5
ชีวิตที่พึ่งเริ่มต้น
หนานฟางใช้เวลาปรับตัวไม่นานเพราะเธอคุ้นเคยกับบ้านหลังนี้ เวลา่กลางวันสอนตงเหอคัดอักษรและอ่านหนังสือ อีกฝ่ายก็ตั้งใจเล่าเรียนเป็อย่างมาก แถมยังเฉลียวฉลาดอีกด้วย ตอนบ่ายพาตงเหอมานั่งเล่นที่สวนหลังบ้าน จิบชาและทานขนมชมชวนดอกไม้ทำให้หนานฟางรู้สึกเบิกบานใจเป็อย่างมาก ไม่มีใครมารบกวน ไม่ต้องคอยจัดการปัญหาของวังหลังที่มีมากมาย
ท่องกวี เล่านิทานที่เคยอ่านให้ตงเหอฟัง เด็กชายก็ตั้งใจฟังเป็อย่างมาก จนกระทั่งนอนหลับที่ตักของเธอ หนานฟางลูบศีรษะของอีกฝ่ายเบาๆ ด้วยความรักและเอ็นดู
เวลาว่างก็นั่งอ่านหนังสือเพื่อหาความรู้เพิ่มเติม ลมพัดเย็นสบาย อากาศไม่ร้อนมาก สมกับเป็ฤดูใบไม้ผลิที่แสนจะอบอุ่น เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตนเองถึงแม้มันจะยากก็พยายามฝึกพลังปราณเพื่อเลื่อนระดับ อย่างน้อยก็จะได้มีกำลังปกป้องตนเองและตงเหอ
ชีวิตช่างเรียบง่ายแต่ไม่โดดเดี่ยวเพราะมีตงเหอ หนึ่งเดือนช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ถึงเวลาที่หมอนัดตัดเฝือกออก าแทุกอย่างหายไปหมดแล้ว ร่างกายกลับมาเป็ปกติ คุณหมอเอ่ยชมว่าดูแลตนเองเป็อย่างดีทำให้ร่างกายฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว หนานฟางเพียงแค่ยิ้มรับเท่านั้น
ตอนบ่ายก็กลับมาที่บ้าน ตงเหอวิ่งออกมารับ หนานฟางย่อตัวลงไปโอบกอดลูกชายด้วยแขนทั้งสองข้างของตนเอง
“คุณแม่หายดีแล้วใช่ไหมครับ”
“แม่หายแล้วจ้ะ” หนานฟางบอกกับลูกชาย ก่อนจะจูงมือลูกชายเข้าไปที่ห้องนั่งเล่น
“แบบนี้คุณแม่ก็พาอาเหอไปกินขนมเค้กที่ห้างได้แล้วใช่ไหมครับ” เด็กชายเอ่ยถามด้วยความคาดหวัง
“ได้สิจ๊ะ เอาไว้อีกสองวันแม่จะพาอาเหอไปนะ” เธอเองก็อยากจะไปเปิดหูเปิดตาข้างนอกอยู่เหมือนกัน ได้ยินว่าเซียงไฮ้อยู่ติดกับทะเล เห็นว่าฉีตงเยี่ยมีบ้านพักติดชายทะเล ที่นั่นสวยและเงียบสงบ หนานฟางเคยไปที่พักผ่อนกับพ่อแม่ของสามีอยู่ครั้งหนึ่ง เอาไว้ค่อยพาตงเหอไปพักผ่อนกันสองคน
หนานฟางพาฉีตงเหอมาที่ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ใจกลางเมืองเซียงไฮ้ การออกมานอกบ้านต้องแจ้งพ่อบ้านก่อน จากนั้นก็จะมีผู้ติดตามนอกจากคนขับรถออกมาด้วย เป็คนของสามีทำหน้าที่เหมือนกับองครักษ์ในโลกเดิมของเธอ
เธอสามารถปกป้องตัวเองและตงเหอได้ แต่ก็ไม่ขัดหากจะมีองครักษ์ติดตามข้างกาย ชีวิตก่อนเธอก็เคยชินกับมันเสียแล้ว เวลามีคนพวกนี้คอยติดตามก็ไม่รู้สึกอึดอัดเหมือนอย่างหนานฟางคนเก่า นั่นเป็อีกหนึ่งสาเหตุที่อีกฝ่ายไม่ค่อยออกไปข้างนอก
“คุณแม่ครับ ที่นี่ใหญ่โตมากเลยครับ” ฉีตงเหอมองไปรอบๆ ด้วยความตื่นเต้น มือเล็กๆ เกาะกุมมือของแม่เอาไว้ ที่จริงมีห้างสรรพสินค้าอีกที่หนึ่งอยู่ไกลจากที่นี้พอสมควร เห็นว่าใหญ่โตเหมือนกัน เอาไว้วันหลังค่อยพาลูกชายไปเดิน
“เราไปกินขนมเค้กกันก่อน แล้วค่อยเดินซื้อของดีไหม?” เธอเอ่ยถามความสมัครของลูกชาย
“ครับแม่” เมื่ออีกฝ่ายขานรับด้วยรอยยิ้ม ก็เดินมาที่โซนร้านขนมเค้ก องครักษ์หรือผู้ติดตามรออยู่ด้านนอกร้าน สายตาคอยสอดส่องและปิดโซนเพื่อความเป็ส่วนตัวให้เธอและลูกชาย
“แม่ครับ อร่อยมากครับ” ฉีตงเหอตักเค้กเข้าปาก ชิมรสความหวานละมุนก่อนจะบอกกับคนเป็แม่ จากนั้นก็ใช้ช้อนตักเค้กเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย
“นี่เป็เค้กส้ม อาเหอลองชิมดูว่าชอบไหม?” รสของเค้กส้มมีรสหวานอมเปรี้ยว รสชาติลงตัวไม่หวานมาก รสกำลังดี
หนานฟางเห็นลูกชายพยักหน้าก็ตักเค้กไปป้อนอีกฝ่าย เมื่อเห็นลูกชายกินมันเข้าไปเธอก็ส่งยิ้มให้อีกฝ่ายด้วยความเอ็นดู ก่อนจะเอื้อมมือไปเช็ดครีมที่ติดอยู่ที่มุมปากของลูกชาย
“อร่อยมากเลยครับ” ฉีตงเหอบอกกับแม่ จากนั้นก็อ้าปากรับเค้กที่แม่ป้อนให้อีกหนึ่งคำ หนานฟางรู้ว่าการกินของหวานมากเกินไปไม่ดีสำหรับเด็ก เธอสั่งแค่เค้กช็อกโกแลตและให้พนักงานตัดเป็ชิ้นไม่ใหญ่มาก แล้วก็เค้กส้มอีกหนึ่งชิ้น ที่เหลือให้เอาใส่กล่องกลับบ้าน
“กินแค่นี้ก็พอ ถึงแม้ว่าขนมเค้กจะอร่อย แต่อาเหอรู้ใช่ไหมว่ากินมากไปก็ไม่ดี”
“ผมรู้ครับแต่ขอกินอีกคำหนึ่งนะครับ นะครับคุณแม่” เ้าเด็กดื้อตาใส กล้าต่อรองกับเธอได้ยังไงกัน มือเรียวสวยบีบแก้มลูกชายด้วยความหมั่นไส้
“ก็ได้จ้ะ” เมื่อได้ยินประโยคอนุญาตจากปากของคนเป็แม่ อีกฝ่ายก็ยิ้มกว้างออกมาอย่างพอใจ
“คุณแม่ใจดีที่สุด อาเหอรักคุณแม่” ว่าแล้วก็ตักเค้กเข้าปากอีกหนึ่งคำ แล้วก็วางช้อนลง
“แม่ก็รักอาเหอจ๊ะ”
สองแม่ลูกเดินออกจากร้านเค้ก มุ่งหน้ามาที่ร้านหนังสือ หนานฟาง้าซื้อหนังสือเอาไว้อ่านหาความรู้ เลือกหนังสือมาหลายสิบเล่ม แล้วก็เลือกแบบเรียนขึ้นพื้นฐานเอาไว้ให้ลูกชายอีกด้วย
ออกจากร้านหนังสือก็มาที่ร้านขายรองเท้า หนานฟางจูงมือลูกชายเข้าไปดู
“อาเหอชอบคู่ไหนจ๊ะ”
“คุณแม่เลือกให้หน่อยครับ อาเหอเลือกไม่ถูก” เด็กน้อยเขย่ามือของแม่เบาๆ พร้อมทำสายตาออดอ้อน ในร้านมีรองเท้าอยู่หลายคู่ไม่รู้จะเลือกคู่ไหนดี
“งั้นเอาคู่นี้แล้วกัน แม่ว่าเหมาะกับอาเหอดี อาเหอชอบไหม?”
“ครับ ผมชอบครับ” เมื่อเลือกรองเท้าให้ลูกชายแล้วก็เลือกให้ตัวเอง ก็เดินมาที่ร้านเสื้อผ้า จะว่าไปเธอก็ไม่ค่อยคุ้นเคยกับแบบชุดในโลกนี้เท่าไหร่ คิดถึงแบบเสื้อผ้าจากโลกที่เธอเคยอยู่ การตัดเย็บประณีตกว่าที่นี้มาก
ในหัวกำลังคิดแบบเสื้อที่จากโลกเดิมแต่เอามาผสมผสานให้เข้ากับโลกนี้ จะว่าไปซื้อผ้าไปตัดเย็บเองน่าจะดีกว่า คิดได้แบบนั้นก็เดินไปเลือกแบบผ้า เธอถูกใจอยู่หลายแบบไม่น้อย สั่งมาเลยแบบละสามพับ
ก่อนจะเลือกซื้อเสื้อผ้าเนื้อดี มีการตัดเย็บที่ใช้ได้ให้กับลูกชายอีกชุด แล้วก็แบบชุดที่ถูกใจเธอเองอีกสามชุด อาทิตย์หน้าจะพาอาเหอไปพักผ่อนที่บ้านพักริมทะเลพอดี ซื้อไปมากหน่อยก็ดีเหมือนกัน
เสร็จแล้วก็แวะซื้อพู่กัน กระดาษ เครื่องเขียนเพิ่ม เมื่อเดินผ่านร้านขายนาฬิกา หนานฟางก็แวะเข้ามาซื้อกลับไปสักเรือน มันคือสิ่งบอกเวลาของที่นี่ บนหน้าปัดเล็กๆ จะมีตัวเลขบอกเวลา ไม่ต้องคอยสังเกตพระอาทิตย์ นับว่าเป็เครื่องบอกเวลาที่ดีมากๆ
หนานฟางเลือกอยู่พักหนึ่งก็ได้นาฬิกาเรือนที่ถูกใจ ราคามันจะแพงสักหน่อยก็คงไม่เป็ไร แต่มันช่างถูกอกถูกใจเสียเหลือเกิน เลยตัดใจซื้อมาหนึ่งเรือน
หนานฟางตรวจดูบัญชีสินเดิมแล้ว พบว่ามีเงินสดอยู่จำนวนอยู่เพียงสามหมื่นหยวน แล้วก็เงินที่ฝากเอาไว้ในบัญชีอีก หนึ่งแสนหยวน นับว่าไม่ได้มากมายอะไร ส่วนโฉนดที่ดินส่วนมากเป็ที่ดินที่อยู่ที่ปักกิ่งถึงห้าใบ และเขตรอบนอกเมืองอีกสี่ใบ
ในขณะที่กำลังจูงมือลูกชายออกจากร้านขายนาฬิกา กลับเจอกับสามีที่กำลังควงแขนมากับหญิงสาวอีกคน ที่แต่งตัวรัดติ้วโชว์เนื้อหนัง ท่าทีที่อีกฝ่ายมีต่อสามีราวกับว่าเป็ผู้หญิงโคมเขียวที่กำลังเอาใจสามีของตนเอง หนานฟางจ้องมองทั้งสองคนด้วยความรู้สึกเ็า แววตาที่สบมองไร้ความรู้สึก
“คุณพ่อ” เสียงเล็กเอ่ยเรียก ก่อนจะปล่อยมือที่เกาะกุมกับผู้เป็แม่และวิ่งไปหาคนเป็พ่อด้วยความดีใจ
“ตงเหอ? หนานฟาง?” เสียงทุ้มเอ่ยเรียกคนตรงหน้า แปลกใจเล็กน้อยที่ได้เจอภรรยาและลูกชายที่นี่ เขาจ้องมองไปที่พ่อบ้านด้วยแววตาเต็มไปด้วยคำถามและคาดโทษ
เหตุใดทั้งสองคนถึงได้ออกมาเดินห้างสรรพสินค้าโดยที่เขาไม่ทราบเื่? โดยลืมไปว่าตนเองนั้นพึ่งกลับมาจากการส่งอาวุธไปให้กับกองทัพไม่สามารถติดต่อได้
“คุณพ่อ เสร็จงานแล้วหรือครับ” ฉีตงเหอวิ่งมาหยุดที่หน้าคนเป็พ่อ เงยหน้าเอ่ยถาม พ่อไม่ได้กลับบ้านมาหนึ่งสัปดาห์แล้ว ก่อนจะจ้องมองผู้หญิงที่ยืนข้างๆ คนเป็พ่อด้วยแววตาสงสัย
“อาเหอ” หนานฟางรีบเดินเข้าไปอุ้มลูกชายขึ้นมา อยู่ข้างนอกไม่อยากให้ลูกชายเกี่ยวข้องกับผู้เป็พ่อมันอันตรายเกินไป
“เด็กที่ไหนกันคะคุณฉี ทำไมพวกนายไม่มาลากออกไป ไม่เห็นหรือไงว่าสองแม่ลูกกำลังขวางทางฉันกับคุณฉีอยู่” เสียงโวยวายของลูกสาวนายพลซ่งเอ่ยออกมาอย่างไม่พอใจ เธออุตส่าห์มีโอกาสได้เข้าหาคุณฉีที่ตัวเองหมายปอง เธอไม่ยอมปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือไปอย่างแน่นอน
“ลากตัวออกไป” ฉีตงเยี่ย เอ่ยกับลูกน้องคนสนิทเสียงเข้ม คุณซ่งอี้หลานแสยะยิ้มและจ้องมองสองแม่ลูกที่อยู่ตรงหน้าด้วยความพึงพอใจ
ก่อนจะรับรู้ถึงแรกกระชากของชายสองคนที่กำลังดึงเธออย่างไร้ความปรานี
“นี่มันอะไรกันคะ คุณฉี คุณจะทำกับฉันแบบนี้ไม่ได้นะคะ”
“คุณฉี”
“ปล่อยฉันสิ ไอ้พวกชั้นต่ำ แกกล้ายังไงมาแตะต้องด้วยฉัน” เสียงโวยวายของหญิงสาวดังห่างออกไป ลูกน้องของฉีตงเยี่ยลากอีกฝ่ายออกไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
“คุณแม่ครับ เธอเป็อะไรครับ” ฉีตงเหอเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ หญิงสาวเมื่อครู่ทำไมกรีดร้องแบบนั้น
“ลูกไม่ต้องไปสนใจ เรากลับบ้านกันดีกว่า” หนานฟางทำราวกับฉีตงเยี่ยไม่มีตัวตน มองอีกฝ่ายเป็เพียงอากาศธาตุในสายตาของเธอ
“ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี้” น้ำเสียงของคนเป็สามีเอ่ยถามด้วยความไม่พอใจ หนานฟางรับรู้ว่าแววตาที่จ้องมองเธอในตอนนี้เต็มไปด้วยความไม่พอใจ ไอสังหารถูกส่งมาอย่างเปิดเผย ผู้ชายคนนี้ไม่สมควรจะเป็พ่อของอาเหอ แม้กระทั่งแม่ของลูกชายยังคิดสังหาร ช่างชั่วช้าเสียจริง
“แล้วทำไมฉันจะมาไม่ได้” หนานฟางเอ่ยถามอีกฝ่ายกลับไป
“ผมกับแม่มาซื้อของครับ แล้วพ่อมาทำอะไรครับหรือว่ามาทำงานที่นี” เมื่อเจอคำถามของลูกชายเอ่ยถาม ฉีตงเยี่ยก็กดข่มความไม่พอใจเอาไว้
“ฉันพึ่งเสร็จงาน เลยแวะมาตรวจงานที่ห้างเสียหน่อย” นั้นคือความตั้งใจที่เขาแวะมาที่นี่ นอกจากจะมาตรวจความเรียบร้อยของห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ ลูกสาวนายพลซ่งดึงดันจะตามมาให้ได้ เขารำคาญเลยยอมให้อีกฝ่ายตามมาด้วย เพราะอย่างไรชั้นบนสุดของห้างก็ไม่อนุญาตให้คนนอกเข้ามาวุ่นวายอยู่แล้ว
“ฉีจาง ขึ้นไปเอาเอกสาร แล้วก็ให้คนไปเตรียมรถฉันจะพาหนานฟางและอาเหอกลับบ้าน” น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยบอกกับมือขวาของตนเอง
“ครับนายท่าน” ฉีจาง หันไปสั่งงานลูกนอกให้ขึ้นไปเอาเอกสารบัญชีและสัญญาที่ต้องตรวจสอบมาให้ผู้เป็นาย ก่อนจะพาคนไปจัดเตรียมรถตามคำสั่งของคนเป็นาย
“คุณพ่อจะกลับบ้านพร้อมผมและคุณแม่เหรอครับ?” ฉีตงเหอเอ่ยถามคนเป็พ่อ หนานฟางยอมปล่อยลูกชายลง อีกฝ่ายก็พุ่งตัวไปหาคนเป็พ่อ ฉีตงเยี่ยย่อตัวลงไปอุ้มลูกชายขึ้นมา
“อืม”
“เย้ๆ คุณแม่ครับ เรากลับบ้านกัน” เด็กชายเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงร่าเริง หนานฟางสบมองลูกชายที่ยิ้มกว้างอย่างมีความสุขเมื่อได้เจอคนเป็พ่อ แม้ว่าอีกฝ่ายจะเ็าและเคร่งขรึม แต่สายตาของลูกชายตัวน้อยแสดงออกถึงความรักที่มีให้คนเป็พ่ออย่างเต็มเปี่ยม
หนานฟางเดินตามสองพ่อลูกไปเงียบๆ ในรถมีเพียงบทสนทนาของพ่อลูกที่พูดคุยถามไถ่กันสองคน เสียงลูกชายบอกคิดถึงคนเป็พ่อ ที่ไม่ได้กลับบ้านมาหนึ่งอาทิตย์
หนานฟางกำลังคิดในใจเื่หย่าขาดจากอีกฝ่ายด้วยความหนักใจ เด็กคนหนึ่ง้าทั้งพ่อและแม่ แต่ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่พ่อที่ดี เขาอาจจะทำร้ายอาเหอในวันข้างหน้าเพื่อผลประโยชน์และอำนาจของตนเอง และสักวันเขาอาจจะทำให้อาเหอเ็ปและเสียใจมากกว่าใครทั้งหมด
“แม่ครับ พ่อบอกว่าอาทิตย์หน้าจะไปพักผ่อนกับพวกเราครับ” ประโยคที่ออกจากปากลูกชายที่โถมตัวเข้ามาหาเธอทำให้มีสติกลับมาจากความคิดของตนเอง
“ว่ายังไงจ๊ะ” เธอเอ่ยถามลูกชายอีกครั้ง
“คุณพ่อจะไปพักผ่อนที่บ้านพักริมทะเลกับเราสองคนครับ” เด็กชายพูดจบก็ยิ้มออกมาด้วยความสุขใจ
“คุณไม่ทำงานหรือ? อีกอย่างฉัน้าไปกับลูกชายเพียงลำพัง” หนานฟางขมวดคิ้วเป็ปม หันไปเอ่ยถามผู้เป็สามีในทันที
“ฉันว่าง” ฉีตงเยี่ยเอ่ยบอกคนเป็ภรรยา ไม่บ่อยหนักที่จะได้เห็นคนเป็ภรรยาแสดงความรู้สึกผ่านสีหน้าอย่างชัดเจน การที่เขาไปด้วยมันทำให้เธอไม่พอใจอย่างนั้นหรือ? ใช่ว่าเขาอยากจะไปด้วยเสียเมื่อไหร่ แค่อยากให้การเดินทางไปพักผ่อนของสองแม่ลูกบังหน้าก็เท่านั้น
คำว่าว่าง ที่ออกจากปากฉีตงเยี่ยมีหรือหนานฟางจะไม่รู้ว่ามันคือเื่โกหก อีกฝ่ายกำลังวางแผนชั่วอะไรอยู่แน่ๆ แถมยังใช้เธอและลูกมาบังหน้า บัดซบยิ่งนัก