"ท่านคะ ท่านคิดว่าผู้กล้าจะสามารถที่จะจัดการสิ่งนั้นได้ไหมคะ?"
"ไม่รู้มีแต่ต้องเชื่อใจเขาเท่านั้น"
"ค่ะ"
หลังจากพูดในหัวของเธอก็นึกถึงภาพกองทัพขององค์กรที่ถูกส่งไปเพื่อกำจัดสิ่งนั้นแต่ทั้งกองทัพที่น่าเกรงขามนั้นกลับเหลือแต่ซากศพและความตายเท่านั้น ทำให้เธอรู้สึกว่าอากาศรอบด้านเย็นลงอย่างเสียไม่ได้
.
.
.
.
'ต้องหาคนไปช่วยท่านบรรพชน'เสวี่ยงหนิงตั้งเป้าหมายไว้ในใจและบินให้ไวที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ไปทางตระกูลหลงที่เป็นตระกูลทหารรับจ้างที่อยู่ใกล้กับตระกูลของเธอที่สุด แต่ยังอยู่ไกลจากตระกูลเสวี่ยงของเธอถึง 70 กิโลเมตร แม้เสวี่ยงหนิงจะบินได้แต่ก็ยังไม่เร็วเท่าไหร่นักเพราะพลังของเธอนั้นยังต่ำเกินไป
แต่เสวี่ยงหนิงยังคงไม่ลดความพยายามเธอทุ่มพลังปรานทั้งหมดที่เธอมีเพื่อมุ่งตรงไปที่ตระกูลหลง เพราะไม่ว่ายังไงเสวี่ยงหนิงก็จะไม่ยอมให้ครอบครัวของเธอต้องตายไปโดยที่เธอทำได้แค่หนีเท่านั้น
ในระหว่างที่เธอบินไปอยู่นั้นในใจของเธอทั้งหวาดกลัวทั้งอึดอัดจนไม่รู้จะทำอย่างไร เธออยากจะร้องให้ออกมาแต่เธอก็ยังรู้ว่าตอนนี้เธอต้องเข้มแข็งเอาไว้เท่านั้น ในหัวของเธอมีภาพความสุขตอนที่ได้อยู่กับพ่อแม่ ของเธอ หรือตอนที่ ได้คุยกับท่านบรรพชนของตระกูลเสวี่ยง ได้ฝึกวิชากับท่านบรรพชน ทุกอย่างนั้นช่างมีความสุข สำหรับเธอเหลือเกิน
เสวี่ยงหนิงรู้สึกเกลียดตัวเองมากที่เธอเกิดมาเป็นสตรี เธอโทษตัวเองซ้ำไปซ้ำมา ว่าทำไมเธอต้องเกิดมาเป็นสตรี แล้วทำไมตัวเธอถึงไม่มีความสามารถจะทำอะไรเพื่อ ครอบครัวของเธอเลยยิ่งคิด เธอยิ่งรู้สึกเศร้าใจ น้ำตาของเสวี่ยงหนิงนั้นแทบจะไหลออกมาแล้ว เสวี่ยงหนิงเธอต้องใช้ความพยายามอย่างมากเพื่ออดกลั้นมันไว้
ฟุบ
ในขณะนั้นเองที่มีอะไรบางอย่างพุ่งมาจากข้างหลังของเสวี่ยงหนิง เธอรู้สึกได้ทันจึงเบี่ยงซ้ายหลบของปริศณาได้อย่างหวุดหวิดเสวี่ยงหนิงไม่ได้หันไปมองให้ชัดๆว่ามันคืออะไร แต่เธอหันไปมองข้างหลังสิ่งที่เธอให้ทำให้ม่านตาของเธอหดเล็กเท่ารูเข็ม ข้างหลังของเธอระยะไม่ไกลมากมีชายคนนึงกำลังบินมาทางเสวี่ยงหนิงด้วยความเร็วที่เหนือกว่ามากแต่ที่เธอตกใจคือ นั้นคือคนที่เธอเคยเจอและเธอรู้ดีว่าเขาคือใคร นั้นคือ เจ้าสำนักประกายดาบนั้นเอง
เจ้าสำนักประกายดาบเหยีดยิ้มอย่างหน้าเกลียดน่ากลัว มันกำลังมองมาทางเสวี่ยงหนิงราวกับเธอเป็นลูกไก่ในกำมือของมันพร้อมกับตะโกนอกกมาว่า"จะไปไหนงั้นหรือเสวี่ยงหนิง!!!" เสียงตะโกนนี้ดังมากจนแก้วหูเสวี่ยงหนิงสะเทือน เพราะเสียงนี้ เจ้าสำนักประกายดาบได้แฝงพลังปรานลงไปในน้ำเสียงด้วย
เสวี่ยงหนิงไม่รอช้าหันหลังแล้วเริ่มบินหนีทันที เร่งเร้าพลังปรานทั้งหมดที่เธอมีเพื่อใช้มันหนีออกไปให้ห่างจากเจ้าสำนักประกายดาบและไปให้ถึงตระกูลหลงให้ไว้ที่สุดเท่าที่จะทำได้
.
.
.
.
"แหวนพวกนี้ไม่ใช่ของประดับ มันเป็นแหวนที่ข้าสร้างขึ้นเพื่อจะปกป้องพวกเจ้าให้พ้นภัย ข้าได้ร่ายเวทเอาไว้ ถึง 3 บทด้วยกัน มีเวทบิน ที่จะทำงานเมื่อเจ้าใช้จิตสั่งการโดยมันจะใช้พลังเวทจากธรรมชาติเพื่อเป็นพลังงาน เพราะงั้นแม้จะเป็นคนที่ไม่มีพลังเวทก็ใช้งานได้ เวทบทที่สอง จะทำงานก็ต่อเมื่อพวกเจ้ารู้สึกว่าถูกคุกคามอย่างหนักหน่วงมันเป็นเวทป้องกันชั้นสูงบทหนึ่ง ข้ามั่นใจว่าแม้จะเป็นข้ายังต้องใช้พลังถึง7ส่วนเพื่อทำลายมันในหมัดเดียว ส่วนบทที่ สามนั้นเป็นเวทติดตามเพื่อที่ข้าจะหาพวกเจ้าเจอไม่ว่าอยู่ที่ใด และในทางกลับกันมันยังใช้เพื่อส่งขอความช่วยเหลือจากข้าได้อีกด้วย"
ทั้งสามสาวยืนฟังผู้กล้าบรรยายสรรพคุณของแหวนที่ให้พวกเธอมาอย่างตั้งใจแล้วก็รู้สึกอบอุ่นในใจ เพราะนี้คือความห่วงใยที่ผู้กล้ามอบให้พวกเธอ แถมมันยังช่วยให้พวกเธอสามารถที่จะโบยบินได้อีกด้วย
โรสนั้นคุ้นเคยกับการบินเพราะตัวเธอนั้นสามารถบินได้อยู่แล้ว แต่มันสิ้นเปลืองพลังเกินไปบ้างในบางครั้งเธอจึงเลือกที่จะเดินดีกว่าในหลายๆสถานะการ
"เอาหละ ก่อนที่จะใช้งานจริงพวกเจ้าต้องฝึกกันก่อนตามข้ามา"
ผู้กล้าพูดจบก็เดินนำไปทันที ทั้งสามสาวมองหน้ากันเล็กน้อยก่อนจะยิ้มให้กัน เล็กน้อยก่อนจะเดินตามผู้กล้าไปอย่างว่าง่าย ผู้กล้าเดินนำมาสักพักนึงก็หยุดอยู่ตรงจุดที่ห่างออกมาจากสนามบินพอสมควรและ เป็นสนามกว่าพอที่จะใช้ฝึกบิน พวกลินลี่ โรส และแองเจล่านั้น ระหว่างเดินมาก็พูดคุยกันไม่หยุด เห็นนกชี้นก เห็นไม้ชี้ไม้ คุยกันไปเรื่อยเปื่อย โดยเฉพาะลินลี่ที่ ถามแทบจะทุกอย่างที่เธอเห็นเลยทีเดียว
แต่การสนทนาทั้งหมดก็หยุดลงแทบจะทันทีเพราะอยู่ๆ ผู้กล้าก็ปรบมือเสียงดังหนึ่งครั้ง แล้วพูดขึ้น "ถึงเวลาฝึกบินแล้ว"
"เย้!!!"
ลินลี่ ร้องออกมาด้วยเสียงที่ตื่นเต้นเป็นพิเศษแม้แต่แองเจล่ายังดูตื่นเต้นเล็กน้อย ต่างกับโรสที่ดูจะไม่ตื่นเต้นเพราะเธอบินได้อยู่แล้ว
"ทุกคนหลับตาลงค่อยๆ ลองสั่งการด้วยจิตว่า 'ลอย' ดู"
หลังจากผู้กล้าพูดจบทุกคนลองทำตามดู โดยลินลี่ นั้นหลังจากที่ลองสั่งการตามที่ผู้กล้าบอกทำให้ตัวเธอลอยขึ้นจากพื้นเล็กน้อย เธอยิ้มอย่างสนุกสนานพร้อมกับสัมผัสกับความรู้สึกแปลกใหม่นีเธอค่อยๆ แหวกว่ายไปในอากาศ แม้จะดูเก้ๆ กังๆ ไปบ้างแต่ยังนับว่าดีกว่าแองเจล่านัก
แองเจล่าเธอเหมือนไม่มีความสามารถในด้านนี้เลย หลังจากเธอลอยขึ้นมาจากพื้นแล้ว เธอก็ยิ้มอย่างสนุกสนานเล็กน้อยก่อนจะเสียการควบคุม ทำให้เธอลอยแบบหัวลงดิน ขาชี้ฟ้า แล้วเธอก็ยังไม่รู้วิธีที่จะหยุดมันด้วย เธอลอยกลับหัวกลับหางทั้งยัง ลอยไปมั่วทุกทิศทาง
ทำให้ผู้กล้าที่ยืนดูอยู่ทำได้แค่ยืนกุมขมับแล้วส่ายหน้าเล็กๆเท่านั้น แต่โดยไม่รู้ตัวผู้กล้ากลับยิ้มน้อยๆ ก่อนจะหายไปโดยไม่มีใครสังเกตุเห็น ในจังหวะเดียวกันแองเจล่าก็ลอยมาทางผู้กล้าพอดี ทำให้ผู้กล้ายื่นแขนขวาออกไปจับขาของแองเจล่า
"แฮะๆ"
แองเจล่าได้แต่หัวเราะแห้งๆ ออกไปเท่านั้น
"ว๊ายย"
จู่ๆ ผู้กล้าก็จับแองเจล่ากลับหัว ให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิมทำให้แองเจล่าตกใจจนเผลอส่งเสียงออกมา ผู้กล้ามองหน้าแองเจล่าเล็กน้อยก่อนจะกล่าวว่า"ใจเย็นๆ ค่อยๆทำความคุ้นชิน"
.
.
.
.
.
"เสวี่ยงหนิง~"เสียงของผู้นำสำนักประกายดาบลอยตามหลังเสวี่ยงมาติดๆ แต่ไม่ว่าจะใช้สมองส่วนไหนคิดก็สามารถรู้ได้ว่าตัวเจ้าสำนักประกายดาบนั้นมองเสวี่ยงหนิงเป็นหนูติดจั่นเท่านั้น ด้วยความต่างของระดับพลังเพียงหนึ่งนาทีก็สมควรตามเสวี่ยงทันแล้ว แต่มันยังคงเล่นเกมวิ่งไล่จับเพื่อกดดันและดูเสวี่ยงหนิงดิ่นรนอย่างสนุกสนานเท่านั้น
"เลิกหนีได้แล้ว เจ้าคิดว่าบรรพชนของเจ้าจะสามารถเอาชนะ ผู้ฝึกตนระดับเดียวกัน สองคนได้จริงหรือ ยิ่งพวกมันร่วมมือกันแล้วด้วย เจ้าคิดว่าบรรพชนของเจ้าจะรอดไปได้ซักกี่ชั่วโมงกัน"สิ่งที่เจ้าสำนักประกายดาบได้พูดออกมานั้นราวกับมีเข็มที่ทิ่มแทงเข้าไปในจิตใจที่ใกล้จะทนรับไม่ไหวของเสวี่ยงหนิงเหลือเกิน แต่เสวี่ยงหนิงเธอยังคงไม่ยอมแพ้ยังคงกัดฟันอดทนเพื่อความหวังอันน้อยนิดที่เหลืออยู่
"เสวี่ยงหนิง~ ถ้าเจ้ายอมแพ้แล้วยอมมาเป็นเมียข้า ข้าจะปล่อยให้คนในตระกูลเจ้ามีชีวิตอยู่ก็ได้นะ"คำพูดนี้ทำให้จิตใจของเสวี่ยงหนิงสั่นไหวความเร็วเธอตกลงเล็กน้อยเพียงไม่นานเธอก็กลับมาความเร็วเท่าเดิม เมื่อเจ้าสำนักประกายดาบเห็นดังนั้นจึงยิ้มออกมาอย่างน่ารังเกลียดแล้วจึกกล่าวต่อ"เสวี่ยงหนิง~ เจ้าคิดว่าเจ้าไปถึงตระกูลหลงแล้วพวกมันจะช่วยเจ้างั้นหรือ ด้วยเศษเงินของเจ้างั้นหรือ?"
เสวี่ยงหนิงเธอไม่ลดความเร็วลง เธอยังคงมุ่งตรงไปทางเดิมแบบไม่หยุดยั้งราวกับคนบ้าพร้อมทั้งน้ำตาคลอเบ้า เธอกัดขบฟันของตัวเองจนฟันแทบจะแตกและพูดกับตัวเองซ้ำไปซ้ำมา "ต้องได้สิ ต้องได้ ใช่ไหม ใช่ ต้องได้" พอนึกถึงท่านบรรพชนที่เธอเคารพรักแล้ว มันยิ่งปวดใจหนักขึ้นไปอีก "ไม่เป็นไรท่านบรรพชนเก่งขนาดนั้นต้องทนไหวแน่ ใช่ไหมท่านบรรพชน " เธอพยายามตอกย้ำตัวเธอเองเพื่อไม่ให้ไขว้เขวเองเอียงไปตามคำพูดของ เจ้าสำนักประกายดาบ
"ชิ"เมื่อเห็นความเร็วของเสวี่ยงหนิงไม่ลดลองเลย มันจึงมีความรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา
.
.
.
.
.
"นี่ก็เย็นแล้วพวกเจ้าก็คุ้นเคยกับการบินแล้วเพราะงั้นเราจะรีบออกเดินทางกันเลยเผื่อจะไปถึงเมืองก่อนมืด"
"ค่ะ/ค่ะพี่/ได้เลยมาสเตอร์"
หลังจากพูดจบพวกผู้กล้าก็เริ่มออกเดินทางทันที ด้วยความเร็วของพวกผู้กล้านั้น เพียงไม่นานก็เจอกับบ้านของตระกูลหลงที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่และสวยงาม แต่พวกผู้กล้าก็บินผ่านมันไปโดยแทบจะไม่สนใจเลยแม้แต่น้อยเพราะที่เขากำลังหาอยู่นั้นคือหมู่บ้านไม่ใช่ตระกูลไหนทั้งนั้น
"ท่าน.....ผู้...อาวุโส...ได้โปรด.....ช่วยด้วย"
อยู่ๆผู้กล้าก็ได้ยินเสียงของหญิงสาวที่ขอความช่วยเหลืออยู่ด้วยเสียงที่อ่อนแรงราวกับแมลงวันบินผ่าน แต่ด้วยประสาทสัมผัสของผู้กล้าแล้วเขาได้ยินอย่างชัดเจน และจึงหันหาต้นเสียงอย่างรวดเร็ว ทันทีที่ผู้กล้าหันไปนั้นสิ่งที่ผู้กล้าเห็นทำให้จิตใจของผู้กล้าดิ่งลงสู่ความโกรธทันที