“ชาร์ล็อต...ไอกิอายุแค่ห้าขวบเท่านั้นเขาเด็กเกินไปที่จะรับโทษขังคุกมืดนะ” มารีนทอดเสียงอย่างค่อนข้างจะหมดหวัง ดวงตาสีเขียวแวววาวเหมือนมรกตทอดต่ำและดูเศร้าหมอง
หนูน้อยชาวเอเชียขดตัวซุกหน้ากัดริมฝีปากพยายามกลั้นสะอื้นอยู่ในอ้อมกอดของบารุส เด็กหนุ่มอายุ16 เพื่อนสนิท พี่ชาย และทุกสิ่งทุกอย่างของไอกิในที่นี้ มืออ่อนนุ่มโอบกอดและลูบหลังปลอบประโลมด้วยความห่วงใย
ดวงตาสีน้ำเงินของบารุสที่เป็ประกายระยับวาววามเหมือนดวงดาวในยามนี้มีแต่แววแห่งความหวาดวิตก ผมสีทองสุกปลั่งราวเส้นทองคำนับแสนเส้นเรียงตัวเรียบตรงเหยียดยาวถึงสะโพก ผิวขาวเปล่งปลั่งสะอาดสะอ้าน ใบหน้างดงามราวสลักเสลาจากต้นแบบในเทพนิยาย ร่างสะโอดสะองสูงใหญ่ผิดวัย และยังมีพละกำลังมหาศาลเกินมนุษย์ธรรมดาหลายสิบเท่า เขาเป็ตัวแทนแห่งความงามและพละกำลังของเทพเ้าในตำนาน
รูปลักษณ์ของบารุสนี้ถูกสร้างให้เป็มนต์สะกด ดวงตาทุกคู่ และหัวใจทุกดวงที่ได้
ัักับความงามของเขาเพียงแค่ในวินาทีแรก จึงแทบจะเป็บ้าใบ้ไปด้วยอานุภาพแห่งความงดงามอันแสนละเมียดละไมเหมือนภาพฝัน... และภายใต้เปลือกนอกอันแสนสมบูรณ์แบบนี้ บารุสได้ซ่อนความอ่อนไหวและเปราะบางไว้ภายใน
“การไต่สวนจะเริ่มเมื่อไหร่” เขาถามด้วยความหวาดหวั่น เด็กน้อยไอกิยังคงสะอื้นอยู่ในอ้อมกอด ผมสีดำยุ่งเหยิงเหนียวหนับแทรกอยู่ตามนิ้วมือเรียวงาม
สมาชิกคนหนึ่งมองมาที่ทั้งสองคนด้วยสายตาเรียบเฉย สมาชิกส่วนใหญ่ยังเห็นด้วยกับการเข้มงวดในการใช้กฎโดยเฉพาะกฎที่เกี่ยวกับเสบียง ่หลังๆเสบียงหายากขึ้น ไม่มีใครได้กินตามใจอยากมานานแล้ว แทบจะมีคำสั่งลดมื้ออาหารลงด้วยซ้ำ
“พรุ่งนี้เช้าก็แล้วกัน ดีมั้ย หลังจากประชุมงบประมาณอาวุธ จะได้ไม่เสียเวลาเรียกประชุมบ่อยๆ” หนึ่งในสมาชิกเอ่ยขึ้น และคนอื่นๆก็ยอมรับ
“โธ่...” มารีนครางโอดครวญในลำคอ แค่ช็อกโกแลตชิ้นเดียวเท่านั้นเอง เธอคิด ถ้าเป็เด็กปกติละก็ แต่ก็นั่นแหละ มันก็แค่ถ้าเท่านั้นเอง
ไอกิไม่มีทางเป็เด็กปกติไปได้ ไม่มีทางมีความสุขเรียบง่ายแบบที่เด็กๆควรจะมี ไม่มีทางมีชีวิตแบบปกติ
ก็เหมือนทุกๆคนในที่นี้ ใช่...ทุกคนเลย รวมทั้งตัวเธอเองด้วย
เด็กหนุ่มผิวดำเดินเข้ามาใกล้ วางมือบนไหล่ของมารีน “เอาน่า มารีน อย่าเพิ่งคิดมากไปเลยบางทีมันอาจจะไม่ได้แย่อย่างที่เธอคิดก็ได้นะ”
“ไม่จริงหรอกชาร์ล็อต...”เด็กสาวตอบ “ฉันว่ามันจะต้องแย่กว่าที่ฉันคิดแน่ๆเลย”
อัลเลนแนบหูเข้ากับประตูห้องน้ำเพื่อฟังเสียงด้านนอกอย่างระแวงระวัง เื่ที่พวกเขาเพิ่งคุยกันจบไปนั้นเป็เื่ที่อันตรายยิ่งนักหากรับรู้ถึงคณะผู้นำ
“ระแวงไปได้ อัลเลน ในห้องน้ำนี่ไม่มีกล้องวงจรปิดหรือเครื่องดักฟังสักหน่อย แล้วพวกเราก็พูดกันเบาจะตายไป ไม่มีใครได้ยินหรอก” กลอเรียว่า
ชายหนุ่มตัวยาวเก้งก้างหันมาเลิกคิ้ว “แล้วถ้าเธอเป็คนนั่งเฝ้าจอวงจรรักษาการณ์แล้วเห็นผู้ชายสองคน กับผู้หญิงคนนึงเดินหายเข้ามาในห้องน้ำนี่เธอจะคิดยังไงล่ะ”
“ก็คิดว่าเข้ามาซ่อมชักโครกไง”กลอเรียตอบทันควันอย่างหน้าตาเฉย
“เราน่าจะไปกันคืนนี้เลย ” คีตาพูดตาลอย เขาฝันถึงความหอมหวานของอิสรภาพมาั้แ่วันแรกที่ต้องมาอยู่ที่นี่
“ใจเย็นๆน่าคีต พวกเราจะปลอดภัยแน่ ถ้าทำตามแผนของมารีน พวกที่คิดหนีไม่ได้มีแต่เราหรอกนะ เพียงแต่ เราจะเป็กลุ่มแรกที่ได้ออกไป”
มารีนวางแผนเบี่ยงเบนความสนใจไว้อย่างรอบคอบมากทีเดียว ถ้าไม่มีอะไรผิดปกติ คืนพรุ่งนี้ แก๊สในคลังเสบียงจะต้องะเิ ทลายผนังโรงครัวไปแถบหนึ่ง ฝ่ายรักษาการณ์ทุกคนต้องพร้อมใจกันวิ่งไปที่นั่น
ช่องระบายอากาศด้านทิศตะวันออกและทิศเหนือจะปลอดคน พวกเขาจะต้องคลานผ่านอุโมงค์ดินแคบๆระยะทาง 500เมตร ก่อนจะถึงบันไดลิงที่จะนำไปสู่โลกภายนอกที่ทุกคนถวิลหา
ทั้งสามก้าวออกมาจากห้องน้ำพอดีกับเสียงะเิดังสนั่น! พื้นที่ยืนสั่นะเืเหมือนผนังกำลังถล่ม!
ไฟดับพรึบลงพร้อมกัน ทุกคนทรุดตัวลงนอนหมอบราบตามสัญชาตญาณ เสียงหวีดร้องด้วยความใดังก้องสะท้อนไปทั่ว…!
“อะไรกันเนี่ย กลอเรีย ไหนบอกว่าคืนพรุ่งนี้ไง” อัลเลนถามละล่ำละลัก
“ฉันจะไปรู้เหรอ”กลอเรียตอบเสียงสั่นด้วยความใ
คีตาลุกขึ้นยืนก่อนใคร แล้วฉุดมือเพื่อนทั้งสองให้ลุกขึ้น “เร็วเข้าเราต้องรีบแล้ว”
ท่ามกลางกลุ่มควันจำนวนมหาศาลในคลังเสบียง หน่วยรักษาการณ์รีบเข้ามาดับเพลิงที่ลุกโชติ่ ผนังด้านหนึ่งพังทรุดลงมาด้วยอานุภาพแรงะเิ...
“จับมันให้ได้...” เสียงะโเสียงหนึ่งดังฝ่าความมืดและฝุ่นควันแต่ในความชุลมุนนั้นไม่มีใครรู้ว่าใครเป็ใคร
ที่ช่องระบายอากาศด้านทิศเหนือ ร่างงามสง่าร่างหนึ่งกำลังเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วผ่านอุโมงค์ดินแคบๆ ที่บังคับให้ผู้ที่จะใช้ทางต้องคลานออกไปเท่านั้น เขาเคลื่อนที่ด้วยกำลังขาสองข้างและแขนขวา แขนซ้ายของเขามีร่างเล็กๆร่างหนึ่งสลบไสลไม่ได้สติอยู่ในอ้อมกอด...
เขาเขย่าร่างนั้นเบาๆอยู่หลายครั้ง และพร่ำเรียกอยู่ไม่ขาดปาก
“ไอกิ...ไอกิ ได้ยินพี่ไหม อดทนอีกนิดนะเรากำลังจะได้เป็อิสระแล้ว อย่าเพิ่งเป็อะไรไปนะไอกิ”
แผลไฟลวกที่กลางหลัง อันเนื่องมาจากะเิเมื่อครู่ ทำให้บารุสปวดแสบปวดร้อน
แทบสิ้นเรี่ยวแรง
เศษโลหะบางส่วนกระเด็นมากรีดและฝังอยู่ในไหล่ขวาของเขาจนเหวอะหวะเืไหลออกมาจนชุ่มเสื้อ เศษดินลูกรังบางส่วนกระเด็นเข้าไปในาแการต้องออกแรงที่แขนข้างนี้ทำให้ความเ็ปเพิ่มขึ้นทุกการเคลื่อนไหว แต่บารุสก็ยังคงคืบไปข้างหน้าโดยที่ความเร็วไม่ได้ลดลงเลย เือุ่นๆจากศีรษะของร่างบอบบางในอ้อมกอดนั่นต่างหากที่ทำให้บารุสเ็ปราวหัวใจกำลังจะแตกสลาย
กลุ่มควันจากการะเิที่พวยพุ่งไล่พวกเขามาจากทางด้านหลังเหมือนพวกมันกำลังช่วยกันเร่งให้บารุสออกไปเสียให้พ้นจากอุโมงค์
ไอกิจำเป็ต้องได้รับอากาศบริสุทธิ์โดยเร็วที่สุด และหมอด้วย บารุสไม่รู้ด้วยซ้ำว่าข้างบนนั่นจะมีอะไรบ้าง แต่เขาก็หวังว่าจะมีหมอ
ร่างเล็กกระจ้อยนั้นยังคงหลับนิ่งไม่ได้สติ ไม่รับรู้ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นเื้ั และไม่เคยระแคะระคายเลยว่า อีกเพียงไม่กี่นาทีข้างหน้า ชะตาชีวิตของเขากับบารุสจะเปลี่ยนจากเดิมไปโดยสิ้นเชิง...
ที่ช่องระบายอากาศด้านตะวันออกอัลเลนคลานนำหน้าเพื่อนทั้งสองไปยังจุดมุ่งหมายข้างหน้าอย่างรวดเร็วผ่านอุโมงค์ดินที่มีแต่เศษดินลูกรังขรุขระบนพื้น เศษหินหลายชิ้นบาดลึกเข้าไปในหัวเข่าและฝ่ามือจนเขาเจ็บแสบระบมไปหมด แต่ก็ไม่ได้ลดความเร็วลง
“โอย ฉันเจ็บมือจัง บ้าจริงๆเลย มารีนนี่ยังไงกันนะ ฉันเลยไม่ได้เตรียมกระเป๋าเสื้อผ้ามาเลย คอยดูเถอะว่าพวกชั้นต่ำข้างบนเห็นเราสามคนในชุดนอนนี่จะเป็ยังไง” กลอเรียบ่นไปหอบไปไม่ขาดปาก เธอแน่ใจว่ามารีนทำอะไรผิดพลาดสักอย่างเกี่ยวกับแผนการที่ตกลงกันไว้
อยู่ๆ อัลเลนก็หยุดกึก อย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
“ว้าย...”กลอเรียร้องขึ้นอย่างใ ใช้ฝ่ามือเบรกไถลกับพื้นกะทันหันจนไฟแทบลุก
“จะบ้ารึไง อัลเลน”เด็กสาวโวยวายเสียงแหลม
อัลเลนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด และวิตกกังวล
“กลอเรียเธอจะเรียกคนที่อยู่ข้างบนแบบนั้นไม่ได้อีกแล้วนะ จำเอาไว้ให้ดี”
กลอเรียใจหายวูบ รู้สึกได้ถึงอันตรายที่อยู่บนโลกภายนอกที่เธอยังไม่ทันคิดถึงมาก่อน เธอรู้ดีว่าหากเธอหลุดปากคำว่าพวกชั้นต่ำออกไปแม้แต่ครั้งเดียวนั่นหมายถึงพวกเธอทั้งหมดอาจไม่มีชีวิตรอดอีกต่อไป
พวกเขาทั้งสามคลานต่อไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่ลดลงเล็กน้อย และรู้สึกถึงเหงื่อที่ซึมออกมาทั่วร่างกายในใจเต็มไปด้วยความวิตกกังวล ไม่แน่ใจและหวาดระแวงถึงสิ่งเลวร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นทันทีที่พวกเขาโผล่ออกไป...
ในห้องสมาธิอันเงียบสงบ มารีนหนีความวุ่นวายภายนอกเข้ามาสวดภาวนาตามลำพัง ถ้อยคำของเธอเต็มเปี่ยมไปด้วยความวิตกกังวลและห่วงใย
“ไอกิ เ้าหนูที่น่าสงสาร ฉันขอให้เธอหนีไปให้พ้นขอให้บารุสได้มีชีวิตอยู่คุ้มครองเธอจนกว่าจะถึงวันที่เธอคุ้มครองตัวเองได้ขอให้เธอได้อยู่ในที่ที่เธอจะได้กินช็อกโกแล็ตได้เท่าที่อยากจะกินโดยไม่มีใครมาจับไปขังคุก” ในดวงตาของเธอเลื่อนลอย เส้นผมสีน้ำเงินเข้มเป็ประกายแวววาวโบกสะบัดพลิ้วไปมาช้า แ่เบา เหมือนเส้นสาหร่ายในโลกใต้น้ำ ราวกับว่ามันมีชีวิตเป็ของตนเอง!
เส้นผมปอยหนึ่งเลื้อยไล่รอบคอเนียนนุ่มของมารีนทำหน้าที่แทนผ้าพันคอ ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งก็แบ่งกลุ่มถักทอตัวเองเข้าเป็เปียเส้นเล็กๆแล้วก็แก้ออกสลับกันไปมาเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นของเด็กเล็กๆกำลังเล่นกับพวกมันอยู่! มารีนเป็อัจฉริยะหนึ่งเดียวในฐานที่เชี่ยวชาญด้านจุลชีพพึ่งพาจึงไม่มีใครสามารถรับรู้ได้