ตอนที่ 12 พี่ชายที่แสนดีต้องลำบาก (1)
รู้ว่าวันนี้น้องสาวไปเรียนหนังสือ อวี๋จือรุ่นกังวลมาั้แ่เช้าจนถึงตอนนี้ ในที่สุดก็รอจนอาจารย์เลิกเรียน เขาจึงตรงไปยังสวนเหมยอย่างเร่งรีบ ใครจะรู้ว่ามาถึงยังไม่ทันได้เดินเข้าห้อง ก็มองเห็นเซียงป่ายสาวใช้กำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่หน้าประตู
เกิดความรู้สึกไม่ดีขึ้นมา เขาเอ่ยถาม “เป็อะไรไป คุณหนูของพวกเ้าเกิดเื่อย่างนั้นหรือ”
เห็นว่าเป็นายน้อยรอง ดวงตาของเซียงป่ายพลันเปล่งประกายขึ้นมา รีบลุกขึ้นแสดงความเคารพ เอ่ย “นายน้อยรอง ท่านรีบไปดูคุณหนูเถิดเ้าค่ะ วันนี้คุณหนูเดินกลับไปกลับมาจากสวนเหมยไปยังเรือนฉี่กว่าหกรอบ เดินจนเท้าพองไปหมดแล้วเ้าค่ะ”
อวี๋จือรุ่นตะลึงงัน เขาที่ร่างกายแข็งแรงเดินทางไปทุกหนทุกแห่ง ยังไม่เคยคำนึงถึงปัญหาการเดินทางเลยจริงๆ
ความจริงเมื่อก่อนสวนเหมยไม่ได้อยู่ไกลเพียงนั้น เพียงแต่หลังจากไท่ฮูหยินจากไป ฮูหยินผู้เฒ่าจึงหาคนมาดูฮวงจุ้ยโดยให้เหตุผลว่าเฝิงอี๋เหนียงนั้นมักจะป่วยอยู่บ่อยครั้ง ผลสุดท้ายหลังจากดูแล้วจึงกล่าวว่าฮวงจุ้ยของสวนเหมยนั้นไม่ดีจริงๆ และสาเหตุที่ไม่ดีเป็เพราะประตูเรือนหันไม่ถูกทิศทาง ดังนั้นประตูเรือนเดิมจึงถูกปิดตาย ยามนี้ประตูเรือนถูกเปลี่ยนทิศทาง ถูกเปลี่ยนไปยังมุมที่ไกลออกไป หากเดินตรงออกจากเรือนไปไม่ไกลนัก ก็จะออกจากประตูใหญ่ เดินอ้อมศาลาอ้อมูเาจำลองต่างๆ ระยะทางเช่นนี้ไกลเกินไปแล้ว
อวี๋จือรุ่นเป็บุรุษอีกทั้งยังเป็พี่ชาย แน่นอนว่าไม่ได้คำนึงถึงเท้าเล็กๆ ของน้องสาว แต่เมื่อนึกถึงน้องสาวที่เปราะบางต้องเดินกลับไปกลับถึงหกรอบ พลันต้องปวดศีรษะขึ้นมา
ครุ่นคิดอยู่ในใจ หากเจียวเจียวร้องไห้งอแงขึ้นมาเขาจะปลอบอย่างไรดี อวี๋จือรุ่นก้าวเดินเข้าไปในห้อง
“พี่ชายมาแล้วหรือเ้าคะ” อวี๋เจียวที่กำลังปวดหัวเพราะเื่เรียนเมื่อมองเห็นพี่ชายจึงเอ่ยขึ้นอย่างดีใจ “พี่ชายท่านกินข้าวแล้วหรือไม่ เซียงฉี่กำลังไปรับสำรับอาหาร จะให้ยกอาหารของท่านพี่มาด้วยเลยหรือไม่เ้าคะ”
อวี๋จือรุ่นผู้ไม่รู้ว่าน้องสาวอยากให้เขาอยู่เป็อาจารย์เอ่ยตอบด้วยสีหน้าละอายใจ “วันนี้วันที่หนึ่ง ค่ำสักหน่อยต้องไปกินข้าวกับท่านย่า” วันที่หนึ่งและสิบห้าของทุกๆ เดือนทุกคนจะต้องไปร่วมกินข้าวกันที่เรือนของฮูหยินผู้เฒ่า เพียงแต่ปกติไม่เคยมีอวี๋เจียวมาก่อน เห็นได้ว่าครั้งนี้เองก็ไม่มีเช่นกัน “จริงสิเจียวเจียว เ้าควรเรียกข้าว่าพี่รอง” ข้างบนยังมีพี่ชายอีกหนึ่งคน หากเรียกจนติดปากแล้วไปเรียกพี่ชายต่อหน้าทุกคน ท่านพ่อท่านแม่จะคิดเยี่ยงไร
เห็นว่าน้องสาวตอบรับแล้ว เขาจึงยิ้มออกมาพร้อมเอ่ย “เจียวเจียว วันนี้ไปหาท่านแม่เป็เยี่ยงไร ท่านแม่คุยอะไรกับเ้าหรือไม่ เข้ากับเหล่าพี่สาวได้ดีหรือไม่” เมื่อก่อนมีอี๋เหนียงอยู่เขารีบมารีบกลับ ไม่รู้สึกว่าไม่ถูกตรงไหน ยามนี้เพิ่งรู้ถึงความลำบากของคำว่าพี่ชายคนโตเปรียบเสมือนบิดา ทุกคำที่ออกจากปากล้วนห่วงใย
กลัวพี่ชายของตนผมขาวั้แ่อายุยังน้อย อวี๋เจียวจึงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ดีมากเลยเ้าค่ะ ท่านแม่และเหล่าพี่สาวดีกับข้ามาก เพียงแต่ไปมาไกลสักหน่อย แต่ท่านแม่บอกกับข้าแล้ว เรือนฉี่ที่พวกพี่สาวอยู่ไม่มีห้องว่าง รอฤดูใบไม้ผลิปีหน้าจะหารือกับท่านพ่ออีกครั้ง พี่ชายวางใจเถิดเ้าค่ะ”
เห็นน้องสาวรู้ความเช่นนี้ อวี๋จือรุ่นยิ้มชื่นใจ เอ่ยขึ้นอีกครั้ง “แล้วการบ้านเล่า อาจารย์หญิงสอนอะไรเ้าบ้าง เ้ามีตรงไหนที่ไม่เข้าใจหรือไม่”
อวี๋เจียวที่กำลังรอประโยคนี้ เมื่อได้ยินอีกฝ่ายเอ่ยขึ้น นางจึงรีบหยิบแบบคัดตัวอักษรบนโต๊ะขึ้นมาพลางเอ่ย “พี่รอง ท่านอาจารย์สอนข้าเขียนตัวอักษรแล้ว แต่ลำดับขีดที่อาจารย์สอนข้าจำไม่ได้ ท่านช่วยสอนข้าอีกสักรอบได้หรือไม่เ้าคะ”