ตอนที่ 2 (5)
หลังจากกลับไปที่ห้องฉินเฟิงก็นอนอยู่บนเตียงครู่หนึ่ง แต่เขากลับไม่มีอารมณ์อยากนอนเลย ดังนั้นเขาจึงลุกจากเตียงอีกครั้งเพื่อไปดูว่าหร่วนจือหวนวางแผนที่จะทำอะไรกันแน่ หากอีกฝ่ายทำห้องครัวของเขาะเิ เขาก็จะยิ่งมีข้ออ้างให้อีกฝ่ายร้องเพลงให้ตัวเองฟังต่อได้ ไฉนเลยจะรู้ว่าพอมาถึงห้องรับแขก เขากลับไม่ได้กลิ่นไหม้อย่างที่คาดการณ์ไว้ ทว่ากลับมีกลิ่นหอมของอาหารที่เพิ่งจะผัดเสร็จใหม่ๆ โชยออกมา
กลิ่นนี้ทำให้เขาแยกได้ว่าไข่กับแฮมของเขาคงถูกหยิบมาใช้แล้วเป็แน่ ทว่าเขาก็อดสงสัยไม่ได้ว่า...กับแค่วัตถุดิบสองอย่าง จะทำให้หอมขนาดนั้นได้อย่างไร
“คุณฉิน คุณลงมาแล้วหรือครับ นั่งลงก่อนสิครับ ผมใกล้จะทำเนื้อเส้นผัดหอมเสร็จแล้ว เดี๋ยวผมยกออกมาให้คุณกินนะครับ” เมื่อหร่วนจือหวนที่เพิ่งจะวางชามตะเกียบเห็นฉินเฟิงลงมาจึงพูดกับเขา ก่อนที่จะรีบลอยกลับไปวุ่นวายที่ห้องครัวต่อ
ฉินเฟิงมองไปยังแผ่นหลังของหร่วนจือหวน โดยที่ไม่ได้พูดสิ่งใด จากนั้นก็มุ่งหน้าไปนั่งลงที่ตำแหน่งกินข้าวตามปรกติ เขาจำไม่ได้ว่ามันนานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้นั่งกินข้าวอยู่ในบ้านเช่นนี้...ไม่สิ แต่ไหนแต่ไรมาเขาไม่เคยัักับอะไรแบบนี้เลยต่างหาก
และแล้วเนื้อเส้นผัดหอมก็ถูกยกออกมาภายในเวลาอันรวดเร็ว เมื่อฉินเฟิงเห็นไข่เจียวเส้นที่ผัดผสมเข้ากับแฮมที่ถูกหั่นเป็เส้นๆ เ่าั้แล้ว เขาถึงได้รู้ว่ามันคือเมนูจานเด็ดเส้นใหญ่ผัดเนื้อวัวของโลกคนเป็ที่นรกเอามาดัดแปลงนั่นเอง
กลิ่นหอมกรุ่นลอยตลบอบอวลไปทั่วห้องรับแขก เห็นได้ชัดว่านี่เป็อาหารที่อีกฝ่ายคุ้นชินเป็อย่างมาก สิ่งนี้ทำให้พยาธิในกระเพาะของเขาตื่นขึ้นมาอย่างเหนือความคาดหมาย ฉินเฟิงกลืนน้ำลายโดยไม่ทันได้รู้ตัว และทันใดนั้นเขาก็รู้สึกว่าตัวเองสามารถกินเนื้อเส้นผัดหอมได้ถึงสามชาม หลังจากนั้นค่อยเอามากินมื้อดึกอีกสักหน่อยก็ไม่มีปัญหาเลย
เขาหยิบตะเกียบขึ้นมา และในวินาทีที่เนื้อเส้นผัดหอมเข้าปาก ั์ตาของเขาก็พลันเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างอดไม่ได้ รสชาติอันหอมกรุ่นของไข่ และความเค็มของแฮมเส้นนั้นพลันะเิขึ้นในปากของเขา มันไม่เพียงกระตุ้นให้เกิดความอยากอาหารเท่านั้น แถมยังทำให้ผีอย่างเขาเกิดความรู้สึกเพลิดเพลินไปกับสิ่งที่เรียกว่าอาหารอีกด้วย...และแล้วความอิ่มเอมในรสชาติอาหารก็ได้ถูกเติมเต็มเสียที
เขาเหลือบมองไปยังหร่วนจือหวนที่ยืนอยู่ข้างโต๊ะพลางเฝ้ารอคำชมด้วยความกระวนกระวายใจ ยากที่จะเชื่อว่าวัตถุดิบธรรมดาเช่นนี้กลับทำให้ตัวเองหวั่นไหวได้ขนาดนี้ คนทำความสะอาดตัวจ้อยที่อาศัยเพียงแค่ไข่กับแฮมก็สามารถทำผลงานเช่นนี้ออกมาได้แล้ว ถ้าหากเปลี่ยนวัตถุดิบเป็ประเภทอื่น รสชาติมันจะโอชามากขนาดไหนกัน
ฉินเฟิงไม่อยากที่จะยอมรับ แต่เขาก็พลันเกิดความรู้สึกอยากเรียกอีกฝ่ายให้ทำอะไรเพิ่มเติมขึ้นสักหน่อย ดูซิว่าจะมีเื่น่าประหลาดใจอื่นอีกหรือไม่
เขาเหลือบมองไปที่หร่วนจือหวน เพลงของผีตัวนี้สามารถรักษาอาการนอนไม่หลับของเขาได้ อีกทั้งฝีมือการทำอาหารของเขาก็เข้ากับรสนิยมของตนเอง หากเขาไม่สามารถรั้งผีตัวนี้เอาไว้ได้ก็คงเสียชื่อฉินเฟิงแย่
เื่ทำความสะอาดสามารถเรียกผีตัวอื่นมาทำแทนได้ แต่หากเป็เื่ทำอาหารแล้วล่ะก็...เขาต้องเรียกใช้หร่วนจือหวนแน่นอน
พอคิดได้แล้ว ฉินเฟิงก็วางตะเกียบลง เขาแสร้งทำเป็เอ่ยอย่างจงใจ “ทำไมนายยังยืนอยู่ตรงนั้นล่ะ ไม่กินหรือไง”
หร่วนจือหวนผงะไปทันที เขาเห็นฉินเฟิงกินทุกอย่างในรวดเดียวแถมตอนหลังยังจ้องตัวเองโดยไม่เอ่ยอะไรสักคำ ทันใดนั้นภายในใจของเขาก็คิดขึ้นมาทันทีว่าอีกฝ่ายคงไม่ชอบฝีมือการทำอาหารของตัวเองเป็แน่ เขาคิดกระทั่งว่าตนเองคงต้องเตรียมร้องเพลงอีกหนึ่งชั่วโมงก่อนถึงจะออกไปได้ แต่ใครจะรู้เล่าว่าพอิญญาร้ายฉินเฟิงเอ่ยปากพูด อีกฝ่ายกลับเป็ห่วงเป็ใยกระเพาะอาหารของเขาขึ้นมาจริงๆ
แม้ว่าจะเห็นตัวเองเป็ของเล่น แต่ที่แท้แล้วนิสัยของฉินเฟิงกลับเป็พวกมีน้ำใจและเป็มิตรกับผีตัวอื่นอย่างนั้นสินะ
ภายในใจของหร่วนจือหวนถึงกับต้องหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความซาบซึ้ง ซึ่งความเคารพนับถือที่มีต่อฉินเฟิงก็ได้พุ่งทะยานขึ้นมาอีกระดับ...เคราะห์ดีที่ป๋ายเจาหนานไม่อยู่ด้วย ไม่อย่างนั้นหากได้ยินว่านักเรียนที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยของตัวเองเข้าใจผิดต่อฉินเฟิงอย่างใหญ่หลวงปานนี้ละก็ เขาจะต้องโมโหจนกระอักเืเป็แน่ หลังจากนั้นเขาที่อาศัยหลักการไม่อยากสิ้นเปลือง คงได้เขียนหนังสือร้องเรียนด้วยเืขึ้นมาแน่นอน
แน่นอนว่า จดหมายฉบับนั้นย่อมต้องถูกฉินเฟิงเผาทิ้งโดยไม่คิดที่จะอ่านเลยด้วยซ้ำ หลังจากนั้นเขาก็คงจะโทรหาชุยเย่ว์ และบอกกับอีกฝ่ายว่าป๋ายเจาหนาน้าจัดการธุระด่วนภายในมหาวิทยาลัย จนต้องทำงานล่วงเวลาอยู่ที่มหาวิทยาลัยโดยไม่กลับบ้านเป็เวลาหลายวัน แต่ไหนแต่ไรมา ชุยเย่ว์ที่มักจะเชื่อฟังฉินเฟิงย่อมไม่คัดค้านอยู่แล้ว ไม่แน่อาจจะถึงขั้นส่งข้อความถึงแฟนหนุ่มของตัวเอง จากนั้นก็กำชับให้อีกฝ่ายตั้งอกตั้งใจทำงาน อย่าได้เพิ่มปัญหาให้กับผีตัวอื่นอีก
แน่นอนว่าการจัดการกับป๋ายเจาหนาน สะดวกโยธินเท่านี้เอง
แต่แน่นอนว่า ป๋ายเจาหนานยามนี้ไม่ใช่ปัญหาสำคัญ เมื่อฉินเฟิงเห็นหร่วนจือหวนยืนไม่ขยับเขยื้อน ก็เอ่ยปากขึ้นมาอีกครั้งว่า “ในห้องครัวยังมีเหลืออยู่อีกไม่ใช่หรือ ตัวเองก็ไปกินสักหน่อยสิ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวนายก็หิวแย่หรอก”
“ไม่ครับ...” หร่วนจือหวนส่ายหน้า เขาเอ่ยบอกปัดว่า “ผมทำเอาไว้แค่ชุดเดียว ไม่ได้เตรียมให้ตัวเองเลยครับ”
“เช่นนั้นนายก็ไปทำอาหารให้ตัวเองสักหน่อยสิ” ฉินเฟิงใช้ความใส่ใจที่แม้แต่ป๋ายเจาหนานก็ยังไม่เคยได้รับมาเอาอกเอาใจอีกฝ่าย ก่อนหน้านี้เขาใช้ไม้แข็งเพื่อชิงเอาบทเพลงมา และตอนนี้เขาก็ทำตัวอ่อนหวาน เพื่อหวังให้หร่วนจือหวนกลายมาเป็พ่อครัวของตัวเองในระยะยาวด้วยความเต็มใจให้ได้
“ไม่เป็ไรครับ ผมไม่หิว” ท่าทางใส่ใจของฉินเฟิงที่มีต่อตน ทำให้หร่วนจือหวนไม่อาจจะพูดออกไปได้ว่าในตอนที่เขาทำอาหารเมื่อสักครู่นี้เขาหิวแทบตาย เลยกินไปแล้วครึ่งชามในระหว่างที่อยู่ห้องครัว จากนั้นเขาเบนสายตาไปอีกทางอย่างรู้สึกผิด พลางวางแผนว่าจะลากเขากลับสู่หัวข้อสนทนาที่สำคัญเดิมได้อย่างไร อีกทั้งยัง้าเบี่ยงเบนความสนใจของอีกฝ่ายด้วย “คุณฉินครับ...เื่ค่าชดเชยของผม...”
ั์ตาสีดำเ็าของฉินเฟิงฉายแววเหนื่อยหน่ายใจออกมา อาการร้อนตัวขึ้นมาอย่างกะทันหันของหร่วนจือหวนนั้นมันชัดเจนมากเกินไป จะว่าไป หากใส่ใจรายละเอียดก็จะสังเกตเห็นว่าริมฝีปากของอีกฝ่ายนั้นมันเยิ้มแค่ไหน เห็นชัดว่าคงจะแอบกินแล้วลืมเช็ดปากเป็แน่