“อ่อ...แล้วนี่ก็ช็อกโกแลตที่คุณชอบทานครับ”นัฐพลยื่นกล่องช็อกโกแลตให้
นิมิตรามองพลัน! ท่าทีก็เปลี่ยนไป “อุ้ย...ขอบคุณมากค่ะนี่เป็ช็อกโกแลตรุ่นลิมิเต็ดเลยนะคะ ทำพิเศษเฉพาะเทศกาลวาเลนไทน์ มีแค่ 100กล่องเท่านั้นเองคะ” เธอบอกอย่างตื่นเต้น
นัฐพลมองกล่องช็อกโกแลตอย่างไม่รู้เื่“งั้นเหรอครับ”
“คุณเป็คนดีจังเลยค่ะเชิญนั่งก่อนซิคะ” นิมิตราเชิญด้วยสีหน้ายิ้มแย้มที่ได้ของถูกใจ
อะไรอ่ะแม่คนนี้?นัฐพลมองหญิงสาวอย่างงงๆกับท่าทีตื่นเต้นดีใจเหมือนเด็กเล็กๆที่ได้ของกินถูกใจ เขานั่งลงตามคำเชิญ
นิมิตรานั่งตรงข้ามราตรีเดินเข้ามาเสิร์ฟน้ำชาพร้อมกับของว่างแล้วก็เดินกลับเข้าไปด้านใน
“ผมอยากจะถามเื่คุณธรรมหน่อยน่ะครับ”นัฐพลรีบถามก่อนที่เธอจะเปลี่ยนใจ
“อ๋อ...คุณธรรมเป็ลูกค้าประจำของทางร้านน่ะค่ะเขาชอบภาพวาดเกี่ยวกับสัตว์เลื้อยคลานมากค่ะโดยเฉพาะสัตว์เลื้อยคลานแปลกๆหายากน่ะค่ะ”นิมิตราพูดอย่างคล่องปากพลางแกะช็อกโกแลตกินไปด้วย
“แล้วคุณพอจะทราบสาเหตุการตายของเขาบ้างไหมครับ?”นัฐพลถามพลางจิบน้ำชาไปด้วย
“ตามที่ดิฉันคิดนะคะคุณธรรมตายเพราะถูกส่างห่าฆ่าตายค่ะ” นิมิตราตอบ
นัฐพลทำหน้างง“ส่างห่าคือใครครับ?”
“ส่างห่าก็คือสิ่งที่อยู่ในรูปนี้ไงคะ”นิมิตราชี้ที่กรอบรูปที่เพิ่งได้คืนมา แล้วก็อธิบายเพิ่มว่า “ส่างห่าก็คือร่างจำแลงของพญานาคค่ะมีรูปร่างคล้ายตัวเงินตัวทองน่ะค่ะ มี 4เท้า เกล็ดเป็สีเขียวมรกตตำนานเล่าว่าเลื้อยผ่านไปทางไหนก็จะเป็รอยไหม้เป็ทางค่ะ ส่างห่าตนนี้ได้แอบหนีจากป่าหิมพานต์มาเที่ยวที่โลกมนุษย์เมื่อคืนเพ็ญ15 ค่ำเดือนที่แล้ว แต่เธอได้พบกับคุณธรรมและเกิดเป็รักแรกพบขึ้นซึ่งคุณธรรมเองก็หลงรักเธอเช่นกันค่ะ เธอมีกำหนดจะต้องกลับไปในคืนเพ็ญ 15 ค่ำที่ผ่านมาค่ะ และเมื่อเธอกลับไปแล้วเธอจะไม่สามารถกลับมาที่โลกมนุษย์ได้อีกจนกว่าทวารแห่งท้องน้ำจะเปิดขึ้นอีกครั้งในครั้งหน้าซึ่งก็คืออีก100 ปีถัดไปค่ะ หากเธอไม่กลับไปเธอก็จะตายค่ะนี่คงจะเป็สาเหตุที่ทำให้เธอและเขาฆ่าตัวตายพร้อมกันค่ะ ช่างน่าเศร้าเหลือเกิน ”
“จะบ้าเหรอคุณ! ถึงเขาจะตายเพราะพิษงู แต่จะให้สรุปว่าเป็การฆ่าตัวตายของคู่รักระหว่างคนกับส่างห่าเนี่ยนะ!ขืนสรุปปิดคดีแบบนี้ผมได้โดนไล่ออกน่ะซิ!”
“โมโหง่ายอีกแล้ว”นิมิตรามองเหมือนเขาเป็เด็กขี้โมโห
“นี่มันเื่บ้าบอคอแตกงมงายไร้สาระ เื่หลอกเด็กชัดๆ!”นัฐพลโวยวาย
“ดิฉันแค่เล่าตามความจริงคุณจะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่คุณค่ะ” นิมิตราพูดเสียงเรียบ
“เชื่อที่เธอพูดฉันก็บ้าไปแล้วล่ะ”นัฐพลโวยวายแล้วก็ลุกออกจากร้านไป
นิมิตรามองตามอย่างไม่ใส่ใจ
ณ ร้านดรีมแกลอรี่นิมิตรากำลังต้อนรับลูกค้า
“สวัสดีครับคือคุณชวินแนะนำให้พวกเรามาที่นี่น่ะครับเขาบอกว่าพวกเราจะได้พบกับสิ่งที่พวกเราปรารถนาน่ะครับ”วสันต์บอกกับเ้าของร้านสาวสวย
“พวกเราเพิ่งสูญเสียลูกชายไปน่ะค่ะ”บังอรภรรยาของวสันต์บอกด้วยสีหน้าเศร้าหมอง
นิมิตราพยักหน้ารับรู้“เป็เื่ที่น่าเศร้าจริงๆค่ะ ดิฉันขอแสดงความเสียใจด้วยค่ะ”
“อาทรเป็ลูกที่น่ารักมากเขาน่ารักเหมือนเทวดาตัวน้อยๆ” บังอรบอกพลางกรีดน้ำตาด้วยความเศร้า
“ถ้างั้นพวกคุณน่าจะถูกใจสิ่งนั้นนะคะ” นิมิตราบอก “เชิญด้านในค่ะ”
วสันต์กับบังอรมองหน้ากันเองแล้วก็ตามหญิงสาวเข้าไปด้านใน
นิมิตราเปิดประตูห้องด้านในเดินนำสองสามีภรรยาเข้าไปทั้งสองเดินตามเข้าไป เมื่อได้เห็นสิ่งที่อยู่กลางห้องก็นึกฉงน “เด็ก?”
ทั้งสองเดินเข้าไปใกล้เพื่อดูให้ชัดๆแต่เมื่อได้เห็น...ก็ตกตะลึง “อาทร!”
“ทำไมอาทรถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?”วสันต์งงมาก
“นี่ฉันกำลังฝันอยู่รึไง”บังอรพึมพำ เธอเข้าไปจับตัวให้แน่ใจ เธอพิศซ้ายพิศขวา“ไม่ใช่เด็กคนอื่นที่เหมือนกับอาทรแน่ๆ เด็กคนนี้คืออาทรจริงๆ” เธอหันไปพูดกับสามี
นิมิตราเดินเข้าไปบอกว่า“อย่าเข้าใจผิดค่ะ นี่เป็รูปปั้นค่ะ ปั้นโดยจิตรกรชาวอยุธยาค่ะ ร้านเราเป็ร้านขายงานศิลปะค่ะเราไม่ขายอะไรอย่างอื่นนอกจากงานศิลปะค่ะ”
สองสามีภรรยาชะงักไปทั้งสองมองหน้ากันเอง “เอ่อ...” / “อ่า...”
“นั่นซิเด็กคนนี้เป็รูปปั้น” บังอรพึมพำกับตัวเอง แล้วก็พูดว่า “ได้โปรดเถอะขอเด็กคนนี้...เอ๊ยขอรูปปั้นตัวนี้เถอะค่ะ”
“เื่เงิน...เท่าไหร่ผมก็ยินดีจ่าย”วสันต์รีบบอก “เราจะไม่บอกใครด้วยว่าคุณขาย... ผมจะปิดเป็ความลับเลยครับ”
นิมิตรายิ้ม“ถ้างั้นเชิญพวกคุณออกไปเซ็นสัญญาซื้อขายก่อนค่ะแล้วดิฉันจะให้พนักงานแพ็กสินค้าให้ค่ะ” เธอบอกแล้วก็เดินนำหน้ากลับไปที่ห้องโถง
สองสามีภรรยารีบตามออกไป
ราตรีส่งสัญญาให้ลูกค้าเซ็น
“เชิญอ่านสัญญาก่อนค่ะโดยเฉพาะคำเตือนที่พิมพ์ไว้ค่ะ 1.ห้ามให้ใครเห็นสินค้าชิ้นนี้นะคะ2.ห้ามถูกแสงแดด 3.ห้ามถูกแสงจันทร์”นิมิตราบอกด้วยสีหน้าจริงจัง
“ค่ะๆพวกเราจะทำตามค่ะ” บังอรรีบพยักหน้ารับ
“ถ้าทำผิดสัญญาเกิดอะไรขึ้นกับพวกคุณทางร้านไม่รับผิดชอบนะคะ” นิมิตราพูดน้ำเสียงจริงจัง
“ครับๆรู้แล้วครับ” วสันต์พยักหน้ารับ รีบเซ็นสัญญาทันทีโดยไม่อ่านให้ละเอียด
“ถ้าเช่นนั้นก็ขอให้คุณดูแลรูปปั้นนี้ให้ดีตลอดไปนะคะ”นิมิตรากล่าวสีหน้ายิ้มแย้ม แล้วหันไปพยักหน้ากับราตรี สั่งว่า“ส่งรูปปั้นไปบ้านคุณลูกค้าคืนนี้”
“ค่ะ”ราตรีรับคำสั่ง
นิมิตราเลื่อนสัญญาไปให้บังอรเซ็นบังอรก็รีบเซ็นทันที แล้ววสันต์ก็หยิบสมุดเช็คมาเซ็นจ่าย “นี่ครับ ราคาเด็...เอ้ยรูปปั้นครับ”
นิมิตรารับเช็คไปส่งให้ราตรี ราตรีก็รับเช็คไปถือไว้ เมื่อบังอรเซ็นสัญญาเสร็จก็หยิบสัญญาฉบับหนึ่งส่งให้วสันต์วสันต์รีบเก็บสัญญาไป นิมิตราก็พูดว่า “เชิญคุณลูกค้ากลับไปรอที่บ้านนะคะคืนนี้ดิฉันจะให้พนักงานส่งรูปปั้นไปให้ค่ะ จะให้ตั้งไว้ห้องไหนก็สั่งพนักงานได้เลยนะคะอ่อ อย่าลืมคำเตือนนะคะ”
“ครับๆ”/ “ค่ะๆ” สองสามีภรรยารีบพยักหน้ารับหงึกๆ ราตรีก็ผายมือเชิญสองสามีภรรยาจึงลุกขึ้นยืน แล้วเดินออกจากร้านนิมิตราก็เดินตามไปส่งลูกค้าถึงหน้าประตู “เดินทางปลอดภัยนะคะ”
“ครับๆขอบคุณครับ” วสันต์ยิ้มรับ แล้วก็จูงมือภรรยาเดินไปขึ้นรถ จากนั้นก็ขับกลับบ้าน
นิมิตรามองตามลูกค้าไปดันประตูปิด สายตาก็เหลือบเห็นรถคันหนึ่งจอดห่างจากหน้าร้านไปไม่ใกล้ไม่ไกลนัก
ภายในรถนัฐพลนั่งมองอยู่ในรถเมื่อเขาเห็นเ้าของร้านสาวสวยกำลังมองมาทางนี้เขาก็รีบก้มหลบทันทีอึดใจต่อมาเขาก็ด่าตัวเองว่า “จะหลบทำไมวะ รถติดฟิล์มดำขนาดนี้ ใครจะมองเห็นฟร่ะ!”
เขาเงยหน้าขึ้นนิมิตราก็ปิดประตูแล้ว ป้ายหน้าร้านโชว์ว่า ‘ปิด’นัฐพลจึงหยิบไอแพ็ดมาจิ้มๆตรวจเช็กทะเบียนรถของคนที่ออกมาจากร้านเมื่อครู่นี้ เพียงครู่เดียว ข้อมูลก็ขึ้นมาเขาอ่านข้อมูลแล้วก็จิ้มๆไอแพ็ดเช็กประวัติตามชื่อ
นิมิตราเดินเข้าไปหลังร้านราตรีก็เอาสัญญากับเช็คไปเก็บใส่แฟ้มเอาไว้จากนั้นก็เดินไปแพ็กสินค้าเตรียมส่งให้ลูกค้าคืนนี้
ครั้นค่ำมืดไร้แสงอาทิตย์ส่อง ราตรีก็แบกสินค้าไปขึ้นรถกระบะ เอาเชือกมัดแ่า เอาผ้าคลุมอีกชั้นหนึ่งจากนั้นก็ขับรถออกไป
เมื่อไปถึงบ้านลูกค้าก็ยกสินค้าลง วสันต์กับบังอรรีบถลันเข้าไปจะช่วย ราตรีก็บอกว่า “ไม่ต้องค่ะดิฉันยกคนเดียวได้ค่ะ คุณจะให้เอาไปไว้ตรงไหน นำทางเลยค่ะ”
“อ่อๆงั้นเชิญตามผมมาเลยครับ” วสันต์บอก แล้วเดินนำเข้าบ้าน ราตรีก็ยกสินค้าลงจากรถแบกขึ้นบ่าเดินตามลูกค้าไป บังอรรีบเดินตามไปติดๆ
“ห้องนี้เลยครับ”วสันต์ชี้บอก ราตรีก็เดินเข้าไปในห้องแล้ววางสินค้าลง “จะให้วางไว้ตรงไหนคะ?”
“บนโซฟาเลยครับ”วสันต์บอก ราตรีก็วางสินค้านอนไว้บนโซฟา จากนั้นก็เดินไปขึ้นรถแล้วขับกลับร้าน
วสันต์กับบังอรก็รีบถลันเข้าไปแกะกระดาษที่ห่อหุ้มสินค้าออกบังอรแกะไปก็พูดว่า “โถ ลูก จะหายใจออกไหม? เดี๋ยวแม่จะรีบแกะให้นะ”
เมื่อแกะกระดาษออกหมดแล้ววสันต์ก็โผกอดสินค้า พูดว่า “กลับบ้านเราแล้วนะลูก”
“พวกเราจะเริ่มต้นใหม่อีกครั้งนะจ๊ะลูกรัก”บังอรก็กอดสินค้าเช่นกัน
ขณะที่ราตรีออกไปส่งสินค้านัฐพลก็เดินไปกดกริ่งหน้าร้าน นิมิตราเดินไปดู เห็นว่าเป็นัฐพลจึงเปิดประตูให้พูดว่า “ร้านปิดแล้ว ถ้าคุณสนใจจะซื้อภาพก็มาวันอื่นเถอะนี่มันเวลาพักผ่อนของฉันแล้วนะคุณตำรวจ”
“ขายอะไรให้ลูกค้าไปล่ะ?”นัฐพลถาม เดินเข้าไปในร้านอย่างถือวิสาสะ
“รูปปั้นเด็ก”นิมิตราตอบ แล้วเดินไปชงชาร้อน นัฐพลมอง “ฟันกำไรไปกี่แสนล่ะ?”
“แสนอะไรกันฉันก็ขายของตามราคาต้นทุน บวกกำไร 30% ตามกฎหมายกำหนด” นิมิตราเอ่ยน้ำเสียงเรียบเรื่อย มือก็เทน้ำชาแล้วถือไปวางตรงหน้าแขกไม่ได้รับเชิญ “ค่ำแล้ว ดื่มชาดอกมะลิละกัน”
นัฐพลมองชาร้อนควันลอยกรุ่น ส่งกลิ่นหอมเย็น ก็ยื่นมือไปหยิบแก้วชามาสูดกลิ่น “หอมดี”
นิมิตรานั่งลงยิ้มมุมปากนิดนึง ยกแก้วชาขึ้นเป่าไอร้อน นัฐพลจิบชาไปคำหนึ่งมองดูนิมิตราแล้วคิดว่า จะยิ้มออก ก็แค่ตอนนี้แหละนะเดี๋ยวพอพวกนั้นค้นเจอยาที่ยัยลูกน้องสอดไส้เอาไปส่งลูกค้า ดูซิจะยังยิ้มออกอีกไหม
เขาจิบชาอีกคำมองไปรอบๆร้าน ลูกค้าที่ซื้อภาพจากร้านนี้ไป มักจะตายประหลาดๆหรือไม่ก็หายสาบสูญยัยเด็กนี่อาจจะเปิดร้านบังหน้าก็ได้ เื้ัคงค้ายาหรือไม่ก็ของเถื่อนชัวร์อาชีพเบื้องหน้าก็น่าสงสัย ภาพที่เอามาขาย เป็ภาพขโมยมาจากไหนรึเปล่าก็ไม่รู้แต่ถ้ายังไม่มีหลักฐานชัดเจนก็ทำอะไรไม่ได้ซะด้วย
“ทำไมชามันหวานแปลกๆ?”เขามองน้ำชาในแก้ว นิมิตราจึงบอกว่า “ใส่หญ้าหวาน รสจะไม่หวานเหมือนน้ำตาลหรอก”
“แล้วทำไมไม่ใส่น้ำตาลล่ะ?”นัฐพลวางถ้วยชาลง นิมิตราเป่าไอร้อนในแก้วชาของตัวเองแล้วพูดว่า“น้ำตาลกินมากไปทำให้เป็เบาหวาน โรคอ้วน ไขมันอุดตันในเส้นเื ก่อให้เกิดโรคความดันโรคหัวใจ...”
“พอๆๆไม่ต้องแลคเชอร์วิชาหมอ” นัฐพลยกมือห้าม ราวกับพระพุทธรูปปางห้ามญาตินิมิตราวางแก้วชาแล้วเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบผลไม้ออกมา 2 จาน ถือไปวางตรงหน้านัฐพล “กินผลไม้ซิท้องจะได้ไม่ผูก”
นัฐพลจึงจิ้มผลไม้ใส่ปากนิมิตราก็จิ้มผลไม้ใส่ปากเช่นกัน แล้วจิบชาทีละนิด
นัฐพลกินไปพลางมองไปรอบๆร้านดูภาพที่แขวนๆอยู่บนผนังอย่างสำรวจค้นหา เผื่อว่าจะเจอพิรุธอะไรบ้างแต่มองจนลูกตาแทบหลุดก็ยังไม่เจออะไรเลย ยัยเด็กนี่ก็ช่างนิ่งเหลือเกิ๊น!
เขามองดูเธออย่างจับผิดแต่นอกจากท่าทางการกินดื่มที่ดูเรียบร้อยงดงามราวกับกุลสตรีชั้นสูงที่ได้รับการอบรมมาอย่างดีก็ยังไม่พบพิรุธอะไรเลย จนเขาได้แต่สงสัยว่าภายใต้หน้าใสๆสวยๆนี่แอบซ่อนอะไรไว้บ้างนะ? มีแฟนรึยัง? เฮ้ย! คิดอะไรฟร่ะ!ตั้งสติหน่อยซิวะไอ้นัฐ!
ด้านลูกน้องของนัฐพลหลังจากราตรีส่งของเสร็จ ขับรถออกไปแล้ว พวกเขาก็แอบย่องไปแอบดูภายในบ้านตรงรอยแยกผ้าม่าน เขาเห็นสองผัวเมียกำลังแกะห่อกระดาษกันใหญ่ ท่าทางรีบร้อนจึงแอบถ่ายคลิปเอาไว้ เมื่อแกะกระดาษออกหมดแล้ว จึงเห็นว่าเป็รูปปั้นเด็ก สูงราว 150 ซ.ม.แล้วก็เห็นสองผัวเมียนั่นเอาแต่กอดรูปปั้นอย่างดีอกดีใจราวกับเป็ของรักยังไงอย่างงั้น
แอบดูอยู่ตั้งนานแต่ก็ไม่เห็นพฤติกรรมที่น่าสงสัยเลย พวกเขาจึงย่องออกไปอย่างเงียบกริบแล้วส่งไลน์ไปรายงานนัฐพล
เสียงไลน์ดังขึ้นนัฐพลรีบหยิบมือถือมาเปิดอ่าน พออ่านจบเขาก็พยายามทำหน้าให้เป็ปกติที่สุดแล้วจิ้มๆผลไม้ใส่ปากเคี้ยวกร๊วมๆ แอบด่าในใจว่า ไม่เจออะไรได้ไง! หรือว่ายัยเด็กนี่จะรู้ตัวเลยยังไม่ส่งของ?
ตามองคนตรงข้ามก็สบกับสายตานิ่งเฉย เป็สายตาที่นิ่งมากราวกับสายตาของคนที่ผ่านโลกมาทั้งชีวิตท่าทางจิ้มผลไม้กินยังคงดูดีไม่มีสะดุด ไม่มีสะดุ้งสักนิด จนเขาได้แต่ปลอบใจตัวเองเอาวะ วันพระไม่ได้มีหนเดียว สักวันหางต้องโผล่มาจนได้แหละว่ะ!
กินผลไม้หมดจานยกชาขึ้นดื่มรวดเดียวหมด เขาก็วางแก้วลง พูดว่า “ขอบคุณสำหรับน้ำชากับผลไม้ครับ”
นิมิตราไม่พูดอะไรยิ้มมุมปากนิดนึง ลุกขึ้นยืนส่งแขก “กลับบ้านปลอดภัยนะคุณตำรวจ”
“ครับ”นัฐพลพยักหน้ารับ แล้วก็เดินออกไป นิมิตราเดินไปส่งถึงประตูแล้วก็ปิดประตูจากนั้นก็กดปุ่มปิดประตูม้วน ประตูม้วนก็เลื่อนลงมาปิดหน้าร้านนัฐพลหันไปมองจนประตูปิดถึงพื้นแล้วเขาก็หันกลับไปเดินไปขึ้นรถแล้วขับกลับไปอย่างผิดหวัง ก็นั่งเฝ้ามาทั้งวันกลับไม่มีอะไรคืบหน้าเลย หวังว่าตอนกลางคืน ลูกน้องที่มารับ่เฝ้าต่อคงจะได้เบาะแสอะไรบ้างนะ
ณ บ้านของวสันต์เพื่อนบ้านได้ยินเสียงบังอระโเรียกลูก “ทร มากินข้าวเร็วลูก”
เพื่อนบ้านซึ่งกำลังยืนคุยกันก็ชะงัก“เอ๊ะ! ลูกคุณนายอรตายแล้วไม่ใช่เหรอ?”
เพื่อนบ้านอีกคนรีบจุ๊ปาก“ชู่ว! แกก็เงียบๆเถอะ คนบ้านนี้บ้าไปแล้ว จู่ๆก็ไปซื้อรูปปั้นเด็กมาตัวนึงแล้วก็บอกว่าลูกกลับมาแล้ว”
“หา!” เพื่อนบ้านอ้าปากค้าง รีบซักว่า “ไหนๆ เล่ามาเลยนะแก”
“ก็หลังจากไอ้เด็กนรกนั้นตายไปยัยคุณนายกับตาผัวก็ไปซื้อรูปปั้นมาตัวนึงเอามาตั้งอยู่ในห้องไอ้เด็กนรกนั่นแหละ แล้วก็หาข้าวหาน้ำมาให้รูปปั้นกินเอาเสื้อผ้ามาใส่ให้ทำเหมือนกับว่าไอ้รูปปั้นนั่นคือไอ้เด็กนรกนั่นแหละ ถ้าไม่บ้าก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรแล้วตอนที่ฉันแอบเห็นนะ ฉันนี่ขนลุกเลยแกเอ้ย”
“ทรหนาวไหมลูก? เดี๋ยวแม่เอาเสื้อกันหนาวที่ลูกชอบใส่ให้นะ” เสียงบังอรดังแว่วมาทำให้เพื่อนบ้านสบตากันอย่างสังเวชใจปนขนลุก เพราะไม่รู้ว่าคุณนายบังอรจะอาการหนักมากกว่านี้รึเปล่า
“ทรดูซิ พ่อซื้อรถบังคับคันใหม่มาให้แล้ว ชอบไหมลูก?” เสียงวสันต์ดังแว่วมา ทำให้เพื่อนบ้านกระซิบกระซาบกันว่า“เออ บ้าทั้งผัวทั้งเมียเลยว่ะ แกอยู่บ้านติดกับคนบ้าก็ระวังๆหน่อยล่ะเกิดวันดีคืนดีคลั่งขึ้นมาเที่ยวไล่ฆ่าคน บรื๋อ สยองว่ะ”
“หู๊ยแกก็อย่าพูดงี้ซิ ฉันยิ่งกลัวๆอยู่นะ”
“เออๆไปล่ะ ป่านนี้ผ้าที่ซักไว้ปั่นเสร็จแล้วมั้ง”
จากนั้นเพื่อนบ้านก็แยกย้ายกันเข้าบ้าน
ค่ำมืดไร้แสงอาทิตย์ เหลือแต่เพียงแสงไฟจากเสาไฟข้างทาง ภายในบ้านของวสันต์สองสามีภรรยาก็นั่งกินข้าวร่วมกัน ตักอาหารป้อน ‘ลูก’
“แม่ทรอยากออกไปข้างนอก อยู่ในบ้านอุดอู้” ‘เด็กหนุ่ม’พูดขึ้น พลางอ้าปากกินข้าวที่แม่ป้อน วสันต์รีบห้ามว่า “ไม่ได้”
บังอรก็หันไปพูดกับสามีว่า“พาลูกออกไปรับลมข้างนอกนิดเดียวคงไม่เป็ไรหรอกค่ะจะให้ลูกอุดอู้อยู่แต่ในห้องได้ไงคะ”
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรเตอร์ได้ทางเพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
และทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ