"ระบบ วางจุดประตูมิติไว้ที่นี่"
เฟรีสออกคำสั่งระบบ ภายในโลกแห่งนี้เขาเปรียบเสมือนกับพระเ้า ไม่ว่า้าอะไรก็ทำได้ทุกอย่าง
วาบบ
ประตูสีดำทรงกลมเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 20 เมตร โผล่ขึ้นบนเนินใกล้ๆ ภายในประตูโปร่งใสจนสามารถมองทะลุไปอีกฝั่งได้แบบสบายๆ
"นี่คือประตูมิติที่จะนำพวกเธอไปยังสถานที่ต่างๆ เข้ามาใกล้ๆ! เดี๋ยวจะสาธิตวิธีใช้ให้ดู ก่อนอื่นต้องกรอกยูสเซอร์เนมกับพาสเวิร์ดที่ให้ไปเมื่อกี้ลงตรงแท่นหน้าประตูก่อน จากนั้นแค่เดินเข้าไป
เอาล่ะ ฉันจะไปรอพวกเธอที่เมืองเอเทนีก้า หืม...รองครูใหญ่ฝากดูเด็กด้วย อย่าเอาแต่กิน"
แอนโทนี่พอได้ยินก็สะดุ้งเฮือกจนผลไม้รูปร่างแปลกๆ ซึ่งคาปากอยู่แทบร่วง ั้แ่เข้ามาชายหัวล้านก็ตระเวนชิมผลไม้จากทุกต้นจนลืมเด็กๆ ไปเลย ถึงมันจะไม่ทำให้อิ่มได้แต่ก็อร่อยสุดๆ โดยเฉพาะลูกทรงหกเหลี่ยมสีชมพูนั่น
ไม่นานหลังจัดกลุ่มเสร็จ แอนโทนี่ก็พาเด็กๆ เดินผ่านประตูเข้าไปพร้อมๆ กัน
ทันทีที่ทุกคนข้ามไปยังอีกฝั่งเื่น่าแปลกก็เกิดขึ้น จากทุ่งแดนดิไลออนกลายเป็พื้นคอนกรีต วิวโดยรอบที่เคยเป็ทะเลสาบและต้นไม้เปลี่ยนเป็ตึกสูงเสียดฟ้านับไม่ถ้วนแทน
ไม่ไกลออกไปมียานพาหนะรูปทรงแปลกตาบินฉวัดเฉวียนไปมาอยู่บนท้องฟ้า ในเมืองเอเทนีก้าแห่งนี้ เทคโนโลยีต้านแรงโน้มถ่วงได้ถูกนำมาใช้อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะตรอก ซอก ซอย หรือตามร้านรวง
เมื่อมองไปก็จะเห็นผู้คนนั่งอยู่บนเพดานบ้างหรือเดินเที่ยวบนผนังตึกสูงบ้าง แน่นอนว่าตามผนังตึกพวกนั้นเองก็มีร้านค้าให้ช้อปปิ้งมากมายด้วยเช่นกัน
"คนพวกนี้แม้จะไม่ได้มีชีวิตจริงๆ แต่ถึงอย่างนั้นพวกเธอก็ต้องมีมารยาทกับพวกเขา ถ้าไม่อยากถูกสังคมแบนล่ะนะ" เฟรีสที่รออยู่ก่อนแล้วอธิบาย เมื่อเห็นเด็กชายคนหนึ่งจ้องหน้าหญิงชราเขม็งด้วยความอยากรู้อยากเห็น
คนพวกนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับ NPC ในเกมส์ เพียงแต่ฉลาดกว่ามากอย่างเทียบกันไม่ติด ทำให้การดำเนินชีวิตของผู้คนจึงแทบไม่ต่างจากโลกจริงสักเท่าไร
ถ้าคุณทำผิดกฎหมายตำรวจก็จะกรูกันเข้ามาจับ มีการจ้างทนายและขึ้นศาล ดังนั้น แน่นอนว่าย่อมมีการลงโทษด้วย ซึ่งโทษสูงสุดจะมีแค่จำคุก 30 วัน แต่เท่านี้ผู้กระทำผิดก็เหมือนกับตกนรกแล้ว
ลองคิดสิ เมื่อล็อกอินเข้ามาก็จะพบว่าอยู่ในลูกกรงทุกครั้ง ที่สำคัญคือพื้นที่เรือนจำยังเป็เขตพิเศษอีกด้วย เวลาของที่นี่จะนับเฉพาะั้แ่ที่ล็อกอินเข้ามาและหยุดทันทีเมื่อล็อกเอาท์ออกไป
อธิบายง่ายๆ คือไม่สามารถไปเที่ยวเล่นในโลกแห่งความเป็จริงและรอให้เวลาในโลกเสมือนหมดไปได้นั่นเอง นักโทษจะต้องอยู่แต่ในคุกจนครบเวลาเท่านั้น
“เป็ไงบ้าง ที่นี่อากาศดีไหม?” เฟรีสถามลูกศิษย์ตัวน้อยด้วยใบหน้าอมยิ้ม
“หอมมาก”
“ชื่นใจ”
“หายเหนื่อยเลย”
เสียงเจื้อยแจ้วตอบกลับมาอย่างร่าเริง
“นี่คือผลพวงของการอยู่ร่วมกับธรรมชาติไงล่ะ พวกเธอลองดูตามตึกต่างๆ สิ” ชายหนุ่มอธิบายและชี้ไปยังตึกสูงรอบๆ ซึ่งทุกชั้นของมันล้วนแต่มีระเบียงดอกไม้ต้นไม้แทบทั้งสิ้น
บนดาดฟ้าของทุกตึกเองก็มีสวนสวยๆ ขนาดใหญ่อยู่เต็มไปหมด เมื่อลมพัดมากลีบใบไม้ดอกไม้ก็ปลิวว่อนไปทั่วทั้งบริเวณ
ตามข้างทางหรือบ้านเรือนเองก็ไม่ต่างจากตึกสูง ไม่ว่ามองไปทางใดอย่างน้อยก็จะต้องเห็นต้นไม้เสมอ
ทำให้เมืองใหญ่แห่งนี้ดูไม่แออัดหรือสกปรกเลยสักนิด นับว่าเป็สถานที่ซึ่งเทคโนโลยีกับธรรมชาติอยู่ด้วยกันลงตัวอย่างแท้จริง
มีอย่างหนึ่งที่เฟรีสไม่ได้บอกพวกเด็กน้อย นั่นก็คือแท้จริงแล้วเมืองแห่งนี้ได้จำลองมาจากอาณานิคมอวกาศที่เขาเคยอยู่นั่นเอง ซึ่งหมายความว่ามันสามารถทำให้เกิดขึ้นได้จริงๆในอนาคต
“เห็นข้อดีแล้วสินะ ดังนั้น จำไว้ว่าก่อนจะคิดค้นเทคโนโลยีใดๆ พวกเธอต้องนำสิ่งแวดล้อมมาคำนวณด้วยเสมอ นี่เป็กฎของวิศวกรในอนาคต”
ชายหนุ่มสอดแอบสอดแทรกการสอนอย่างเนียนๆ วิธีนี้ดีกว่ามานั่งบอกกันปากเปียกปากแฉะเสียอีก สู้ให้เห็นผลดีผลเสียด้วยตนเองไปเลยดีกว่า
"เอาล่ะ ดูวิวกันพอประมาณแล้ว ต่อไปก็ได้เวลาเที่ยวของจริง ตามฉันมา!"
จากนั้นเฟรีสก็พาพวกเด็กๆ เดินข้ามถนนที่มียานพาหนะรูปร่างแปลกตา ทั้งหมดเดินมาหยุดอยู่หน้าแท่นวงกลมเตี้ยๆเส้นผ่าศูญกลางประมาณ 15 เมตร
เหนือขึ้นไม่สูงมากนักมีท่อโปร่งแสงที่คล้ายกับหลอดใสๆ ที่ราวกับว่าลอยอยู่บนอากาศ แต่เมื่อมองไล่ขึ้นไปก็ปรากฎว่าท่อนั้นได้กระจายไปทั่วทั้งเมือง จนเป็โครงข่ายขนาดใหญ่ราวกับใยแมงมุมั์
"เ้านี่เรียกว่าทางด่วนพิเศษ เป็บริการฟรีที่ทุกคนสามารถใช้ได้ วิธีใช้ก็ไม่ยาก ก่อนอื่นให้กดจำนวนผู้ร่วมเดินทางลงไปและค่อยเลือกในแผนที่ เสร็จแล้วก็ก้าวเข้าไปในเเท่นวงกลมพูดว่า "พร้อมเดินทาง" 5 ครั้ง อ้อ ใช้พร้อมกันรอบหนึ่งได้แค่ 200 คนนะ ถ้าจำนวนเกินเครื่องจะปฏิเสธการใช้งาน"
3 นาทีต่อมา คนทั้งหมดก็อยู่บนแท่นเรียบร้อย
"พร้อมเดินทางๆๆๆๆ"
แกร่ก
ทันใดนั้น ตรงขอบของแท่นวงกลมก็เรืองแสงสีน้ำเงินเข้มออกมา ฟองสบู่ใสๆ หยุ่นๆ โผล่ออกจากบริเวณพื้นและหุ้มตัวคนทั้งคณะไว้ จากนั้นพวกเขาก็ลอยขึ้นจากพื้นช้าๆ ราวกับลูกโป่งอัดก๊าซ
ฟุ่บบ
ฟองสบู่มนุษย์ถูกดูดเข้าไปในหลอด้าและเคลื่อนไปด้วยความเร็วพอประมาณ
อันที่จริงมันยังเร็วได้อีกมาก แต่เพื่อความปลอดภัยเฟรีสจึงจำกัดไว้ไม่ให้มากเกินไป ไม่เช่นนั้นเกิดมีผู้ใช้ที่ป่วยหรือสูงวัยก็คงหัวใจวายตายแน่นอน
ท่อใสพาคนทั้งหมดขึ้นไปเรื่อยๆ ทะลุผ่านเมฆก้อนแล้วก้อนเล่าจนมาหยุดที่ภายในฟองขนาดมหึมาลูกหนึ่ง ด้านในฟองั์มีสิ่งปลูกสร้างอยู่เต็มไปหมด มีกระทั่งชายหาดและทะเลที่ทอดยาวไปจนไม่รู้ว่าสิ้นสุดที่ตรงไหน
เมื่อมาถึงจุดหมายแล้วฟองใสที่พาคณะทัวร์มาก็ล่อนลงพื้นช้าๆ และก็สลายไปโดยอัตโนมัติ
"โห! เชี่ย!"
เด็กๆ รวมทั้งชายหัวล้านพากันอุทานเสียงดัง(ยกเว้นเฟรีสกับไอ้ตัวปลอม) เมื่อพวกเขาพบว่าพื้นดินที่เหยียบอยู่ตอนนี้เป็ก้อนเมฆทั้งหมด
ไม่ไกลออกไปมากนักจากตรงที่กรุ๊ปทัวร์ยืนอยู่เป็ประตูบานคู่มหึมาราวกับมีไว้เฉพาะั์ใช้งาน
"ทั้งหมด 104 คน รวมฉันด้วย ขอใช้สิทธิแอดมินเข้าถึงทั้งหมด" เฟรีสพูดสั้นๆ กับหุ่นยนต์ทรงกลมสีเทาหน้าประตู
[ยืนยันตัวตนแอดมิน สิทธิถูกต้อง ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่สวนสนุกลอยฟ้าเอเทนีก้า ขอให้สนุกนะครับ]
เอี๊ยดดด
ประตูั์เปิดออกช้าๆ และคณะทัวร์ก็ก้าวเข้าไป
ราวกับอยู่ในนิทาน พวกเขาพบว่าสิ่งปลูกสร้างในเมืองล้วนแต่ทำจากคริสตัลหลากสีทั้งสิ้น
เมื่อต้องเข้ากับแสงก็ทำให้พวกมันเปล่งประกายระยิบระยับไปทั่วทั้งบริเวณ ที่สวยที่สุดก็คือปราสาทขนาดใหญ่สีรุ้งซึ่งเด่นหราอยู่กลางเมือง
"เฮ้ อย่ามัวแต่เหม่อกันตอนนี้มันเที่ยงแล้ว ดังนั้นเราจะล็อกเอาท์กันครึ่งชั่วโมงก่อนเพื่อให้พวกเธอไปกินข้าวที่โรงอาหาร นี่เป็กฏด้วยนะ ต่อไปพวกเธอต้องทำตามนี้ ตอนเช้ากับเย็นก็ด้วย"
บรรดาเด็กต่างก็หน้ายับยู่ยี่ขึ้นมาทันที ไม่สิ! รวมทั้งเด็กโข่งอย่างแอนโทนี่ด้วย เขาเองเคยมาแค่ทุ่งแดนดิไลออนเท่านั้น ยังไม่เคยมายังเมืองเอเทนีก้านี้เลย
พวกเขายังไม่อยากล็อกเอาท์!
แต่ก็ช่วยไม่ได้ เพราะอาหารในโลกเสมือนทำได้แค่สนองกิเลสแต่ไม่อาจทำให้อิ่ม เฟรีสจึงต้องวางกฎไว้เพื่อสุขภาพของทุกคน
------
ตลอดทั้งวันเด็กๆ สนุกสนานกันมาก พวกเขาได้ขับหุ่นยนต์ต่อสู้กับเอเลี่ยน(เป็ตุ๊กตาเอเลี่ยนเพราะนโยบายเซ็นเซอร์ ^_^) ได้ไปเที่ยวเล่นในสวนสาธารณะไร้แรงโน้มถ่วง
บางคนก็ชวนกันไปเล่นสวนน้ำที่มีสไลเดอร์ยาวคดเคี้ยวซึ่งไม่เพียงแต่สไลลงเท่านั้นแต่ยังสไลขึ้นได้อีกด้วย
ยามบ่ายพวกเขายังได้ดูภาพยนต์าอวกาศที่ราวกับว่าได้เอาตัวเองเข้าไปอยู่ในนั้นด้วย
ฉากที่ทุกคนพบว่าลอร์ดแดชเวเดอร์ตัวร้ายเป็พ่อของเล็ก สกินวอร์คเกอร์ ตัวเอกนั้นน่าซึ้งใจมากจริงๆ เล่นเอาชายหัวล้านถึงกับน้ำตาแตกเลยทีเดียว
่ท้ายของวันเฟรีสก็พาพวกเขาไปทานอาหารและช้อปปิ้งต่อ แน่นอนว่าทุกอย่างฟรีหมด! เด็กๆ ชอบใจกันใหญ่
“เอาล่ะสนุกไหม?” ชายหนุ่มถาม ในตอนนี้พวกเขาได้กลับยังทุ่งหญ้าเริ่มต้นอีกครั้ง
“สนุกมากเลย” พวกตัวน้อยตอบกลับดังลั่น ใบหน้าแต่ละคนล้วนประดับไว้ด้วยรอยยิ้ม ผิดจากใบหน้ากังวลเมื่อตอนมาถึงใหม่ๆ ลิบลับ
“อย่าเพิ่งได้ใจไปล่ะ วันนี้ฟรีก็จริง แต่ต่อไปไม่ฟรีแล้วนะ ถ้าอยากมาเที่ยวอีกพวกเธอจำเป็ต้องออกเงินเอง!” เฟรีสพูดพร้อมกระดกยิ้มมุมปาก
“...” เด็กๆ ถึงกับอึ้ง ใบหน้ากังวลเริ่มกลับมาอีกครั้ง พวกเขาจะไปหาเงินจากไหนกัน คงไม่ถูกใช้แรงงานหรอกนะ
เมื่อเห็นแววตาสิ้นหวังของนักเรียนตัวน้อยและเด็กโข่งหัวล้าน เฟรีสก็อดขำไม่ได้
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า อย่ากังวลไป ทางสถาบันจะให้เงินคนละ 5000 เครดิต สำหรับโลกเสมือน และ 5000 ไซนี่ เอาไว้ใช้นอกโรงเรียนทุกเดือน พวกเธอใช้ได้ตามใจชอบเลย”
ทว่า ถึงจะบอกว่าใช้ได้ตามใจก็จริง แต่พวกบริการต่างๆ รวมไปถึงการซื้อขายก็ล้วนแต่ถูกจัดเรตไว้ โดยแบ่งเป็ สีดำสำหรับผู้ใหญ่ แดงสำหรับวัยรุ่น ส่วนเขียวเป็ของเด็ก
ยกตัวอย่าง เช่น พวกเหล้า บุหรี่ ซึ่งถูกจัดเรตสีดำ ผู้ที่ซื้อได้จะต้องบรรลุนิติภาวะแล้วเท่านั้น ส่วนวัยรุ่นและเด็กจะถูกจำกัดสิทธิไว้
ในเกมส์เองก็มีเช่นกัน ผู้ใหญ่จะเห็นเป็เอเลี่ยนน่าเกลียดน่ากลัวสมจริง ส่วนเด็กๆนั้นจะเห็นแค่ตุ๊กตามอนสเตอร์ ส่วนเืที่ทะลักออกมาก็เป็แค่ปุยนุ่นเท่านั้น
เหตุที่ต้องเป็เช่นนี้เพราะถ้าไม่จำกัดเรตไว้ ต่อไปเมื่อเปิดรับคนมากขึ้นก็จะเกิดปัญหาเอาได้ คงไม่มีใครอยากให้ลูกหลานตัวน้อยเห็นภาพโหดเืสาดอวัยวะกระจายหรอกจริงไหม?
“เอ่อ…ครูใหญ่คะ แล้วค่าผ่านประตูสวนสนุกนี่เท่าไรหรอ?” เฟลิเซียดึงชายเสื้อเฟรีสเบาๆและเอ่ยถาม
“อ๋อ 4999 เครดิต น่ะ” ชายหนุ่มยกยิ้มหน่อยหนึ่งก่อนจะตอบออกไป
“……”
ใบหน้ายิ้มแย้มของเด็กๆมืดลงโดยพลัน ถ้าพวกเขานำเงินรายเดือนมาเที่ยวก็ไม่ใช่ว่าเหลือแค่ 1 เครดิต เองหรอกหรอ ค่าเที่ยวสวนสนุกยังขนาดนี้ ของในเมืองจะขนาดไหนกัน
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า อย่าทำหน้าแบบนั้น ถ้าอยากได้เครดิตหรือเงินไซนี่เพิ่มก็ต้องทำภารกิจต่างๆเอา ยิ่งคะแนนดีเท่าไรก็ยิ่งได้มากเท่านั้น
และพวกเธอยังใช้เครดิตหรือคะแนนปลดล็อคสถานที่ใหม่ๆตรงประตูมิติหลักได้อีกด้วย ส่วนจะเป็ที่แบบไหนก็เอาไว้ค้นหากันเอง"
"เอ้า! ไปดูสิว่าอยากทำอะไรบ้าง เลือกไว้ก่อนก็ได้"
พอชายหนุ่มพูดจบกระดานขนาดใหญ่ก็โผล่ขึ้นมาตรงกลางทุ่ง ในนั้นมีภารกิจแปลกๆอยู่เพียบ เช่น ฝึกขับยานอวกาศ เรียนรู้การะโร่ม ทรงตัวในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง ฝึกหลบหนีฉุกเฉินตามโคโลนี่ต่างๆ ฯลฯ
เฟรีสนั้นไม่อยากให้เด็กๆ สบายจนเกินไป เขา้าให้พวกตัวน้อยรู้คุณค่าของเงิน เพราะเหตุนี้จึงออกแบบภารกิจให้ทำ
ที่สำคัญทุกภารกิจยังออกแบบมาเพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้ทำทั้งสิ้นอีกด้วย
ส่วนที่ยอดเยี่ยมคือมันไม่น่าเบื่อและยังสนุกมาก เมื่อพวกเด็กชอบพวกเขาก็จะเรียนรู้ได้เร็วขึ้น
"อ้อ! เกือบลืมไป เมื่อเริ่มใช้แว่นตาทุกครั้ง ทุกคนจะต้องเข้ามายังทุ่งแห่งนี้ก่อนแล้วจึงค่อยเลือกว่าจะไปที่ใดต่อ สำหรับวันนี้ก็พอแค่นี้ รองครูใหญ่รบกวนพาพวกเด็กๆ ไปทานอาหารเย็นด้วย”
“เอ่อ.…ในฐานะรองครูใหญ่.…ผมจะได้เครดิตพิเศษเพิ่มหรือเปล่าครับ?” ก่อนจะออกไปแอนโทนี่กระซิบถามเฟรีสด้วยแววตาคาดหวัง
“ไม่”
"..…"
--------------------
หลังจากเสร็จธุระกับพวกเด็กแล้ว เฟรีสก็ลงมายังอู่ต่อยานชั้นใต้ดินซึ่งเพิ่งสร้างเมื่อสองวันที่ผ่านมา ตอนนี้มันยังเป็แค่ที่ว่างๆ ไม่ได้มีอะไรมากนัก ทรัพยากรที่นำมาใช้ก็อาศัยหุ่นไส้เดือนขุดหาเอา
เด็กน้อยหย่อนก้นลงบนโซฟาก่อนจะเปิดคอมพิวเตอร์ตรงโต๊ะ เขามองภาพยานอวกาศรูปร่างแปลกตาบนจอพร้อมกับจมลงไปในความคิด
'ากับเพลกในคราวนั้นที่ชนะได้เพราะเรามีความพร้อมในทุกๆ ด้าน ส่วนครั้งนี้โอกาสชนะช่างริบหรี่เหลือเกิน ทรัพยากรสำคัญๆก็ไม่มี แถมพวกโง่นั่นยังจ้องจะรบกันเองอีก เฮ้อ’
เขาถอนหายใจด้วยความเหนื่อยล้า เพราะสิ่งที่ต้องเตรียมรับมือก่อนเลยก็คือาระหว่างมนุษย์ด้วยกันนี่แหละ ส่วนเพลกนั่นมันทีหลัง
ย้อนกลับไปในยุคอนาคตที่เฟรีสจากมา การเดินทางข้ามดวงดาวนั้นถือเป็เื่ปกติธรรมดา ทรัพยากรที่้าจึงหาได้ไม่ยาก สั่งวันนี้อีกสองสามวันก็ข้ามดาวมาส่งแล้ว ด้วยเหตุนี้เขาจึงสามารถสร้างหุ่นรบจำนวนมากได้ในเวลาเพียงไม่กี่เดือน
การรบกับพวกเพลกนั้นส่วนที่ยากสุดก็คือต้องรบชนะแบบม้วนเดียวจบ เพราะถ้าเหลือรอดไปได้แม้แต่ตัวเดียว เ้านั่นก็จะกลับไปรังพร้อมกับข้อมูลอาวุธที่ใช้ทำร้ายมัน
จากนั้นเพลกทั้งหมดก็จะวิวัฒนาการ อาวุธเดิมจะใช้กับพวกมันไม่ได้อีกต่อไป
‘เราคงต้องเตรียมหาดาวสำรองเผืุ่์ชาติไว้ เกิดแพ้ขึ้นมาจะได้มีทางถอย แต่การขนคนจำนวนมากไปนั้นไม่ง่ายเลย
ต้องสร้างเมืองท่าสำหรับแพลเน็ทเกทก่อนสินะ* ไม่สิอันนั้นไว้ทีหลัง...สิ่งแรกที่ต้องทำคือสร้างยานอวกาศขึ้นไปเก็บแร่ก่อน...งานช้างทีเดียว...ให้ตายสิ!' เฟรีสสบถก่อนเอานิ้วนวดขมับรัวๆ
แม้เ้าโรงเรียนผึ้งั์(ชื่อ รอยัลบี Royal bee)จะบินขึ้นไปบนอวกาศได้ก็จริงแต่มันไม่สามารถวาร์ปได้ พิกัดที่เฟรีส้าไปนั้นอยู่ห่างจากเอิร์ทเทร่ามากๆ ที่สำคัญคือถ้าเอารอยัลบีไปก็ต้องกระเตงเด็กน้อยเด็กโข่งไปอวกาศด้วยนี่สิ วุ่นวายตายชัก!
‘วัสดุที่พอหาได้บนดาวดวงนี้ก็มีแต่แพลทินัม**ล่ะนะ กระจอกไปหน่อยแต่ทำไงได้...อืม...ถ้ามัวแต่ขุดหาก็ช้าเกินไป เร็วที่สุดคือต้องซื้อเอา!’
"บี 5 ตอนนี้เรามีเงินเท่าไหร่" เขาถามเ้าผึ้งสีชมพูข้างๆ ซึ่งตอนนี้ได้รับมอบหมายให้ดูแลบัญชีทั้งหมด
[วี๊ๆๆ หักรายจ่ายทั้งหมดแล้วก็เหลือ 58 ล้านไซนี่ค่ะ]
เสียงหวานหยดย้อยตอบกลับมา ไม่แปลกใจเลยที่มันกลายเป็ตัวมาสคอสขวัญใจชาวไซแอนตอนนี้
"บี 1 เช็คราคาตลาดของแร่แพลทินัมสิ"
[วี๊ๆๆ อ้างอิงจากราคาปัจจุบัน แพลทินัมบริสุทธิ์ 1 กิโลกรัม เท่ากับ 1,026,200 ไซนี่ ครับท่าน]
“บ้าชิบ! ต้องใช้ 1 ตันซะด้วยสิ” เฟรีสสบถขึ้นอย่างอดไม่อยู่
“ดูเหมือนว่าต้องทำเงินเพิ่มซะแล้ว” เด็กน้อยบ่นพึมพำเบาๆ พร้อมกับนวดขมับรัวๆ จากนั้นก็คิดอยู่นานสองนาน
ทันใดนั้น จังหวะที่ยืดคอแก้เมื่อยก็บังเอิญเหลือบไปเห็นหลอดไฟบนเพดานเข้าพอดี และแล้วความคิดบางอย่างก็แวบเขามาในสมอง
"พลังงานไงล่ะ ทุกอย่างต้องใช้มันทั้งนั้น บี 1,2,3,4 (บี 5 ดูแลร้าน) พวกแกไปเรียกลูกน้องมา เราจะเริ่มทำโปรเจ็คใหม่กัน"
*แพลเน็ทเกท(planet gate)ในนิยายเื่นี้มันคือประตูเชื่อมระหว่างดวงดาว
**แพลทินัม(platinum)ก็คือทองคำขาวนั่นเอง ปัจจุบันจัดว่าเป็แร่หายาก ดังนั้นราคาจึงสูงมากด้วยเช่นกัน