ทั้งสี่ใช้เวลาประมาณสิบเจ็ดนาที จึงหนีออกมาจากคอนโดมิเนียมของผิงและมาอยู่รวมกันที่แฟลตของฝัดได้ เวลาสิบเจ็ดนาทีที่กล่าวถึงนั้น นั่นรวมถึงเวลาลากร่างของฟีนิกซ์ไปขึ้นรถแล้วด้วย
ณ ห้องของฝัด ฟีนิกซ์ที่ถูกแบกมานอนที่เตียงของฝัด ก็กล่าวถามขึ้น " กูอยากถามพวกมึงอย่างหนึ่ง กูเจ็บขนาดนี้ ทำไมพวกมึงไม่พากูไปโรงพยาบาลวะ พากูมาที่ห้องไอ้ฝัดทำไม "
" พามาที่นี่อะถูกแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้ามึงก็ต้องไปทำงานที่ร้านรับจ้างแลกเปลี่ยนสารพัด ถึงตอนนั้นมึงค่อยใช้พลังในการเยียวยาตัวเองของมึง ฟื้นฟูตัวเองไปก็แล้วกัน วันนี้ก็นอนทนเจ็บไปก่อน " อาทกล่าว
" บอกมาได้ทนเจ็บไปก่อน ไอ้ทีแรกที่กูโดดลงมา กูแค่ขาหัก พอมึงลากกูหนีเท่านั้นแหละ ล่อซะกูแขนหักเลย " ฟีนิกซ์กล่าวบ่น
" เออพี่ ผมเพิ่งนึกขึ้นได้ อีสองสาวนั่นอะ
อีแบมกับอีดาวอะ มันหายไปไหนวะ บอกจะไปซื้อกับแกล้ม กลับหายไปซะงั้น " ฝัดที่นึกขึ้นได้จึงกล่าวถามขึ้น
" เออ จริงของมึงว่ะไอ้ฝัด อีสองคนนั้นแม่งหายไปเลย ไม่รู้พวกแม่งไปซื้อกับแกล้มกันที่ดาวนาเม็กกันรึเปล่าก็ไม่รู้ ออกไปจนสิบกว่านาทีล่ะยังไม่กลับมาเลยอะ " ฟีนิกซ์กล่าว
" ขอโทษนะเว้ย " อาทพูดขอโทษ ก่อนจะนำมือตนทุบไปยังขาข้างที่หักของฟีนิกซ์
ฟีนิกซ์ที่โดนทุบก็ร้องกรี้ดออกมา " อ๊า "
" จะตายห่ากันอยู่แล้ว ยังอุตส่าห์นึกถึงอีสองสาวนั่นอีก " อาทกล่าว " พวกมึงรู้มั้ย ด้วยความบ้ากามของพวกมึง มันทำให้กูต้องพลาดที่จะได้เห็นหน้าของสายลับของพวกมันที่เป็ตำรวจไป และทำให้กูเกือบพลาดข้อมูลสำคัญของพวกมันไปอีกด้วย มึงรู้กันมั้ย "
" ข้อมูลสำคัญ ? ข้อมูลอะไรวะ ? " ฟีนิกซ์ถาม
" ก็ข้อมูลเกี่ยวกับวันที่ ที่พวกมันจะนัดซื้อขายยากันไง พวกมันที่มาดูลาดเลา หลุดพูดกันออกมาเองเลยนะเว้ย "
" แล้ววันไหนเหรอครับ ที่พวกมันนัดซื้อขายกัน " เยี่ยหลงกล่าวถาม
" วันที่ยี่สิบห้า ตุลานี้ "
"" ฮะ ยี่ห้า ตุลานี้ "" ฟีนิกซ์ ฝัด กล่าวพร้อมกัน
" แล้วมึงจะพูดพร้อมกันทำไมเนี่ย " อาทถาม
" งั้นมันก็แค่อีกห้าวันเองนะพี่ ผมว่าผมยังไม่พร้อมที่จะเจอกับลูกปืนอีกว่ะ เพราะแค่วันนี้ที่เราหนีลูกปืนกันมาผมยังผวาไม่หายเลยพี่ ให้พวกมันเลื่อนวันส่งยากันไปก่อนได้มั้ย สักสิบวันกำลังดี ถึงวันนั้นผมคงหายผวาแล้วพอดีเลยพี่ " ฝัดกล่าว
" โธ่ ไอ้บ้า นี่เขานัดส่งยากันนะเว้ย ไม่ใช่นัดรวมกลุ่มกินข้าวที่จะได้เลื่อนกันได้อะ แล้วอีกอย่างกูไม่ใช่คนนัดซื้อขายยาเอง ที่จะสามารถโทรบอกคู่ค้าให้เลื่อนไปก่อนสักสิบวันได้อะ " อาทกล่าว " ไม่รู้ล่ะ ไม่ว่ายังไง
วันที่ยี่สิบห้า ตุลานี้ พวกมึงต้องไปเล่นดนตรีสดกันที่ร้านตามเดิม เพื่อความแเี เพราะกูคิดว่าที่พวกมันเลือกร้านนี้ ก็เพราะว่าร้านนี้มีดนตรีสด ลูกค้าทุกคนที่มาร้านนี้ไม่มาดูดนตรีสดก็มากินข้าว พวกมันคงคิดไว้แล้วว่าไม่มีใครสนใจพวกมันหรอก แถมที่ที่พวกมันเลือกซื้อขายยากัน ยังเป็ที่ที่เรียกได้ว่าที่ที่อันตรายที่สุด คือที่ที่ปลอดภัยที่สุดอีกด้วย มันคงคิดว่าพวกตำรวจอย่างเราคงคาดไม่ถึง "
" ใช่ กูคาดไม่ถึงจริงๆว่าพวกมันจะมา " ฟีนิกซ์กล่าว " เพิ่งรอดจากลูกปืนของไอ้แบงค์มาได้แท้ๆ ต้องมาเสี่ยงกับลูกปืนของพวกค้ายาอีก โธ่ ชีวิต "
" อย่าเพิ่งโธ่ชีวิต เพราะมึงได้โธ่อีกแน่ เพราะกูจะไม่จ่ายเงินมึงวันนี้หนึ่งวัน เพราะมึงทำงานให้กูได้ไม่เต็มที่จนทำกูพลาดที่จะได้เห็นหน้าไอ้ตำรวจที่เป็พวกเดียวกันกับพวกค้ายาไป ฉะนั้นเงินของวันนี้กูไม่จ่าย รวมพวกมึงด้วยไอ้ฝัดไอ้เยี่ยหลง "
"" หื้อ โธ่ ชีวิต "" ฟีนิกซ์ ฝัด ร้องกล่าวพร้อมๆกัน
" ไม่มีอะไรให้กูต้องทำกันแล้วใช่มั้ย ไอ้ฟีนิกซ์ ไอ้ฝัด ไอ้เยี่ยหลง กูจะได้ไป " อาทกล่าวถาม
" ช่วยผมรอดมาได้ ก็ไม่มีอะไรให้ช่วยแล้วล่ะครับ " เยี่ยหลงกล่าวบอก
" กูก็ไม่ มึงไปเหอะ " ฟีนิกซ์กล่าว
" ผมก็เหมือนกันกับพี่ฟีนิกซ์ " ฝัดกล่าว
" เออดี งั้นกูไปทำงานของกูก่อนล่ะ " หลังจากอาท
กล่าวจบ คนก็เดินออกไปจากห้องฝัดในทันที
เมื่ออาทจากไปแล้ว ทั้งฝัดและเยี่ยหลงก็เตรียมที่จะเข้านอนกัน แต่ก่อนที่จะได้นอน ฟีนิกซ์ก็กล่าวขึ้น " ไอ้ฝัดช่วยเอาพาราให้พี่กินหน่อยดิ เผื่อมันจะช่วยแก้อาการปวดแขนปวดขาให้พี่ได้บ้าง เ็ปเหลือเกิน "
" โอเค ได้พี่ " หลังจากฝัดตอบรับเสร็จ คนก็เดินไปหยิบพารากับน้ำเปล่ามาให้ฟีนิกซ์กิน พอกินเสร็จและเก็บแก้วน้ำแล้ว ฝัดจึงปิดไฟเพื่อเข้านอน
เวลาเที่ยงวัน วันที่ยี่สิบห้า ตุลา อาทที่เข้ามายังร้านนั่งเล่นเพื่อมาหาพวกฟีนิกซ์ ก็เจอพวกฟีนิกซ์ที่นั่งอยู่ในร้านนั่งเล่นกันครบทุกคนเลยพอดี
เมื่ออาทเห็นดังนั้น คนจึงกล่าวขึ้น " เออดีเลย อยู่กันครบก็ดี จะได้ไม่ต้องเสียเวลาฝากข้อความไปบอกแทนกัน "
" ข้อความอะไรวะอาท ? " ฟีนิกซ์ถาม
" ก็ข้อความที่กูจะบอกกับพวกมึงว่า กูมีของที่จะให้พวกมึงใช้ในการทำงานของงานกูไง "
" ของอะไรวะ " ฟีนิกซ์กล่าวถามอีกครั้ง
อาทยังไม่ตอบ ทำเพียงล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อหยิบของที่ตน้าให้พวกฟีนิกซ์ใช้ออกมาให้พวกฟีนิกซ์ดู
เมื่อหยิบออกมาแล้ว สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าของพวกฟีนิกซ์ก็คือ สิ่งของคล้ายกล่องสี่เหลี่ยมสีดำขนาดจิ๋วอันหนึ่ง กับเข็มกลัดรูปดาวติดอกอีกสามอัน
อาทที่เอาของออกมาโชว์ให้พวกเยี่ยหลงดูแล้ว คนจึงค่อยกล่าวแนะนำสิ่งของทั้งสองอัน ว่าใช้ทำอะไรได้บ้างและให้คนใช้มันอย่างไร " กล่องสี่เหลี่ยมนี้คือเครื่องดักฟัง กูจะให้พวกมึงคนใดคนหนึ่ง ทำยังไงก็ได้ ให้นำเอาเครื่องดักฟังนี้ไปติดใต้โต๊ะของพวกมัน กูจะได้ทั้งดักฟังและบันทึกเสียงของพวกมันไว้เป็หลักฐานด้วยเลยทีเดียว ส่วนเข็มกลัดรูปดาวคือกล้องบันทึกภาพวิดีโอขนาดจิ๋ว กูจะให้พวกมึงเอาติดอกเอาไว้บันทึกภาพระหว่างที่พวกมันซื้อขายยากัน ที่กูอธิบายมาทั้งหมดนี้ พวกมึงเข้าใจนะ " หลังอาทอธิบายเสร็จคนก็ให้เครื่องดักฟังกับเยี่ยหลงและแจกเข็มกลัดให้กับทุกคน
เยี่ยหลงที่รับเข็มกลัดมาเสร็จ แต่ด้วยความที่คนมีข้อสงสัยจึงกล่าวขึ้น" ก็เข้าใจอยู่หรอกครับที่อธิบายมา แต่ผมมีข้อสงสัยอยู่เื่หนึ่งครับ "
" เื่อะไรวะ ? "
" ก็เื่เกี่ยวกับกล้องเข็มกลัดของคุณอาทนั่นแหละครับ คือถ้าพวกมันอยู่ในมุมที่กล้องมองไม่เห็น พวกผมไม่ต้องเดินไปที่โต๊ะของพวกมันบ่อยๆเลยหรอครับ ถ้าทำอย่างงั้นมันจะน่าสงสัยเอานะครับ "
" ไม่ต้องทำขนาดนั้นหรอก มองไม่เห็นก็ไม่เป็อะไร แค่ติดเอาไว้ก่อนเผื่อได้ภาพดีๆมาเป็หลักฐาน ส่วนพวกมึงก็แค่เอาเครื่องดักฟังไปติดใต้โต๊ะที่พวกมันนั่งให้ได้ก็พอนี่แหละสำคัญสุด เข้าใจนะ "
" เข้าใจแล้วครับ " เยี่ยหลงตอบรับ
" แล้วพวกมึงสองคนล่ะ ไอ้ฟีนิกซ์ ไอ้ฝัด เข้าใจมั้ย "
" เข้าใจก็ได้วะ " ฟีนิกซ์กล่าวด้วยน้ำเสียงจำยอม
" เข้าใจก็ได้ครับ " ฝัดก็กล่าวด้วยน้ำเสียงจำยอมเช่นเดียวกัน
" ถ้างั้นกูไปก่อนล่ะ กูจะได้ไปเตรียมพร้อมกับพวกหน่วยพิเศษที่ยืมกำลังมาช่วยคดีนี้อะ " หลังจากอาท
กล่าวลาเสร็จ คนก็เดินเปิดประตูออกไปจากร้านนั่งเล่น
พอคนออกไป ฝัดจึงกล่าวถามฟีนิกซ์ขึ้น " หื้อ พี่ฟีนิกซ์ครับ วันที่เราต้องไปเสี่ยงลูกปืนมากันอีกแล้วใช่มั้ยครับ "
" เห็นทีคงใช่ว่ะไอ้ฝัด "
" ถ้างั้นก็ " ฝัดกล่าว
"" ชิบหายแล้วสิพวกเรา "" ฟีนิกซ์ ฝัด กล่าวพร้อมๆกัน
เวลาสองทุ่มสิบเจ็ด พวกเยี่ยหลงที่เตรียมพร้อมทั้งอุปกรณ์ที่อาทให้มาและอุปกรณ์เครื่องดนตรีของตนให้พร้อมใช้งานแล้ว คนจึงเริ่มบรรเลงเพลงแรกของวันขึ้น
พอบรรเลงเพลงแรกของวันจบ คนก็เริ่มเพลงต่อๆไป ต่อ ร้องไปร้องมาก็ผ่านมาถึงสี่เพลง ทั้งฝัด ฟีนิกซ์
เยี่ยหลง ที่ทำหน้าที่นักดนตรีของตน ณ ร้านบอสกุ้ง กันอย่างเต็มที่ แต่สายตาคนก็ไม่ลืมหน้าที่ที่อาทให้มา โดยการสอดส่องลูกค้าใหม่ที่เข้ามายังร้านไปด้วยอยู่ตลอดเวลา
จนปัจจุบัน ก็ยังไม่เจอใครที่เป็บุคคลของแก๊งค้ายาตามที่ได้รูปมาเลยสักคน
เวลาสองทุ่มสี่สิบ พวกเยี่ยหลงที่กำลังจะเริ่มเล่นเพลงที่ห้าของวัน จู่ๆทันใดนั้นก็มีลูกค้าชายใหม่สามคนเดินเข้ามา ฝัดที่สังเกตเห็นเป็คนแรกก็รู้สึกคุ้นๆกับใบหน้าของชายเพียงสองคนเพียงเท่านั้น ไม่รู้ไปคุ้นมาจากไหน ฝัดที่รู้สึกคุ้นๆแต่ไม่รู้คุ้นมาจากไหน จึงเลือกหยิบโทรศัพท์มาเปิดรูปพวกแก๊งค้ายาที่ได้มาขึ้นมาดู เผื่อจะใช่สมาชิกแก๊งค้ายา
ผลปรากฏว่า สองในสามคนที่เข้ามาคือสมาชิกแก๊งค้ายาจริงๆ แต่อีกคนไม่มีรูป เลยไม่รู้ว่าเป็ใคร
เมื่อฝัดทราบชัดแจ้งแล้วว่าเป็พวกค้ายา คนจึงส่ง
เมสเสจในโทรศัพท์ไปบอกพวกเยี่ยหลงว่า "พวกแก๊งค้ายามากันแล้ว นั่งอยู่ที่โต๊ะสาม" แต่ด้วยความที่ร้านเสียงดัง จึงทำให้ไม่ได้ยินเสียงเมสเสจที่ฝัดส่งไป ฝัดจึงไม่มีทางเลือก จำต้องเดินไปสะกิดไหล่พวกเยี่ยหลงและชี้ไปยังโทรศัพท์ของตน เป็สัญญาณบอกว่าให้ดูที่โทรศัพท์คน
ทางด้านฟีนิกซ์และเยี่ยหลงที่เห็นสัญญาณดังนั้น ก็หยิบโทรศัพท์ของตนขึ้นมาดู จึงได้รู้ได้เห็นว่าข้อความที่ส่งมาคืออะไร พอทราบว่าเนื้อความคืออะไร ฟีนิกซ์กับเยี่ยหลงก็ค่อยๆชําเลืองมองไปยังโต๊ะสามอย่างช้าเพื่อไม่ให้ใครสงสัยว่า ตนกำลังคอยสังเกตการณ์โต๊ะสามอยู่
ทันทีที่ฟีนิกซ์เห็นหน้าของชายทั้งสาม หนึ่งคนในนั้น ก็ทำให้ฟีนิกซ์ถึงกับอึ้งไปชั่วขณะเลยก็ว่าได้ เพราะไม่เพียงแต่คุ้นหน้าแต่กลับรู้จักดีพอสมควรเลยเสียมากกว่า
ฟีนิกซ์ที่เรียกสติตนกลับมาได้ ก็กัดฟันพูดกับตัวเองเบาๆว่า " มิน่าล่ะ พวกแก๊งค้ายามันถึงได้รู้แผนการของมึงหมดอะอาท ที่แท้คนใกล้ตัว ไม่สิ ไม่ใช่แค่ใกล้ตัว แต่เรียกได้ว่าสนิทกับมึงที่สุดใน สภ. เลยก็ว่าได้ ที่เป็สายให้กับพวกมันอะ "
หลังจากฟีนิกซ์พูดกับตัวเองเสร็จ คนก็กดโทรศัพท์ ส่งเมสเสจไปบอกอาทที่เตรียมตัวรอจับกุมพวกค้ายาอยู่ที่อีกร้านหนึ่งใกล้ๆว่า "ไม่รู้ว่าผู้ซื้อหรือผู้ขาย แต่พวกมันได้มากันแล้วสามคน และหนึ่งคนในนั้นกูว่ามึงรู้จักดีเลยแหละ" ฟีนิกซ์ยังไม่บอกว่าคือใครในตำรวจที่เป็สายให้กับพวกค้ายาในข้อความ คนทำเพียงกดเข้าไปที่แอปกล้องถ่ายรูปภาพในโทรศัพท์และถ่ายเซลฟี่กับบรรดาลูกค้าทั้งหมดภายในร้านภายในรูปเดียว เพื่อให้อาทซูมสังเกตเอาจากในรูปเองว่าใครเป็สายลับ
อาทที่ได้รับข้อความและรูปมาแล้ว คนก็อ่านและกดเข้าไปดูในรูป เพื่อซูมดูว่าคนที่ฟีนิกซ์บอกว่าเขารู้จักดีเลยเนี่ยเป็ใคร เมื่อเห็นแล้วว่าคือใคร อาทก็ถึงกับพูดกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่ไม่อยากจะเชื่อกับตาตัวเองเลยว่า " นี่เป็มึงเองหรอวะ ไอ้แชมป์ "
ทางด้านของพวกเยี่ยหลง ณ ปัจจุบัน ทั้งสามก็ทำได้แต่มองตากันปริบๆอยู่สิบวิ เพราะเลือกไม่ได้ว่าใครจะเป็คนไปติดตั้งเครื่องดักฟังที่ใต้โต๊ะของพวกแก๊งค้ายากัน เนื่องจากต่างคนก็ต่างกลัวกันว่า ถ้าทำแล้วจะโดนจับได้แล้วโดนยิงตายแบบหมาข้างถนน ทั้งสามคนจึงทำได้แค่ทำท่าทำทางเกี่ยงกันไปมา
แต่ก่อนที่ทั้งสามคนจะได้ทำอะไรไปมากกว่านี้ เยี่ยหลงที่ยังไม่วิตกมากกับสถานการณ์ จึงทำให้ไม่ลืมหน้าที่นักร้องของตน ด้วยความที่รู้ว่าต้องเกี่ยงกันไปอีกนาน เยี่ยหลงจึงใช้ไมค์ประกาศบอกกับลูกค้าทั้งหลายขึ้น " ตอนนี้ขอเวลาพักให้กับพวกเรานักดนตรีเข้าห้องน้ำกันสักห้านาทีหน่อยนะครับ เดี๋ยวค่อยกลับมามันต่อกัน " หลังจากเยี่ยหลงกล่าวประกาศจบ คนก็ใช้แขนคล้องคอฟีนิกซ์กับฝัดและเดินชักนำ นำไปคุยกันต่อที่ห้องน้ำ
เมื่อมาถึงห้องน้ำ ฟีนิกซ์ก็พูดออกตัวเป็คนแรก " งานนี้กูลอยตัวเลยเว้ย เพราะชายคนหนึ่งในสามคนในนั้น
กูรู้จัก ถ้าให้กูทำงานนี้ เขาอาจจะจำหน้ากูได้ก็ได้ตอนไปติดเครื่องดักฟังอะ ด้วยเหตุผลนี้กูจึงไม่เหมาะสมที่สุดกับงานนี้เว้ย พวกมึงเข้าใจนะ "
" เมื่อพี่รู้จักเขาอย่างงี้ เป็ไปได้ที่เขาอาจจะจำหน้าพี่ได้ก็ได้ ผมไม่อยากบอกคำนี้เลย แต่พี่รอดตัวแล้ว ฉะนั้นก็เหลือมึงกับกูแล้วล่ะไอ้เยี่ยหลง " ฝัดกล่าว "ด้วยความที่กูเป็พี่ กูจะขอบอกเหตุผลที่กูไม่ควรจะไปติดตั้งเครื่องดักฟังให้มึงฟังก่อนเป็คนแรก คือกูเป็มือกีต้าร์เว้ย จู่ๆจะให้มือกีต้าร์ลงไปหาที่โต๊ะแบบไม่มีเหตุผล มันไม่ได้เว้ย มันน่าสงสัยสุดๆเลยล่ะ "
" แล้วผมที่เป็นักร้องลงไปหาเฉยๆมันไม่น่าสงสัยเหรอครับ มันก็น่าสงสัยเหมือนกันแหละ ถ้าจะอ้างเหตุผลนี้ผมก็ไม่สมควรไปแบบเดียวกันกับพี่ฝัดนั่นแหละ " เยี่ยหลงกล่าวแย้งคำของฝัด
" ต้องมีเหตุผลเหรอ " ฟีนิกซ์พูดเบาๆกับตัวเอง
ระหว่างที่กำลังนึกว่าจะทำยังไงกับงานที่จะต้องไปติดเครื่องดักฟังที่โต๊ะของพวกค้ายา จู่ๆเด็กเสิร์ฟชายคนหนึ่งก็เดินเข้ามายังห้องน้ำ ฟีนิกซ์ที่เห็นดังนั้น ก็ปิ๊งไอเดียขึ้น จึงรั้งตัวของเด็กเสิร์ฟเอาไว้ อย่าเพิ่งเข้าห้องส้วม ก่อนจะกล่าวขึ้น " น้อง พี่ขอสมุดจดออเดอร์กับปากกาของเอ็งหน่อยดิ "
" เอาไปทำไมพี่ ? "
" เออ เอามาเหอะน่ะ กูมีเหตุผลของกูก็แล้วกัน "
เมื่อฟีนิกซ์กล่าวมาเช่นนั้น เด็กเสิร์ฟชายก็ไม่ถามอะไรต่อ ทำเพียงหยิบสมุดจดออเดอร์ลูกค้ากับปากกาให้กับฟีนิกซ์ไปอย่างรวดเร็ว เพราะตนอยากที่จะเข้าห้องน้ำเพื่อปลดทุกข์ของตนให้ไวที่สุดอย่างรวดเร็วอยู่แล้ว
ฟีนิกซ์ที่ได้ปากกากับสมุดจดออเดอร์มา คนก็ใช้ปากกาเขียนเลขสามลงไปสมุดสิบหน้ากระดาษ จากนั้นก็ดึงกระดาษสิบแผ่นนั้นออกมา แล้วม้วนมัน จากนั้นจึงค่อยกล่าวบอกกับพวกเยี่ยหลงขึ้นว่า " กูได้เหตุผลที่จะให้พวกมึงคนใดคนหนึ่งเข้าไปติดตั้งเครื่องดักฟังที่ใต้โต๊ะของพวกมัน โดยที่ไม่ให้พวกมันสงสัยได้แล้วล่ะ "
" ยังไงวะพี่ ? " ฝัดกล่าวถาม
" ก็ให้ไอ้เยี่ยหลงที่เป็นักร้อง ใช้ไมค์ประกาศออกไปว่า เราจะทำการจับสลากเลือกโต๊ะที่พวกเรานักดนตรีจะเลี้ยงเหล้าหนึ่งกลมเพื่อเป็สมนาคุณแก่ลูกค้าจำนวนหนึ่งโต๊ะ แค่นี้ก็ได้เหตุผลที่จะเข้าไปใกล้โต๊ะของพวกมัน เพื่อที่จะไปติดตั้งเครื่องดักฟังให้กับไอ้
อาทได้แล้วล่ะ "
" อ๋อ แบบนี้นี่เอง ที่พี่เขียนเลขสามลงไปในกระดาษทั้งหมด ก็เพื่อที่จะล็อกเป้าหมายให้ไม่ว่ายังไง เลขที่โต๊ะที่ได้ ก็จะมีเพียงแค่โต๊ะสามคือโต๊ะของพวกค้ายาใช่มั้ยพี่ " ฝัดกล่าว
" หลักแหลมมาก สมแล้วที่เป็ลูกน้องพี่ " " ทีนี้ก็เหลือแค่มึงสองคนแล้วล่ะ ว่าใครจะไปติดตั้งเครื่องดักฟัง "
เยี่ยหลงกับฝัดที่ได้ยินดังนั้น ก็ต่างพูดเกี่ยงกันนานถึงสองนาที ก็ยังหาคนจะไปติดตั้งเครื่องดักฟังไม่ได้
ฟีนิกซ์ที่เห็นว่าเกี่ยงกันไปมาไม่หยุดนานแล้ว จึงกล่าวขึ้น " พวกมึงสองคนหยุดเกี่ยงกันก่อน กูมีวิธีที่จะหาคนไปติดตั้งเครื่องดักฟังอย่างยุติธรรมได้แล้วล่ะ "
" วิธีอะไรวะพี่ ? " ฝัดกล่าวถาม
" เป่ายิ้งฉุบ หาคนแพ้ไปติดตั้งเครื่องดักฟัง "
" ถุย ก็นึกว่ามีวิธีอะไรดีๆ ที่แท้ก็เป่ายิ้งฉุบ นี่เรากำลังไปเสี่ยงตายกับพวกค้ายานะพี่ ไม่ใช่พนันยึด
ขนมกัน ที่จะใช้วิธีเป่ายิ้งฉุบเป็ทางเลือกที่ดีที่สุดอะ " ฝัดกล่าว
" ก็มีเวลาแค่นี้ กูก็คิดได้แค่นี้แหละ เป่ายิ้งฉุบน่ะดีแล้วมันยุติธรรมที่สุดในเวลานี้แล้วน่ะเว้ย เชื่อกูดิ เร็วเข้าเป่ายิ้งฉุบเลย เดี๋ยวมันจะครบห้านาทีแล้วนะเว้ย "
ฟีนิกซ์กล่าวคะยั้นคะยอให้ฝัดกับเยี่ยหลงเป่ายิ้งฉุบกันเพราะรู้ว่ากำลังจะครบเวลาที่เยี่ยหลงขอกับลูกค้ามาเพื่อมาสุมหัวคุยกันที่ห้องน้ำแล้ว
" เอาก็เอาวะ เป่ายิ้งฉุบก็เป่ายิ้งฉุบ มาไอ้เยี่ยหลงมา
เป่ายิ้งฉุบกัน " ฝัดกล่าวด้วยน้ำเสียงจำใจ
" พี่ฝัดจะเอาตามที่คุณฟีนิกซ์บอกจริงๆเหรอครับ ?
เป่ายิ้งฉุบกันเนี่ยนะ วิธีมันดูเด็กเล่นกันยังไงก็ไม่รู้ " เยี่ยหลงกล่าว
" แล้วมึงมีวิธีดีๆกว่านี้ ในเวลานี้ไหมล่ะ ? "
" ไม่มีครับ "
" เออ งั้นก็เอาตามนี้แหละ มา"
"" เป่ายิ้งฉุบ "" ทั้งสองคนเอ่ยออกเสียงพร้อมๆกัน จากนั้นในขณะเดียวกันก็ออกมือเป็สัญลักษณ์ออกมา โดยเยี่ยหลงออกกรรไกรและฝัดออกค้อน
" เย่ กูออกค้อนกูชนะกรรไกร กูไม่ต้องไปติดตั้งเครื่องดักฟังแล้วโว้ย " ฝัดกล่าวออกมาอย่างเสียงดังอย่างดีใจเพราะโล่งอกที่ไม่ต้องไปติดตั้งเครื่องดักฟังด้วยตัวเอง
" หื้อ ผมขอใหม่ได้มั้ยครับ " เยี่ยหลงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่อยากจะทำ
" ไม่ได้เว้ย กติกาก็ต้องเป็กติกา มึงแพ้ มึงก็ต้องไปติดตั้งเครื่องดักฟังแทนพวกกู เข้าใจนะ " ฟีนิกซ์กล่าวพลางนำมือไปจับไหล่ของเยี่ยหลงและอีกมือก็พลางล้วงมือไปหยิบเครื่องดักฟังในกระเป๋ากางเกงตนที่
เยี่ยหลงฝากไว้ั้แ่อยู่ร้านนั่งเล่นแล้วออกมาและกล่าวต่อว่า " และอีกอย่างหนึ่งที่กูอยากจะบอกมึงก็คือ โชคดีนะน้อง ถ้าเกิดตายขึ้นมาพี่สัญญาเลย พี่จะจัดงานศพเอ็งให้อย่างยิ่งใหญ่ เอาให้คนทั้งจังหวัดจำชื่อมึงได้เลยก็ว่าได้ โอเคมั้ย " คนยกมือตบไหล่ของเยี่ยหลงสามทีและยัดเครื่องดักฟังใส่มือข้างหนึ่งของเยี่ยหลงไป
" หื้อ ไม่โอเค ไม่เอาไม่อยากตายครับ " เยี่ยหลงกล่าวร้องพร้อมกับยื่นนำเครื่องดักฟังที่ได้มาคืนคนไป
ฟีนิกซ์ที่ได้เครื่องดักฟังคืนมา คนก็รีบส่งมอบคืนกลับ
ให้กับเยี่ยหลงไปอีกคราในทันที ก่อนจะกล่าวปลุกใจขึ้นว่า " เยี่ยหลง มึงฟังกูนะ ตัวมึงคือเสือดำนักล่าแห่งป่าที่หายากและพวกมันคือพรานป่าฝีมือกระจอกที่ล่าได้แค่สัตว์กินพืชไปวันๆ วัดจากประสบการณ์ที่กูดูสารคดีมา มันทำอะไรมึงไม่ได้หรอกเชื่อกูดิ สกิลการซุ้มตัวล่าของมึงเหนือกว่าพวกมันเยอะ กูเชื่อนะว่าถ้ามึงได้ลองล่าพวกมันโดยการซุ้มตัวไปติดเครื่องดักฟังที่ใต้โต๊ะของพวกมัน พวกมันจะต้องจับมึงไม่ได้อย่างแน่นอน ด้วยสกิลการซุ้มตัวของมึง มึงเชื่อกูดิ สู้ "
ฝัดที่ได้รับฟังคำปลุกใจของฟีนิกซ์จนครบ ตนที่นึกถึงเื่หนึ่งที่เกี่ยวกับเสือดำกับพรานป่าขึ้นมาได้ จึงเดินมากระซิบข้างหูฟีนิกซ์ว่า " พี่ฟีนิกซ์ครับ แต่ที่ผมเคยดูมา คือพรานฝีมือกระจอกที่พี่ว่า มันมีปืน เลยยิงเสือดำตายคาที่และถลกหนังออกมาเป็ของสะสมนะครับพี่ครับ "
ฟีนิกซ์ที่ได้ฟังดังนั้น ก็พูดกลับไปด้วยเสียงเบาๆพอให้ผัดได้ยินเพียงคนเดียวว่า " สงสัยกูจะพลาดตอนนั้นไป " " แล้วมึงจะพูดทำไมเนี่ยไอ้ชิบหาย เดี๋ยว
ไอ้เยี่ยหลงได้ยินมันก็ใจฝ่อหมดหรอก "
เยี่ยหลงที่ได้ยินคำปลุกใจดังนั้น ก็ฮึกเหิมขึ้นเยอะ แต่ก็ยังมีความหวาดกลัวอยู่ในใจอยู่อีกสามส่วนในสิบส่วน คนที่ฮึกเหิมขึ้นแล้ว จึงกล่าวบอกขึ้นด้วยน้ำเสียงแน่วแน่ว่า " ไปครับไป ผมพร้อมแล้วครับ คุณฟีนิกซ์ พี่ฝัด "
" ดี เยี่ยม เมื่อพร้อมแล้วเราก็ไปกันเลย " ฟีนิกซ์กล่าว
แต่ก่อนจะเริ่มเดินออกไป เยี่ยหลงที่หวาดกลัวอยู่ในใจอยู่สามส่วน ก็พูดกับตัวเองขึ้น " เราจะตายมั้ยเนี่ย "
หลังจากเยี่ยหลงพูดกับตัวเองเสร็จ คนก็พากันออกมาจากห้องน้ำและพากันมายืนสแทนบายยังเครื่องดนตรีของตน แต่ก่อนที่จะได้เริ่มใช้ไมค์ประกาศเื่จับสลากตามแผนออกไป คนก็หันมามองหน้ากันและพยักหน้าให้กันเพื่อเพิ่มความฮึกเหิมของกันและกันอีกครั้งก่อนที่จะได้เริ่มกล่าวอะไร
คนพยักหน้าให้กันเสร็จ เยี่ยหลงจึงใช้ไมค์ประกาศขึ้น " ก่อนที่เราจะเริ่มร้องเพลงกันนะครับ ทางเรานักดนตรีจะมีการจับสลากเพื่อเลือกโต๊ะที่โชคดีที่สุดหนึ่งโต๊ะ ที่จะได้เหล้าจากเราหนึ่งกลมไปฟรีๆเป็การสมนาคุณจากทางเรานักดนตรีให้แก่คุณลูกค้านะครับ " " โดยผมจะเลือกหยิบกระดาษที่มีหมายเลขโต๊ะอยู่ มาหนึ่งใบ จากมือของมือคีย์บอร์ดของเรานะครับ " หลังจากเยี่ยหลงกล่าวว่าจะหยิบกระดาษที่มีหมายเลขอยู่จากมือของมือคีย์บอร์ด คนก็หันไปหาฟีนิกซ์ที่ใช้มือจับกระดาษทั้งสิบใบให้เรียงกันอยู่ รอให้เยี่ยหลงมาหยิบ
เยี่ยหลงจึงเลือกหยิบมาหนึ่งใบพลางกล่าวขึ้นพร้อมๆกับคลายม้วนกระดาษออก " โต๊ะที่ได้เหล้าฟรีๆจากทางเรา ก็คือโต๊ะ สามครับ "
เมื่อเยี่ยหลงประกาศไปแล้วว่าโต๊ะไหนได้รางวัล คนที่รู้อยู่แล้วว่ายังไงโต๊ะสามก็ได้แน่ๆ จึงเตรียมตัวพร้อมที่จะไปติดตั้งเครื่องดักฟังให้ไวและแเีที่สุดั้แ่เนิ่นๆแล้ว
ครั้นเยี่ยหลงเดินมาถึงโต๊ะสาม คนก็ใช้มือข้างที่ถือเครื่องดักฟังเอาไว้เท้ากับโต๊ะของชายฉกรรจ์ทั้งสามและจากนั้นจึงค่อยๆชักนำมือที่มีเครื่องดักฟังค่อยๆสอดเข้าไปใต้โต๊ะอย่างรวดเร็วเพื่อไปติดตั้งเครื่องดักฟัง ในระหว่างนั้นที่กำลังพยายามจะสอดมือเข้าไปใต้โต๊ะเพื่อติดตั้งเครื่องดักฟัง คนก็พยายามพูดคุยดึงความสนใจสายตาของชายฉกรรจ์ทั้งสามเอาไว้ให้จดจ่อกับใบหน้ากับคำพูดของตน เพื่อพยายามไม่ให้สังเกตมือคนว่ามีอะไร
" ยินดีด้วยนะครับที่ได้เหล้าฟรีจากพวกเราไป ขอสอบถามได้ไหมครับคุณลูกค้า ว่าคุณลูกค้าเป็ลูกค้าประจำที่ร้านนี้อยู่รึเปล่าครับ "
หนึ่งชายฉกรรจ์ทั้งสามตอบกลับ " เปล่าไม่ได้เป็ "
พอหนึ่งในชายฉกรรจ์ทั้งสามตอบมา ก็เป็เวลาเดียวกันกับที่เยี่ยหลงติดตั้งเครื่องดักฟังเสร็จพอดี
" อ๋อ งั้นเหรอครับ " " ถ้างั้น เด็กเสิร์ฟเอาเหล้าให้พวกพี่โต๊ะสาม เขาหนึ่งกลมทีสิ " เยี่ยหลงกล่าวเรียกให้เด็กเสิร์ฟเอาเหล้ามาเสิร์ฟที่โต๊ะสาม
เมื่อคนทำหน้าที่ของตนของเสร็จหมดแล้ว ด้วยความหวาดหวั่นที่กลัวจะโดนจับได้ เยี่ยหลงจึงรีบเร่งกล่าวลา " งั้นผมไม่มีอะไรแล้ว ขอตัวกลับไปร้องเพลงก่อนนะครับ " พอคนหันหลังเตรียมจะเดินจาก
หนึ่งในชายในสองคนที่เยี่ยหลงกับฝัดคุ้นหน้าที่โต๊ะสามก็กล่าวขึ้น " เดี๋ยวน้อง "
ทันทีที่คำว่า"เดี๋ยวน้อง"ดังขึ้น ร่างของเยี่ยหลงทั้งร่างก็เกิดอาการสะท้านไปทั่วร่างด้วยความหวาดกลัว คนที่หันหลังให้โต๊ะไปแล้ว ก็จำต้องหันกลับมายิ้มแห้งๆพลางก็กล่าวถามขึ้นว่าทำไมรั้งตัวคนไว้ " มีอะไรหรอครับพี่ "
" ไม่มีอะไรมากหรอก พี่อยากขอเพลงซากอ้อยอะ ร้องให้พี่ฟังหน่อยดิ พี่ให้หนึ่งร้อย " หลัง
คนกล่าวเสร็จ คนจึงค่อยหยิบแบงค์ร้อยยื่นยัดใส่มือเยี่ยหลงและหลังจากนั้นก็กล่าวต่อว่า " โอเคเอาตามนี้นะ พี่อยากฟังมากเลย เพลงซากอ้อยตอนนี้อะ "
" ก็ได้ครับพี่ เดี๋ยวผมจัดให้อย่างด่วนเลยครับ " เยี่ยหลงกล่าวตอบรับด้วยน้ำเสียงกับยิ้มที่แห้งๆ
ก่อนที่คนจะเดินจากโต๊ะสามไปทำหน้าที่นักร้องของตน คนก็กัดฟันพูดกับตัวเองด้วยเสียงเบาๆขึ้นว่า " พี่ขอเพลงซากอ้อย แต่ถ้าพวกพี่รู้ว่าผมเป็สายลับ ผมได้กลายเป็ซากศพแทนซากอ้อยแน่ๆ "
หลังจากเยี่ยหลงบ่นกับตัวเองเสร็จ เยี่ยหลงก็เดินไปประจำที่นักร้องของตน ก่อนจะกล่าวออกไมค์ไปว่า " พอดีมีลูกค้าขอเพลง ซากอ้อยขึ้นมานะครับ ยังไงใครจะขอเพลงอะไรต่อ ก็รอให้จบเพลงนี้ก่อนนะครับ เอาล่ะ หนึ่ง สอง สาม ไป "
" เธอบอกให้ฉัน "
เมื่อเยี่ยหลงร้องเพลง ซากอ้อย ของศิลปินชื่อโจ๊กจบ คนก็เตรียมจะร้องเพลงอื่นๆต่อไป ในขณะที่กำลังจะเริ่มบรรเลงเพลงต่อไป สายตาของเยี่ยหลงก็สังเกตเห็นว่ามีคนอีกสามคนเดินเข้าที่โต๊ะสาม เยี่ยหลงที่เห็นดังนั้น ก็ไม่มีรีรอช้ารีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดส่งเมสเสจไปบอกอาทเื่ที่พวกค้ายาเริ่มมีการเคลื่อนไหว
ณ ที่โต๊ะสามร้านบอสกุ้งเผา หนึ่งในชายสามคนที่เข้ามาที่โต๊ะสามใหม่ก็กล่าวถามขึ้น " เสี่ยต้นไม่มาส่งของด้วยตัวเองเหรอ ? เห็นที่คุยกันล่าสุดบอกว่าจะมาด้วยตัวเองไง "
" เสี่ยต้นกำลังจะมาครับเสี่ยเอก น่าจะสักอีกประมาณห้านาทีมั้งครับถึงจะมาถึง ยังไงตอนนี้ก็สั่งอาหารเครื่องดื่มมาดื่มกินกันก่อนเถอะครับ เดี๋ยวมันจะน่าสงสัยเอา คนมาเยอะขนาดนี้แต่ไม่สั่งอะไรกันเลย มันน่าสงสัยครับ " แชมป์ตำรวจที่เป็สายสืบให้กับพวกค้ายากล่าวบอกแก่เสี่ยเอก
" เอาตามนั้นก็ได้ " เสี่ยเอกกล่าว
" น้องของเมณูด้วย " ลูกน้องที่มากับเสี่ยเอกกล่าวขอเมณู
" เดี๋ยวรอให้เสี่ยต้นมาก่อน เราค่อยมาคุยเื่ซื้อขายของกัน " เสี่ยเอกกล่าวอีกครั้ง
" เอาตามนั้นก็ได้ครับ " แชมป์ตอบรับ
เวลาผ่านไปห้านาที เสี่ยต้นก็มาถึงร้านบอกกุ้งเผาตามที่แชมป์บอกจริงๆ เมื่อเสี่ยต้นมาถึงและเดินมายังโต๊ะสามแล้ว ทั้งสองฝ่ายก็เริ่มพูดคุยเจรจากันทันที
" ไหนเงินล่ะเสี่ยเอก " เสี่ยต้นถาม
เมื่อเสี่ยต้นถามว่าเงินอยู่ไหน ลูกน้องของเสี่ยเอกที่ถือกระเป๋าเงินเอาไว้สองกระเป๋าก็ยกกระเป๋าขึ้นมาวางบนโต๊ะและเปิดกระเป๋าให้ดูเงินข้างใน ก่อนที่เสี่ยเอกจะกล่าวออกไป " นี่คือเงินส่วนหนึ่งจากทั้งหมด ส่วนอีกส่วนหนึ่งอยู่ที่รถตู้ผมกับลูกน้องผมที่อยู่ข้างนอก และเสี่ยจะได้ก็ต่อเมื่อ ผมเห็นของแล้วเท่านั้น "
เสี่ยต้นที่ได้ฟังดังนั้น ก็หันไปพยักหน้าเป็สัญญาณบอกให้ลูกที่ถือกระเป๋าให้เปิดกระเป๋าออกให้พวกเสี่ยเอกดู
พอกระเป๋าของทางฝั่งเสี่ยต้นเปิดออกให้พวกเสี่ยเอกดูแล้ว เสี่ยเอกจึงหันไปกล่าวกับลูกน้อง " เฮ้ย เช็คของ "
เมื่อเสี่ยเอกบอกให้เช็คของ หนึ่งในลูกน้องสองคนของเสี่ยเอก ก็เดินไปใช้มีดกรีดถุงที่ใส่ยาเอาไว้และใช้มีดตักยานิดหน่อยขึ้นมาชิม
ครั้นชิมแล้ว คนก็หันกลับไปพยักหน้าแก่เสี่ยเอกเป็สัญญาณบอก ว่าของที่ให้เช็คเป็ของจริง ไม่ใช่แป้งแต่อย่างใด
หลังลูกน้องเสี่ยเอกชิมเสร็จ เสี่ยต้นจึงค่อยกล่าวขึ้น " นี่ก็ยาส่วนหนึ่งเหมือนกัน ส่วนอีกส่วนหนึ่งก็อยู่ที่รถตู้ของผมกับลูกน้องของผมที่อยู่ข้างนอก เหมือนกับเสี่ยนั่นแหละ "
" งั้นเราเอาของทั้งหมดมายื่นพร้อมๆกัน ข้างนอกโอเคมั้ย " เสี่ยเอกถาม
" เอาตามนั้นก็ได้ งั้นเราไปกันเลยเถอะจะได้ไม่เสียเวลา เชิญ " เสี่ยต้นกล่าว
" เชิญ " เสี่ยเอกกล่าว
เมื่อทั้งสองฝั่งเจรจาจนได้ข้อสรุปกันแล้ว ทั้งสองฝั่งก็พากันเดินออกมาจากร้านบอสกุ้งเผา มายังที่จอดรถของร้านบอสกุ้งเผา เพื่อนำรถที่จอดห่างกันของพวกตนมาจอดคู่กัน เพื่อที่จะได้ขนยาขนเงินแลกเปลี่ยนกันได้สะดวก
ส่วนทางด้านอาทที่ได้ฟังพวกมันคุยกันจนจบจากเครื่องดักฟัง จนพวกมันพากันเดินออกมาจากร้านกันหมดแล้ว คนที่มาเตรียมความพร้อมรอจับกุมทั้งเสี่ยเอกและเสี่ยต้นพร้อมของกลาง ั้แ่ที่เยี่ยหลงส่งเมสเสจมาบอกความเคลื่อนไหวของพวกมันล่าสุด คนก็ขับรถจากอีกร้านหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆมาดักรอที่ลานจอดรถร้านบอสกุ้งเผาั้แ่เวลานั้นแล้ว
เมื่อรถตู้ของทั้งเสี่ยเอกและเสี่ยต้นมาจอดคู่กันแล้ว ทั้งสองฝ่ายก็ต่างเปิดท้ายรถ เพื่อขนยาขนเงินแลกเปลี่ยนกัน
พอทั้งสองฝ่ายเริ่มขนเงินขนยาแลกเปลี่ยนกัน อาทและหน่วยพิเศษที่เตรียมความพร้อม พร้อมที่จะจับ ั้แ่อยู่ในรถของตนเองแล้ว ก็พุ่งตัวแสดงตัวเข้าจับกุม
" หยุด นี่เ้าหน้าที่ตำรวจ " อาทะโบอกพลางชี้ปากกระบอกปืนไปที่พวกค้ายา
ทันทีที่พวกลูกน้องของเสี่ยเอกและเสี่ยต้นเห็นตำรวจ พวกมันก็ชักปืนออกมาและยิงเปิดเป็ฝ่ายแรก จึงทำให้อาทและหน่วยพิเศษที่อาทพามาต้องหาที่บังะุกันให้ควั่ก
อาทที่หาจุดดีๆในการบังะุและเฝ้าสังเกตการณ์อีกฝ่ายได้แล้ว ก็ะโบอกขึ้น " เสี่ยเอก เสี่ยต้น ผู้กองแชมป์ ยอมมอบตัวเถอะ จากหนักจะได้กลายเป็เบา "
" เบาเหี้ยอะไร ยาเป็ยี่สิบสามสิบกิโลขนาดนี้ ไม่ติดคุกตลอดชีวิตก็โทษปะาล่ะวะ " เสี่ยต้นะโบอก
" ไอ้แชมป์ ทำไมมึงถึงทำอย่างงี้วะ มึงไม่มีศักดิ์ศรีความเป็ตำรวจมั่งแล้วรึไง " อาทะโถาม
" ศักดิ์ศรีเหรอ แล้วศักดิ์ศรีที่มึงว่ามา มันกินเข้าไปได้มั้ยล่ะ แค่ลำพังเงินเดือนตำรวจอย่างเดียว มันไม่พอให้กูใช้หรอกเว้ย คนเราก็ต้องเลือกทางเดินที่ดีที่สุดสำหรับตัวเองสิวะ ถึงจะถูก จริงมั้ย " แชมป์ะโกล่าวสวนกลับบอก จากนั้นก็เอี้ยวตัวออกจากที่ใช้กำบังะุและยิงเข้าให้พวกอาทหนึ่งนัด
" จริงพ่อมึงดิ นี่เหรอทางเสือกที่ดีที่สุดของมึงอะ ทางเลือกสิ้นคิดอะสิไม่ว่า " อาทะโกล่าว
" มึงไม่เป็กู มึงไม่รู้หรอก ไอ้อาท " แชมป์กล่าว
" ใช่ กูไม่รู้หรอก และก็ไม่เข้าใจด้วย ที่มึงทำเื่เหี้ยๆพวกนี้ไปเพราะเงินไม่พอใช้อะ กูไม่มีทางเข้าใจเด็ดขาด เพราะยังมีอาชีพเสริมที่สุจริตอยู่อีกมากมายให้มึงเลือกทำ ทำไมมึงไม่เลือกทำวะ มึงเลือกทางนี้ทำไม ไอ้แชมป์ "
" ก็ทางนี้มันได้เงินดีและเร็วกว่าไงวะ แค่นี้ก็ไม่เข้าใจหรอ ไอ้เหี้ยอาท "
" อ๋อ กูเริ่มเข้าใจแหละ แต่ที่กูเข้าใจไม่ใช่เื่ที่มึงเลือกมาทำงานพวกนี้นะเว้ย แต่เป็สันดานมึงมากกว่าที่กูเริ่มเข้าใจ ว่ามึงคือคนเหี้ยดีๆนี่เอง ไอ้แชมป์ "
พออาทกล่าวจบ ทางแชมป์ที่ได้ฟัง ก็เกิดบันดาลโทสะจึงใช้ปืนยิงใส่พวกอาทไปอีกสามนัด
หลังจากแชมป์ยิงใส่พวกอาทไปสามนัดเสร็จ ทางด้านพวกอาทก็ยิงกลับไปเช่นกัน จึงเกิดเป็เหตุการณ์ทั้งสองฝั่งยิงปะทะกันอย่างดุเดือด
ในระหว่างที่ทั้งสองฝ่ายกำลังตึงมือกันอยู่นั้น หน่วยพิเศษคนหนึ่งที่ได้ที่หลบะุอยู่ที่เดียวกับอาทก็กล่าวขึ้น " ผู้กองอาทครับ ผมว่าเราเปลี่ยนแผนมาจับตายพวกมันดีกว่ามั้ยครับ ผมสังเกตจากสถานการณ์แล้วเห็นทีพวกมันคงไม่ยอมกันง่ายๆ "
อาทตอบกลับ " อย่าเพิ่งเลย ผมยังอยากลองจับพวกมันเป็ๆอยู่มากกว่า "
ในเวลาเดียวกันที่อาทพูดคุยกับหน่วยพิเศษคนหนึ่ง ทางด้านของผู้กองแชมป์ก็พูดคุยกับเสี่ยต้นที่หลบอยู่ที่เดียวกันด้วยเช่นกัน " เสี่ย เสี่ยมีปืนหรือะุปืนให้ผมบ้างมั้ย ผมคิดว่าะุปืนของผม มันคงใกล้จะหมดเต็มที่แล้วล่ะ " หลังบอกกล่าวเสร็จ คนก็ถอด
แม็กกาซีนปืนที่ถืออยู่ออกมาดู
หลังดูเสร็จ ก็กล่าวขึ้นต่อ " จริงด้วย ะุปืนใน
แม็กกาซีนผมเหลืออยู่อีกแค่สามนัดเองเสี่ย "
เสี่ยต้นที่ได้ฟังดังนั้น ก็บอกกล่าวแก่แชมป์ไป " อั๊วไม่มีหรอกะุปืนที่อยู่นอกปืนอะ มีแต่ะุปืนที่อยู่ในปืนอั๊ว แต่อั๊วไม่ให้หรอก เพราะอั๊วจะเก็บไว้ป้องกันตัวเอง "
เมื่อแชมป์ได้ฟังคำตอบจากเสี่ยต้นดังนั้น คนก็ตัดสินใจ " ถ้าเสี่ยไม่ให้ผม ก็ตัวใครตัวมันแล้วกันเสี่ย " แชมป์กล่าวเสร็จ คนก็เอี้ยวตัวออกมายิงสองนัดเพื่อเปิดทางให้ตัวเองวิ่งหนี
ในเวลาเดียวกันที่แชมป์เอี้ยวตัวออกมายิงใส่พวกตำรวจสองนัดเพื่อเปิดทางให้ตนเองวิ่งหนี อาทก็เอี้ยวตัวออกมายิงเช่นกัน แต่อาทยิงสวนไปเพียงหนึ่งนัดหลังจากนัดที่สองของแชมป์ภายในพริบตาเพียงเท่านั้น ก็ได้ผลลัพธ์ออกมาเป็ ทั้งนัดที่หนึ่งและนัดที่สองของแชมป์ต่างโดนรถทั้งหมด ส่วนหนึ่งนัด
ของอาทยิงไปโดนยังมือข้างที่ถือปืนของแชมป์จนได้รับาเ็ จนทำให้ต้องปล่อยปืนตกลงพื้น
แชมป์ที่ใช้มือข้างถนัดถือปืน พอถูกยิงเข้าใส่มือข้างนั้นจนาเ็ ก็จำใจต้องให้แชมป์ใช้มือข้างที่ไม่ถนัดหยิบปืนที่ตกพื้นขึ้นมา แล้ววิ่งหนีอย่างรวดเร็วโดยไม่ให้ฝ่ายอาทตั้งตัวและยิงสะกัดได้ทัน
อาทที่เห็นดังนั้น ก็รีบยิงใส่พวกเสี่ยต้นและเสี่ยเอก
อย่างมั่วๆเพื่อให้พวกมันหลบเข้าที่กำบัง พอพวกมันหลบเข้าที่กำบัง คนจึงได้โอกาสที่จะวิ่งตามแชมป์ไป
และทางที่แชมป์วิ่งไปก็คือหน้าประตูร้านบอสกุ้งเผา คนที่วิ่งมาถึงหน้าประตูร้านบอสกุ้งเผาแล้ว ด้วยอาการาเ็บวกกับที่แชมป์คิดแล้วว่า หากหนีไปตัวเปล่าแบบนี้คงไม่รอดแน่ๆ คนจึงเปิดประตูร้านบอสกุ้งเผาและวิ่งเข้าไปเพื่อที่จะจับใครก็ได้สักคนเป็ตัวประกัน
เมื่อคนได้เข้าไปในร้านบอสกุ้งเผาแล้วนั้น แทนที่คนจะเลือกจับลูกค้าที่อยู่ใกล้ๆตัวมาเป็ตัวประกัน ไม่รู้อะไรดลใจคน ให้คนวิ่งไปหากลุ่มนักดนตรี
เยี่ยหลงที่แม้จะตั้งสมาธิกับการร้องเพลงอยู่ แต่กลับกัน คนกลับคอยสังเกตพฤติกรรมของลูกค้าอยู่เป็เนืองๆด้วยเช่นกันในขณะเดียวกัน ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เยี่ยหลงสามารถหลบการพุ่งเข้ามาหาของแชมป์ได้อย่างไม่ลำบากอะไร
เมื่อแชมป์ที่พลาดเยี่ยหลงไป คนก็พุ่งตัวเข้าใส่ไปหามือคีย์บอร์ด ส่วนมือคีย์บอร์ดหรือก็คือฟีนิกซ์ ที่กำลังตั้งสมาธิจดจ่อกับการเล่นเครื่องดนตรีของตนอยู่นั้น จึงทำให้รู้สึกตัวช้าไปว่ามีคนพุ่งเข้ามาหา จนทำให้แชมป์ที่เป็คนพุ่งเข้ามา สามารถใช้แขนมือข้างที่เจ็บล็อคคอเอาไว้และใช้มือข้างที่ถือปืนได้ ใช้ปืนจ่อเข้าที่หัวของฟีนิกซ์
*หมายเหตุ* ทางผู้เขียนนิยายเื่นี้ ไม่ได้มีเจตนาจะละเมิดลิขสิทธิ์เพลงใดๆที่กล่าวถึงในนิยายตอนนี้ โดยเฉพาะเพลง ซากอ้อย ที่ บริษัทอักษรภาษาอังกฤษย่อสามตัว เป็เ้าของลิขสิทธิ์ ที่ทางเราได้มีการนำเนื้อเพลงบางส่วนมาใส่ ปัจจุบันทางเราได้ทำการติดต่อ
ทั้งพี่โจ๊ก และ บริษัทไปใน ig แล้ว มีเพียงแต่พี่โจ๊กที่ตอบกลับมาว่า " ซากอ้อยเป็ลิขสิทธิ์ของบริษัทอักษรภาษาอังกฤษย่อสามตัวครับ เื่นี้พี่เลยตอบไม่ได้เลยจ้า " ส่วนทางด้าน บริษัทภาษาอังกฤษย่อสามตัว ไม่มีการตอบกลับมาแต่อย่างใด ทางผมจึงไม่รู้ว่าจะจ่ายค่าลิขสิทธิ์ได้ที่ไหนและแพงมากมั้ย
ปล.หากว่าแพงเกินไป ทางผมยินดีที่จะลบท่อนเพลงนี้ออกให้ แต่ขอให้คุยกันก่อน ก่อนที่จะมีการฟ้องร้องกันครับ และทางเราต้องขอโทษด้วยที่นำเนื้อเพลงมาใส่โดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาตก่อนครับ