ที่หน้าประตูพลันปรากฏร่างสูงยืนนิ่งก่อนจะก้าวเดินเข้ามาอย่างสงบนิ่งหากแต่รอยยิ้มอ่อนโยนก็ไม่ได้จางหายไปจากใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาสักนิด
ลู่ลู่ประคองมู่ถงเหยาลุกขึ้นก่อนจะเลี่ยงออกไปอย่างเงียบเชียบมู่ถงเหยาเดินไปต้อนรับหานอี้เซินอย่างรวดเร็ว ทั้งเอ่ยถามเสียงหวานระคนเขินอายว่า
“ท่านพี่ ท่านกลับมาแล้วหรือเ้าคะ?”
“อืม” เขาตอบรับสั้นๆ ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆปลายตามองชุดของมู่ถงเหยาที่ตอนที่มีแต่ขนแมวติดอยู่เต็มไปหมด“เสื้อผ้าเ้าเหตุใดจึงเป็เช่นนี้”
“เอ่อ คือว่าเมื่อครู่มีแมวหลงเข้ามาในเรือนเ้าค่ะข้าเห็นว่ามันน่ารักจึงได้เล่นกับมันไปเล็กน้อย...” ไม่รู้ว่าเขาไม่ชอบสัตว์ที่มีขนเยอะๆแบบนี้หรือเปล่า อาจจะเป็พวกรังเกียจสัตว์หรือแพ้ขนสัตว์ก็ได้ “ข้าข้าจะไปเปลี่ยนชุดเดี๋ยวนี้เ้าค่ะ”
“ไม่ต้องหรอก มานี่ซิ” หานอี้เซินกวักมือเรียกให้นางเดินเข้ามาใกล้ๆมู่ถงเหยาถึงจะหวาดหวั่นแต่ก็ยอมทำตามอย่างว่าง่ายเดินเข้าไปใกล้มากขึ้นอีกสองก้าว
“เข้ามาอีก” ได้ยินเสียงเขาบอกให้เดินเข้าไปอีกนางก็เดินไปข้างหน้าอีกหนึ่งก้าวจนเป็ระยะห่างที่เขาพอจะยื่นมือมาถึงตัวนางได้แล้ว
หานอี้เซินลุกขึ้นยืนแล้วหยิบบางสิ่งบางอย่างออกมาจากอกเสื้อมู่ถงเหยาจ้องเขม็งทุกการกระทำของเขา หากว่าสิ่งที่เขานำมาเป็สิ่งที่อันตรายนางจะได้หลบทันทว่าสิ่งที่เขานำออกมากลับเป็ผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งเท่านั้น ก่อนจะค่อยๆลงมือเช็ครอยเปื้อนและขนแมวที่ติดอยู่ตามเสื้อผ้าออกให้นางอย่างแ่เบา
“ข้า ข้าทำเองก็ได้เ้าค่ะ” ไม่ได้รู้สึกเกรางใจเขาหรอกนะแต่ไม่ไว้ใจต่างหาก
“เ้าจะทำเองได้อย่างไร อยู่นิ่งๆ เถอะ” ทั้งน้ำเสียงและท่าทางของเขาไม่ได้ไม่พอใจนางสักนิดแต่เป็ตัวนางเองที่กลับรู้สึกไม่สบายใจเหมือนมันมีบางอย่างแปลกๆซ่อนอยู่ในรอยยิ้มของเขา
“ทะ ท่านพี่ข้าทำเองดีกว่านะเ้าคะ” เ้าบ้านี่เ้าคิดว่ากำลังเช็ดอยู่ตรงส่วนใดกัน ถึงแม้ร่างกายนี้จะไม่ใช่ของนางแต่ในเมื่อนางยังอาศัยร่างนี้ก็ต้องดูแลมันอย่างเต็มที่แม้เขาจะได้ชื่อว่าเป็สามีและได้เข้าหอกับร่างนี้ไปแล้วก็เถอะแต่ะจะมาจับซี้ซั้วแบบนี้ได้ที่ไหน
“เสื้อตรงหน้าอกของเ้ามีรอยสกปรกอยู่”เสียงตอบกลับมายังคงนุ่มนวลอ่อนโยนอย่างปกติ แต่นั่นกลับทำให้มู่ถงเหยายิ่งเดือดดาลมากขึ้นพยายามควบคุมอารมณ์ไม่ให้เกรี้ยวกราดใส่เขา
ความจริงแล้วเขากับนางในโลกโน้นต่างก็มีอายุเท่ากัน การที่นางต้องมาเรียกเขาว่าท่านพี่ๆมันก็ทำให้กล้ำกลืนฝืนทนมากพออยู่แล้วยังต้องมาทนให้เขาโขกสับอีกทำไมนางถึงได้ไม่โผล่เข้ามาอยู่ในร่างของบิดาเขาแทนนะจะได้สั่งสอนเ้าหน้ายิ้มนี่ให้หลาบจำไปเลย
หากแต่มู่ถงเหยากลับไม่รู้ตัวเลยว่าดวงตาของนางได้เปิดเปลือยความรู้สึกต่างๆออกมาจนหมดแล้ว หานอี้เซินจ้องมองดวงตากลมโตที่ตอนนี้ดูอย่างไรก็รู้ว่านางกำลังขุ่นเคืองเป็อย่างมากดวงตาดำขลับของเขาเข้มขึ้นอย่างลุ่มลึกแล้วหยุดเช็ดเสื้อผ้าให้มู่ถงเหยาก่อนจะกลับไปนั่งตามเดิม
“คราวหลังก็อย่าได้ไปเล่นกับมันเ้าแมวตัวนั้นเป็ของน้องรอง เขาหวงมันมาก”
“เ้าค่ะ”คิดว่าเขาคงจะไม่พอใจที่นางไปยุ่งเกี่ยวกับคนพวกนั้นจึงได้แต่ตอบตกลงไปอย่างว่าง่าย
“เมื่อเช้าเ้าไปหาฮูหยินรองมาหรือ?” หานอี้เซินไม่ได้มีท่าทีคาดคั้นเอาคำตอบแต่เขากลับแสดงท่าทางที่ผ่อนคลายทั้งยังดูไม่ได้โกรธเคือง
“...ข้าเบื่อจึงไปขอยืมหนังสือมาอ่านเล่นเ้าค่ะ” โอ๊ยนี่จะรู้ไปซะทุกเื่เลยหรือยังไง คงไม่ได้ให้คนแอบตามดูอยู่หรอกนะ
“อยากอ่านหนังสือ เหตุใดไม่บอกข้าล่ะ”
“ท่านพี่จะให้ข้ายืมหนังสือหรือเ้าคะ?”มู่ถงเหยาก้มหน้างุดตอบกลับเสียงเบาเขาเล่นหายหัวไปั้แ่เช้าแล้วนางจะเอาเวลาที่ไหนไปบอกเขาเล่า
“ตามมาสิ” หานอี้เซินลุกขึ้นเดินออกไปมู่ถงเหยาจึงได้เดินตามเขาไปอย่างไม่เข้าใจว่าเขาจะพาไปไหนกันแน่ แต่เมื่อมาถึงก็ต้องแปลกใจเขาพานางมาที่ห้องทำงานของเขา
“ในนี้เ้าจะเลือกเอาไปอ่านกี่เล่มก็ได้”
มู่ถงเหยามองพิจารณารอบๆ ห้อง ภายในนี้มีหนังสืออยู่เต็มไปหมดจนนางเองก็ไม่รู้ว่าจะไปหาหนังสือจำพวกนั้นได้อย่างไรอีกอย่างคนอย่างหานอี้เซินเขาจะอ่านหนังสือประเภทนั้นหรือ
“ท่านพี่อ่านครบทุกเล่มเลยหรือเปล่าเ้าคะ?”
“ใช่ เ้าอยากได้หนังสือแบบใดข้าจะได้ช่วยเ้าเลือก”
“...ข้าชอบอ่านแนวจำพวกเื่ลึกลับหรือไม่ก็พวกเื่แปลกๆน่ะเ้าค่ะ” หนังสือมีมากขนาดนี้นางไม่อยากเสียเวลาหาหรอกนะ สู้ถามไปตรงๆ ดีกว่า
“ลึกลับ? เื่แปลก? มีสิ” หานอี้เซินเดินไปยังชั้นที่เต็มไปด้วยหนังสือมากมาย ก่อนจะหยิบหนังสือสองสามเล่มออกมาให้นาง
โอ... ไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างเขาก็มีหนังสือแบบนี้ด้วยดูไม่เหมาะกับรูปลักษณ์บัณฑิตหนุ่มออร่าเปล่งประกายเช่นเขาสักนิด