“ปะป้าา” มาลีพูดตาม
“ใช่ค่ะ ปะป๊าของหนู” ลูกได้ยินก็โน้มตัวลงจะให้ปะป๊าอุ้ม พี่เพลงเกือบเอาไม่อยู่ โชคดีที่ธามส่งมือมารับไว้ทันท่วงที มาลีพอได้ธามอุ้มก็ดีดขาไปมาอย่างอารมณ์ดี
“ปะ ปะ ปะป้า” ปากเล็ก ๆ พยายามเรียกปะป๊าไม่หยุด
“ว่าไงครับ” ธามตอบรับเสียงอ่อน ลูกไม่ได้ตอบแต่โน้มตัวเอาปากไปจุ๊บแก้มธามแล้วผละออกมาหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ ธามมองมาลีแล้วค่อย ๆ เอามือเกลี่ยแก้มใสเบา ๆ ฉันรอให้ธามอุ้มมาลีไปอีกสักพักถึงได้อุ้มลูกคืนมา
“เรามาคุยเื่สัญญาต่อดีกว่าค่ะ” ฉันบอก
“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวพี่อุ้มมาลีเอง เราสองคนจะได้คุยกันง่าย ๆ” ฉันปล่อยให้พี่เพลงมาอุ้มมาลีออกไป พี่เพลงพามาลีเดินเล่นไปรอบ ๆ ห้อง มองจนวางใจถึงหันไปจะคุยกับธามต่อ แต่คำพูดที่เตรียมไว้หยุดลงเมื่อเห็นว่าร่างสูงกำลังมองนิ่งมาที่ฉัน
“มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“เปล่า ถึงไหนแล้วล่ะ” ธามปฏิเสธแล้วผละสายตาออก
“คุณบอกว่าคุณต้องมีสิทธิในฐานะพ่อ” ฉันพูดย้อนกลับไป
“ใช่ อีกเื่คือผมสามารถมาเจอลูกได้ตลอด ต่อไปเื่โรงเรียน หรือกิจกรรมต่าง ๆ ผมอยากมีส่วนช่วยตัดสินใจด้วย”
“ก็ได้ คุณก็ไปทำเป็สัญญามาให้เรียบร้อย เดี๋ยวฉันจะเซ็นให้ค่ะ” ในเมื่อเป็ผลประโยชน์ของลูกฉันก็จะไม่ปฏิเสธ ขอแค่เค้าไม่เอาลูกไปแค่นั้นก็พอ
“เื่คลิป...มันยังไม่ถูกเผยแพร่ใช่มั้ยคะ”
“ยัง ผมจัดการไว้แล้ว” ได้ฟังคำตอบฉันก็รู้สึกหายใจโล่งขึ้น
“แล้วผู้จัดการของคุณรู้เื่มาลีรึเปล่า เค้าจะทำอะไรลูกมั้ย” นี่คืออีกเื่ที่ฉันกังวล กลัวว่ามันจะมาทำอะไรมาลีแทน
“ผมไม่ปล่อยให้มันมาทำอะไรลูกหรอก คุณวางใจได้เลย”
“คุณสัญญานะ”
“ผมสัญญา” ธามตอบรับคำสัญญาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ฉันละสายตาออกไปดูมาลีเมื่อไม่มีเื่จะคุยกับธาม มองลูกที่พยายามพูดอะไรบางอย่างกับพี่เพลงแล้วยิ้ม ถ้าเดาไม่ผิดคงขอพี่เพลงกินนม
“ผมอยากจะขอโทษ” ฉันหันสายตากลับมา
“กับเื่ที่เกิดขึ้นคืนนั้น” ฉันไม่สามารถบอกธามได้ว่าไม่เป็ไร เพราะเื่ที่เกิดขึ้นมันหนักหนาสำหรับฉันจริง ๆ ฉันจึงทำได้แค่ฟังคำขอโทษเงียบ ๆ
“เื่คืนนั้นคุณจำอะไรไม่ได้เลยใช่มั้ย” ฉันถามในสิ่งที่สงสัย
“ใช่ ผมโดนวางยา” ฉันพยักหน้าเข้าใจ
“แล้วทางครอบครัวของคุณรู้เื่มาลีรึยังคะ” ฉันถามขัดความเงียบที่เกิดขึ้นระหว่างเราสองคน
“ผมยังไม่ได้บอก แต่ไม่มีปัญหาอะไร”
“ค่ะ” แล้วฉันก็เงียบไปอย่างไม่รู้จะพูดอะไรดี ธามตัวจริงดูไม่เหมือนที่เห็นในทีวี
“ถ้าอย่างนั้นผมกลับก่อน คุณเอาโทรศัพท์มา เดี๋ยวผมจะให้ช่องทางติดต่อ” ฉันเดินไปหยิบโทรศัพท์มายื่นให้ ธามก้มลงกดโทรศัพท์เสร็จก็ยื่นคืนมา
“ผมเมมเบอร์ไว้ให้ แล้วก็มีไลน์ แต่ผมไม่ค่อยได้ตอบ ถ้ามีอะไรคุณโทรมาดีกว่า”
“ได้ค่ะ” ฉันรับคำ แล้วธามก็ลุกไปที่หน้าประตูห้อง ฉันเดินไปรับมาลีออกมาจากพี่เพลง
“นี่นามบัตรมีอะไรก็ติดต่อมาได้เลย” พี่เพลงเดินไปหยิบกระเป๋าแล้วยื่นนามบัตรมาให้ฉัน
“ค่ะ ขอบคุณมาก”
“งั้นพวกพี่กลับก่อนนะ” ฉันเปิดประตูส่งทั้งสองคน
“เดี๋ยวครั้งหน้าอาเพลงซื้อของเล่นกับเสื้อผ้าสวย ๆ มาให้นะคะ” พี่เพลงบอกต่อ
“ไปจริง ๆ แล้วจ้ะ” แล้วทั้งสองคนก็เดินออกจากห้อง
“ปะป๊าา” มาลีพอเห็นว่าปะป๊าของแกกำลังเดินออกไปก็ร้องเรียก ธามเดินมาหยุดข้างหน้ามาลี
“ป๊ากลับก่อน เดี๋ยวมาหาใหม่” แล้วโน้มตัวลงมาหอมมาลีทั้งที่ฉันอุ้มเอาไว้อยู่ ฉันกลั้นหายใจอย่างใในความใกล้ชิดที่เกิดขึ้น แล้วผ่อนลมหายใจเมื่อธามผละตัวออกไป
พอธามกับพี่เพลงพ้นจากห้องฉันก็ปิดประตูแล้วล็อกให้เรียบร้อย ก่อนจะเดินอุ้มมาลีมานั่งที่โซฟา ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ๆ เมื่อสองชั่วโมงก่อนฉันยังเลี้ยงมาลีคนเดียวอยู่เลย
“ไปนอนกันดีกว่าค่ะ” ฉันอุ้มมาลีเข้าห้อง ตอนนี้ยัยหนูกำลังคึกเลยเสียเวลากล่อมนานกว่าจะหลับ พอลูกหลับเรียบร้อยฉันก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดเข้าไลน์กลุ่มที่มีเมย์กับหนูนาอยู่
Ninnara : หลับยัง
Ninnara : ส่งสติกเกอร์
นี่เมย์เองค่ะ : ยังเบยยย มีไรเปล่า
หนูนาตัวน้อย : ยังเหมือนกันนน ดูซีรีส์อยู่
หนูนาตัวน้อย : ส่งสติกเกอร์
Ninnara : มีเื่จะเล่าให้ฟัง
นี่เมย์เองค่ะ : เื่อะไรคุณแม่
หนูนาตัวน้อย : ซีเรียสมั้ย
Ninnara : ก็ใช้ได้อยู่
หนูนาตัวน้อย : งั้นคอลคุยดีกว่า
Ninnara : คอลก็ได้
นี่เมย์เองค่ะ : โอเค รับนะ
แล้วพวกเราก็เริ่มต้นวิดีโอคอล ฉันเริ่มเล่าเื่ที่เกิดขึ้นให้ทั้งสองคนฟัง
“เดี๋ยวนะแกบอกว่าเมื่อกี้พ่อของยัยหนูมาที่ห้องเหรอ!” เมย์ถามขึ้นเสียงดัง
“ใช่ เพิ่งกลับไป”
“แล้วแกก็บอกว่าพ่อของมาลีคือธามที่เป็นักแสดง?” หนูนาถามต่อ
“ก็ใช่” ฉันยืนยันให้เพื่อน
“โอ๊ย แป๊บหนึ่ง ขอตั้งสติก่อน ไม่รู้จะใเื่พ่อยัยหนูมาหา หรือเื่ที่พ่อเป็ใคร”
“นั่นอะดิ ขอเวลานอก” แล้วทั้งสองคนก็หายไป อีกห้านาทีต่อมาถึงกลับมาในสาย
“เอาล่ะ แกเล่าต่อเลย” หนูนาพูดเมื่อกลับมาตั้งสติได้
“เค้าอยากรับผิดชอบมาลี เดี๋ยวจะส่งเอกสารสัญญามาให้ แล้วก็จะเซ็นรับรองบุตร แกว่าฉันตัดสินใจแบบนี้ดีแล้วใช่มั้ย” ฉันถามความเห็นเพื่อน
“ดีแล้ว เื่นี้มาลีได้ประโยชน์มากที่สุด ถ้าเค้าจะส่งเสียแกก็จะได้เบาแรงเื่ค่าใช้จ่าย ที่สำคัญมาลีจะได้มีพ่อ”
“ฉันเห็นด้วยกับเมย์ แต่แกโอเคใช่มั้ยที่จะมีเค้าเข้ามาในชีวิต” หนูนาถามด้วยน้ำเสียงเป็ห่วง
“พวกเราจะยุ่งเกี่ยวกันแค่เื่ของลูก ฉันโอเคอยู่”
“ถ้าแกไม่โอเคบอกพวกเราเลยนะนีน แล้วไอ้ผู้จัดการเฮงซวยนั่นจะไม่กลับมาทำอะไรแกใช่มั้ย” เมย์เอ่ยขึ้น
“เห็นเค้าบอกว่าจัดการแล้ว คงไม่มีปัญหาอะไร”
“แกก็ต้องระวังตัว มีอะไรแปลก ๆ ให้รีบบอก”
“อืม ได้เลย พวกแกพักผ่อนเถอะ ถ้ามีอะไรเดี๋ยวเล่าให้ฟัง” ฉันบอกเมื่อเห็นว่าตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว
“โอเค ฝันหวานนะถึงฉันน่าจะนอนไม่หลับเพราะข่าวของแก” เมย์บ่นขึ้น
“นั่นอะสิ ใครจะหลับลง แกก็พักผ่อน พรุ่งนี้ไม่ต้องเข้ามอด้วย” หนูนาพูดต่อ
“ได้เลย ฝันดีทั้งสองคน” แล้วพวกเรากดก็ตัดสาย ฉันวางโทรศัพท์ลงก่อนจะนอนลง ในหัวยังคงคิดเื่ราวที่เกิดขึ้นไม่หยุด มองมาลีที่หลับปุ๋ยแล้วลูบหัวเล็กเบา ๆ เพื่อความสุขของลูกฉันทนได้ทุกอย่าง ถ้าได้ธามมาช่วยดูแลต่อไปมาลีจะไม่มีทางลำบากซึ่งนั่นถือเป็เื่ดี
ฉันนอนพลิกตัวไปมา พยายามข่มตาให้หลับ แต่ทำไม่ได้สักที เลยตัดสินใจลุกขึ้นมานั่งแปลงานที่ค้างไว้ต่อ จนเกือบเช้าถึงได้ขึ้นเตียงมานอน
***
ปะป๊าเจอลูกสาวแล้ววว แต่มองแม่ของลูกนิ่งเลยยย อะไรยังไงกันนนน้าา
ตอนนี้หนังสือเปิดรอบสต๊อคแล้วนะคะ ใครอยากมีเล่มไว้ในมือวางไว้ประดับชั้นหนังสือก็แวะมาที่เพจได้เลยค่ะ หรือใครสะดวกทาง E-book ก็สามารถโหลดได้ทาง MEB เลยนะคะ
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMjY0NTE5MSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjE0OTgzMSI7fQ
ติดตามหรือพูดคุยได้ที่เฟสบุ๊ค
https://www.facebook.com/องศาเดียวชื่อนี้เขียนนิยาย-111613020972880
:องศาเดียว