“ฮัลโหลพาย ว่าไงแก?” ณ ฟ้า ส่งเสียงทักทายสดใสให้กับคนที่อยู่ในสายหลังจากหยิบโทรศัพท์เครื่องบางที่โชว์หน้าจอเป็ชื่อของเพื่อนรักขึ้นมารับสาย
(เย็นนี้แกว่างรึเปล่าฉันขอยืมตัวแกจากพี่แม็กซ์สักวันได้ไหมเนี่ย?”
“สำหรับแกนะจะชวนฉันไปไหน ฉันก็ไปกับแกได้ทั้งนั้นแหละ ่นี้พี่แม็กซ์รับงานที่ต่างจังหวัด ฉันว่าง”
(แหม ตอนแรกก็ฟังดูดีเหมือนฉันมีคุณค่าอยู่แล้วเชียว พอแกพูดต่อเท่านั้นแหละ กลายเป็ตัวสำรองไปเลยฉัน)พระพายแสร้งตัดพ้อเพื่อนรักอย่างไม่จริงจังนัก
“อย่างแกจะเป็ตัวสำรองได้ไงเขาต้องเรียกว่า ตัวเอกอันดับสองสิ อิอิ” ณ ฟ้าตอบกลับ พร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักเมื่อนึกถึงว่าเพื่อนสาวคงกำลังทำหน้าตาบูดบึ้ง ยู่ปากเชิดจนแทบจะแตะถึง ปลายจมูกอยู่ตอนนี้
(เอาที่แกสบายใจเลยเพื่อน)
“หรือแกจะเถียงว่าคุณวัสสำคัญน้อยกว่าฉัน”
(เออฉันไม่เถียงแกแล้ว) เจอประโยคย้อนของเพื่อนสาวเข้าไป ทำเอาพระพายยอมจำนน ต้องชวนเข้าเื่ทันที(เอาเป็ว่า เย็นนี้เจอกันที่ร้านประจำนะ ฉันอยากกินปูตัวโต ๆ กุ้งเผาตัวใหญ่ ๆให้สะใจซะที ไหน ๆ ก็เงินเดือนออก ขอสักมื้อละกันนะ)
“จ้าทำอย่างกะคุณวัสเขาเลี้ยงแกอดอยากอย่างนั้นแหละ”
(ก็ฉันไม่อยากให้เขาต้องมาสิ้นเปลืองกับฉันมากนี่ก็เลยไม่ได้บอกเขา)
“แหมแกก็ทำอย่างกับแฟนแกเขาจนขนาดไม่มีปัญญาจะซื้อปูซื้อปลาให้แกกินอย่างนั้นแหละอย่างคุณวัสนี่ เขาจะเทคโอเวอร์ทั้งร้านมาให้แกกินเลยก็ยังได้”
(เออฉันไม่พูดกับแกแล้ว เอาเป็ว่าเจอกันเย็นนี้ละกัน ห้ามเบี้ยวฉันนะฉันจะโทรไปจองโต๊ะแล้ว)
“จ้า” ณฟ้าตอบรับก่อนจะวางสาย แล้วส่ายหัวเบา ๆให้กับนิสัยขี้เกรงใจของเพื่อนรักที่มีมากมายเกินไป ไม่เว้นแม้กระทั่งกับคนรักที่จะแต่งงานกันอยู่อีกไม่กี่วันนี่แล้ว
“เฮ้อ!ไอ้พายเอ๊ย แค่แกเอ่ยปาก คุณวัสเขาก็วิ่งโร่รีบไปสรรหามาให้แกกินแล้ว” ณ ฟ้าเปรยขึ้นเบา ๆ ตายังมองโทรศัพท์มือถือที่เพิ่งจะวางลงบนโต๊ะทำงานข้างแป้นคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์
“บ่นอะไรจ๊ะฟ้า”อรพิณที่เดินเข้ามาในห้องฝ่ายการตลาดได้ยินเสียงเพื่อนร่วมงานของเธอบ่นเข้าพอดี จึงได้เดินไปลากเก้าอี้เข้ามานั่งถามใกล้ๆ ทั้งนี้ก็เพราะเธอมีเื่ที่จะเม้าท์กับเ้าของโต๊ะอย่าง ณ ฟ้าอยู่พอดี
ณฟ้าเงยหน้าจากโทรศัพท์มือถือของเธอขึ้นไปหาต้นเสียง ก่อนจะยิ้มให้เพื่อนร่วมงานตามสไตล์หญิงสาวอารมณ์ดีเป็ปกติวิสัย “ไม่มีอะไรหรอกพิณฟ้าก็แค่เหนื่อยใจกับเพื่อน มันนะชี้เกรงใจเกินเหตุ ขนาดกับคนรักมันแท้ ๆมันยังไม่เว้นเลย อยากได้อยากกินอะไรก็ไม่ยอมบอกเขา ทั้ง ๆ ที่เขาก็เพียรถามอยู่นะ”
“ประเสริฐแท้เนอะได้แฟนอย่างนั้นน่ะ เมื่อไหร่จะมีคนมาเพียรถามพิณอย่างนั้นบ้างนะจะรีบบอกแบบไม่มีกั๊กเลยละ” อรพิณพูดแล้วก็หลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ ก่อนจะวกมาเข้าเื่ที่้ามาแซวเพื่อน“แล้วฟ้าล่ะ เมื่อไหร่จะแต่งงานซะที เมื่อวานนี้พิณยังเห็นพี่แม็กซ์หอบกุหลาบช่อใหญ่ออกจากร้านดอกไม้อยู่เลยหวานกันจริง ๆ เลยน้า”
“หือ?พิณไปเห็นที่ไหนมา ตาฟาดแล้ว” จะเป็ไปได้ยังไงกัน ก็พี่แม็กซ์ไปทำงานที่ต่างจังหวัดั้แ่เมื่อวานซืนกว่าจะกลับก็ต้นอาทิตย์หน้าโน่น
แต่ยังไม่ทันที่อรพิณจะตอบเสียงโทรศัพท์ที่โต๊ะของ ณ ฟ้าก็ดังขึ้นหญิงสาวเ้าของโต๊ะจึงเอื้อมมือไปยกหูมารับสาย ก่อนจะวางสายไปแล้วหันมาบอกเพื่อนร่วมงาน“พี่รุ่งเรียก ฟ้าไปหาพี่รุ่งก่อนนะพิณ”
ณ ฟ้าพูดจบก็รีบลุกเดินไปห้องของผู้จัดการฝ่ายการตลาดทันที ปล่อยให้อรพิณนั่งเกาหัวแกรก ๆมองตามร่างผอมเพรียวไปอย่างงง ๆ “จะตาฟาดได้ยังไง ก็เห็นเต็มสี่ตาของฉันนี่เลยนะฉันไม่ได้ถอดแว่นมองซะหน่อย”
ร้านอาหารที่พระพายนัดณ ฟ้ามา เป็ร้านอาหารขนาดใหญ่สามารถรองรับลูกค้าได้นับร้อยชีวิตในเวลาเดียวกัน ให้บริการอาหารทะเลแบบบุฟเฟ่ต์ใจกลางเมืองใหญ่คิดราคาเหมาจ่ายต่อหัว
ณฟ้ามาถึงก่อน ก็มองหาทำเลที่นั่ง จนกระทั่งพนักงานเดินเข้ามาสอบถาม
“สวัสดีครับกี่ที่ครับ”
“น่าจะสองนะเพื่อนโทรมาจองโต๊ะไว้แล้วน่ะค่ะ ชื่อพระพาย”
“อ้องั้นเชิญทางนี้เลยครับ” พนักงานต้อนรับเดินนำทาง ณ ฟ้าไปจนถึงโต๊ะที่มีป้ายกระดาษเขียนชื่อพระพายตั้งอยู่กลางโต๊ะ หญิงสาวเอ่ยขอบคุณและสั่งเครื่องดื่มมานั่งดื่มรอเพื่อนรักไปพลาง ๆ ก่อน
“สวัสดีค่ะคุณวัสตอนไอ้พายโทรไป ฟ้าก็นึกว่ามันจะหนีคุณวัสมากินกะฟ้าสองคนซะอีก” ณ ฟ้าเอ่ยทักชายหนุ่มที่เดินเคียงคู่มากับเพื่อนสาว
“หึหึตอนแรกพายก็คงคิดอย่างนั้นละมั้งครับ” วัสสะตอบ ณ ฟ้า แต่ว่าสายตามองไปยังคนรักของตัวเอง
“แต่ว่าลางสังหรณ์ของผมมันแรงพอ ๆ กับแรงคิดถึงนั่นละครับ” สายตาที่ทิ้งไว้ที่คนรัก ทั้งดุแบบคาดโทษและหวานเยิ้มในเวลาไล่เลี่ยกันในขณะที่ร่างกายก็ไม่หยุดแสดงความเป็สุภาพบุรุษ ด้วยการขยับเก้าอี้ให้พระพายนั่ง ก่อนที่จะหันมามองคนที่กำลังพูดด้วย“พอดีว่าวันนี้เสร็จงานเร็ว ผมก็เลยไปรับพายที่บริษัท แล้วก็เลยได้มาที่นี่ด้วยนี่ละครับไม่อย่างนั้นวันนี้คงได้กลับไปนั่งทานข้าวเหงา ๆ อยู่คนเดียวที่บ้านแล้ว”ว่าแล้วก็ส่งสายตาวิบวับกลับไปตัดพ้อสาวคนรักอีกครั้ง
“เอิ่มฟ้าว่า ฟ้าไปตักอาหารดีกว่าค่ะ อยู่แถวนี้รู้สึกเหมือนมดจะกัดค่ะ”
“ฉันไปด้วยไอ้ฟ้าฉันไปช่วยแกเอง” พระพายรีบบอกเพื่อน พร้อมกับลุกขึ้น ถือโอกาสชิ่งจากสายตาคาดโทษของสุภาพบุรุษหนึ่งเดียวที่มาด้วย
สองสาวมุ่งหน้าไปซุ้มอาหารที่ร้านจัดไว้ให้บริการมีซุ้มปู กุ้ง กั้ง ปลา ปลาหมึก หอย และอาหารปรุงเสร็จ อย่างเช่นข้าวผัด ยำ ผัดผักที่ทำใส่ถาดเอาไว้รอให้ลูกค้ามาตักเอาไปลองลิ้มชิมรสชาติกันที่โต๊ะได้เลย
“หนึ่งจานค่ะพี่”ณ ฟ้าส่งเสียงบอกพนักงานที่ประจำอยู่ที่ซุ้มกุ้งและกั้งพนักงานหนุ่มก็เลือกหยิบทั้งกุ้งและกั้งที่สุกอยู่บนเตาย่างไฟฟ้าใส่จานส่งให้หญิงสาวทันทีปกติจะมีที่ทำสุกแล้วใส่จานวางเอาไว้ให้ลูกค้าได้หยิบได้ทันทีแต่ว่า่เวลานี้คนใช้บริการมากจนทั้งกุ้งและกั้งสุกแทบไม่ทันกันเลยทีเดียว ทั้งๆ ที่มีเตาไฟฟ้าเป็รางยาวหลายเตาแล้วก็ตาม
ส่วนพระพายนั้นแยกไปซุ้มปูเป้าหมายของเธอคือปูม้าสด ๆ นึ่งใหม่ ๆ เพราะจะได้ความหวานจากน้ำที่ยังแทรกซึมอยู่ในเนื้อปูยิ่งถ้าได้เนื้อสีขาวแน่น ๆ กรรเชียงอวบ ๆ กินทีเต็มปากเต็มคำ ก็จะถือว่าบรรลุเป้าหมายสำหรับมื้อนี้คุ้มค่ากับเงินที่เธอตัดใจจ่าย และคุ้มค่ากับที่เธออุตส่าห์นัดเพื่อนรักออกมาแถมยังถูกคาดโทษจากสุภาพบุรุษหนึ่งเดียวในใจอีกด้วย
ใช้เวลาไม่นานอาหารทะเลปรุงสุกสดใหม่ ก็ถูกนำมาจัดเรียงไว้เต็มโต๊ะด้วยฝีมือของสองสาว
“จะทานกันหมดไหมครับเนี่ย”วัสสะนั่งมองอาหารตรงหน้า สลับกับมองหน้าของสองสาวที่เป็คนลำเลียงอาหารมาไว้ข้างหน้าเขา
“หมดสิคะทานกันไปคุยกันไป เพลิน ๆ เดี๋ยวก็หมดค่ะ” พระพายตอบคนรัก ก่อนจะหันไปมองเพื่อนสาวที่กำลังเริ่มแกะกุ้งตัวใหญ่กินประเดิมเป็ตัวแรก “เสียดายนะที่พี่แม็กซ์ไปต่างจังหวัดไม่งั้นคงได้เรียกมาช่วยกันกินด้วยเนอะ”
“อืม...” ณฟ้าตอบรับแค่เพียงสั้น ๆ เพราะตอนนี้ กุ้งตัวโตกำลังอยู่ในปากเธอกำลังหลับตาพริ้มดื่มด่ำกับรสชาติหวาน หอม กรุบ ๆ กับเนื้อกุ้งสดใหม่ใหญ่เต็มคำ
“อื๊ม...เด็ดอะ”หลังจากที่คำแรกได้กลืนลงคอไปแล้ว จึงได้มีโอกาสพูดกับเพื่อน “นาน ๆกินทีก็ดีเหมือนกันนะ กินบ่อยไม่ไหว คอเลสเตอรอลคงพุ่งกระจายถือว่าพี่แม็กซ์พลาดไปละกัน ถ้าฉันรีดคอเลสเตอรอลรอบนี้ออกไปได้เมื่อไหร่ ฉันค่อยพาสุดที่รักของฉันมาชดเชยละกัน”คนไร้คู่ของวันเอ่ยขึ้น ก่อนจะหยิบก้ามปูมาแกะต่อ