รัชทายาทหลบไป ข้าน่ะสนใจฮ่องเต้!

    เข้าวัง 2

    วันประลองยุทธ์

            รถม้าคันเล็กแต่หรูหราเคลื่อนออกจากหน้าจวนสกุลหวังในยามซื่อเพื่อเดินทางไปรับเยี่ยนมิ่งลี่ หวังปิงปิงนั่งมองผู้คนสัญจรผ่านหน้าต่างรถม้าพร้อมกับพูดคุยกับอาเปาไปอย่างสนุกสนาน วันนี้นางสวมชุดสีฟ้าเข้มปักลวดลายฝูงปลาทองแหวกว่ายที่ได้มาใหม่จากแคว้นเ๯้า ชุดตัวในเป็๞สีขาวและเอี๊ยมลายลูกไม้จากต่างแดนสีดำถูกสวมไว้ด้านในสุด ยังมีกางเกงในที่เธอยึดเอาไว้ใส่อีกมากมายไม่ต่างจากน้ำหอมหลายขวดที่ชาวบ้านละแวกนี้ไม่นิยมใช้กันเพราะราคาสูงอีกเล่า นึกแล้วก็อดที่จะยิ้มให้กับตัวเองไม่ได้ที่หลงมาเข้าร่างสตรีในนิยายที่ร่ำรวยมาก มือบางเสียบปิ่นลวดลายลูกปลาทองตัวเล็กๆ ห้อยลงมาเป็๞ระย้าและมุกสีขาวบนศีรษะก่อนจะถามสาวใช้ “ตรงหรือยัง”

            “เ๽้าค่ะ” ยิ้มให้คุณหนูแล้วทำหน้าเคลิ้มฝัน “บ่าวว่าวันนี้จะต้องมีขุนนางสักคนลอบมองคุณหนูและส่งแม่สื่อมาทาบทามเป็๲จำนวนมากแน่ๆ”

            “แล้วถ้าขุนนางผู้นั้นหัวล้านเล่า ข้าต้องตกลงหรือไม่” แกล้งถามสาวใช้แบบติดตลก

            อาเปาอ้าปากค้างพลางคิดตาม “หากคุณหนูพึงใจจะตกลงก็มิเสียหายนะเ๽้าคะ” แม้จะไม่เห็นด้วยก็ตาม ‘ขุนนางหัวล้านรึ...ไม่ดีๆ’

            ^^ “นั่นสิ หากข้าไม่พึงใจล้วนปฏิเสธไปแน่ อันที่จริงแล้วสตรีเช่นเรานั้นเสียเปรียบในเ๹ื่๪๫การหาคู่ครองนะเ๯้าว่ามั้ย ช่างเถอะ” มองสาวใช้สีหน้าจริงจังและคิดแบบสมัยใหม่ “มิใช่แค่บุรุษเป็๞ฝ่ายเลือกได้ฝ่ายเดียว ตัวข้าแม้เป็๞สตรีก็จะเลือกคู่ครองด้วยตัวเอง ไม่เชื่อเ๯้าก็คอยดู” เหมือนในอดีตที่เ๯้าของร่างเคยแอบเลือกรัชทายาทแต่เขาชังนางอย่างไรเล่า ‘ความผิดหวังมันคือเ๹ื่๪๫ธรรมดา ช่างเถอะ’

            อาเปาพยักหน้าหงึกหงัก

    ๑--------------------๑

            หลังจากรับเยี่ยนมิ่งลี่ขึ้นมาบนรถแล้ว รถม้าคันเล็กที่ด้านในประกอบด้วยสองคุณหนู สองสาวใช้ก็เคลื่อนตัวไปยังจุดหมายทันที การเดินทางเชื่องช้าเล็กน้อยเพราะเส้นทางเข้าวังในวันนี้ล้วนเต็มไปด้วยรถม้าจากหลายสกุลเรียงไปเป็๲แถวยาวนับร้อยคัน กว่าทั้งหมดจะได้ลงจากรถก็กินเวลาไปเกือบสองเค่อใหญ่ๆ ด้านหน้าประตูวังนั้นมีขันทีและทหารยามเข้ามาอธิบายการเดินแถวไปยังที่นั่งหน้าลานประลอง

            หวังปิงปิงตาโตเท่าไข่ห่านเมื่อได้เห็นวังหลวงกว้างใหญ่ไพศาลมิมีที่สิ้นสุดและสวนสวยตลอดเส้นทางเดิน ผู้คนขวักไขว่มากมายต่างแต่งชุดประชันโฉมกันมาแบบจัดเต็ม ต่างกับตัวนางที่มิค่อยชอบสวมอะไรมากมายไว้บนหัวนอกจากปิ่นประดับงดงาม ในมือถือถุงผ้าใบเล็กแบบเข้าชุดกันสีน้ำเงินปักลวดลาย ส่วนมิ่งลี่นั้นสวมชุดสีเหลืองอ่อนตามแบบฉบับสตรีอ่อนหวาน ทรงผมของสหายรักนั้นปักสิ่งใดไม่รู้จนเต็มไปหมดซึ่งปิงปิงมิได้กล่าวขัดออกไปเพราะกลัวอีกฝ่ายจะรู้สึกไม่ดี จนพวกนางเดินไปถึงศาลาหลังหนึ่งที่มีสตรีนั่งอยู่ก่อนประปราย ด้วยความที่ปิงปิงจำผู้ใดไม่ได้นางจึงมิเอ่ยปากทักทายใครเลยนอกจากเลี่ยงไปนั่งด้านหน้าฝั่งซ้ายที่ติดกับทางเดิน ถัดจากที่นั่งของนางไปเป็๞มิ่งลี่และสาวใช้อีกสองคนนั่งอยู่ด้านหลัง “ที่นี่งดงามมากจริงๆ” ดวงตาพราวระยับ ^^

            อาเปายิ้มตามคุณหนู “บ่าวเห็นด้วยเ๽้าค่ะ” ก่อนจะพบนางกำนัลมากมายเดินผ่านไปเป็๲แถวยาว หนึ่งในนั้นดูคุ้นตาจึงร้องทักเสียงดังลั่น “นั่นพี่อาฟั่นใช่หรือไม่”

            เ๯้าของนามหันไปตามเสียงเรียก ^^ “อาเปารึนั่น” อาฟั่นเห็นคุณหนูหวังที่นางคุ้นเคยและมักจะไปหาซื้อสินค้าในร้านสาขาย่อยของสกุลนี้บ่อยๆ จึงไม่แปลกใจที่นางจะเดินเข้าไปทักทายเช่นกัน ที่สำคัญคือสกุลหวังยังมีบุตรชายคนโตที่ยังมิมีฮูหยิน ^^ “คุณหนูหวัง” ในมือถือถาดเครื่องดื่มหลายกาวางเรียงรายจึงแบ่งปันให้ “อาเปาเ๯้าเอาน้ำชาไว้ให้คุณหนูของเ๯้าทานด้วยสิ”

            อาเปารีบหยิบกาน้ำชาและจอกมาสองใบตามที่พี่อาฟั่นแนะนำ

            “ขอบคุณเ๯้าค่ะพี่อาฟั่น ไว้ข้าจะบอกพี่หลีปินให้ว่าพี่ใจดีต่อข้ามาก” ปิงปิงผู้จดจำนางกำนัลคนนี้ได้ดีเอ่ยเอาใจให้กับคนมีน้ำใจ “ครั้งหน้าถ้ามีปิ่นปักผมเข้ามาใหม่ ข้าจะเก็บไว้ให้พี่เลือกก่อนเลยค่ะ” ใช่แล้ว...นางกำนัลผู้นี้คือขาประจำในร้านสาขาย่อยที่นางไปพบเข้า เมื่อมาอยู่ร่างนี้เพียงสามวัน พี่อาฟั่นมักจะมาเหมาปิ่นปักผมของนางทีละมากๆ เพื่อไปขายต่อให้สตรีทั้งหลายในวังนี้ สำคัญคือทุกครั้งที่มาจะถามหาพี่หลีปินน่ะสิ ^^ “เจอกันที่คลังสินค้านะคะ ไม่ต้องไปสาขาย่อย”

            “ขอบใจเ๽้ามากน้องสาวที่น่ารัก” อาฟั่นหยิบหมั่นโถวแถมให้อีกสามลูกก่อนจะเดินไปยังศาลาของเหล่าขุนนางทหารฝ่ายบู๊

            เยี่ยนมิ่งลี่มองปิงปิงอย่างขอบคุณที่นางส่งหมั่นโถวมาให้หนึ่งลูก “เ๯้าช่างกว้างขวางเสียจริงปิงปิง” ยิ่งสังเกตเห็นว่ามีเพียงกลุ่มนางเท่านั้นที่ได้ทานน้ำชาจากวังหลวงก็ยิ่งรู้สึกว่าตนเองนั้นมีอภิสิทธิ์มากกว่าผู้ใด ไหนจะเ๹ื่๪๫ที่รัชทายาททรงมาหานางที่โรงเตี๊ยมบ่อยๆ นั่นอีก ไม่ใช่ว่าจะไม่มีคนรู้

            “กว้างขวางเพราะข้าเป็๲แม่ค้าอย่างไรเล่า” จิบชาไปหนึ่งอึก “รสดียิ่ง ต่างจากชาในโรงเตี๊ยมทั่วไปลิบลับ” ชมไปอย่างนั้น แท้ที่จริงแล้วชาชนิดนี้ก็มาจากสกุลของนางเอง มิได้มีขายที่ใด เพราะทุกครั้งที่ชาชนิดนี้ลงจากเรือเมื่อไหร่จะมีคนจากทางราชสำนักเข้ามารับ๰่๥๹ต่อทันทีไม่เว้นแม้แต่ของล้ำค่า ราคาสูงอย่างอื่น

            “อื้ม ข้าก็คิดว่ารสชาติดีมาก”

            สองสตรีงดงามนั่งจิบชามองความวุ่นวายของการจัดลำดับขั้นในการประลองยุทธ์โดยมิได้สนใจผู้ใด จนเวลาผ่านไปอีกหนึ่งชั่วยาม ทหารขั้นหนึ่งเริ่มประลองเป็๲คู่แรก เสียงกระบี่ฟาดฟันกลางลาน สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับทุกคนทั่วบริเวณลานกว้าง เสียงโห่ร้อง จนก้องเมื่อรู้ผลแพ้ ชนะ ซึ่งตัวหวังปิงปิงเองก็นั่งลุ้นไปกับเขาด้วยแม้จะมิรู้จักผู้ใด จวบจนเสียงหนึ่งดังขึ้น

            “ฮ่องเต้เสด็จ!!!!”

            สายตาผู้คนนับครึ่งพันหันขวับไปยังทิศทางเดียว ไม่ต่างจากสตรีที่นั่งในศาลาติดริมทางเดินอย่างหวังปิงปิง ตากลมจับจ้องหนึ่งบุรุษรูปร่างสูงใหญ่ในระยะหนึ่งร้อยหลาโดยไม่ละสายตา จากไกลเป็๲ใกล้ จากที่ไม่คิดอะไร กลับคิดและหัวใจเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง!! นางมองพระพักตร์คมเข้มนั้นในระยะห่างเพียงห้า๰่๥๹คนเดินผ่าน ริมฝีปากบางอมชมพูเปรยออกมาเบาๆ “หล่อเกินต้านจริงๆ”