“ให้ตายเถอะนิกซ์ มีของดีดันทำเป็ปิดบังเพื่อนฝูง ฉันล่ะเชื่อเลยจริงๆ”
เดรคบ่นอุบเมื่อเห็นเห็นัขนาดกลางที่เพียงพอจะให้คนจำนวนไม่มากขึ้นขี่บนหลังได้แบบสบายๆ หลังจากที่นิกซ์บอกว่ามีวิธีจัดการในแบบของมัน พวกเขาจึงพากันเคลียพื้นที่แทบเป็แทบตายเผื่อตอนอัญเชิญเ้าัมนต์ตัวนี้มามันจะไม่ตกเป็เป้าคมหอกคมดาบในทันที
ดูท่าพวกเขาจะกลัวเกินไป
อย่าว่าแต่ลองฤทธิ์เดชอำนาจแห่งัที่พึ่งอัญเชิญมาโดยชายตัวเล็กเลย ถ้าเดรคดูไม่ผิดรู้สึกว่าจะมีชายชุดดำหลายคนล่าถอยไปบ้างแล้ว ซึ่งก็ไม่แปลกแต่อย่างใดเพราะัถือว่าเป็สัตว์ชั้นสูง หาพบได้ยากยิ่งถ้าไม่ใช่ในทวีปอีเดน ถึงกระนั้นต่อให้เป็เวทย์สายอัญเชิญก็ยังมีน้อยคนที่สามารถทำพันธสัญญากับัได้
เห็นตัวเล็กกว่าใครเพื่อนมนุษย์คนไหนจะไปรู้ว่าเ้าหมอนี่เป็พวกคมในฝัก
“โห่ แบบนี้ถ้าแกเอาออกมาแรก ต่อให้มันไม่ต้องให้มันทำอะไร ยืนเฉยๆประดับบารมีก็พอแล้วมั้งนี่” ไรอันหันไปแยกเขี้ยวใส่นิกซ์ ถ้ามันเรียกเ้าันี้ออกมาั้แ่ทีแรกเื่ก็คงจะง่ายกว่านี้ขึ้นเยอะ ไม่ต้องให้พวกเขาเหนื่อยกันแทบเป็แทบตายขนาดนี้
“เพราะทำไม่ได้น่ะสิครับ เห็นอย่างนี้เ้านี่มันก็กินมานาอักโขเหมือนกัน ที่สำคัญมันเป็ัสายลมไว้สำหรับโดยสารในทวีปอีเดน เอามาต่อสู้เห็นทีจะผิดวัตถุประสงค์ไปหน่อย” ผู้อัญเชิญยิ้มเจื่อนพร้อมเกาหัวแกรกๆ
เพื่อนร่วมชั้นพยักหน้าเป็อันว่าเข้าใจในความหมายที่นิกซ์จะสื่อ ต่อให้ขึ้นชื่อว่าัแต่ก็จำแนกแยกย่อยแตกต่างกันไปตามแต่ละสายพันธ์ และยังมีแตกหน่อแบ่งได้เป็ธาตุต่างๆคล้ายกับธาตุของเวทมนตร์ อย่างเช่นเ้าตัวที่ยืนอยู่ข้างหน้าทำตัวเชื่องๆนี่เป็ัสำหรับเดินทาง มีความว่องไวเป็เลิศแต่สมรรถภาพการต่อสู้ไม่ถือว่าโดดเด่น ถึงพวกเขาจะต้องเก็บงำความสงสัยเอาไว้ว่าชายตัวเล็กที่ดูเหมือนไม่มีพิษสงตรงหน้าทำอย่างไรถึงทำพันธสัญญากับัสายพันธ์ที่อยู่แต่ในอีเดนได้
“เอาเป็ว่าพวกนายรีบไปเถอะ เดี๋ยวพวกนั้นจะรอนาน” กวินที่ตอนนี้เออออห่อหมกไปด้วยกับเหล่านักเรียนกล่าวขึ้น ซึ่งดูท่าก็ได้รับความไว้อกไว้ใจในระดับหนึ่ง
เห็นเพื่อนๆเขาบอกว่าคุยง่ายดี
และแล้วัสายลมก็ถลาขึ้นบินสู่ท้องฟ้า โดยคนที่ไปด้วยนั้นมีไม่ถึง 5 คน ได้แก่ นิกซ์ที่เป็เ้าของัสมควรได้รับสิทธิ์ในการขึ้นบินรวมถึงอยู่โยงบังคับทิศทางอยู่แล้ว ซายากะ เดรค ดรากูน และเฟียน่าที่ไม่มีคาดคิดว่าจะขอตามไปด้วย จนในที่สุดภาพของัมันบนท้องฟ้าค่อยๆเล็กลงไปเรื่อยจนเห็นเพียงจุดดำๆบนฟากฟ้าเท่านั้น
“พวกผมกำลังจะไปหาแล้ว ช่วยรออีกนิดด้วยนะครับ” นิกซ์พึมพำขึ้นมาเบาๆบนหลังั
ทันทีที่ับินถลาออกไปจากลานกว้าง เหล่าชายชุดดำที่ตอนนี้เกิดนึกกล้าหาญขึ้นมาเริ่มกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้งเนื่องจากว่าัทีเป็สัญลักษณ์ของสัตว์ชั้นสูงในเทพนิยายได้จากไปแล้ว เปรียบได้กับยกหนามออกจากอก ในตอนนี้พวกเขาไม่ต้องพะวงกับสิ่งใดอีกแล้ว
แต่ยังมีสิ่งอื่นอีกมากนักที่น่ากลัวยิ่งกว่าั
เพลงดาบวสันตฤดู เพลงดาบที่ 1 สายลมกรีดแทง
ยูกิสะบัดดาบไปยังชายชุดดำผู้โชคร้ายรายหนึ่งในระยะที่ห่างกันมากกว่าจะเรียกได้ว่าระยะของดาบ แต่แล้วหนึ่งในผู้ลองดีล้มลงไปโดยไม่ทราบสาเหตุ พริบตานั้นเืค่อยกระฉูดขึ้นมาจากร่างที่นอนแน่นิ่งไม่ไหวติงจากทุกทิศทาง รอยแผลทั่วเรือนร่างเป็อันทำให้พรรคพวกที่เหลือหยุดกักก่อนจะค่อยๆเหลือบมองไปยังหญิงสาวตัวการที่ตอนนี้กำลังกรีดดาบลงบนพื้นเป็รอยยาว
“ขยับแม้เพียงก้าวเดียวคือตาย” ยูกิเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นะเืชวนให้อากาศหนาวขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ ยังไม่นับเพื่อนๆของเธอที่ดูท่าอาการก็ไม่แตกต่างไปจากพวกชายชุดดำที่ยังคงยืนนิ่งไม่ขยับไปไหน
เวทมนตร์ธาตุสายลม ระดับ 5 เศษเสี้ยวเทพวายุ
ขนนกจำนวนมากบินว่อนไปทั่วบริเวณ และชายชุดดำผู้ใดก็ตามที่ััขนนกเ่าั้แม้เพียงเล็กน้อยเหมือนกับถูกทำสัญลักษณ์เอาไว้ ขนนกที่เหลือต่างพากันกรูเข้าหาคนเ่าั้บินฉวัดเฉวียนไปมา แต่คนที่ตั้งสติหรือพอฝีมือยังคงเอาตัวรอดได้แม้จะอยู่ท่ามกลางขนนกเวทย์ที่เกิดจากบุรุษผมสีเงินซึ่งกำลังดันกรอบแว่นมองๆไปรอบด้วยแววตาเ็า
“พับผ่าสิน่า เพื่อนๆของฉันแต่ละคนนี่มันสุดยอดจริงๆ” ไรอันรำพึงรำพันอย่างอารมณ์ดีเมื่อเห็นเพื่อนร่วมชั้นต่างพากันแสดงฝีมือที่ดูท่าจะมีกันอย่างล้นเหลือออกมาทีละคนสองคน ชายผมสองสีโคลงหัวไปมาก่อนจะเปิดฉากโจมตีกับเขาบ้างเป็ชนวนให้การปะทะกลับมาดุเดือดอีกครั้ง
โดยไม่มีใครได้สังเกตเลยว่ามีใครบางคนปลีกตัวหายไปจากสมรภูมิ
ใครบางที่แยกออกไปด้วยเหตุผลบางอย่าง
บางทีการออกกำลังก็ไม่ใช่แนวทางการดำเนินของเขาเท่าไหร่
โนอาห์คิดในใจอยู่เงียบๆคนเดียวหลังจากต้องรับมือชายชุดดำกลุ่มนึงที่อยู่ๆก็โจมตีพวกเขาโดยไม่ทราบสาเหตุ แต่ดูท่านอกจากพวกนักฆ่าแล้วชายชุดดำพวกนี้ยังมีทั้งสารพัดอาชีพเท่าที่จะหาได้ เพราะตอนนี้ทั้งอารันและเซเรน่าเองต่างกำลังรับมือนักเวทย์กลุ่มหนึ่งอย่างเต็มความสามารถ ถึงแม้อารันจะไม่ใช้ดวงตาแห่งธอธนักเวทย์นั้นก็ยังถือว่ามีฝีมือที่รับมือม้วนคัมภีร์เวทย์ที่บินว่อนไปทั่วบริเวณได้อย่างไม่ยากเย็นเท่าไหร่นัก ขณะที่ทางฝั่งเซเรน่าเองก็ดูเหมือนจะสูสีคู่คี่ไม่แพ้กัน
การต่อสู้ของนักเวทย์
ในขณะที่ตัวเขาต้องมาง่วนกับปาร์ตี้พิศดารที่รวมนักฆ่ามากฝีมือเอาไว้อย่างน่าปวดหัว ทำให้เขาอดคิดไม่ได้ว่าระดับฝีมือของคนพวกนี้แตกต่างจากเ้านักฆ่าคนนั้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งการเคลื่อนไหวและรูปแบบการโจมตีที่ถูกฝึกมาเป็อย่างดี ไม่เช่นนั้นนักเวทย์พวกนั้นคนไม่อาจรับมืออารันและเซเรน่าได้ถึงขนาดนั้น รวมทั้งพวกนักฆ่าเหล่านี้ที่ยังคงประมือกับเขาได้โดยที่ยังไม่ลงไปนอนกับพื้นซักคนเดียว
ใช้ปริมาณอุดช่องโหว่ของระดับฝีมือ
ชายชุดดำเหล่านี้โนอาห์คิดว่าถ้าต้องสู้กันตัวต่อตัวทั้งเขาหรืออารันกับเซเรน่าสามารถล้มเ้าพวกนี้ได้ไม่เกินสามนาที แต่ในเมื่อการต่อสู้ไม่จำเป็ต้องมีกฏเกณฑ์เสมอไป ใช้พวกมากรุมคนน้อยเป็สิ่งที่โนอาห์พบเจอได้บ่อยในยุทธภพ และบ่อยครั้งที่ตัวเขาเองก็อยู่ในสถานการณ์จริง ถึงอย่างไรก็ตามมีไม่บ่อยนักที่เขาจะจัดการคนเ่าั้ไม่ด้วยระยะเวลาไม่นาน
และครั้งนี้ก็ถูกนับรวมเอาไว้ด้วยเช่นกัน
เก่งจนทำให้เขายิ้มไม่ออก
การโจมตีแต่ละครั้งไม่ปล่อยให้เขามีโอกาสสวนกลับเพราะจะมีอีกคนโจมตีต่อทันที ทำให้เขาต้องหันไปรับมือการโจมตีจากอีกด้านแทน เป็เช่นนี้ซ้ำๆจนไม่อาจสำแดงพลังฝีมือออกมาได้เต็มที่ และถึงแม้จะใช้ท่าเท้าล่องนภาผลที่ได้ก็ไม่แตกต่างไปจากเดิม เพราะไม่ว่าจะเคลื่อนตัวไปในทิศทางไหนก็จะถูกชายชุดดำในจำนวนที่มากกว่าสามคอยประกบเสมอ การวางค่ายกลที่สมบูรณ์แบบจนตัวเขาเองยังอดชื่นชมไม่ได้ว่าจะได้มาพบเจออีกครั้งในโลกใบนี้
อาศัยเพียงคนไม่ถึงสิบคนทำให้ราวกับว่ารับมือกับคนทั้งกองทัพตามที่โนอาห์เปรียบเปรยเอาไว้ในใจ ถ้าเป็ตัวเขาในเมื่อการที่จะจัดการธุระเหล่านี้ได้หมดคงกินเวลาไม่มากพอที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะหมดแรงไปเอง แต่ถ้าเป็ตัวเขาในตอนนี้ล่ะก็ผลที่ได้ย่อมไม่เป็เช่นนั้น โนอาห์ในวันนี้ไม่ใช่โนอาห์ในวันก่อน แม้อากัปกริยาที่แสดงออกภายนอกจะทำเป็เหมือนไม่ใส่ใจ แต่กับเื่ของวิชาฝีมือตัวเขาเองให้ความสำคัญมากกว่าที่แสดงออกไป จนทักษะทางด้านเวทมนตร์ของชายหนุ่มรุดหน้าขึ้นมาก
เวทมนตร์ธาตุสายฟ้าระดับ 2 ประกายแสงเทพอัศนี
โนอาห์เรียกไม้เท้าสยบัปัดป้องการโจมตีจากนักดาบที่ฟันมายังแผ่นหลังได้ทันท่วนที พริบตานั้นพลิกข้อมือด้วยกระบวนท่าพื้นฐานของฝ่ามือนวดารา ทำให้ตอนนี้ใบดาบที่ควรจะปะทะกับไม้เท้าเวทมนตร์เป็อันต้องดีดไปด้านข้าง และสิ่งที่อยู่ตรงหน้านักดาบกลับเป็ส่วนหัวของไม้เท้าสยบัที่ส่องประกายจากวงเวทย์ เส้นแสงสายฟ้าขนาดเล็กพุ่งออกมาจากวงเวทย์ปะทะเข้ากับร่างของนักดาบผู้นั้นจนล้มลงไปเพราะผลพวงของเวทมนตร์
เก็บได้อีกหนึ่งคน
“ระวัง!! เ้าหมอนี่มันใช้เวทย์ได้ เข้าโจมตีระยะประชิดอย่าปล่อยให้มันได้มีโอกาสร่ายเวทย์!!” ชายชุดดำคนหนึ่งะโออกมาเตือนพรรคพวกของตน ราวกับขานรับคำสั่งนั้นชายชุดดำทั้งหมดใช้รูปแบบการโจมตีสำหรับจู่โจมนักเวทย์โดยเฉพาะก็คือพยายามไม่รักษาระยะห่างแต่เน้นบุกจนฝ่ายนักเวทย์ต้องตั้งรับอยู่ฝ่ายเดียว
วิธีนี้อาจจะใช้ได้ผลกับนักเวทย์ทั่วไป
ยกเว้นเสียแต่นักเวทย์ที่ไม่ใช่นักเวทย์อย่างโนอาห์
โดยพื้นเพแล้วโนอาห์เป็ผู้ฝึกยุทธ์ไม่ใช่นักเวทย์ฝึกหัด ระยะการโจมตีที่ชำนาญมากที่สุดย่อมเป็ระยะประชิดไม่ใช่ระยะกลางหรือไกล ดังนั้นมาตรการสำหรับนักเวทย์ทั่วไปย่อมใช้ไม่ได้ผลกับชายผู้นี้ กลับกันแล้วถอยรักษาระยะห่างน่าจะเป็ทางออกที่ดีซะกว่าถ้าต้องเจอจอมยุทธ์ริอ่านฝึกเวทย์ผู้นี้
อีกทั้งเวทมนตร์ที่โนอาห์ใช้ได้จนสามารถร่ายออกมาได้นั้นมีน้อยยิ่งกว่าน้อย และแทบทั้งหมดล้วนเป็เวทมนตร์ระดับต่ำที่เขาเชื่อว่าทุกคนในโรงเรียนนี้หรือนักเวทย์ทุกคนบนโลกใบนี้ยังทำได้ดีกว่าเขาอย่างน้อย 1 ระดับ แต่โนอาห์เองได้เตรียมหนทางสำหรับกลบช่องว่างนั้นไว้เรียบร้อยแล้ว
ลมปราณมหาเมฆา เคล็ด ปรับเปลี่ยน
เวทมนตร์ธาตุสายฟ้าระดับ 1 บอลอัศนี
โนอาห์ลอบโคจรลมปราณมหาเมฆา ก่อนจะร่ายบอลธาตุสายฟ้าออกมาสามลูกซึ่งเป็ขีดจำกัดสูงสุดเท่าที่ตัวเขาจะทำได้ ถ้าในยามปกติบอลสายฟ้าย่อมถูกใช้เพื่อโจมตี แต่เมื่อถูกใช้ออกโดยลมปราณมหาเมฆาบอลสายฟ้าทั้งสามลูกกลับหมุนวนอยู่รอบๆตัวเขาดุจดวงจันทร์โคจรรอบโลก ชายชุดดำชะงักงันไปชั่วครู่กับความแปลกประหลาดของบอลธาตุฟ้าที่สำแดงออกโดยพ่อมดผู้ทรงไม้เท้าหัวัตรงหน้า
่เวลาที่เขารอคอยมาเนิ่นนาน
ท่าเท้าล่องนภา เท้าที่ 1 หมู่ดาวเรียงราย
ร่างของบุรุษถือไม้เท้าเลือนรางหายไปหายมาจนปรากฏเป็ภาพติดตา ทางด้านชายชุดดำก็ใช่ว่าจะไร้ซึ่งฝีมือ ใช้จำนวนคนมากกว่าเข้ากลุ้มรุมเพื่อไม่ให้ชายตรงหน้าใช้ท่วงท่าพิสดารได้สะดวกเหมือนอย่างที่ผ่านมา และนั้นเองเป็ความผิดพลาดสำหรับชายชุดำที่เปรียบได้กับของขวัญสำหรับโนอาห์
ประกายสายฟ้าแตกหน่อมาจากบอลธาตุสายฟ้าจำนวนนับไม่ถ้วนกระจายไปรอบๆตัวของชายหนุ่มผมดำ เวทย์ธาตุสายฟ้ามีจุดเด่นอยู่ที่ความเร็วในการลงมือที่สูงล้ำยิ่งกว่าเวทย์ธาตุสายลม และยิ่งเป็สายฟ้าขนาดเล็กๆย่อมไม่มีใครผู้ใดปัดป้องหรือหลบหลีกได้ แต่ผลกระทบที่ได้มีผลเพียงนิดเดียวจนดูเผินๆไม่เกิดผลตอบแทนรูปธรรมที่ชัดเจนจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
โนอาห์ยกไม้เท้าขึ้นรับการโจมตีการมีดที่แทงมายังด้านข้าง สะบัดข้อมือเป็วงกลมจนมีดกระเด็นออกจากวิถีการโจมตี หลังจากนั้นจึงชี้ไม้เท้าสยบัไปยังชายชุดดำผู้ถือมีด ฉับพลันทันใดเื่อัศจรรย์ก็บังเกิดขึ้น บอลธาตุสายฟ้าทั้งสามลูกเร่งทวีอำนาจในตัวจนเริ่มเกิดความปั่นป่วนอย่างเห็นได้ชัด ลำแสงสายฟ้าที่ไม่แตกต่างไปจากเวทมนตร์บทแรกที่โนอาห์ใช้ได้แผ่พุ่งออกมาจากบอลธาตุสายฟ้าทั้งสามลูกแทบจะพร้อมเพรียงกันโดยมีเป้าหมายอยู่ที่ชายชุดดำคนนั้น เมื่อสายฟ้าทั้งสามเส้นกระทบกับร่างของชุดดำสั่นไปซักพักด้วยเดชอำนาจแห่งเวทย์อัศนีและค่อยๆล้มลงไปนอนอยู่กับพื้น
มันได้ผลอย่างเห็นได้ชัด
โนอาห์ลอบยิ้มในใจด้วยความยินดี บอลธาตุสายฟ้าแท้จริงแล้วไม่ได้เรียกออกมาเพื่อประดับหรือโจมตีในครั้งเดียว โนอาห์ผสานเข้ากับลมปราณมหาเมฆาเพื่อให้เวทมนตร์แสดงผลลัพธ์ใหม่โดยยังใช้เวทมนตร์บทเดิม บอลธาตุสายฟ้าแต่เดิมที่ทำได้แต่พุ่งไปพุ่งมาเมื่อใช้ออกโดยเขามันย่อมสามารถแตกหน่อออกมาไม่ถูกจำกัดไว้ในบอลธาตุกลมๆเพียงลูกเดียว สายฟ้าที่กระจายออกไปในตอนแรกมีไว้เพื่อระบุเป้าหมาย และชี้ชัดอีกทีด้วยไม้เท้าสยบั
ผลที่ได้ตามมาก็คือการโจมตีที่รุนแรงเทียบเท่าเวทมนตร์ระดับ 2 โดยใช้เวทมนตร์ระดับ 1 ถึงแม้จะยังมีข้อผิดพลาดอยู่บ้างแต่ก็ถือเป็ปกติของการทดลองครั้งแรก ได้ผลออกมาในลักษณะนี้ถือว่าน่าพึงพอใจมากแล้วสำหรับโนอาห์ สายตาตวัดมองไปยังชายชุดดำคนที่เหลือ ก่อนจะสาวเท้าด้วยท่าเท้าล่องนภาเข้าไปปะทะชี้เป็ชี้ตายอีกครา
เพียงโนอาห์สะบัดหัวไม้เท้าไปชายชุดดำคนไหน ชายชุดดำคนนั้นก็แทบจะหมดสิทธิ์ในการต่อสู้ทันที ถึงกระนั้นการโจมตีรูปแบบเดิมๆผ่านไปนานเข้าเริ่มจะไม่ค่อยได้ผลกับชายชุดดำที่เหลือ แต่ด้วยจำนวนที่ลดลงไปมากจนเหลือ 4 คน ก็ช่วยให้เขาทำอะไรสะดวกมากยิ่งขึ้น ทำให้สถานการณ์เริ่มแปรเปลี่ยนไปอย่างช้าๆ จากผู้ที่ตั้งรับฝ่ายเดียวกลายมาเป็ฝ่ายโจมตีอยู่ท่าเดียว ขณะที่ฝั่งที่เคยโจมตีกันอย่างเป็ระบบระเบียบ ในตอนนี้ทำได้แค่ตั้งรับเอาตัวรอดเท่านั้น
“นายช้าที่สุดแล้วนะรู้ตัวหรือเปล่า” อารันยิ้มนิดๆเดินเข้าไปหาสหายของตนที่จัดการชายชุดดำคนสุดท้ายลงเรียบร้อย เ้าตัวหันมาส่งยิ้มให้อย่างอารมณ์ดี ยกไม้เท้าสยบัพาดไหล่อย่างวางมาด
“เออสิ ฉันมันไม่เก่งเหมือนแกนี่ แล้วนี่จะว่าไปท่านหัวหน้าชั้นปีของเราก็สุดยอดเหมือนกันเลยไม่ใช่เหรอ เมื่อกี้ฉันเองแอบสังเกตอยู่นิดหน่อยนา ไม่เลวๆ...” ชายผมดำหันไปคลี่ยิ้มให้กับหญิงสาวผมทองที่ตอนนี้ไม่มีแรงเหลือพอจะต่อปากต่อคำกับคนตรงหน้าจึงได้แต่ทำตาเขียวใส่ก็เท่านั้น
ซึ่งแน่นอนที่สุดว่าไม่ได้ผล
“ยังไงก็เถอะ เราคงไปได้อีกไม่ไกลแล้วล่ะ ขืนเดินดุ่มๆไปแบบนี้ไม่แคล้วเจอกับไอ้พวกชุดดำบ้าเืที่ไม่รู้จักรักตัวกลัวตายนี่อีกก็เหนื่อยเป็เหมือนกัน ดูท่าจะวางแผนกันมาเป็อย่างดี ไอ้คนบงการอยู่เื้ันี่มันต้องธรรมดาแน่ๆฉันว่า” โนอาห์พูดขึ้นใบหน้าที่เคร่งเครียดมากกว่าปกติ เพราะแค่ลูกกระจ๊อกยังมีฝีมือชนิดที่ว่าต้องไม่ใช่ฝึกแค่วันสองวัน อีกทั้งเป้าหมายของพวกมันยังเป็อะไรก็ยังไม่รู้แน่ชัด แต่เล่นมีเป้าหมายสเกลใหญ่ขนาดนี้ แสดงว่าคงมีมั่นใจพอตัวเลยทีเดียว
หรือยังมีอะไรแฝงเร้นในหมู่เมฆ
ดูเหมือนว่า์จะได้ยินความในใจของโนอาห์เข้าหรือเปล่าก็ไม่อาจทราบได้ ท้องฟ้าที่แต่แรกสงบนิ่งหมู่ดาวเรียงรายพระจันทร์ลอยเด่นทอแสงสีนวลชวนให้สบายตาสบายใจ ตอนนี้กลับแปรปรวนราวกับว่าวันสิ้นโลกได้ดำเนินมาถึงแม้จะมีข่ายอาคมเป็ตัวกั้นก็ยังรับรู้ได้ชัดไม่แตกต่างกัน เมฆสีดำทะมึนเคลื่อนตัวมาสถิตเหนือน่านฟ้าโรงเรียนอวาลอน ดวงจันทร์เองก็หายลับไปั้แ่ตอนนั้น ทุกคนในโรงเรียนต่างพากันหยุดการต่อสู้แล้วแหงนหน้ามองท้องฟ้าพร้อมกันโดยมิได้นัดหมายไม่เว้นแม้กระทั่งฝั่งคนชุดดำ
“นั้นมัน...” เซเรน่ามีสีหน้าตื่นตระหนกขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากตนััได้ถึงอะไรบางอย่างในปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติครั้งนี้
“อย่าบอกนะว่ามีคนทำให้เกิดเื่แบบนี้ขึ้นมาน่ะ...” โนอาห์ที่ตอนนี้คิ้วขมวดอย่างหนักหันหน้าไปถามเพื่อนของเขาสองคนที่มีสีหน้าไม่แตกต่างไปจากเขามากนัก
ไม่มีคำตอบจากทั้งอารันหรือเซเรน่า มีเพียงพยักหน้าช้าๆพอเป็พิธีเท่านั้น เพราะสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นตรงหน้าแม้โนอาห์จะมองไม่ค่อยออกเพราะยังไม่เชี่ยวชาญด้านเวทมนตร์หรือศาสตร์ทั้งสิ้นทั้งปวงในโลกอิซซูมีลเท่าไหร่ ทำให้ชายต่างโลกยังไม่รู้ว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้มันยิ่งใหญ่หรือมีความสำคัญขนาดไหนแต่ก็ยังสำนึกอยู่ลึกๆในใจอย่างเงียบงันว่าบุคคลที่ทำเื่แบบนี้ได้นั้นทรงอำนาจมากเพียงไร
เอาเป็ว่าอย่างน้อยเขาก็เดาถูก
เวทมนตร์ในโลกของอิซซูมีลแบ่งออกเป็ 10 ระดับ และทักษะของจอมเวทที่ได้รับการยอมรับโดยทั่วกันเป็สากลก็ยึดระดับของเวทมนตร์ที่จอมเวทผู้นั้นใช้ได้สูงสุดเป็หลัก ระดับ 1-4 คือจอมเวทฝึกหัด ระดับ 5-7 คือจอมเวท และั้แ่ระดับ 8 ขึ้นไปล้วนมีชื่อรายนามที่แตกต่างกันออกไปแล้วแต่ฉายาที่คนๆนั้นได้รับ
ทั้งนี้ทั้งนั้นการแทรกแซงปรากฏการณ์ทางธรรมชาติได้ผู้ที่ลงมือตามระดับพลังความสามารถแล้วต้องเป็ผู้ใช้เวทย์ระดับ 8 ขึ้นไปเท่านั้น หรือในอีกนัยหนึ่งก็คือตัวการของเื่ราวทั้งหมดในคืนนี้ดูท่าจะไม่ใช่ไก่กามาจากไหน แต่เป็ไก่ฟ้าที่ทรงอำนาจขนาดเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศได้แม้จะเป็น่านฟ้าของเมืองที่ขึ้นชื่อลือชาเื่เวทมนตร์เป็อันดับหนึ่งของทวีปก็ตาม
เก่งจนน่ากลัว
“สวัสดียามค่ำคืนเหล่านักเรียนในสวนดอกไม้ทั้งหลายเอ๋ย หวังว่าพวกเ้าคงรื่นเริงมิใช่น้อยกับการทักทายจากใจจริงของข้า” สุรเสียงก้องกังวานะเืเลื่อนลั่นมาจากฟากฟ้าโดยที่คนเบื้องล่างก็ยังหาต้นตอไม่ได้ว่ามาจากไหน
ในตอนนี้สถานการณ์ที่เบื้องล่างสีหน้าของทางฝั่งบุคลากรในโรงเรียนอวาลอนหน้าถอดสีอย่างเห็นได้ชัด แต่กลับอีกฝั่งกลับมีสีหน้าลิงโลดจนรู้สึกได้แม้จะถูกบดบังใบหน้าเอาไว้เพราะตอนนี้ผู้เป็นายเหนือหัวหรือหัวหน้าสูงสุดของพวกมันปรากฏตัวขึ้นมาแล้ว นั้นหมายความว่าการแพ้ชนะแทบจะการันตีได้ในบันดล
แต่แล้วเหตุการณ์กลับพลิกตาลปัตร บาเรียมนตราขนาดใหญ่ที่ล้อมกรอบโรงเรียนอวาลอนเอาไว้ให้อยู่ในโดมปรากฏซึ่งรอยร้าวไปทั่วบริเวณ สร้างความประหลาดให้กับทั้งสองฝั่งนึกคิดอยู่ในใจว่าเหตุใดจึงเป็เช่นนี้ เมื่อโดมแก้วค่อยๆสลายหายไป เหล่าทหารที่รอกันอยู่นอกประตูโรงเรียนก็กรูกันเข้ามาเพื่อสลายจลาจลตามคำสั่งที่ได้รับมา
สถานการณ์ของทางโรงเรียนอวาลอนเริ่มดีขึ้นมาบ้าง
ถึงจะยังไม่มีใครยืนยันว่าจะดีไปเช่นนี้จนตะวันมาถึงก็ตาม
“ดูท่าต่อให้ระยะเวลาผ่านไปนานแค่ไหนพวกเ้าก็ยังไม่สิ้นเขี้ยวเล็บ ย่อมได้! ข้าเองใช่ว่าจะอยากทำศึกแตกหักกับพวกเ้ารวมถึงอัลเครอซในตอนนี้ ดังนั้นข้าจะขอเลิกรากับไปก่อน แต่ขอให้จงรู้ไว้ว่ายังไงซะสิ่งๆนั้นก็ต้องมาตกอยู่ในเงื้อมมือของข้า แล้วเมื่อนั้นต่อให้เป็พวกเ้าทั้งหมดก็ไม่ใช่คู่มือของข้าอีกต่อไป!!” เสียงจากฟากฟ้าดังกัมปนาทเลือนลั่นไปทั่วบริเวณ พร้อมกับร่างของกลุ่มคนในชุดดำที่บุกโจมตีโรงเรียนอวาลอนก็ได้อันตรธานหายราวกับมนต์สะกดแห่งภาพลวงตา เหลือเพียงแค่ศพไม่มีชีวิตที่นอนเกลื่อนกลาดไปทั่วบริเวณ
“แต่ก่อนจากไปข้าขอทิ้งของเล่นไว้ให้พวกเ้าซักหน่อย ถือซะว่าเป็ของฝากจากข้าผู้นี้ก็แล้วกัน ขอให้สำราญกับของเล่นชิ้นนี้ของข้าด้วยล่ะ” เสียงปริศนาค่อยๆเบาลงจนเลือนหายไปพร้อมๆกับกลุ่มคนชุดดำที่ตอนนี้ก็ไม่เหลือแม้เพียงคนเดียวที่ยังยืนอยู่ หลายๆคนเริ่มไชโยโห่ร้องในชัยชนะที่พวกตนได้รับ รวมถึงพวกโนอาห์ที่ถอนหายใจเบาๆเมื่อเื่ราวมันจะไม่บานปลายไปมากกว่านี้
ฉับพลันทันใดนั้นเองท้องฟ้าที่กำลังจะกระจ่างแจ้งเหมือนดังแต่ก่อนกลับส่ออาการวิปริตขึ้นมาอีกครั้ง แต่ไม่ใช่แค่การสำแดงเดชอำนาจในแบบที่แล้วๆมา สายฟ้าจำนวนฟาดผ่านอากาศลงมากระทบยังพื้นดินเบื้องหน้าซึ่งนั้นหมายถึงเหล่าบุคลากรในโรงเรียนที่สร้างข่ายมนต์รวมถึงวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น บางส่วนก็ผ่าไปยังตัวปราสาทอวาลอนแต่ก็ไม่เกิดอะไรขึ้นเหมือนกับว่าสายฟ้าเ่าั้ปะทะเข้ากับกำแพงที่มองไม่เห็น ทำให้สภาพอลหม่านจึงเป็ของผู้คนที่ยืนอยู่ในที่โล่งแจ้ง
“ของเล่นของมันนี่สนุกจริงๆ พับผ่าสิ!” โนอาห์สบถขึ้นมาหลังจากที่ต้องวิ่งล้มลุกคลุกคลานเข้าที่กำบังอย่างสุดชีวิตพร้อมกับเซเรน่าและอารัน
“อ๊ะ!! พวกนายดูนั่น!” เซเรน่าร้องเสียงหลงชี้นิ้วไปยังเบื้องบนที่ยามนี้มีสภาพไม่ต่างจากทะเลสายฟ้า ัสายลมตัวหนึ่งที่ดูกับว่าบรรทุกผู้โดยสารไว้จำนวนนึงกำลังโซเซไปมาเพื่อหลบสายฟ้าที่ผ่าลงมาอยู่เนืองๆจนน่าปวดหัว
“อย่าบอกนะว่า...” อารันพึมพำขึ้นมาเบาๆนึกหวังว่าสิ่งที่เขาคิดมันจะไม่ใช่เื่จริง
“นั้นมัน...นิกซ์นี้นา แล้วพา..เฮ้ย!” ด้วยสายตาที่ได้รับการฝึกประสาทััส่วนนี้แทบไม่เว้นวันสมัยที่ยังตะลอนไปทั่วยุทธภพย่อมไม่ใช่เื่ยากที่จะระบุใบหน้าของคนโดยสารัสายลมตัวนั้นอยู่ ซึ่งนับว่าเป็เื่น่าใไม่แพ้กับเื่ที่ว่าตอนนี้เ้าัตัวนั้นถูกสายฟ้าฟาดผ่านในลักษณะที่เฉียดเส้นยาแดงผ่าแปดจนผู้โดยสารทั้งหมดร่วงหล่นมาจากท้องฟ้าอย่างน่าหวาดเสียว
นิกซ์ ซายากะ เดรค เฟียน่า ดรากูน คนเหล่านี้ที่โนอาห์คิดว่านิกซ์คงพาหมายมั่นปั้นมือที่จะช่วยพวกตน แต่ดูเหมือนว่าคืนนี้จะมีเื่ราวเซอร์ไพรส์มากเกินไปหน่อยเท่านั้น ทำให้สถานะของผู้ที่จะช่วยเหลือทั้งหมดตอนนี้คาดว่าไม่แคล้วที่จะเอาหัวมาโหม่งโลกอยู่รำไร
ช่างเป็ค่ำคืนที่น่าจดจำเสียจริง
“อารัน เซเรน่า ฝากคนที่เหลือด้วย” ถ้อยคำสั้นๆของโนอาห์เป็ประโยคสุดท้ายที่พ่อค้าและหัวหน้าชั้นปีได้ยิน ทั้งสองยืนกระพริบตาปริบๆหลังจากเ้าคนพูดวิ่งหราไปเบื้องหน้าโดยที่ไม่ห่วงตัวเองซักนิดว่าจะโดยสายฟ้าผ่าเอาหรือเปล่า
ท่าเท้าล่องนภา เท้าที่ 6 ทะยานบันได์
โนอาห์ก้าวเท้าขึ้นััอากาศที่ตอนนี้มีสภาพเหมือนกับบันไดที่มองไม่เห็น อาศัยวิชาตัวเบาเหยีบอากาศเป็ขั้นๆขึ้นไปให้สูงและไกลพอจะช่วยเหลือเพื่อนของตนเองที่ร่วงหล่นตกสู่พื้นดินให้มากที่สุด แต่ด้วยสถานการณ์ที่บีบบังคับและการออกตัวโดยไม่มีการเตรียมการทำให้เขามีตัวเลือกแค่เพียงคนเดียวเท่านั้น ชายสะบัดหัวไปมาเพื่อให้สมองปลอดโปร่ง ตั้งมั่นเป็อย่างยิ่งว่าอารันและเซเรน่าจะช่วยเหลือคนที่เหลือเอาไว้ได้
สมองเ้ากรรมสั่งการอย่างรวดเร็วเมื่อสังเกตเห็นร่างๆหนึ่งที่อยู่ใกล้มือตนที่สุด แต่ด้วยสภาวะวิสัยที่มืดมัวและวิปริตจากพายุสายฟ้าทำให้โนอาห์ไม่รู้ว่าคนที่อยู่เบื้องหน้านั้นเป็ใคร แต่ในตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาคิดเื่หยุมหยิม สองมือคว้าหมับกอดแน่นก่อนจะค่อยๆถลาลงพื้นพลางร่ายเวทย์บาเรียมนตราสูงเหนือหัวเผื่อเหตุฉุกเฉินมีสายฟ้าเ้ากรรมผ่าเปรี้ยงลงมาทำให้ตัวเขามีอันเป็ไปเสียก่อน
ในที่สุดโนอาห์ก็พาตัวเขาและอีกคนที่กำลังกอดอยู่ด้วยเหตุที่ว่าไม่รู้จะช่วยเหลือยังไงในท่วงท่าที่สะดวกและรวดเร็วที่สุดในตอนนี้ ดังนั้นแล้วการกอดจึงเป็การแก้ปัญหาแบบง่ายๆและได้ผลดีในระดับหนึ่งเพราะอย่างน้อยทั้งตัวเขาและเพื่อนร่วมชั้นของเขาอีกคนนึงก็รอดปลอดภัยหลบใต้ระเบียงทางเดินบริเวณรอบนอกปราสาทมีหลังคาป้องกันไว้อย่างดิบดี
เมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้วจึงคิดว่าจะคลายกอดคนในอ้อมแขนจากนั้นค่อยเริ่มทำเป็โอดโอยบ่นนักบ่นหนาไหลไปเรื่อยตามฝีปากของเขาจะพาไป ปิดท้ายด้วยการเห็นใบหน้าตื่นๆของเ้าคนที่ถูกช่วยเพราะตัวเขาค่อนข้างจะมั่นใจว่าเป็นิกซ์แน่นอน ทั้งรูปร่างที่บางและขนาดตัวที่เล็กขนาดไหน ถึงจะแปลกๆตรงความรู้สึกประหลาดอะไรบางอย่างก็ตาม ความมั่นที่ไม่ต้องก้มลงมองคนในอ้อมแขนก็รับรู้ได้ทันที
ความมั่นใจที่จะทำให้คนอย่างโนอาห์ต้องจดจำความรู้สึกนี้ไว้ชั่วชีวิต
“ฉันจะปล่อย....” โนอาห์พูดด้วยรอยยิ้มไม่ทันจะพูดได้จบประโยคและยิ้มได้เต็มปากด้วยซ้ำ เสียงหวานอย่างเป็เอกลักษณ์ที่ฟังดูยังไงก็ไม่ใช่เ้าเพื่อนตัวเล็กของเขาแน่ๆเอ่ยแทรกขึ้นมา
เสียงที่ไม่ว่ายังไงก็เป็ของซายากะแน่ๆ
“จะปล่อยได้หรือยังคะ...” เสียงที่เบาจนต้องเงี่ยหูฟังถึงจะได้ยินตอนนี้กลับดังกลบเสียงฟ้าผ่าข้างนอกซะมิดยิ่งกว่าอะไร ไม่นับว่าร่างกายของโนอาห์ที่ตอนนี้แข็งเป็หินจนลามไปถึงมือที่ค่อยๆคลายออกช้าๆราวกับหุ่นยนต์ หญิงสาวที่เหมือนทั้งถูกช่วยชีวิตและถูกฉวยโอกาสรีบผละตัวออกมาด้วยความว่องไว
ใบหน้าที่เจียมเนื้อเจียมของนิกซ์ที่เขาวาดฝันไว้ถูกพังทลายลงหมดสิ้น เพราะภาพที่เขาเห็นเบื้องหน้ามันช่างแตกต่างราวกับ์และนรก หญิงสาวผมสีน้ำตาลที่ตอนนี้กำลังก้มหน้างุดๆปกปิดดวงหน้าหวานที่บัดนี้ขึ้นสีได้อย่างน่ารัก เมื่อรวมกับท่าทางของเ้าตัวตอนนี้แล้วยิ่งน่าแกล้งเข้าไปใหญ่
แน่นอนว่าเขาไม่ทำ
เพราะตอนนี้ตัวเขาก็ยืนแน่นิงประหนึ่งเป็ตุ๊กตาปูนปั้นอยู่เช่นกัน
“ข..ข..ขอบ...คุณนะคะ” ซายากะเอ่ยคำขอบคุณด้วยเสียงที่ทั้งตะกุกตะกักและเบาเสียจนแทบจะไม่ได้ยิน แต่น่าแปลกที่น้ำเสียงนั้นทำให้ตัวเขาได้สติขึ้นมาอีกครั้ง ยกมือเกาหัวแกรกๆแก้เก้อตอบไปด้วยความว่องไวจนมารู้ทีหลังว่าอยากจะกัดลิ้นตายซะตรงนี้ให้รู้แล้วรู้รอด
“ไม่เป็ไรหรอก...อากาศดีจังน้า” ชายหนุ่มเสหัวไปที่อื่นและพบกับความจริงที่ว่าตอนนี้พายุสายฟ้ากำลังฟาดกระหน่ำอย่างไม่รู้ลืมหูลืมตา
อากาศดีกับผีแกน่ะสิตัวฉัน!!
ใครบ้างจะรู้ว่าเ้าคนที่ทำตัวเป็ชายหนุ่มเ้าสำราญเช่นเขาจะไม่เคยอยู่ในสถานการณ์แบบนี้มาก่อน อดให้เ้าตัวนึกโทษในใจครามครันกับประสบการณ์ในยุทธภพหลายปีดีดักไม่ได้ว่ามันไม่ช่วยให้เขาสามารถเอาตัวรอดหรือมีชีวิตยืนอยู่ตรงนี้ได้อย่างสะดวกสบาย
ไม่โดนตบมาซักฉาดก็บุญหัวเขาเท่าไหร่แล้ว
“น...นั้นสินะคะ” หญิงสาวตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงแ่เบา สร้างความตื่นตระหนกให้ตัวเขามากกว่าเดิมหลายเท่าคาดไม่ถึงว่าเธอจะไหลตามน้ำมาได้ขนาดนี้
“อ..อื้ม! เอาเป็ว่าเรารีบกลับหอพักกันดีกว่านะ ป่านนี้พวกเพื่อนๆคงคอยแย่” โนอาห์พูดโพล่งขึ้นมาหาทางออกจากสถานการณ์อึดอัดตรงหน้านี้โดยเร็ว หันหลังกลับสาวเท้าเดินออกจากบริเวณแต่ไปได้ซักพักก็ต้องชะงักหันกลับมามองซายากะที่ยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติง
เอาไงเอากันงานนี้
แล้วจะมาโทษท่านโนอาห์ไม่ได้นะว่าเป็คนชอบฉวยโอกาสน่ะ
สมองอันชาญฉลาดคิดหาทางออกด้วยความว่องไวในการที่จะแก้ไขปัญหาตรงหน้า ชายหนุ่มถือวิสาสะจับมือของหญิงสาวเดินลากมาที่เหมือนลักษณะของการจูงมือกันมากกว่าเพราะตอนแรกซายากะแม้จะมีสีหน้าแตกตื่นอยู่บ้าง แต่ไม่รู้ว่ายังอยู่ในอารามใ หรือไม่รู้จะพูดอะไรจึงเดินตามเขามาเงียบๆจนเขาผ่อนความเร็วจากวิ่งมาเป็เดิน
ในใจของโนอาห์คิดว่าจะปล่อยมือหลังจากใกล้ถึงหอพัก แต่เป็โชคดีอันล้นเหลือที่เ้าอารันมันทักพวกเขามาั้แ่ก้าวเข้ามาในรัศมี 100 เมตรของหอ นัยต์ตานับสิบหันมามองตามเสียงของเพื่อนพ่อค้าตัวดีเป็ทางเดียว เท่านั้นแหละต่างฝ่ายต่างปล่อยมือซึ่งกันและกันราวกับว่าเป็ของร้อน แต่ก็ช้าเกินไปถ้าเทียบกับบรรดาสารพัดเสียงแซวนับสิบที่เขาต้องแก้ต่างเป็พัลวัน รวมถึงซายากะเองที่ต้องรีบพูดกับยูกิเพื่อนคนสำคัญของเธอก่อนที่หัวของเขาจะกลิ้งไปอยู่บนพื้นฟ้าหน้าหอพัก
ไม่รู้เหมือนกันว่าสาวเ้าไปอธิบายให้แม่สาวนักดาบนั้นยังไง
มันถึงกลายเป็ว่าเ้าหล่อนมาขอบคุณเขาเสียเป็การใหญ่จนเขาเองยังตั้งตัวไม่ทัน
เมื่อพูดคุยกับเพื่อนๆนิดหน่อยหลังจากที่ทุกคนเริ่มทยอยกลับมาที่หอกันบ้างแล้ว ส่วนพวกคณะกรรมการรวมถึงสภานักเรียนและอาจารย์ต้องไปประชุมเื่ที่อารันบอกว่าอาจจะถึงเช้า คิดแล้วก็น่าสงสารและดีใจเป็อย่างยิ่งที่ตนไม่ต้องไปรับตำแหน่งบ้าบออะไรนั้น ป่านนี้เซเรน่าคงจะปวดหัวน่าดูเพราะเ้าหล่อนเองก็เป็ถึงหัวหน้าชั้นปีมีสิทธิ์มีเสียงในสภานักเรียนเช่นกัน
เมื่อเป็เช่นนี้แล้วอาจารย์เซโน่จึงบอกว่าให้พวกที่เหลือหลับไปก่อนยังไม่ต้องกังวลอะไร ถึงจะยังมีเศษซากปรักหักพังของต้นไม้รวมถึงอาคารต่างๆที่ได้รับลูกหลงเนื่องจากมีแค่ปราสาทอวาลอนเท่านั้นที่เหมือนจะไม่มีรอยขีดข่วนอะไร นี่ยังนับว่าโชคดีที่หอพักบ้านซูซาคุยังไม่ถึงกับหักโค่นลงไปทั้งตึก ไม่งั้นแล้วคงจะได้นอนตามยถากรรมเหมือนบ้านเบียคะโกะที่ตอนนี้ส่วนหนึ่งระเห็จมาขออาศัยในห้องโถงของทางนี้แล้ว
และในจังหวะที่กำลังจะข่มตาหลับลืมเลือนเื่ราวร้ายๆให้ออกไปจากหัวนั้น
นิกซ์เองได้เอ่ยเตือนถึงเื่ที่ะเืขวัญซึ่งเขาคิดว่าเลวร้ายไม่ต่างจากเื่ราวในค่ำคืนนี้เลย
เขายังไม่ได้ทำการบ้านวิชาประวัติศาสตร์เลยนี่หว่า!!!