บทที่ 28
หอการค้าเหรียญ์
จางหยุนมองหอการค้าเหรียญ์ด้านหน้า ในการมองเห็นของเขาพบเห็นประตูทางเข้าใหญ่โตราวประตู์ ไม่เพียงเท่านั้นยังมองเห็นผู้บำเพ็ญมากมายที่เดินเข้าออกจากหอการค้าเหรียญ์
เพียงไม่กี่ลมหายใจก็มีคนที่เดินเข้าหลายสิบคนแล้ว ผู้บำเพ็ญที่เดินเข้าออกหอการค้ามีั้แ่ผนึกตันเถียนจน หลายคนเขายังมองเห็นว่าเป็คนที่มีพลังกดดันรอบร่างกายหนักแน่นกว่าผนึกตันเถียนหลายเท่า น่าจะเป็ผู้บำเพ็ญขอบเขตหลอมกระดูก
จางหยุนก้าวเดินเข้าไปในหอการค้าเหรียญ์ เมื่อก้าวผ่านประตูเข้ามาเขาพบเจอกับห้องโถงต้อนรับ ภายในสถานที่แห่งนี้ขว้างขวางเป็อย่างมาก มันใหญ่โตกว่าพวกห้องโถงต้อนรับของพวกโรงแรมระดับสูงภายในยุคสมัยของเขาเสียอีก
จางหยุนมองเห็นว่าในห้องโถง เมื่อผู้บำเพ็ญแต่ละคนก้าวเข้ามา ก็จะมีสตรีใบหน้างดงามที่ทุกคนล้วนแล้วเป็ผู้บำเพ็ญก้าวเข้ามาเพื่อต้อนรับแขก
พวกนางทุกคนแต่งตัวดูดีใบหน้างดงาม เพียงแค่มองก็รู้สึกเจริญหูเจริญตา จางหยุนยังไม่ทันได้ขยับก็มีสตรีผู้หนึ่งก้าวเข้ามาอยู่ด้านหน้าของเขา
จางหยุนมองประเมินอีกฝ่ายเป็สตรีที่มีใบหน้างดงาม ภายนอกเหมือนสตรีที่ยังคงอยู่ในวัยแรกรุ่น นางแต่งตัวด้วยอาภรณ์หลากสีงดงาม เพียงแค่มองครั้งเดียวก็ให้ความรู้สึกที่ต้องหวนกลับไปมองอีกครั้ง ลองตรวจสอบขอบเขตของนาง นางเป็ผู้บำเพ็ญเพียรที่อยู่ในขอบเขตผนึกตันเถียนขั้นต้นเหมือนกัน
สตรีผู้นั้นแย้มยิ้มอย่างเป็มิตรยอดกายคารวะอย่างอ่อนหวาน พร้อมกับเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงไพเราะน่าฟัง “ไม่ทราบว่านายท่านเดินทาง มา้าซื้อหรือว่า้าขายเ้าคะ?”
จางหยุนตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว “ขายร่างสัตว์อสูร”
สตรีผู้นั้นยิ้มแล้วก็ผายมือเชื้อเชิญ “เชิญเ้าค่ะ”
สตรีผู้นั้นนำพาจางหยุนเดินไปยังห้องต้อนรับส่วนตัว จางหยุนเมื่อเดินเข้ามาแล้วก็รู้สึกประหลาดใจ มันเป็ห้องต้อนรับที่กว้างขวางตกแต่งอย่างดงาม มีที่นั่งตรงหน้าห้องแล้วก็มีพื้นที่ว่างอยู่รอบๆ
จางหยุนเดินอยู่รอบๆห้อง ไม่นานสตรีผู้ที่รับหน้าที่ต้อนรับเขาก็เดินเข้ามาในห้อง พร้อมชุดน้ำชาและขนม
จางหยุนมองไปยังนาง สตรีผู้นั้นไม่แสดงท่าทางเขินอายเลยแม้ว่าจะโดนจับจ้อง นางปิดประตูอย่างแ่เบานำเอาชุดน้ำชาและขนมที่ตนเองถือมาวางไว้ที่โต๊ะกลางห้อง
นางเงยหน้าขึ้นมาสบตากับจางหยุน นางยิ้มพลางถามออกมา “ไม่ทราบว่านายท่านมีอันใดสงสัยหรือไม่เ้าคะ?”
“ข้าเพิ่งเคยมาที่หอการค้าเหรียญ์ เลยอยากรู้ว่าหอการค้าเหรียญ์ต้อนรับแขกทุกคนด้วยห้องส่วนตัวเช่นนี้ทุกคนเลยงั้นหรือ?” จางหยุนถามสิ่งที่ตนเองสงสัยออกมา
ในตอนที่เข้ามาเขาเห็นว่า ทุกคนมีสตรีมาต้อนรับเหมือนกันหมด ทุกคนน่าจะถูกพามาห้องส่วนตัวแบบเขา
นี่ทำให้จางหยุนประหลาดใจ เพราะไม่คิดว่าหอการค้าเหรียญ์จะต้อนรับแขกดีแบบนี้ทุกคน
สตรีผู้นั้นยิ้มแล้วตอบกลับมา “ย่อมต้องต้อนรับเช่นนี้”
จางหยุนเลิกคิ้วขึ้น แล้วถามต่อ “แล้วถ้าคนมาดูของแล้วไม่ซื้อล่ะ?”
สตรีผู้นั้นยังคงยิ้มอย่างอ่อนหวานแล้วพยักหน้า “ก็ต้อนรับเช่นนี้เ้าค่ะ”
“หื้ม?” จางหยุนใบหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
เพียงแค่นางมองเห็นรู้ว่าจางหยุนประหลาดใจอันใด เพราะแบบนั้นนางจึงยิ้มตาหยี ทำให้ใบหน้าของนางมีเสน่ห์อย่างยิ่ง
“นายท่านอาจจะไม่รู้คำพูดติดปากของหอการค้าเหรียญ์ของพวกเรา คำติดปากนั้นคือ แม้ว่าวันนี้จะมิใช่ลูกค้า แต่วันนั้นก็ย่อมเป็ลูกค้าของพวกเรา”
“เพราะแบบนั้นถ้าแม้ว่าในยามนี้จะไม่ซื้อขายอันใดเลย แต่วันข้างหน้าท่านย่อมต้องกับมาซื้อขายกับหอการค้าของพวกเราแน่นอน เพราะแบบนั้นในวันข้างหน้าท่านก็คือลูกค้าของพวกเรา ในเมื่อเป็ลูกค้าของพวกเราแล้ว ถึงแม้ว่าในวันนี้ท่านจะยังไม่ซื้อแต่ก็ย่อมต้องต้อนรับท่านแบบลูกค้าของพวกเรา”
จางหยุนได้ยินคำอธิบายแบบนั้นแล้ว ในใจของเขาปรากฏคำนึงขึ้นมาในทันที ไร้ที่ติ
ทำการค้าแบบไร้ที่ติ ต้อนรับขับสู้ลูกค้าหรือแม้กระทั่งการดำเนินการ แล้วทิศทางการผูกมัดใจลูกค้าแบบนี้ ทำให้จางหยุนรู้สึกว่าหอการค้าเหรียญ์ไร้ที่ติยิ่ง
ต่อให้เป็แขกที่เข้ามาดูของอย่างเดียวไม่ได้ใช้จ่าย ก็ได้รับการต้อนรับแบบนี้ เมื่อได้รับการดูแลแบบนี้ถ้าเกิดว่าเป็ลูกค้าผู้ใดจะไม่อยาก กลับมาที่หอการค้าเหรียญ์แห่งนี้อีก
ถึงแม้ว่าบางคนจะไม่ได้ซื้อของออกไปแล้วไม่ได้ทำธุรกรรมอะไรเลยกับหอการค้า แต่ว่าหอการค้าที่ต้อนรับพวกเขาอย่างดีที่เหมือนว่าจะไม่ได้ประโยชน์อันใด แต่ที่จริงกับได้ประโยชน์สูงสุด เพราะว่าคนพวกนั้นย่อมไปป่าวประกาศแล้วทำให้หอการค้าเหรียญ์ได้ชื่อเสียงอันดีงาม
การทำการค้าอย่างไร้ที่ติแบบนี้ มันทำให้จางหยุนยิ่งรู้สึกสนใจในหอการค้าเหรียญ์มากขึ้นไปอีก ว่าผู้ใดกันแน่ที่อยู่เื้ัหอการค้าแห่งนี้ สามารถสร้างหอการค้าที่ไม่ธรรมดาแบบนี้ขึ้นมาได้ สิ่งที่ไม่ธรรมดามากที่สุดก็คือแิของพวกเขา
จางหยุนพยักหน้าจากนั้นก็เริ่มเข้าเื่ “เช่นนั้นพวกเรามาทำการค้ากันเลย”
เขานำเอาร่างของสัตว์อสูรสองตนออกมาจากแหวนเก็บของ โดยที่วางพวกมันเอาไว้ในพื้นที่ว่างภายในห้องแห่งนี้
จางหยุนใช้แหวนเก็บของโดยที่ไม่ได้ปิดบังเลยแม้แต่น้อย เป็เพราะว่าหอการค้าใหญ่แห่งนี้ไม่มีทางที่จะหวังเพียงแค่ของที่เขาได้มาจากตัวขององค์ชายใหญ่จากราชวงศ์มนุษย์ผู้นั้นอย่างแน่นอน
แล้วมันเองก็เป็แบบนั้นจริงๆ สตรีผู้ที่รับหน้าที่ในการต้อนรับและดูแลเขา นางไม่ได้สนใจแหวนเก็บของเลยแม้แต่น้อย แต่ว่านางกลับสนใจซากของสัตว์อสูรทั้งสองตัวมากกว่า
นางก้าวเดินเข้าไปแล้วก็ตรวจสอบ แล้วก็บอกชื่อของสัตว์อสูรออกมาอย่างรวดเร็ว
“เสืออัคคีระดับหนึ่งขั้นกลาง”
“จิ้งจอกเหยียบวายุระดับหนึ่งขั้นต้น”
จางหยุนย่อมไม่รู้จักชื่อของสัตว์อสูร เขาได้แต่ถามออกไป “รับซื้อหรือไม่?”
หญิงสาวยิ้ม “แน่นอนว่าย่อมต้องรับซื้อเ้าค่ะ”
“ด้วยการที่ตายมาสักพัก ทำให้เนื้อไม่ได้สดใหม่ เพราะแบบนั้นราคาย่อมต้องลดลง”
“แต่สัตว์อสูรทั้งสองตัว จุดที่มีค่าจริงๆไม่ใช่เนื้อเพราะแบบนั้นราคาของมันย่อมตกจากราคาปกติไม่เยอะ”
“แม่นางเชิญกล่าวว่าจะให้ข้าเท่าใด?” จางหยุนกล่าวเข้าเื่
นางจึงได้กล่าวอธิบายว่า “ปกติแล้วสัตว์อสูรระดับหนึ่งขั้นกลาง พวกเราจะระดับซื้อในราคา หนึ่งร้อยถึงห้าร้อยเหรียญปฐี แน่นอนว่าขึ้นอยู่ด้วยว่าสัตว์อสูรตนนั้นหายาก และมีความพิเศษมากน้อยขนาดไหน”
“ส่วนเสืออัคคีระดับหนึ่งขั้นกลางของท่าน ราคาที่พวกเราซื้อคือร้อยห้าสิบเหรียญปฐี”
“สัตว์อสูรระดับหนึ่งขั้นต่ำมีราคาอยู่ที่ สิบเหรียญปฐี ถึง หนึ่งร้อยเหรียญปฐี”
“จิ้งจอกเหยียบวายุระดับหนึ่งขั้นต้นของท่าน เป็อสูรที่หายากมากเพราะจับมันค่อนข้างยาก เพราะแบบนั้นเราจะซื้อในราคาเก้าสิบเหรียญปฐี”
“ตกลง” จางหยุนกล่าวตกลงอย่างไม่ลังเล