เวลานี้อู๋ลี่ผิงสติแตกไปเรียบร้อยแล้ว เธอกลายร่างเป็แม่เสือที่พร้อมจะขย้ำทุกคนเพื่อปกป้องลูกน้อย แผดเสียงคำรามใส่ศัตรูอย่างบ้าคลั่ง
"เด็กเหลือขอ! แกอย่าหวังจะมาทำร้ายลูกสาวฉัน! ฉันไม่ยอมเด็ดขาด!! ฉันจะบีบคอแกให้ตายคาเมือเดี๋ยวนี้แหละ!"
อวี่ฟู่ชิงรีบเอาตัวเข้าบังไป๋ลู่ไว้ทันที เขาผลักอู๋ลี่ผิงออกไปอย่างง่ายดาย ก่อนจะเอ่ยเตือนด้วยมาดสุภาพบุรุษจอมปลอมที่ดูดีแค่เปลือก
"คุณนายเสิ่น! เห็นแก่หน้าเสี่ยวลู่ผมถึงยังเรียกคุณว่าป้า กรุณาสำรวมกิริยาด้วยครับ อย่าบีบให้ผมต้องเรียกตำรวจเลย"
รปภ. ของโรงพยาบาลที่ยืนรอกันท่าอยู่หน้าห้องพักรีบพุ่งเข้ามาทันที พวกเขารรีรออยู่นานเพราะเห็นว่าเป็เื่ในครอบครัวของ 'ลูกสาวแห่งชาติ' ขืนสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปอาจจะซวยไม่รู้ตัว แต่พอเห็นสัญญาณมือจากอวี่ฟู่ชิง พวกเขาก็ไม่เกรงใจอีกต่อไป ตรงเข้าล็อคตัวอู๋ลี่ผิงแล้วลากออกไปทันที
"ไป๋ลู่! ฉันขอสาปแช่งแก! เด็กนรกส่งมาเกิด แกไม่มีวันตายดีแน่!!"
เสียงก่นด่าสาปแช่งของอู๋ลี่ผิงยังคงดังก้องไปทั่วโถงทางเดินบาดหูคนฟัง
อวี่ฟู่ชิงไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งต่อหน้าเด็กสาว ประคองข้อเท้าเล็กๆ ของเธอขึ้นมาวางบนตัก แล้วใช้แขนเสื้อราคาแพงของตัวเองเช็ดฝุ่นให้อย่างทะนุถนอม ก่อนจะบรรจงสวมรองเท้าสลิปเปอร์ให้เธอราวกับเ้าชายดูแลเ้าหญิง
ภาพบาดตานั้นทำเอาเสิ่นซินลั่วที่แอบซุ่มดูอยู่หลังประตูแทบกระอักเื ความริษยาปกคลุมทั่วทุกอณู เธอขบกรามแน่นจนเจ็บ เล็บที่เพิ่งทำมาอย่างดีจิกทึ้งลงบนฝ่ามือจนหักยับเยินไปหลายนิ้วโดยไม่รู้ตัว
เมื่อสวมรองเท้าเสร็จ อวี่ฟู่ชิงทำท่าจะช้อนตัวไป๋ลู่ขึ้นอุ้ม แต่เธอกลับเบี่ยงตัวหลบอย่างมีจริต
"พี่ฟู่ชิงคะ... เสี่ยวลู่เดินเองไหวค่ะ เสี่ยวลู่แข็งแรงจะตาย"
อวี่ฟู่ชิงมองเด็กสาวที่พยายามฝืนทำตัวเข้มแข็งทั้งที่ภายในเปราะบางด้วยสายตาเปี่ยมความสงสาร (ในจินตนาการของเขาเอง) เขาพยักหน้าช้าๆ ส่งสายตาหวานเชื่อม
"ตกลงครับ งั้นพี่ช่วยพยุงนะ"
เสิ่นหยางหงและเสิ่นซินลั่วที่มุดหัวอยู่ในห้องพักผู้ป่วยเพราะกลัวโดนลูกหลง ได้แต่มองดูเหตุการณ์ตาปริบๆ ไม่กล้าแม้แต่จะโผล่หัวออกมาถามไถ่
อวี่ฟู่ชิงประคองไป๋ลู่กลับมานั่งบนเตียง สีหน้าของเขาดูไม่สู้ดีนัก แต่เพราะไม่อยากให้ 'ว่าที่คู่หมั้น' ต้องกังวล เขาจึงพยายามข่มอารมณ์โกรธเอาไว้อย่างสุดความสามารถ
เสิ่นซินลั่วในวัยสิบแปดปีนั้นทั้งอ่อนต่อโลกและขาดความยั้งคิด พอไม่มีแม่อย่างอู๋ลี่ผิงคอยกำกับบท เธอก็โพล่งออกมาทันทีโดยที่เสิ่นหยางหงห้ามไว้ไม่ทัน
"เสี่ยวลู่... เมื่อกี้เธอกับคุณแม่..."
"พอได้แล้ว!" อวี่ฟู่ชิงตวาดเสียงเข้ม "ให้เสี่ยวลู่พักผ่อนเงียบๆ บ้างเถอะ"
"พี่ฟู่ชิงคะ..."
ไป๋ลู่ใช้นิ้วเรียวเล็กดึงชายเสื้อเขาเบาๆ ช้อนตามองด้วยแววตาใสซื่อระคนหวาดกลัว น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยพองาม
"พี่... พี่จะเกลียดเสี่ยวลู่ไหมคะ?"
"จะเป็ไปได้ยังไงกัน!" เขาตอบสวนทันทีแทบไม่ต้องคิด
ไป๋ลู่ปรายตามองเสิ่นซินลั่วแวบหนึ่ง ก่อนจะแสร้งก้มหน้าลงต่ำด้วยความรู้สึกผิด
"ก็เมื่อกี้... เสี่ยวลู่เป็คนทำให้คุณแม่โกรธนี่คะ"
เสิ่นหยางหงเห็นท่าทางเจียมเนื้อเจียมตัวของลูกบุญธรรมแล้วก็อดสงสารไม่ได้ รีบพูดแทรกขึ้นมา
"ไป๋ลู่ ลูกอย่าเอาแต่โทษตัวเองเลย เป็คนดีน่ะมันก็ดี แต่ถ้าดีเกินไปจนคนอื่นมาเอาเปรียบมันจะแย่เอานะลูก!"
ไป๋ลู่ส่ายหน้าปฏิเสธ กัดริมฝีปากแน่นจนห้อเื น้ำตาเม็ดโตไหลเผาะลงมาอาบแก้มราวกับสั่งได้
"ไม่ค่ะคุณพ่อ เมื่อกี้หนู... ฮึก... หนูรู้ว่าพี่สาวเองก็ชอบพี่ฟู่ชิงเหมือนกัน! คุณแม่เลยอยากให้พี่สาวแต่งงานกับพี่ฟู่ชิงแทนหนู! เสี่ยวลู่รู้ความจริงหมดแล้วค่ะ!"
เปรี้ยง! เหมือนฟ้าผ่าลงกลางวง
อวี่ฟู่ชิงยืนอึ้ง แววตาที่เคยสงบนิ่งสั่นไหวอย่างรุนแรง "เมื่อกี้... หนูว่าไงนะ?"
เขาถามย้ำเหมือนไม่อยากเชื่อหู ในขณะที่เสิ่นซินลั่วหน้าซีดเผือดเป็ไก่ต้ม เลิ่กลั่กจนทำอะไรไม่ถูก ส่วนเสิ่นหยางหงกำหมัดแน่น แววตาลุกเป็ไฟขึ้นมาทันที
ไป๋ลู่ปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายใคร สวมบทบาทเด็กน้อยผู้เสียสละได้อย่างสมบูรณ์แบบ
"ทำไมเื่ที่ว่าใครจะได้แต่งกับพี่ฟู่ชิง... ฮึก... ถึงต้องให้คุณแม่เป็คนเลือกด้วยล่ะคะ? ทำไมกัน! คุณแม่ลำเอียงรักแต่พี่สาว รักพี่สาวคนเดียวมาตลอด! ทั้งบทนางเอก ทั้งโฆษณา ทั้งพรีเซนเตอร์ เสี่ยวลู่ยกให้พี่สาวได้หมด! แต่พี่ฟู่ชิง..."
เด็กสาวสะดุ้งเฮือกเหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าหลุดปากพูดความในใจออกไป เธอรีบตะครุบปากตัวเองแน่น ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำฉายแววตื่นตระหนกและเขินอายสุดขีด
ท่าทางนั้นทำเอาหัวใจของอวี่ฟู่ชิงเหลวเป็น้ำ
ที่แท้ที่น้องทะเลาะกับแม่ ก็เพื่อปกป้องความรักที่มีต่อเขาสินะ!
ชายหนุ่มยื่นมือออกไปหมายจะดึงร่างบอบบางเข้ามากอดปลอบโยน แต่ไป๋ลู่กลับมุดตัวเข้าไปในผ้าห่มคลุมโปงหนีอาย ไม่ยอมให้เขาแตะตัว
อวี่ฟู่ชิงหลุดยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู เขาตบเบาๆ ลงบนก้อนผ้าห่มนุ่มนิ่มนั้น
"เสี่ยวลู่ครับ พี่ฟู่ชิงจะแต่งงานกับใคร คนที่มีสิทธิ์ตัดสินใจมีแค่พี่คนเดียวเท่านั้น ตกลงไหม?"
ภายใต้ผ้าห่มผืนหนา ไป๋ลู่กลอกตามองบนจนแทบจะเห็นก้านสมอง
โอ๊ย จะอ้วก! วันนี้ต้องเล่นบทเ้าน้ำตากี่รอบเนี่ย ตาจะบอดอยู่แล้วนะ!
เธอสะบัดผ้าห่มออก ทันใดนั้น แววตาที่เคยโศกเศร้าก็แปรเปลี่ยนเป็ความซุกซนที่แฝงรังสีอำมหิต จ้องเขม็งไปที่เสิ่นซินลั่ว
สายตามัจจุราชนั้นทำเอาเสิ่นซินลั่วผงะถอยหลังกรูดไปชนเสิ่นหยางหง ปึก!
ไป๋ลู่ฉีกยิ้มแยกเขี้ยวขู่ฟ่อ ราวกับลูกแมวหวงก้าง
"ถ้าพี่สาวมาแย่งพี่ฟู่ชิงไป เสี่ยวลู่จะกัดไม่ปล่อยเลยคอยดู!"
อวี่ฟู่ชิงหัวเราะร่าออกมากับท่าทางขู่ฟ่อๆ นั่น
เด็กโง่ของเขา... ขนาดทำท่าดุยังน่ารักน่าเอ็นดูขนาดนี้
ทั้งนุ่มนิ่ม ทั้งขี้หวง โอ๊ย... ใจละลายไปหมดแล้ว!
เขาเอื้อมมือจะไปลูบหัวทุยๆ นั่นด้วยความหมั่นเขี้ยว แต่ไป๋ลู่ก็เบี่ยงหลบอีกครั้ง เขาจึงได้แต่ส่งสายตาดุแกมเอ็นดูไปให้
"เสี่ยวลู่... เด็กดีเขาไม่ขู่พี่สาวแรงๆ แบบนี้นะครับ ไม่ต้องกังวลหรอกนะ ไม่มีใครแย่งพี่ไปจากหนูได้ทั้งนั้น... ไม่มีทาง"
ริมฝีปากบางสวยของไป๋ลู่ขยับเอื้อนเอ่ยประโยคต่อมา เสียงของเธอหวานหยดแต่เนื้อความกลับเชือดเฉือนจนคนฟังต้องสะท้าน
"พี่ฟู่ชิงเป็ของฉัน... ใครหน้าไหนก็อย่าหวังจะมาแย่งไปได้! จำไว้นะ... ต่อให้วันหนึ่งฉันไม่้าผู้ชายคนนี้แล้ว ฉันก็จะ 'ทำลาย' ทิ้งด้วยมือของฉันเอง แต่ไม่มีวันยกให้คนอย่างพี่เด็ดขาด! เสิ่นซินลั่ว... ถ้าพี่กล้าแตะของรักของฉันแม้แต่ปลายก้อย ฉันจะขายพี่ใส่พานถวายพวกเสี่ยแก่ตัณหากลับ ให้ไปเป็เมียน้อยพวกมันซะ!"
ประโยคที่ฟังดูเหมือนเห็นเขาเป็แค่สิ่งของ แถมยังขู่ฆ่ากันซึ่งๆ หน้า แต่อวี่ฟู่ชิงกลับไม่รู้สึกโกรธเคืองเลยสักนิด ตรงกันข้าม เขากลับรู้สึกใจฟูที่เด็กสาวแสดงความยึดติดและหึงหวงเขาได้รุนแรงถึงเพียงนี้
เสิ่นหยางหงขมวดคิ้วยุ่ง รีบปรามลูกสาว
"ไป๋ลู่! พูดจาเหลวไหลใหญ่แล้ว พ่อบอกแล้วไงว่าอย่าไปเล่นไอ้ละครบ้าบอนั่น ดูสิไปจำอะไรผิดๆ มา! จับพี่สาวไปขายให้เสี่ยแก่? นี่ใช่คำที่เด็กดีๆ เขาพูดกันเหรอ? มิน่าล่ะแม่เขาถึงได้สติแตก ก็เพราะเราเล่นบทละครตบตีใส่เขาแบบนี้ไง! ซินลั่วเป็พี่สาวของลูกนะ!"
เสิ่นซินลั่วที่เคยร่วมแสดงในละครเื่นั้นด้วยได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ หน้าบอกบุญไม่รับ
แต่ไม่รู้ทำไม... ยิ่งฟัง เธอกลับยิ่งขนลุกซู่
พ่อกับพี่ฟู่ชิงอาจจะคิดว่าไป๋ลู่แค่จำบทละครมาพูดเล่นตามประสาเด็ก แต่สัญชาตญาณของฉันมันแม่นยำว่า….ยัยเด็กนี่ไม่ได้พูดเล่น
มันเอาจริง!
อวี่ฟู่ชิงยิ้มขำพลางสั่งสอนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
"ไป๋เสี่ยวลู่ ซินลั่วเป็พี่สาวนะครับ หนูพูดจาแบบนี้ไม่ได้นะ ถึงหนูจะยังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจความหมายจริงๆ ของมันก็เถอะ เข้าใจไหมครับ?"
ไป๋ลู่ดึงสติกลับมาแทบไม่ทัน เธอแอบถอนหายใจในใจ
โลกนี้มันตลกสิ้นดี...
ั้แ่ได้ชีวิตใหม่กลับมา ทุกคำโกหกของเธอ ทุกคนดันเชื่อสนิทใจ
แต่พอเธอพูด 'ความจริง' จากใจออกมาโต้งๆ... กลับไม่มีใครเชื่อเธอสักคน!
ประสาทชะมัด!