“ท่านป้า…เรียกข้ามาพบมีเื่อันใดหรือขอรับ?”
“หรงเอ๋อร์ เ้ามานั่งตรงนี้เร็ว”จ้าวซินผิงรีบกวักมือเรียกหลานชายมานั่งด้วยกันบนเตียง
“เ้ารู้ข่าวบิดาจากท่านอาเฮยซิงแล้วใช่รึไม่?”
“ขอรับ” เด็กน้อยตอบเสียงอ่อยด้วยใบหน้าเศร้าสร้อยน้ำตาคลอหน่วยปริ่มล้นอยู่บนขอบตาเขาก้มหน้าลงพยายามสะกดกลั้นความเสียใจ
กิริยาเช่นนี้ยิ่งทำให้หญิงสาวรู้สึกสงสารหลานรักขึ้นมาจับใจเด็กตัวแค่นี้มิควรต้องประสบชะตากรรมอันเลวร้ายนางโอบไหล่เขาอย่างอ่อนโยนพลางบอกเล่าเื่ราวในใจบางส่วน
“ั้แ่จำความได้ข้าเป็เด็กกำพร้ามีชื่อแต่ไร้แซ่ไร้บิดามารดาพอรู้ว่าตัวเองเป็ใครครอบครัวกลับถูกเข่นฆ่าล้างตระกูลไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้ทำความรู้จักกับพ่อแม่ของตนเองด้วยซ้ำ ระหว่างเ้ากับข้า…ผู้ใดมีชะตากรรมน่าอนาถกว่ากัน?”
เด็กชายนั่งนิ่งนึกตรึกตรอง นาทีต่อมาพลันบังเกิดรัศมีในดวงตาเขาปาดน้ำตาทิ้งจนเหือดแห้งแล้วเงยหน้าสบตาสตรีตรงหน้ากล่าวด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น
“เข้าใจแล้วขอรับต่อไปข้าจะเข้มแข็งไม่อ่อนแอท้อแท้อีก!”
“ดีมาก! เด็กดี! เ้าสมเป็หลานข้า” นางยิ้มยินดีลูบหัวเด็กน้อยด้วยความเอ็นดู
“แล้วข้าควรทำเช่นไรต่อไปหรือขอรับ?”
“เ้ายังเล็กนักควรกินให้มากนอนให้เต็มอิ่มร่างกายจะได้เติบโตแข็งแรงนี่คือสิ่งแรกที่ควรทำหรือว่าเ้ายังมีความปรารถนาอื่น?”
“ข้าอยากสืบหาความจริงเกี่ยวกับบิดาให้กระจ่างชัดแต่คงต้องรอตัวเองเติบใหญ่เสียก่อน”
“มิต้องรีบ ปกป้องดูแลม่านเอ๋อร์ให้ดีบนโลกใบนี้ยังมีเื่ราวอีกมาก ที่เ้าต้องเรียนรู้”
“เช่นสิ่งใดขอรับ?”
“จิตใจคน เล่ห์เหลี่ยม กลโกง ผลประโยชน์มิตรภาพ การเอาตัวรอด สิ่งเหล่านี้ล้วนไม่มีอยู่ในตำราเ้าต้องแสวงหาสิ่งเ่าั้ด้วยตนเอง”
“ข้าอยากเก่งและสง่างามเหมือนท่าน”หานอี้หรงมองญาติใกล้ชิดเพียงคนเดียวด้วยแววตาเลื่อมใส
“เ้าเป็ดั่งข้าได้แน่นอนยังมีเวลาอีกหลายปี หมั่นฝึกฝนตนเองให้แข็งแกร่ง เรียนรู้สรรพวิทยา คิดทำงานใหญ่มิใช่ง่ายต้องใช้เวลาเตรียมการโดยรอบคอบ อย่าหมกมุ่นกับความแค้นจนละเลยหรือเผลอมองข้ามรายละเอียดสำคัญไป”นางเตือนสติหลานชายอย่างห่วงใย เพราะความใจร้อนและประมาทอาจทำให้พลาดความสำเร็จ
“ข้าจะจดจำทุกคำสอนขอรับ”
“ดีมากไปดูกันเถิดว่าวันนี้ข้าได้เตรียมสิ่งใดเอาไว้ให้เ้า”สตรีชุดดำดึงแขนเด็กชายลุกขึ้น จูงมือไปยังโต๊ะหนังสือที่มีกล่องไม้ยาวแกะสลักลวดลายประณีตวางตั้งอยู่บนนั้นตัวกล่องพบตราประทับรูปหมาป่าสีทองซึ่งเป็ตราสัญลักษณ์ที่บิดามอบให้แก่เขาเมื่อครั้งตระกูลยังไม่ล่มสลาย
แม้นมิรู้ว่าในกล่องมีสิ่งใดแต่เขาพอคาดเดาได้ว่าคงเป็สิ่งพิเศษเมื่อสตรีาุโเปิดกล่องให้เห็นสิ่งที่อยู่ด้านใน เด็กน้อยถึงกับตกตะลึงพรึงเพริดดวงตาคู่นั้นฉายแววยินดีเสียจนปิดไม่มิด
“สิ่งนี้คือศัสตราวุธเทพ นามว่า ‘ทวนจักรพรรดิ’ทุกครั้งเมื่อเ้าร่ายรำจะสามารถกวาดล้างกำจัดศัตรูได้ครั้งละเป็จำนวนมากมีสิ่งนี้อยู่ในมือแม้แต่เทพเซียนยังต้องกริ่งเกรง พลังอำนาจของมันข้ามิอาจประเมินได้เ้าคงต้องค้นหาสิ่งเ่าั้ด้วยตนเอง”
เด็กชายพยักหน้ารับด้วยใจแสนยินดีเขาจ้องมองมันอย่างไม่วางตาเอื้อมมือลูบไล้อย่างหลงใหล ศัสตราวุธชิ้นนี้มีลักษณะเป็ทวนวงเดือน์หัวทวนขนาดใหญ่สร้างจากหยกจักรพรรดิสีเขียวมรกตเนื้อบางใสโปร่งแสง ส่วนด้ามทวนเป็เหล็กไหลโกฏิปีสีปีกแมลงทับเนื้อเนียนละเอียดเงามันวาวประดับด้วยลวดลายัสีทองเลื้อยพันจากด้ามขึ้นไปอย่างวิจิตรบรรจง
เมื่อทำพันธสัญญาพลันบังเกิดลำแสงสีเขียวทองเชื่อมต่อกับปัญญาวิสุทธิ์ผู้พิทักษ์จักรพรรดิัได้ถ่ายทอดวิชาเพลงทวนให้แก่หานอี้หรง
“จงอย่านำออกมาใช้งานจนกว่าปัญญาวิสุทธิ์ของเ้าจะแข็งแกร่งมิเช่นนั้นมันอาจกลายเป็ดาบสองคมย้อนกลับมาทำร้ายตัวของเ้าเองเข้าใจรึไม่?”
“เข้าใจขอรับข้าจะระมัดระวังและเก็บรักษามันไว้ให้ดี”หานอี้หรงบรรจุทวนจักรพรรดิใส่ถุงเฉียนคุนอย่างเบามือ
“ไปฝึกยุทธ์ต่อเถิด” นางตบไหล่หลานชายเบา ๆอย่างเอ็นดู ยิ่งนับวันเด็กคนนี้ก็ยิ่งรู้ความ
หลังจากตระกูลจ้าวถูกกำจัดไปไม่นานในแคว้นได้มีการผลัดเปลี่ยนแผ่นดิน ฮ่องเต้คนใหม่ชิงบัลลังก์ขึ้นครองราชย์ท่ามกลางซากศพวงศาคณาญาติต่างถูกกำจัดแบบถอนรากถอนโคนไม่เว้นแม้แต่ตระกูลใหญ่ที่อาจกลายเป็หอกข้างแคร่ในอนาคต
หาก้า่ชิงทุกอย่างกลับคืนจำต้องสร้างกองทัพและพันธมิตรอันแข็งแกร่งส่วนที่เหลือคงต้องขึ้นอยู่กับโชคชะตาแล้ว
บัดนี้เรือนจู๋จื่อเปรียบเสมือนจุดศูนย์รวมลูกหลานในตระกูลยามเฉินของทุกวันสององครักษ์ชายจะถ่ายทอดพื้นฐานการต่อสู้บริเวณลานฝึกยุทธ์
ส่วน่บ่ายอาจารย์ลู่เชาสหายคนสนิทของแม่ทัพหานจะเป็ผู้ฝึกสอนอ่านเขียนในหอตำราฮุ่ยซินแม้แต่ลูกบ่าวไพร่ในจวนก็เข้ารับการศึกษาได้มิแบ่งแยกชายหญิงครั้นอายุครบเกณฑ์สิบปีจึงส่งไปร่ำเรียนยังสำนักเซียนซูเพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์ในโลกกว้าง
ก่อนหน้านี้หานลี่หยางพึ่งสอบเสร็จจึงได้ลากลับมาเยี่ยมบ้านแต่ละวันเขาคลุกคลีตีโมงอยู่กับเหล่าพี่น้องร่วมฝึกวรยุทธ์สรวลเสเฮฮาเช่นเดียวกับองค์หญิงเหม่ยชิงและมู่ปิงอวี้ที่มักนั่งชมการฝึกฝนของลูกหลานภาพทั้งคู่วางเด็กหญิงตัวน้อยบนตักพูดคุยกันถูกคอเป็ภาพที่พบเห็นได้จนชินตา
“สีหน้าเ้าดูดีขึ้น”สตรีสูงศักดิ์เอ่ยทักยิ้มแย้ม ยังจำครั้งแรกที่พบหน้าได้นางช่างดูซีดเซียวยามนี้ใบหน้างามเริ่มมีเืฝาดน่ามองไม่น้อย
“เพราะได้รับการดูแลเป็อย่างดีจากสกุลหานหม่อมฉันจึงแข็งแรงขึ้นมากเพคะ” หญิงอ่อนวัยตอบอย่างนอบน้อม
“ลูกสาวของเ้าคงมีอายุไล่เลี่ยกับม่านเอ๋อร์ว่าง ๆ พานางมาเยือนเรือนไป๋หลานบ้างเถิด ข้าชอบเสียงครึกครื้น”
“เพคะองค์หญิง”
ก่อนหน้านี้มู่ปิงอวี้เคยพักอยู่เรือนหลันฮวามาชั่วระยะเวลาหนึ่งต่อมาเมื่อหานหลี่หลันและหานหลี่ฮวามีอายุครรภ์มากขึ้น นางรู้สึกเกรงใจไม่้าทำตัวเป็ภาระจึงขอย้ายมาอยู่เรือนจู๋จื่อครั้นได้อยู่ในสภาพแวดล้อมอันปลอดโปร่งเต็มไปด้วยพลังแห่งเทพเซียนสุขภาพย่อมดีขึ้นทุกวัน
“พวกเ้าฝึกฝนวรยุทธ์มาแรมเดือนนึกอยากได้อาวุธคู่ใจบ้างรึไม่?” จ้าวซินผิงเอ่ยปากถามเหล่าเด็กน้อยขณะกำลังนั่งพักกินขนม
“ข้ายังเด็กอยู่จะเอาศัสตราวุธไปทำอันใดกัน”เด็กชายอ้วนกลมถามอย่างเกียจคร้านหยิบขนมเข้าปากหนึ่งชิ้น
“หากวิวาทกับผู้อื่นระหว่างต่อสู้มือเปล่ากับพกพาเครื่องทุ่นแรงเ้าว่าสิ่งไหนดีกว่ากันฮึ! เ้าก้อนแป้งน้อย!”สตรีชุดดำหยิกแก้มแดงปลั่งของหานลี่เซียวด้วยความเอ็นดู
“ถ้าได้ศัสตราวุธอันยอดเยี่ยมสักชิ้นมันคงวิเศษมาก!ข้าปรารถนามันขอรับ” หานลี่เสียงส่งเสียงตื่นเต้นด้วยสีหน้าเพ้อฝัน
“เ้าช่างสมเป็ลูกชายหานหลี่เจียง”หญิงสาวเอ่ยชม ช่างเป็ลูกไม้ใต้ต้นโดยแท้
“ข้าก็อยากได้ ท่านป้าซินผิงคือผู้เยี่ยมยุทธ์สิ่งที่มอบให้พวกเราล้วนต้องล้ำเลิศอย่างแน่นอน”หานลี่หย่งสนับสนุนอย่างกระตือรือร้น
“พูดได้ดี!”จ้าวซินผิงยกนิ้วโป้งให้ องค์หญิงยิ้มหน้าบานอย่างปลาบปลื้มในตัวบุตรชาย
“ข้าด้วย!”
“ข้าก็อยากได้!”เด็กน้อยเริ่มส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวดุจดั่งฝูงผึ้งแตกรัง
“เอาล่ะ! ทุกคนเงียบก่อน”จ้าวซินผิงโบกมือปราม จนเสียงเริ่มเงียบลงจากนั้นจึงหันไปส่งสัญญาณแก่องครักษ์
โต๊ะยาวที่มีศัสตราวุธปราชญ์ถูกยกเข้ามาบนนั้นพบอาวุธเรียงรายวางอยู่แปดชิ้น ล้วนมีรูปลักษณ์แตกต่างกันออกไป เด็ก ๆ วิ่งเข้าไปมุงดูด้วยความตื่นเต้นพูดจาชี้ชวนออกท่าทางยกใหญ่
“ศัสตราวุธปราชญ์เหล่านี้ถูกสร้างขึ้นโดยอัจฉริยะด้านการหลอมรวมแห่งยุคนามว่า ‘หลิวจิ่ว’ บนโลกใบนี้มีเพียงเก้าชิ้นเท่านั้นหนึ่งในนั้นคือหงเหมยกุ้ยของข้า” นางกล่าวจบพลันร่ายกระบี่ด้วยท่วงท่างดงามปล่อยกุหลาบเพลิงขึ้นไปบนท้องฟ้าเสียงะเิสร้างความสั่นะเืทั่วทั้งหุบเขา
ยิ่งเห็นยิ่งสร้างความประทับใจเด็กน้อยต่างจ้องมองอาวุธตรงหน้าแววตาของพวกเขาเต็มเปี่ยมด้วยแรงปรารถนา
“วิเศษมากขอรับท่านป้าโปรดมอบมันให้ข้าสักชิ้นเถิดขอรับ” เด็กชายตัวอ้วนเดินมาเกาะแขนออดอ้อนส่งเสียงวิงวอน
“เกิดสิ่งใดขึ้น? พวกข้าเป็ห่วงจึงมาดู”จู่ ๆ พลันปรากฏเงาสามร่าง ผู้มาเยือนคือ หานหลี่จิน หานหลี่เหลียงและหานหลี่เจียง
“สุดยอดศัสตราวุธ!ฝีมือสูงส่งเช่นนี้คนสร้างเป็ผู้ใดกันขอรับพี่หญิง” หานหลี่เจียงเบิกตาโตถามอย่างตกตะลึงเขากวาดสายตามองเพียงปราดเดียวก็สามารถรู้ได้ในทันที
“สมกับเป็เ้า!ศัสตราวุธปราชญ์เหล่านี้ล้วนถูกหลอมรวมด้วยวัตถุดิบล้ำค่าหายากจึงพิเศษแตกต่างจากศัสตราวุธโดยทั่วไป ผู้สร้าง คือ หลิวเย่”
“ข้าจะมีโอกาสขอคำชี้แนะจากเขาหรือไม่” หานหลี่เจียงเอ่ยปากถามอย่างกระตือรือร้นหากได้แลกเปลี่ยนความรู้จากบุคคลผู้นี้สักครานับว่ามิเสียชาติเกิดแล้ว
“โอกาสนั้นย่อมมาถึงในไม่ช้า”หญิงสาวทิ้งคำพูดไว้เป็ปริศนามุมปากยกขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นถึงความคาดหวังในแววตาคู่นั้น
เมื่อทุกคนนั่งประจำตำแหน่ง องครักษ์หญิงชายพร้อมยืนอารักขาการเลือกศัสตราวุธจึงเกิดขึ้นแบบไม่มีพิธีรีตอง ไร้หมายกำหนดการล่วงหน้าเมื่อศัสตราวุธพร้อม! คนพร้อม! ย่อมถือเป็ฤกษ์ดี
“เอาล่ะ!ต่อไปนี้คือการเลือกศัสตราวุธคู่ใจ ผู้ใด้าเลือกเป็คนแรก”จ้าวซินผิงถามเสียงดังกังวานกวาดสายตามองหาผู้กล้า
“ข้าขอรับ!” หานลี่หยางขันอาสา แล้วก้าวเดินออกมาด้านหน้าท่าทีองอาจหลานชายคนโตของตระกูลผู้นี้ ไม่ว่าจะเป็เค้าโครงหน้าลักษณะท่าทางหรือนิสัยใจคอล้วนถอดแบบจากปู่มามิมีผิดเพี้ยน
“ศัสตราวุธเหล่านี้ล้วนมีจิติญญาพวกมันเลือกนายด้วยตนเอง หากเ้าปรารถนาจะจงรวบรวมสมาธิตั้งจิตให้มั่นส่งพลังปัญญาวิสุทธิ์ออกไปััจิติญญาแห่งผู้พิทักษ์ถ้ามันยอมรับเ้าจะสำแดงฤทธาออกมา…..”
เด็กชายตั้งจิตส่งพลังปัญญาวิสุทธิ์ออกไปััเพียงชั่วครู่เฮยเหลาหู่พลันสั่นไหวรุนแรง ปรากฏลำแสงสีดำพวยพุ่งขึ้นกลางอากาศผู้พิทักษ์เป็เสือดำร่างใหญ่น่าเกรงขามคำรามออกมาเสียงดังกึกก้อง
“โฮก-----!”
“ดี! สมเป็หลานชายคนโตของข้า!” หานหลี่จินตบเข่าฉาดส่งเสียงพึงพอใจหานหลี่เหลียงหันไปสบตาภรรยาต่างรู้สึกปลาบปลื้มยินดีใบหน้าของคนทั้งคู่ประดับไปด้วยรอยยิ้ม
‘เฮยเหลาหู่’ ดาบหัวปีศาจขนาดใหญ่ใบดาบสีดำสนิทคมกริบมันวาว ยาวถึงสิบเจ็ดเชี่ยด้ามจับตกแต่งด้วยตราสัญลักษณ์หัวเสือสีเงินดวงตาประดับด้วยนิลกาฬงามสง่าสมชายชาตรี
“มันเป็ของเ้า! จงทำพันธสัญญาเถิด”
“โปรดให้ข้าเลือกเป็คนถัดไป!”หานลี่เสียงก้าวออกมาด้วยทีท่ามุ่งมั่น หลังจากเข้าสมาธิเพียงชั่วครู่พลันปรากฏลำแสงสีทองร่างผู้พิทักษ์นกกางเขนบินฉวัดเฉวียนขึ้นสู่ฟากฟ้าด้วยลีลาท่วงท่างดงาม
“เลือกได้ดี! เป็ศัสตราวุธที่พิสดารยิ่ง”หานหลี่เจียงกล่าวด้วยสีหน้าเบิกบาน
นามของมันคือ ‘ตาวเชว่’ เป็ง้าวกางเขน มีใบมีดขนาดใหญ่คมกริบถึงสี่ด้านบริเวณด้ามจับตรงกลางไขว้กันดุจดั่งไม้กางเขน ประดับตราสัญลักษณ์นกกางเขนสีทอง
ทุกคนต่างได้อาวุธคู่ใจจนกระทั่งศัสตราวุธชิ้นที่แปด ‘มีดสั้นเฮยหลง’พลันสั่นไหวเกิดประกายไฟพวยพุ่งรุนแรงลอยละลิ่วไปหยุดอยู่เบื้องหน้า ‘มู่ปิงอวิ๋น’ จิตผู้พิทักษ์ัดำได้เลือกเขาเป็นาย
“เอ่อ…ข้ามิใช่ลูกหลานในสกุลหานมิบังอาจรับไว้หรอกขอรับ”เด็กน้อยเอ่ยปากอย่างเจียมตัวไม่กล้ายื่นมือออกไปรับ
“มันเลือกเ้าเพราะมีวาสนาจงรับไปเถิด”แม่ทัพหานเอ่ยด้วยใจเมตตา เมื่อผู้นำสูงสุดในตระกูลออกปาก หนูน้อยจึงมิกล้าปฏิเสธสองมือที่ถือมีดสั้นเฮยหลงเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลายมีทั้งความหวังและความตื้นตันใจอย่างเปี่ยมล้น
มู่ปิงอวี้มองลูกชายน้ำตาคลอก่อนใช้ผ้าเช็ดหน้ายกขึ้นซับน้ำตาองค์หญิงเหม่ยชิงตบหลังมือนางเบา ๆ ให้กำลังใจ
เหล่าผู้พิทักษ์ต่างสำแดงอิทธิฤทธิ์เต็มท้องฟ้าเด็กน้อยอวดศักดากันอย่างตื่นเต้น องครักษ์คอยยืนพิทักษ์มิห่างแม้นได้แต่วิธีใช้งานยังคงต้องเรียนรู้ศัสตราวุธพิเศษเหล่านี้สามารถแปรเปลี่ยนรูปลักษณ์ได้ดังใจขึ้นอยู่กับระดับความแข็งแกร่งของปัญญาวิสุทธิ์ผู้เป็เ้าของ
“ข้ามิรู้จักตอบแทนน้ำใจท่านได้เยี่ยงไร”หานหลี่เหลียงเอ่ยปากอย่างเกรงใจแม้นทั้งคู่รุ่นราวคราวเดียวกันแต่นางมีศักดิ์เป็ญาติผู้พี่
“ทุกคนคือครอบครัวคิดมากไปไย”หญิงสาวกล่าวด้วยท่าทีเป็กันเอง
“ได้ศัสตราวุธสูงส่งเพิ่มพูนความสามารถเยี่ยงนี้รุ่นหลานข้าคงมีอนาคต”แม่ทัพใหญ่กล่าวด้วยสีหน้าเบิกบานแววตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง
เื่ศัสตราวุธวิเศษยังคงเป็หัวข้อสนทนาที่ทุกคนในตระกูลพูดคุยกันอย่างออกรสยาวไปจนถึงมื้อเย็นในค่ำคืนนั้น…..