หน้าที่ข้าหรอกนะ ข้าอาสามาเอง ก็แหม่! ข้าเป็ถึงศิษย์สายตรงเ้าสำนักใครมันจะกล้ามาใช้ข้ากันหล่ะเ้าว่ามั้ย ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!”
หยางเจี้ยนคุยไปโม้ไปตลอดการเดินทางเพื่อพาเซียวเย่ไปหุบเขาที่พักส่วนตัว