“แสดงว่าแกยอมรับ ว่าแกสนใจแม่หนูนั่น”
“ถูกจับได้แล้ว ผมปฏิเสธอะไรได้ล่ะครับ” ชายกลางคนได้ยินดังนั้น จึงปล่อยยิ้มออกมาอย่างพอใจ
“เห็นไหม ว่าฉันอาบน้ำร้อนมาก่อน การกระทำของนาย ยังไงก็ไม่พ้นสายตาฉัน เอาล่ะ เมื่อได้คำตอบแบบนี้แล้ว ฉันก็จะไม่คาดคั้นนายอีกไอ้ลูกชาย” ชายกลางคนตบบ่าเขาเป็ครั้งสุดท้าย
หลังจากบิดาออกจากห้องทำงานไป นคินทร์จึงหลับตาลงช้า ๆ พร้อมกับภาพของรวิพานอนบนเตียงเคียงคู่อยู่กับโยธิน ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ เขาไม่อาจลบความจำเลวร้ายนั้นออกจากใจได้เลยสักครั้ง รวิพาเป็รักเดียวที่เขาตั้งมั่นจดจำเธอไว้ตราบเท่าลมหายใจ ทว่านคินทร์ค่อย ๆ พ่นลมหายใจออกมาอย่างบางเบา พยายามรวบรวมสติก่อนจะนึกบางอย่างได้ เขาเลื่อนสายตาไปยังมือถือที่วางอยู่ด้านข้าง แล้วหยิบเอกสารการสมัครงานของรมิตาขึ้นมา พร้อมกดเบอร์โทรออกหาเธอในทันที
หญิงสาวกำลังง่วนอยู่กับการจัดข้าวของ ต้องชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงมือถือดังขึ้น ก่อนจะเห็นเป็เบอร์แปลกจึงกดรับสาย พร้อมตอบรับด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
“สวัสดีค่ะ”
“ทำอะไรอยู่” น้ำเสียงของชายหนุ่มทำให้รมิตานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกได้ว่าเป็เสียงของเ้านายที่เพิ่งให้หลัง กลับไปได้ไม่นาน
“มิตากำลังทำความสะอาดห้องอยู่ค่ะ พี่คินทร์มีอะไรหรือเปล่าคะ” เธอเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ ก่อนที่ปลายสายจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“เปล่าหรอก แค่คิดถึงก็เลยโทรหา” คำพูดของนคินทร์ทำให้รมิตาชะงักนิ่ง
“อะไรนะคะ” หญิงสาวอึกอัก ก่อนที่ชายหนุ่มจะปล่อยยิ้มแล้วตัดสินใจพูดคำเดิมอีกครั้ง เพื่อย้ำจุดประสงค์ของเขาที่มีต่อเธอ
“ที่โทรหาก็เพราะว่าคิดถึง ได้ยินชัดหรือยัง”
“...” หญิงสาวไม่ตอบคำถาม หากแต่เสียงเต้นของหัวใจกำลังหวั่นไหวกับคำหวานของเขา
“พรุ่งนี้เช้าพี่ไปรับนะ”
“แต่ว่า...”
“ไม่ต้องคิดปฏิเสธ พี่รู้ว่ามิตาเข้าใจทุกอย่าง พี่รู้ว่าเธอเข้าใจในสิ่งที่พี่ทำ เราโต ๆ กันแล้ว ถ้าไม่รังเกียจขออย่าได้บ่ายเบี่ยง” หญิงสาวได้ยินดังนั้นจึงนิ่งเงียบไป เธอไม่เคยรู้จักความรัก เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการเรียน และงานเสริมที่จำเป็ต้องดิ้นรน เพราะไม่อยากเป็ภาระของพี่สาวมากเกินไป และคำพูดหว่านล้อมของชายหนุ่ม ทำให้เธอรู้สึกหวั่นไหวเกินกว่าจะรับมือได้
“ทำไมเงียบไป” น้ำเสียงอบอุ่นพูดกับหญิงสาวด้วยความอ่อนโยน
“มิตา...แค่ใค่ะ ไม่คิดว่า...” หญิงสาวอึกอัก ก่อนที่ชายหนุ่มจะกล่าวเสริมด้วยน้ำเสียงแน่วแน่
“พี่รู้นะว่ามันเร็วเกินไป แต่การจะรักใครสักคน สำหรับพี่แล้วเวลาไม่ใช่เื่สำคัญ และวันนี้มันพิสูจน์อะไรหลายอย่างในตัวของมิตาให้พี่เห็นแล้วว่า พี่ชอบมิตาจริง ๆ”
“แต่...”
“ห้ามปฏิเสธนะ” คำพูดเน้นย้ำของเขาทำให้หญิงสาวทำได้เพียงอ้าปากค้างไว้ ไม่ทันได้เอ่ยทัดทานคำใดออกมา ก่อนน้ำเสียงอบอุ่นของชายหนุ่มจะเผยออกมาอีกครั้ง
“และ ก่อนแปดโมงพี่จะไปรอที่เดิม”
“ค่ะ” หญิงสาวตอบรับ ก่อนที่ปลายสายจะวางไป สายตาอ่อนหวานของเธอ เลื่อนมองไปยังดอกกุหลาบตรงหน้า ที่ซื้อมาจากเด็กน้อยตัวเล็กคนนั้น เธอค่อย ๆ ตัดกิ่งแล้วเสียบลงแจกันช้า ๆ พร้อมกับรอยยิ้มหวานเผยออกมาอย่างมีความสุข
พร้อมเสียงมือถือจะดังขึ้น ทำให้ความคิดต่าง ๆ ของเธอแตกกระเจิงไป ก่อนหญิงสาวจะหันไปกดรับวิดีโอคอลจากพี่สาว ที่ส่องให้เห็นใบหน้าของเด็กหญิงตัวเล็กที่หลับตาพริ้มอยู่อย่างมีความสุข
“อยากกอดจัง” รมิตาทำหน้ามันเขี้ยว ก่อนเลื่อนสายตามองไปยังรวิพา
“โทรมายั่วให้น้องคิดถึงหลานเหรอ” หญิงสาวพูดพร้อมใบหน้าเปื้อนยิ้ม ก่อนที่อีกฝ่ายจะพยักหน้าขึ้นลง
“พี่มาคิด ๆ ดู มิตาเรียนจบแล้ว มาอยู่กับพี่ที่นี่ไหม พี่จะช่วยหางานให้ จะได้อยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา” คำเอ่ยชวนของพี่สาวทำให้รมิตายิ้มออกมาบางเบา
“มิตาอยากอยู่เมืองไทยมากกว่าค่ะ อีกอย่างมิตาบอกพี่แล้วว่าเพิ่งได้งานทำ ถ้าหากมิตาไปเมืองนอกตอนนี้ มิตาก็จะเป็ภาระของพี่อีก ขอให้มิตาได้เริ่มต้นชีวิตด้วยลำแข้งตัวเองอีกหน่อยนะคะ” สายตาของรวิพานั่งมองน้องสาวด้วยความเป็ห่วง ก่อนจะค่อย ๆ พยักหน้าขึ้นลงยอมรับการตัดสินใจของน้องสาว
“น่าเสียดาย ถ้ามิตามาอยู่กันเสียที่นี่ พี่จะได้ไม่ต้องเป็ห่วงอะไรที่เมืองไทยอีก พี่โยธินเองก็ดีใจมาก ถ้ามิตาจะมาอยู่ด้วย”
“แต่มิตาโตแล้ว ที่ผ่านมามิตาเป็ภาระของพี่มาตลอด ยิ่งตอนนี้พี่ทั้งสอง มีเฌอบัวที่ต้องดูแล อย่าให้มิตาเป็ตัวถ่วงพวกพี่ ๆ อีกเลยนะคะ”
“ถ้างั้นก็ตามใจ แต่หากเปลี่ยนใจเมื่อไหร่ ให้รีบบอกพี่นะ” หญิงสาวได้ยินดังนั้นจึงปล่อยยิ้มพร้อมพยักหน้า ก่อนที่พี่สาวจะขมวดคิ้วเมื่อเห็นแจกันกุหลาบตั้งหราอยู่
“กุหลาบแดง ใครซื้อให้” คำถามของพี่สาวทำให้รมิตานิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง
“ใครจะซื้อล่ะคะ มิตาซื้อเอง เด็กน้อยเอามาขายค่ะ เลยช่วยอุดหนุนแกหน่อย”
“ก็คิดว่าจะมีหนุ่ม ๆ ที่ไหนมาติดใจน้องสาวของพี่เสียอีก” รวิพาขมวดคิ้วอีกครั้งเมื่อเห็นอีกฝ่ายหน้าแดงก่ำขึ้นมา ก่อนที่เธอจะจับจ้องมองตรงมายังน้องสาว
“เดี๋ยวนะ ทำไมมิตาหน้าแดงแบบนั้นล่ะ นี่อย่าบอกนะ ว่ามีคนมาจีบจริง ๆ”