บทที่ 23 ภารกิจด่วน, เฉียวเหลียนเฉิงให้เงินเจียงเสวี่ย
ทว่าสิ่งเหล่านี้กลับแปลกประหลาดในสายตาของผิงอันโดยไม่คาดคิด
เฉียวเหลียนเฉิงเริ่มทบทวนตัวเอง โดยคิดว่าครั้งต่อไปเขาจะทำแบบนี้ไม่ได้แล้ว
เฉียวเหลียนเฉิงเป็เด็กยากจนจากชนบท มักถูกรังแกบ่อย ๆ
ดังนั้นเขาจะทบทวนตัวเองอยู่เสมอ เขาจะไตร่ตรองพฤติกรรมของตัวเองว่าไม่ดีตรงไหนบ้าง
คงเป็เพราะความมีวินัยนี้ที่ทำให้เขาได้ในสิ่งที่เป็อยู่ทุกวันนี้
ซึ่งที่เฉียวเหลียนเฉิงเลือกทำแบบนี้เป็ทางเลือกที่ดีที่สุด!
ทั้งสองไม่ได้พูดคุยอะไรกันอีก จนเช้าวันรุ่งขึ้น เฉียวเหลียนเฉิงก็กลับไปบ้านพร้อมผิงอัน
ในเวลาทำงาน กองทัพไม่อนุญาติให้เอาเด็กมาที่สำนักงานได้
เมื่อเขาเปิดประตู ก็เห็นว่าเจียงหว่านตื่นแล้วและกำลังจะไปแปลงผัก
ส่วนเจียงหว่านพอเห็นพวกเขากลับมาก็ทำเป็ไม่สนใจ
ทว่าเฉียวเหลียนเฉิงผลักผิงอันไปตรงหน้าเธอเบา ๆ "ขอโทษน้าเจียงสิ"
ผิงอันมุ่ยปากก้มศีรษะลงแล้วพูดว่า "ผมขอโทษ น้า-เจียง!"
เขาจงใจเน้นคำว่าน้า
เจียงหว่านยิ้มเยาะ "ฉันไม่ยอมรับคำขอโทษที่ไม่จริงใจ"
เฉียวเหลียนเฉิงพูดไม่ออกไปพักหนึ่ง แต่เขาก็เข้าใจว่าเจียงหว่านคือคนที่ค่อนข้างคิดเล็กคิดน้อย ไม่ว่าจะเป็ใครหรือมีเหตุผลอะไร ตราบใดที่มาล่วงเกินเธอก็จะจำไว้ จึงไม่ใช่ความคิดที่ดีที่จะปล่อยให้เธอโกรธ
เขาถอนหายใจเบา ๆ และพูดกับเจียงหว่าน "เมื่อวาน ผมไม่ได้ตั้งใจจะต่อว่าคุณ ผมแค่หวังว่าคุณจะจัดการเื่นี้ได้โดยไม่ใช้อารมณ์"
“ไม่ใช่ว่าผมไม่ไว้ใจคุณ แต่ผม...”
เขาแค่อยากจะบอกว่าเขาหวังว่าเธอจะอดทน หาหลักฐานก่อน แล้วค่อยจัดการศัตรูด้วยการออกแรงเพียงครั้งเดียว
ไม่อย่างนั้น ถ้าไม่มีหลักฐานมันก็จะเป็แค่การตบหน้าตัวเอง และคนที่เจ็บก็คือตัวเธอเอง ทั้งยังแก้ปัญหาไม่ได้ด้วย
ยังไงก็ตาม ก่อนที่เขาจะพูดจบ ที่ด้านนอกก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นเสียก่อน
“หัวหน้ากองพันเฉียว มีภารกิจเร่งด่วนครับ ผู้บัญชาการกองพันทหารแจ้งให้คุณไปที่นั่นโดยเร็วที่สุด!”
เฉียวเหลียนเฉิงรับคำ จากนั้นหันไปหาเจียงหว่านแล้วพูดว่า "ผมต้องฝากคุณดูแลผิงอันหน่อย ผมจะคุยกับคุณอีกครั้งตอนกลับมาก็แล้วกัน"
หลังจากพูดจบแล้วเขาก็หันหลังจากไป
เจียงหว่านยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดกับตัวเองว่า "นายควรพูดให้จบก่อนสิ พูดแค่ไม่กี่คำไม่ได้ใช้เวลามากสักหน่อย"
เมื่อเปิดประตู เธอก็เห็นชายคนหนึ่งในชุดทหารวิ่งออกมาจากห้องอย่างเร่งรีบ
ดูเหมือนว่าจะมีภารกิจเร่งด่วนจริง ๆ
เจียงหว่านหันกลับไปก็เห็นผิงอันกำลังมองเธออย่างกระตือรือร้น
เจียงหว่านเพิกเฉยต่อเขา แล้วหยิบบะหมี่จะออกไปทำอาหารเช้า
ขณะเธอกำลังจะออกไป ผิงอันก็ทำเสียงฮึ่มฮั่ม ก่อนพูดว่า
“อย่าคิดว่าการขอโทษของฉันเป็การประนีประนอมนะ พ่อเป็คนบังคับให้ฉันขอโทษต่างหาก”
เจียงหว่านหัวเราะเยาะ "อย่ากังวลไป ฉันไม่ได้วางแผนที่จะคืนดีกับเธออยู่แล้ว มันยังเหมือนเดิม มาสู้กัน"
หลังจากพูดจบเธอก็ออกไปพร้อมกับกะลามังใบเล็ก
แต่เพราะที่บ้านมีชามอยู่เพียงสามชาม ซึ่งทั้งหมดถูกเจียงหว่านทำแตกหมดเกลี้ยง
เธอจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากไปหาสะใภ้เฉินเพื่อยืมชามสองใบ
ถึงพูดไปว่าจะสู้กัน แต่จะให้เธอลดตัวไปรังแกเด็กได้ยังไง?
แต่เ้าเด็กผิงอันเอาแต่ให้ความสำคัญกับน้าเจียงเสวี่ย ดังนั้น กับลูกหมาป่าตาขาวนั่น เธอเพียงแค่ไม่ต้องไปใส่ใจอีกต่อไปก็พอแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น มันเป็การอยู่ร่วมกันแค่เจ็ดเดือน
ตอนนี้ก็ผ่านมาครึ่งเดือนแล้ว เหลือเวลาอีกหกเดือนครึ่งเท่านั้น
ในเวลาเดียวกัน ที่กองบัญชาการ เฉียวเหลียนเฉิงกับเจียงเฉิงออกมาจากห้องผู้บัญชาการกองพันทหารด้วยใบหน้าเศร้าโศก
“เหล่าเฉียว ยังมีเวลาอีกหนึ่งชั่วโมงก่อนออกเดินทาง นายอยากกลับไปจัดแจงอะไรไหม?”
เฉียวเหลียนเฉิงกล่าวว่า "ไม่ ผมยังต้องเรียกประชุมทีม ไม่งั้นมันจะสายเกินไป"
“แต่เจียงหว่านไม่มีเงิน เงินทั้งหมดอยู่ที่ผม พี่ช่วยเอามันไปให้เธอแทนผมได้ไหม?”
“แล้วบอกกับเธอไปว่าถ้าเกิดอะไรขึ้น ให้รอจนกว่าผมจะกลับมา!”
……
เจียงเฉิงกล่าวว่า "ฉันเองก็ไม่มีเวลากลับไป ฉันมีเื่ทางนี้อีกเยอะต้องจัดการ"
เฉียวเหลียนเฉิงรู้สึกหดหู่ แต่ฉินฮั่น ผู้บัญชาการกองพันที่สองบังเอิญผ่านมาพอดี เฉียวเหลียนเฉิงจึงรีบหยุดเขา
“เหล่าฉิน ผมอยากขอให้คุณช่วยอะไรหน่อย คราวนี้กองพันที่สองของคุณไม่ได้ไปด้วยสินะ”
เหล่าฉินพยักหน้า "ใช่ ที่ไปมีแค่กองพันที่หนึ่งกับสาม ส่วนพวกเรารออยู่ที่นี่"
เฉียวเหลียนเฉิงหยิบเงินสิบห้าหยวนออกมาส่งให้อีกฝ่าย
“งั้นดีเลย คุณช่วยนำสิ่งนี้ไปให้เจียงหว่านภรรยาของผมหน่อย และช่วยบอกเธอว่าผมจะไปทำภารกิจ ทุกอย่างไว้ค่อยคุยตอนผมกลับมา!”
เหล่าฉินตกลงทันที
เฉียวเหลียนเฉิงกับเจียงเฉิงกำลังยุ่งอยู่กับการเตรียมออกเดินทาง ส่วนเหล่าฉินก็ไม่ได้กลับไปที่ลานบ้านทันที และไม่ได้กลับไปจนกว่าจะถึงเวลาอาหารกลางวัน
เมื่อถึงเวลานั้น กองพันที่หนึ่งและสามก็ออกไปแล้ว
เหล่าฉินกังวลเล็กน้อยตอนเขากลับมา
หลี่ซิ่วจือภรรยาถามอย่างสงสัย "คุณเป็อะไรไปคะ? สีหน้าคุณดูไม่ค่อยดีเลย"
เหล่าฉินกล่าวว่า "หัวหน้ากองพันเฉียวไปทำภารกิจ ก่อนออกเดินทางเขาขอให้ผมเอาเงินไปให้ภรรยาของเขา"
“แต่ผมเป็ผู้ชาย ไปหาเธอคงไม่เหมาะเท่าไหร่”
หลี่ซิ่วหลันที่กำลังอ่านหนังสือการ์ตูนอยู่ ได้ยินแบบนี้ ก็รีบเงยหน้าขึ้น
“ฉันไปเองค่ะพี่เขย”
หลี่ซิ่วจือก็คิดเหมือนกัน "ให้ซิ่วหลันไปเถอะค่ะ ก็แค่ฝากส่งเงิน คุณไม่จำเป็ต้องไปด้วยตนเองหรอก"
ฉินฮั่นคิดว่าแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ดังนั้นเขาจึงมอบเงินที่เฉียวเหลียนเฉิงฝากไว้ส่งให้กับหลี่ซิ่วหลัน
หลี่ซิ่วหลันรับมันขึ้นมาดู จากนั้นก็อ่านหนังสือการ์ตูนต่อ
ฉินฮั่นเลยพูดอย่างเป็กังวล "อย่าลืมเอามันไปให้ภรรยาของหัวหน้ากองพันเฉียวล่ะ"
หลี่ซิ่วหลันโบกมือ "เข้าใจแล้วค่ะ เดี๋ยวฉันไปตอนบ่าย"
เมื่อเห็นว่าใกล้จะถึงเวลาแล้ว ฉินฮั่นจึงกลับไปที่กองทัพ
หลี่ซิ่วจือรู้จักนิสัยของน้องสาวเธอดี แม้ในเวลาปกติหล่อนจะกระโดกกระเดกและเอาแต่ใจ แต่ก็ไม่เคยผิดพลาดเื่สำคัญ เธอจึงไม่เก็บมาใส่ใจ
ใน่บ่าย หลี่ซิ่วหลันที่ตื่นจากการงีบหลับ ทักทายพี่สาวของเธอแล้วขึ้นไปชั้นบน
แต่แทนที่จะมองหาเจียงหว่าน เธอกลับไปหาเจียงเสวี่ยแทน
“เจียงเสวี่ย ดูสิว่านี่คืออะไร!”
เจียงเสวี่ยเหลือบมองอย่างสงสัย "เงินน่ะสิ มีอะไรงั้นเหรอ?"
เพราะยังเจ็บจากการถูกทุบตี เธอจึงพูดไม่ถนัดนัก
หลี่ซิ่วหลันกล่าวว่า "เฉียวเหลียนเฉิงมอบมันให้กับเจียงหว่าน"
จากนั้นหล่อนจึงอธิบายสถานการณ์โดยละเอียด
เจียงเสวี่ยรู้สึกประหลาดใจเมื่อเธอได้ยินคำพูดเ่าั้ โดยไม่รู้เลยว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ตอนมองดูเงินเ่าั้
ทันใดนั้น หลี่ซิ่วหลันก็มอบเงินให้เจียงเสวี่ย
“เธอให้ฉันทำไม?” เจียงเสวี่ยถามอย่างสงสัย
หลี่ซิ่วหลันพูดด้วยรอยยิ้ม "นังนั่นชอบเล่นการพนัน ทั้งลานต่างรู้ดี ถ้าเงินไปอยู่ในมือนังนั่น เธอคิดสิว่าจะเกิดอะไรขึ้น!"
ดวงตาของเจียงเสวี่ยเป็ประกาย "ยังไงก็ไม่ควรเอาให้ฉันเหมือนกัน!"
หลี่ซิ่วหลันกล่าวว่า "ก็เอาไว้ซื้อผักนั่นล่ะ เธอแค่ซื้อผักให้นังนั่นทุกวันก็พอ"
“พอดีเลย เธอจะได้ล้างแค้นที่ถูกทุบตีเมื่อวานนี้ไง!"
เจียงเสวี่ยเม้มริมฝีปากและไม่พูดอะไร แต่เธอก็มีความคิดอยู่ในใจแล้ว
หลี่ซิ่วหลันจากไปโดยไม่ไปพบเจียงหว่าน
เมื่อเห็นน้องสาวกลับมา พี่สาวก็ถามขึ้นแบบสบาย ๆ ว่า "เอาเงินไปให้ภรรยาของหัวหน้ากองพันเฉียวแล้วเหรอ?"
หลี่ซิ่วหลันตอบอย่างตรงไปตรงมา "เปล่า ฉันไม่ได้เอาไปให้!"
"ไม่? ทำไมล่ะ?"
หลี่ซิ่วจือหันไปมองหญิงสาวอย่างประหลาดใจ
หลี่ซิ่วหลันกล่าวว่า "นังนั่นชอบเล่นการพนัน ฉันคิดว่าถ้าไม่ใช่เพราะเธออ้วนเกินไปจนไม่มีใคร้า เธอคงถูกขายไปแล้ว"
“ถ้าให้เงินเธอไป เงินจะยังเหลือเหรอ!”
หลี่ซิ่วจือขมวดคิ้วและถามว่า "แล้วเธอเอาเงินไปไว้ไหน?"
หลี่ซิ่วหลันกล่าวว่า "เอาให้กับเจียงเสวี่ยน่ะสิ!"
หัวใจของหลี่ซิ่วจือเต้นรัว เธอหันมามองน้องสาวด้วยสายตาจริงจัง
“ซิ่วหลัน บอกความจริงมา เธอยังหมายตาเฉียวเหลียนเฉิงอยู่หรือเปล่า!”