ซอมพอถวายอินทร์ สุวรรณโคมคำนครแห่งสายนที

    บทที่ 23. ตอนที่ 3. ราชันย์แห่งขรนที

    นางข้าหลวงได้ยินรับสั่ง ก็เร่งไปเปิดหีบผ้าไหมทอลายอบน้ำปรุงจากแดนพะยู กลิ่นหอมประหลาดเช่นพวกคนแขก อันมีแต่เพียงตำหนักพิมานของเจ้านางน้อยเกศแก้วธิดาในพระชายาคำฟอง แลยังเป็นพระขนิษฐาในท้าวพญาพรหมเสก แลของกำนัลจากพยูก็ได้มาจากเจ้าโยนยางคำ ผู้ทำการค้าด้วยคนพยู

     

    หกวันผ่านพ้นเลยล่วง ภูสูงแลป่าทึบสลับป่าโปร่ง ผ่านย่านบ้านคน โพรงถ้ำผาสูง มาจนถึงเนินเขาแลที่ราบกว้างไกล พ่อพญาพรหมเสกมองดูทุ่งข้าวที่ถูกเก็บเกี่ยวไปแล้ว จนเหลือเพียงตอซัง ต้นงิ้วแดงออกดอกเต็มต้น ต้นจาน(ทองกวาว)ก็เช่นกัน สีสันดอกดวงในยามนี้ ช่างผสมโรงให้กับแสงแดดแรงกล้าราวไฟนรก คิดภาพหากเป็นยามหน้าเพาะดำข้าวกล้า พื้นที่ทั้งหมดนี้คงเขียวขจีงามตานัก

    “กูคิดเอาไว้ในใจ หากวันนี้ยังไม่พ้นป่าเข้าเขตเมืองคน กูจักถอดใจกลับคืนสุวรรณโคมคำเสีย ไม่ไปแล้วเวียงทุ่งหลวง”

    เจ้าหาญหัวเราะขึ้นเสียงดัง “ขอโทษเถิดพี่ท่าน ข้าผิดเอง ที่พาท่านหลงไปไกล พาลให้เสียเวลาไปค่อนวัน แต่แล้วอย่างไร บัดนี้ตรงหน้าพระองค์ก็คือเวียงทุ่งหลวง ไปกันเถิด กว่าจะถึงตัวเวียงทุ่งหลวงเรายังต้องผ่านภูซาง แลเมืองเล็กเมืองน้อย ที่อยู่กระจายประปราย แต่คืนนี้ข้าจักพาท่านไปพักยังเรือนสหาย เพียงฐานนันดรอันถืออยู่ อาจต้องขอพี่ท่านช่วยปกปิดมิเปิดเผย”

    พญาพรหมเสกยิ้มขึ้นที่มุมปาก “ยามที่มึงหนีเที่ยว มักปลอมตัวมากระนั้นฤา มิน่าสองวันก่อนที่บ้านคนป่าดงดอยนั่น ถึงเรียกมึงเพียงพ่อหาญคนสบทา ดีเป็นเช่นนี้ก็ดี เช่นนั้นมึงก็เรียกกูว่าพี่พรหม แบบนี้ดีหรือไม่”

    เจ้าหาญยิ้มชอบใจ แล้วควบม้ามุ่งหน้าออกตัวไปก่อนผู้ใด ถนนดินแห้งแดดเผา เจอฝ่าเท้าม้าที่ควบตะบึงผ่านไปพาฝุ่นผงให้ตลบขึ้นมา เด็กน้อยที่เก็บดอกงิ้วอยู่กลางทุ่งมองดูกลุ่มคนต่างถิ่น ด้วยความประหลาดใจ ด้วยยามแล้งเช่นนี้น้อยนักจักมีคนผ่านทางมา

    เรือนไม้หลังใหญ่ บ่าวไพร่ขี้ข้าหนาตา สหายที่เจ้าหาญพูดถึงหาใช่คนต่ำต้อย แต่เป็นถึงบุตรชายเจ้าเมืองภูซาง ยามทั้งสองเห็นกัน ก็พาให้ดีอกดีใจนัก ที่แท้เจ้าหนุ่มภูซางก็คือคู่ต่อสู้เดิมพันชนกว่าง ที่ต่อมาสนิทสนมกันจนนับเป็นสหายรู้ใจ

    “พี่ท่าน เรือนนี้พ่อข้าปลูกสร้างเอาไว้ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง คงพอพักผ่อนกันได้หนา ไอ้หาญมิแจ้งข่าวมาก่อน ข้าจึงมิทันได้เตรียมการ เดินทางกันมาไกลก็พักผ่อนกันก่อนเถิด อีกประเดี๋ยวข้าจักให้ไอ้พวกขี้ข้ามันยกสำหรับอาหารมาสู่กันกิน ข้าวกล้าปีนี้ผลผลิตดีนัก หากไม่เพราะอยู่กันห่างไกล ข้าอยากจักปันแบ่งไปให้ถึงยุ้งฉาง”

    เจ้าคีรีหนุ่มน้อยผู้มีใบหน้างามหมดจด ยิ้มง่ายเช่นเจ้าหาญ ออกแต่พูดมากน่ารำคาญเกินไปสำหรับเจ้าพรหมเสก

    “มิต้องลำบากถึงเพียงนั้นดอกน้องชาย อันน้ำใจที่มอบให้กูแลไอ้หาญก็เกรงใจมึงมากแล้ว กูมาทำธุระ ไม่กี่วันก็จักเร่งเดินทางกลับ คงขอรบกวนมึงเพียงคืนเดียวดอก”

    เจ้าคีรีได้ยินเช่นนั้น ก็หันไปมองหน้าเจ้าหาญ “ได้กะไรกันพี่ท่าน เดินทางมาจากบ้านสบทามิได้ใกล้เลยหนา ไยต้องเร่งมาเร่งกลับด้วยเล่า เอาเช่นนี้ดีไหม เช่นนั้นวันพรุ่งข้าจะไปเวียงทุ่งหลวงด้วยพวกมึง ข้ากลับก็มาแวะนอนบ้านข้าก่อนสักคืน รุ่งเช้าค่อยออกเดินทางกลับ” สายตาเว้าวอนของมัน ทำเอาเจ้าพรหมเสกต้องถอนหายใจ

    “เออ ๆ เอาตามมึงว่าเลย กูร้อนแลปวดเมื่อยเนื้อตัวนัก ขอไปอาบน้ำอาบท่าก่อน มึงสองมีอันใดก็คุยต่อกันไปเถิด” พญาพรหมเสกหันไปพยักหน้าให้คนของตน ก่อนจะพากันลงเรือนมุ่งไปที่ท่าน้ำเหมือง[33] เพื่ออาบน้ำผลัดเปลี่ยนผ้าใหม่

    สายน้ำเหมืองที่ใสเย็นไหลเอื่อยผ่านกอหญ้าคาริมขอบตลิ่ง ช่วยดับชะล้างความร้อนระอุจากเปลวแดดจัดจ้า และฝุ่นดินตามเนื้อตัวของพญาพรหมเสก ให้คลายลงได้บ้าง แต่ภายในใจของพระองค์กลับยังคงครุ่นคิด ถึงท่าทีเจ้าคีรีบุตรเจ้าเมืองภูซาง สหายหนุ่มจอมเจรจาของเจ้าหาญ

    “ไอ้เด็กนี่มันรื่นเริงเกินเหตุ หรือเป็นเพราะภูซางมันสงบสุขเกินไป จนปากสว่างได้ถึงเพียงนี้” พญาพรหมเสกวักน้ำขึ้นลูบหน้าก้มตัวสระผม พลางพึมพำกับตนเอง ลูกมะซัก[34]ในมือถูกถูขยี้ใส่หัวใส่ตัว ล้างคราบเหงื่อคราบมันออกจากเนื้อตัวจนหมดจด

    ขณะที่ทางด้านบนเรือนไม้หลังใหญ่ บรรยากาศกลับคึกคักขึ้นเมื่อสำรับอาหารพื้นเมืองถูกยกออกมาวางเรียงราย ทั้งลาบคั่ว ลาบดิบ แกงแค และข้าวนึ่งร้อน ๆ กลิ่นหอมกรุ่นยั่วให้น้ำลายสอ เจ้าคีรีบุตรขยับตัวมานั่งขัดสมาธิพลางรินน้ำจัณฑ์ใส่จอกดินเผา ส่งให้เจ้าหาญด้วยรอยยิ้มกว้าง

    “มา ๆ ไอ้หาญ กินให้เต็มคราบ ประเดี๋ยวกูจักเล่าเรื่องพิสดารของเวียงทุ่งหลวงให้มึงฟัง” เจ้าคีรีเริ่มเปิดฉากสนทนาตามวิสัยคนเก็บความลับไม่อยู่ “มึงรู้หรือไม่ ขุนหลวงเวียงทุ่งหลวงท่านเฒ่าชราจนเดินเหินแทบบ่ไหว แต่ดันวางแผนจักไปรับตัวเอาเจ้านางซอมพอ ดอกไม้งามจากเวียงสรวงมาเป็นมเหสี...โถ่เอ๋ย คนทั้งเมืองเขาพากันหัวร่อจนฟันร่วงจักหมดปาก!”

    เจ้าหาญที่กำลังจะส่งคำข้าวเข้าปากถึงกับหยุดชะงัก แววตาคมปลาบไหวระริกขึ้นมาวูบหนึ่ง เมื่อคนที่ถูกเอ่ยถึง คือพี่นางแสนรักของตน “หัวร่อเรื่องอันใดฤา มันน่าขบขันถึงเพียงนั้นเชียวรึ?”

    “แน่สิวะ ก็หัวร่อไอ้ผู้เฒ่าคราวอุ๊ย มันจักไปเอาเรี่ยวแรงจากไหนไปทำลูกสืบบัลลังก์!” เจ้าคีรีหัวเราะเสียงดังพลางตบเข่าฉาดใหญ่ “สงสารก็แต่แม่ญิงเวียงสรวงผู้นั้น ป่านนี้เจ้านางจักรู้หรือไม่ว่าผัวที่กำลังเอานางไปกอดนอน นั้นมีผิวกายหยาบย่นปานช้างแก่แลผมเผ้าก็ขาวโพลน เสียดายความสาวของนางนัก มิน่าต้องมาได้คู่ครองเช่นนี้เลย ข่าวนี้ลือไปถึงไหนเขาก็ว่าขุนหลวงท่านหลงอำนาจ จนลืมมองซึ่งสังขารตนเอง หากเป็นผู้อื่น คงปลงใจเรียกเอาทายาทสายรองขึ้นมาแต่งตั้งเป็นเจ้าหลวงแทนตนที่ร่วงโรย”

    คำพูดสนุกปากของเจ้าคีรีเปรียบเสมือนเข็มเล่มเล็ก ๆ ที่ทิ่มแทงเข้าไปในใจของเจ้าหาญ ข้อมูลนี้หาใช่เพียงเรื่องตลกโปกฮา แต่มันคือรอยร้าวขนาดใหญ่ในอำนาจของเวียงทุ่งหลวง ที่ขุนหลวงอินทร์ถวายต้องได้ฟัง

    “แล้วผู้ใดกันเล่า ทายาทสายรอง”

    “บิดาข้าอย่างไรเล่า”

    ในขณะนั้นเอง พญาพรหมเสกที่ผลัดผ้าใหม่เป็นนุ่งโสร่งลอยชายสบายตา ปล่อยผมยาวสยายจนถึงหัวเข่า เดินกลับขึ้นมาบนเรือนเข้าพอดี ทันได้ยินประโยคสุดท้ายที่เจ้าคีรีพ่นออกจากปาก พระองค์สบตากับเจ้าหาญเพียงครู่เดียว ก็เข้าใจความหมายในแววตานั้น

    คนติดตามทั้งสองที่เดินตามพระองค์ขึ้นเรือนมา เห็นข้าวปลาอาหารพร้อมสรรพ ก็ไม่รีรอช้าที พุ่งตัวนั่งลงหน้าสำรับลงมือกับของอร่อยตรงหน้าจนลืมตัวว่าต้องรอผู้เป็นนาย หลายวันในป่าดอย อดยากหิวโซรอดตายมาได้แต่ละมื้อด้วยผลไม้เท่าที่จักหาได้ ไก่ป่ากระรอกกระแตแลนกหนูเป็นอาหาร

    “เจ้าคีรี...ที่มึงว่ามานั่น เป็นเรื่องจริงฤา ที่ว่าคนเขาหัวร่อกันทั่วทั้งเมือง มิกลัวเกรงอาญากันรึอย่างไร?” พญาพรหมเสกเอ่ยขัดขึ้น เสียงทุ้มต่ำนั้นทำให้เจ้าคีรีชะงักไปเล็กน้อย

    “อาญานั้นก็กลัวกันอยู่ดอกพี่ท่าน แต่เรื่องในมุ้งเช่นนี้ พี่ท่านมีหรือจักห้ามปากคนได้ ข้าเพิ่งกลับมาจากเวียงทุ่งหลวง ใคร ๆ ก็ต่างก็พูดกันถึงเรื่องนี้จนแลดูเป็นเรื่องสนุกปาก” เจ้าคีรีรีบสำแดงความรอบรู้ “หากพวกท่านจักเข้าเวียงทุ่งหลวง พรุ่งนี้ก็เตรียมหูไว้ฟังเถิด เรื่องนี้หนาสนุกปากกว่าเรื่องที่ไอ้หาญบ้านสบทาชนกว่างชนะพวกเราเสียอีก!” เสียงหัวเราะดังขึ้น

    พญาพรหมเสกทรุดตัวลงนั่งเงียบ ๆ พลางหยิบจอกเหล้าขึ้นมาจิบ แววตาคมเข้มทอดมองออกไปนอกชานเรือน เห็นต้นงิ้วสีแดงฉานตัดกับท้องฟ้าที่กำลังเริ่มเปลี่ยนสีด้วยเข้าสู่ยามแลง ใจหนึ่งก็นึกสมเพชต่อชะตากรรมของเจ้านางซอมพอผู้เลอโฉม แต่อีกใจหนึ่งกลับกระหยิ่มยิ้มด้วยแผนการบางอย่าง ที่เริ่มก่อตัวขึ้นในความคิดของพระองค์

    [33] น้ำเหมือง คือคลองชลประทานที่ขุดขึ้นเพื่อนำน้ำจากลำน้ำธรรมชาติไปยังไร่นา คำว่า "เหมือง" ในภาษาล้านนาเดิมหมายถึงร่องน้ำหรือคลองขุด มิได้หมายถึงเหมืองแร่ดังที่เข้าใจกันในปัจจุบัน

    [34] ผลมะซัก (ประคำดีควาย) : ผลของไม้ยืนต้นชนิดหนึ่ง (Sapindus rarak DC. หรือพืชสกุล Sapindus) เปลือกผลมีสารซาโปนิน (Saponin) ซึ่งเมื่อถูกน้ำจะเกิดฟอง จึงนิยมใช้ซักผ้า สระผม และอาบน้ำมาตั้งแต่โบราณ ก่อนการแพร่หลายของสบู่สังเคราะห์ นอกจากนี้ยังใช้ทำความสะอาดเครื่องประดับและผ้าเนื้อดี เพราะมีฤทธิ์ชำระล้างแต่ไม่ทำลายเนื้อวัสดุ

    คล้ายกับเรื่องซอมพอถวายอินทร์ สุวรรณโคมคำนครแห่งสายนที ที่คุณอ่าน

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367