ตอนที่17 ความทรมาน
"ทำอะไรของพวกเ้า"
เสียงเอื้อนเอ่ยอันแ่เบาของหนึ่งบุรุษผู้ถูกปองร้ายจากสหายและเหล่าทหารที่คอยอยู่ข้างกายกันมานานนับสิบปี
แต่บัดนี้ความภักดีได้ป่นปี้ไปพร้อมกับคมดาบซึ่งมันพาดอยู่กลางใจอันสับสนของชายผมสีน้ำตาลผู้ยืนงงเหมือนต้องมนต์สะกดไว้
"ให้ข้าได้เป็คนตอบคำถามนั้นเถิด ท่านเ้าเมือง" แล้วคำกล่าวของฟาคัสก็ช่วยขจัดความสับสน เพราะเขาคือคนสั่งการให้เหล่าทหารทำการปองร้ายต่อท่านเ้าเมือง
"การจลาจลของปีศาจในครั้งนี้คือแผนของข้าเองขอรับ "
"เพื่อตำแหน่งของข้างั้นรึฟาคัส ถึงขั้นต้องพึ่งพิงเหล่าปีศาจร้ายเช่นนี้เ้าต้องเอาอะไรไปแลกมาบ้างล่ะ"
"ของกำนัลคือหัวของท่านลีเดีย แล้วเด็กสาวอีกหนึ่งหมื่นชีวิต"
เมื่อรับฟังคำกล่าวของฟาคัสก็ทำให้ดวงตาของอีชิลเดอร์เบิกกว้างขึ้นด้วยความตื่นตระหนก เพราะข้อแรกเปลี่ยนที่เขาอ้างมันช่างหนักหนาเกินกว่ามนุษย์ปกติจะยอมทำ และยิ่งเด็กสาวพวกนั้นอาจจะมีหลานสาวของตนต้องอยู่ในอันตรายก็เป็ได้
"เข้าใจแล้วใช่ไหมขอรับ ตอนนี้หลานสาวของท่านอยู่ในการดูแลของเราแล้ว ฉะนั้นข้าจึงมีขอเสนอดีๆ จะมอบให้"
…………………………………………….
"แปลกจังแฮะ พลังของเ้าเพิ่มขึ้นอีกรึเปล่า เอ..ตอนนี้น่าจะขั้นกลางระดับที่เท่าไหร่แล้วนะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า มันน่าสนใจจริงๆ นะเทีย"
เอริคเอ่ยขึ้นก่อนจะใช้มือซ้ายแตะไปยังปลายค้างเพื่อวิเคราะห์ถึงสถานการณ์ตรงหน้าว่าจะเกิดเหตุอันใดนอกเหนือจากสิ่งที่ตนคาดคะเนไว้รึไม่
"อย่าได้เอ่ยนามของข้าออกมาพล่อยๆ เยี่ยงนี้ ไอ้หนู"
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าทำเ้าโกรธรึไงไอ้ลูกหมาเอ๊ย ฮ่า ฮ่า ฮ่า" ถ้อยคำอันดูิ่ยังคงหลั่งไหลจากปากของเอริค ก่อนมันจะเดินตรงไปหาแซมเพื่อลากเขาออกมาจากอ้อมกอดของเอ็มม่าที่นั่งร้องไห้อย่างหวาดกลัวและตัวสั่น
"เอ้า ดูซะเทียข้าจะทำให้เ้าโกรธมากยิ่งขึ้นไปอีก"
เอริคะโขึ้นเพื่อให้เทียได้รับรู้ถึงสิ่งที่ตนจะทำ แล้วปลายดาบในมือนั้นก็จ้วงแทงไปยังไหล่ซ้ายของแซมพร้อมกับบิดข้อมือจนาแเปิดกว้างอีกหลายเิเ
สร้างความเ็ปแก่ผู้ถูกกระทำและครอบครัวอย่างเอ็มม่าจนนางต้องรีบกระโจนตัวเข้าหาศัตรูพร้อมกรงเล็บอันแหลมคม แต่กลับถูกสายลมอันเชี่ยวกรากพัดผ่านเรือนร่างสีดำ
แล้วาแอีกนับพันก็ปรากฏขึ้นทุกส่วนบนิั จึงทำให้นางล้มลงสู่พื้นดินโดยไม่ทันรู้สึกเ็ปเสียด้วยซ้ำ
และนั่นคือความเมตตาของเอริคผู้มีพลังิญญาขั้นสูงระดับกลางที่คิดจะสังหารนางโดยไม่ให้รู้สึกทรมาน แต่มันไม่ใช่สำหรับเอนี่ที่เห็นพ่อแม่ของตนถูกทำร้ายโดยมิอาจทำอะไรได้
เทียจึงต้องเป็ฝ่ายจัดการเื่เลวร้ายตรงหน้าโดยการใช้ดาบในมือขวากับตาที่ยังเหลืออีกข้างเข้าห้ำหั่นกับศัตรูตัวร้าย
ก่อนหัวของชายผมขาวจะกระแทกเข้ากับอากาศ จนหน้าหงายขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยความงุนงง
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า นั่นเขาเรียกว่าปราการแห่งลม ฮ่า ฮ่า นี่เ้าโกรธแค้นแทนมนุษย์จนหลงกลมุขง่ายๆ เช่นนี้เลยรึไอ้ลูกหมา ฮ่า ฮ่า"
เสียงเยาะเย้ยอันรกหูของเอริค ช่วยผลักดันให้เทียยืนหยัดเพื่อกระหน่ำฟาดฟันปราการแห่งลมที่คอยขวางกั้นระหว่างตัวเขากับครอบครัวของแซมอย่างไม่ลดละ
ซึ่งเขาก็มิอาจทำอันตรายต่อปราการนั้นได้หรือแม้แต่รอยขีดข่วนเพียงเล็กน้อยก็ตาม
"เป็อะไรไป ทำไมไม่พังมันซะล่ะ เ้าสามารถแย่งชิงพลังของผู้อื่นได้มิใช่หรือ " เอริคยังคงเอ่ยด้วยน้ำเสียงยียวนเพื่อกวนโมโหชายผมขาวตามที่ตนคาดหวัง แต่มันก็ไม่ทำให้สีหน้าของเทียเปลี่ยนไปเพราะเขายังคงวิ่งอ้อมเพื่อหาทางอื่นที่จะเข้าใกล้ศัตรูอย่างมีความหวัง
แต่เอริคก็ไม่ละทิ้งความยียวนเ่าั้ เพราะเขายังคงคิดหาวิธีที่จะทำให้ไฟแห่งโทสะภายใต้ใบหน้าอันเรียบเฉยได้ะเิออกมาอย่างมีความนัยแอบแฝง
จึงทำให้แซมต้องทนรับความเ็ปอีกครั้ง เมื่อปลายดาบของเอริคเชือดเฉือนไปยังิัจนเืสีแดงเริ่มไหลทะลัก
"หยุดมือของเ้าลงเดี๋ยวนี้ เ้า้าอะไรจากข้ากันแน่ " เทียะโขึ้นในทันทีที่เห็นเพื่อนของตนกำลังดิ้นรนเพราะความเ็ปพร้อมเสียงร่ำไห้ปานจะขาดใจจากตัวเอนี่ แต่สิ่งเหล่านี้ก็มิได้ทำให้เอริครู้สึกรู้สาอะไรไปมากกว่าคำถามของชายผมขาวที่ทำให้เขาหยุดชะงักลงราวกับต้องมนต์
"ข้าแค่้าทำตามคำสั่งของท่าน มัวรัส"
และแล้วแววตาของเอริคก็เปลี่ยนผันไปราวกับฤดูใหม่ เมื่อความคิดบางอย่างผุดขึ้นประหนึ่งดอกไม้ไฟ จึงทำให้ดาบในมือขวาเสียบเข้ากลางดวงใจของแซมโดยไม่มีการรีรอใดๆ
"ไม่!! หยุดเดี๋ยวนี้ไอ้ชาติชั่ว!!! "
เทียกู่ร้องพร้อมกับใช้ดาบในมือจ้วงแทงเข้าไปยังปราการแห่งลมจนมันหักลงในทันใด
แล้วเขาก็เริ่มเข้าใจว่าตัวเองในตอนนี้มันไร้ค่าถึงเพียงไหน ก่อนเขาจะคุกเข่าและก้มหน้าซุกพื้นดินอย่างหมดหวัง แม้เสียงร้องของเอนี่ยังคงดังเพื่อ้าให้เทียทำอะไรสักอย่าง
แต่เขาก็ปล่อยให้เอริคผู้ชั่วช้าใช้กระแสลมอันเชี่ยวกรากฟาดฟันตัวแซมจนชิ้นส่วนต่างๆ กระจัดกระจายไปทั่วทิศทาง
ทำให้เสียงร้องอันแสนทรมานของเอนี่เริ่มเงียบลง เพราะศีรษะของผู้เป็พ่อได้กระเด็นมาตกกลางอ้อมกอดของเด็กสาวจนสติและดวงใจพังทลายลงก่อนนางจะสลบไสลไปตลอดกาล
เหลือทิ้งไว้เพียงเจสสิก้าและชายผมขาวที่มิอาจเงยหน้าขึ้นมามองสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมหวนคำนึงถึงเด็กชายผมสีน้ำตาลประหนึ่งความรักใคร่จากบิดา
แล้วโทสะอันดำมืดก็ลุกโชนขึ้นกลางดวงใจ ก่อนเขาจะใช้กำปั้นทั้งสองผลักดันร่างกายที่ปล่อยออร่าสีดำซึ่งมันกำลังพวยพุ่งสู่ท้องฟ้า พร้อมแรงสั่นะเืราวกับแผ่นดินไหว
"มัวรัส "
แล้วหัวใจของชายผู้โศกเศร้าก็เต้นระรัวพร้อมกับเนื้อตัวได้ถูกปกคลุมด้วยหมอกควันสีดำที่กำลังบดบังดวงตะวันในยามรุ่งสาง
"ฮ่า ฮ่า ฮ่านั่นแหละไอ้ลูกหมา ฮ่า ฮ่า อีกนิดเดียวภารกิจข้าก็จะลุล่วงเสียที ฮ่า ฮ่า"